Masuk“แต่ฉันไม่เคยรู้จักคุณ...เราไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกอีกครั้ง...ฟังให้ชัด ๆ ว่าผมคือฮอฟมันน์ แม็คเคลน เป็นลูกชายของไมค์ แม็คเคลน เจ้าของเอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป คนที่พี่สาวของคุณเสนอตัวเป็นอีหนูและทำให้ครอบครัวคนอื่นเขาแตกแยกยังไงล่ะ!”
ยิ่งเขาพูดหญิงสาวก็ยิ่งหน้าชา แต่อะไรก็ไม่ทำให้เธอตระหนกได้มากเท่ากับร่างสูงใหญ่ที่ถือวิสาสะเบียดเข้าหา ตั้งแต่จำความได้จนโตเป็นสาวก็มีพ่อคนเดียวที่ได้ชิดใกล้ แล้วเขาเป็นใคร
ฮอฟมันน์ แม็คเคลน...เขาทำให้เธออับอายด้วยการสาดใส่ท่าทีร้าย ๆ จนเธอทนแทบไม่ไหว
“คุณพูดเรื่องอะไร! ฉันแค่จะมาหาพี่สาวและไม่เคยรู้อะไรที่คุณพูดมาด้วย”
“ไม่มีใครที่คุณอยากพบทั้งนั้น! และนับแต่นี้คุณต้องอยู่ที่ได้โอนีห้ามออกไปไหน!”
“คุณมันบ้า! ฉันจะเรียกตำรวจให้มาลากคอคนบ้าคนโรคจิตอย่างคุณเข้าคุก...ว้าย!”
บุษราคัมร้องเสียงหลงมื่อผลักเขาออกห่างและล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแต่ไม่ทันจะยกขึ้นกดหมายเลขก็ถูกคนหยาบร้ายแย่งเอาไปและบีบมันจนแหลกคามือ ร่างบางอ้าปากค้างกับภาพที่โทรศัพท์เครื่องบางกลายกลับเป็นเศษโลหะร่วงหล่นจากมือของชายหนุ่มทั้งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายจะเยาะเย้ย
“คุณไม่ต้องโทรหาตำรวจที่ไหนหรอก! ที่เกาะนี่ไม่มีคลื่นโทรศัพท์ จะติดต่อภายนอกได้ก็ต้องใช้สัญญาณดาวเทียมเท่านั้น หรือไม่...”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเข้มคมหรี่ตาพร้อมเหยียดยิ้มมุมปากก่อนก้าวเข้าไปประชิดร่างบอบบางอีกครั้ง
“ถ้าคุณอยากแจ้งเจ้าหน้าที่นัก...ผมนี่แหละเป็นทหารอยู่หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษกองทัพเรือสหรัฐ มีอะไรอยากบอกผมมั้ยล่ะยาหยี”
ฮอฟมันน์ยิ่งเบียดตัวเข้าใกล้ ท่าทียียวนของเขายิ่งจุดไฟโทสะให้ลุกท่วมความรู้สึกของหญิงสาว
“ถ้าคุณเป็นทหารจริง ๆ แล้วกักขังฉันไว้ที่นี่ทำไม ฉันแค่มาหาพี่สาวของฉัน พี่อิงอุตส่าห์ส่งตั๋วเครื่องบินไปให้ฉันที่เมืองไทย ป่านนี้เขาคงเป็นห่วงฉันแย่แล้ว”
บุษราคัมพูดเสียงเครือ เธออยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องสะกดใจไว้แค่ให้หยาดน้ำซึมที่หางตาหากก็ดูเหมือนว่าแววตาของอีกฝ่ายไม่ลดราความดุดันลงเลย ร่างแน่งน้อยหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อไหล่บางถูกมือหนาใหญ่ตรึงอาไว้ก่อนก้มหน้าลงมาหาจนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดบนกลีบปากซีด
“จะไม่มีใครเป็นห่วงคุณเพราะไม่มีใครรู้ว่าคุณมาที่นี่แม้แต่คนเดียว”
“คุณ...หมายความว่ายังไง?”
“ก็หมายความว่า พี่สาวของคุณไม่รู้เรื่องตั๋วเครื่องบินที่คุณได้รับเพื่อเดินทางมาบาฮามาส...แม้แต่นิดเดียว!”
“อะไรนะ! ไม่จริง...คุณมันบ้า คุณมันโรคจิตจริง ๆ ด้วย!”
บุษราคัมกรีดร้องและพยายามดิ้นรนแต่ดูเหมือนคนตัวใหญ่จะได้เปรียบทุกทาง ฮอฟมันน์ไม่ยี่หระต่อการขัดขืน เขาออกแรงกดมือหนาลงบนบ่าเล็กเพียงนิดร่างบางก็เหมือนถูกตรึงไว้ด้วยคีมเหล็กกล้า
“อยู่นิ่ง ๆ !” ชายหนุ่มบัญชาเสียงดุไม่ต่างจากทหารออกคำสั่งกับศัตรู หญิงสาวจำต้องหยุดดิ้น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำขณะคอยฟังสิ่งที่เขาพูด
“คุณคงจะสงสัยว่าทำไมผมต้องพาคุณมาที่นี่ ถ้าคุณรู้ดีว่าพี่ของคุณทำอะไรไว้บ้าง!”
“ฉันไม่รู้...”
“โกหก!”
ฮอฟมันน์ตะคอกกลับทั้งนัยน์ตาก็เป็นสีเข้มจัดด้วยโทสะพลุ่งพล่าน ร่างสูงคลายมือจากไหล่บางแต่กลับกอดรัดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแกร่งแทน
“พวกเชลยไม่เคยเปิดเผยความจริงจนกว่าจะถูกเค้นหนักปางตายนั่นล่ะถึงจะยอมเปิดปากพูด”
“ฉันไม่ได้โกหก! อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูดมาจริง ๆ “
“เป็นไปได้ยังไงที่คุณไม่เคยรู้ว่าพี่สาวคุณมีเบื้องหลังเป็นโสเภณีของพวกเศรษฐีแก่ ๆ ตัณหากลับ หรือว่าคุณก็เหมือนกันที่ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ไว้บังหน้าอาชีพอย่างว่า!”
หญิงสาวถึงกับสะอึกกับคำพูดปรามาสจากผู้ชายทั้งเถื่อนและถ่อยจนเหลือจะรับ บุษราคัมกัดปากตัวเองจนห้อเลือดหากก็ยังไม่เจ็บเท่ากับถูกทิ่มแทงด้วยวาเจ็บแสบนั่น
“ว่ายังไง! จะให้ผมแปลให้ฟังมั้ยว่าอาชีพอย่างว่ามันเป็นแบบไหน!”
“หยุดดูถูกพี่สาวฉันกับฉันเสียที! คุณนั่นแหละ คนเลว!”
ร่างบางตัดสินใจเฮือกสุดท้ายรวบรวมกำลังยกเข่าขึ้นกระแทกบนหน้าขาของชายหนุ่ม มันอาจพลาดเป้าไปนิดแต่ก็ทำให้ฮอฟมันน์เผลอคลายวงแขนที่รัดรึงร่างเล็กและมันเป็นโอกาสทองให้เธอผลักเขาออกห่างก่อนวิ่งตรงไปยังหน้าต่างที่บานกระจกเปิดอ้า หากสวรรค์ยังมีตาคงนำทางให้เธอหลุดจากนรกขุมนี้
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้เธอรู้ว่ากานต์นทีเพิ่งกลับเข้ามา ช่างโชคดีนักที่เขาไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้ แต่...เธอเป็นอะไร อาการวิงเวียน คลื่นเหียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นจนน่าสงสัย หากหญิงสาวก็ไม่มีเวลาคิดนอกจากรีบเปิดประตูออกไปพบหน้าผู้จัดการกับแขกคนสำคัญซึ่งอยู่ในชุดสูทดูดีดังเดิม“คุณบุษราคัม ต้องขอโทษทีที่ปล่อยให้คุณอยู่ต้อนรับคุณฮอฟมันน์คนเดียว ผมต้องลงไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เป็นไปตามคุณฮอฟมันน์ต้องการ”กานต์นทีพูดเสียงแจ่มชัด หากประชาสัมพันธ์ของเขากลับพยักหน้ารับและเพียงเสยผมเบา ๆ ถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเธอคงถูกไล่ออกเสียวันนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าซีเรียสมากเลย” ฮอฟมันน์กล่าวเสียงเรียบก่อนทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ที่เขาใช้เป็นสนามโรมรันบทพิศวาสแบบเร่งร้อนเมื่อครู่ บุษราคัมแก้มแดงปลั่งทว่ามีเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น“ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็บอกกันได้นะครับ”กานต์นทียืนยิ้มกว้างขณะมองเจ้าของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทกำลังรินน้ำสีแดงเข้มจากขวดไวน์ชั้นดีลงในแก้ว ผู้ชายอะไรทั้งหล่อเหลาบึกบึนแถมรวยระยับแต่กลับโสดสนิท“
ร่างแน่งน้อยราวถูกกระชากขึ้นไปยังที่สูงเมื่อฮฟมันน์เริ่มขยับกายแกร่งไปพร้อม ๆ กับการโอ้โลมเพื่อช่วยเธอคลายความเจ็บปวด บุษราคัมกดกลั้นเสียงตัวเองไม่ได้สักครั้งเมื่อเขาส่งตัวตนเข้าไปและขยับมันออกอย่างไม่คิดระวัง เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างเคย ละเลยไม่อยากให้มีสิ่งใดขวางกั้น แน่นอนว่าอดีตนาวิกโยธินหนุ่มต้องการให้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่การประสานสนิทแน่นแบบกายถึงกาย“บีน่า...อา...คุณยังแน่นดีเหลือเกิน”ร่างสูงหลุดเสียงครางเมื่อความอ่อนนุ่มที่โอบล้อมบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิด การที่ไม่ได้เห็นหน้าแม้จากกันเป็นเวลาไม่ถึงเดือนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคนสมองมีปัญหา นี่เขาคิดถึงบุษราคัมมากขนาดที่อยากกระโจนใส่เมื่อพบหน้าตั้งแต่วินาทีแรก“แม็กซ์...แม็กซ์คะ...อ๊า”ร่างเล็กบอบบางแอ่นทรวงสวยขึ้นรับเรียวลิ้นที่โลมไล้อยู่บนยอดโดกเมนแดงกล่ำ หญิงสาวแทบขาดใจราวคลื่นร้อนนับหมื่นระลอกหมุนเกลียวบนเรือนร่างที่สั่นไหวไปตามแรงขยับโยก ความสุขกระสันเข้ามาแทนที่ความลังเลไม่แน่ใจ มันกำลังกร่อนกัดกายเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง บุษราคัมลืมไปแล้วว่ากานต์นทีอาจกลับเข้ามา หากเธอก็ไม่เห็นเขา รับรู้ก็แต่ความร้อนเร่าที่กำลังทว
เขายังคงร้อนแรงและทุกสัมผัสก็ยังเป็นที่จดจำของบุษราคัม นี่ไม่ใช่การข่มขืนซึ่งเธอก็รู้ดี ชั่วครู่อาการขมวดเกร็งของร่างกายจากการแข็งขืนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนตาม ทว่าเสี้ยวหนึ่งเธอยังคงตื่นเต้น กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็นร่างงามที่เสื้อเชิ้ตถูกแยกออกกว้างและกระโปรงถูกรั้งขึ้นมาถึงสะโพกผายกำลังนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กอดก่ายไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแม้เสียวซ่านทุกครั้งที่เจ้าของเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำปลุกปั่นหญิงสาวด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นชื้นและมือสากหนาที่กำลังเลื่อนลงมาค่อย ๆ สอดลึกเข้าไปใต้อันเดอร์แวร์“แม็กซ์...หยุดเถอะค่ะ ฉันกลัวใครจะมาเห็นเข้า”“ผมหยุดไม่ได้ บีน่า คุณก็รู้...คุณไม่คิดถึงมันบ้างเลยหรือ”“ฉัน...ฉัน...” บุษราคัมอยากบอกเขาให้เสียงดังกว่ากระซิบ ว่าเธอรอคอยสัมผัสนี้เสมอ หากเขาไม่เห็นว่าเธอเป็นหญิงปลิ้นปล้อน หญิงสาวถูกล่วงล้ำอีกครั้งอย่างล้ำลึกจากปลายนิ้วแกร่งที่แทรกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางชุมฉ่ำเข้าไปถึงชั้นในของหลืบถ้ำที่ยังคับแคบ มันบีบรัดตลอดเวลา ฮอฟมันน์กระตุกให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน แล้วเธอก็ยินยอมเป็นเชลยหัวใจให้เขาลงทัณฑ
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า...คุณแกล้งทำดีให้ผมตายใจ พอคุณเจอคู่หมั้นของคุณที่ไมแอมี่ก็ถึงกลับต้องรีบหนีกลับมาที่เมืองไทย คุณอาจทำตามแผนที่วาไว้สำเร็จ แต่คุณก็ยังรู้จักฮอฟมันน์คนนี้น้อยไป”“แม็กซ์...ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ไม่มีหตุผล คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่”“ผมจะเอาคืน!” ฮอฟมันน์คำรามเสียงกร้าวขณะล้วงฝ่ามือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมเนื้อลื่น ชายหนุ่มถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของล้วงลึกเข้าไปในบราเซียลูกไม้ บีบเคล้นนวลเนื้ออวบหยุ่นรุนแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน“แม็กซ์! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อย!” บุษราคัมบิดกายเร่าเมื่อถูกเขาคุกคาม เธออาจคิดถึงและปรารถนาอ้อมกอดของฮอฟมันน์ หากก็ไม่ต้องการความหยาบร้าย อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่ยอมฟังเสียง เขาปิดปากเธอไว้ด้วยการแทรกลิ้นเข้าไปลึก ร่างเล็กบอบบางเจ็บระบมไปหมดเมื่อร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยปิศาจร้ายครอบงำทุกอย่าง จูบนั้นทั้งเร่าร้อนรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ทัน มือไม้ของเขาที่ครอบครองปทุมถันล้วนสร้างความปวดร้าวเกินจะทานทน“คนบ้า!” หญิงสาวร้องออกมาพร้อมทั้งจิกเล็บลงบนต้นแขนหนาภายใต้สูทเนื้อดีแรง ๆ หวังจะเรียกสติคนหยาบเถื่อนให้กลับคืน แต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งยั่วยุให้มาเฟีย
อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เธอเคยรู้จักหล่อเหลาในชุดสูทซึ่งเธอไม่คุ้นเคย เขาอยู่ในมาดนักธุรกิจผิดไปจากนักรบในหน่วยซีลที่ฝึกซ้อมตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายบนเกาะไดโอนี นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงส่องประกายน่าหลงใหลบนใบหน้าทรงเสน่ห์หากแต่ท่าทีเครียดขรึมของเขามีแต่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้“สวัสดีครับ คุณบุษราคัม” เสียงทักทายนั้นราวกระชากหัวใจบอบบางให้ร่วงหล่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนตอบกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่น้อย“สวัสดีค่ะ คุณฮอฟมันน์” ร่างแน่งน้อยหายใจขัด ทำไมเธอต้องมาพบเขาในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเผชิญหน้ากับคนที่คงตามเธอมาด้วยความคั่งแค้น“มิสเตอร์กานต์นที ผมอยากให้คุณช่วยจัดเตรียมไวน์อย่างดีของโรงแรมมาให้ผมตอนนี้จะได้ไหมครับ?”“อ้อ...ครับ...ครับ ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการไวน์รสเลิศ เคปพาราไดส์ของเราน่ะมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลยล่ะครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปจัดการให้คุณฮอฟมันน์ด้วยตัวของผมเองเลยครับ”“เชิญตามสบายครับ แต่ผมอยากให้คุณบุษราคัมอยู่ที่นี่ก่อน เพราะผมมีอะไรที่อยากสอบถามเธอเกี่ยวกับที่นี่หลายอย่าง หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”คำพูดของแขกชั้นดีทำให้ร่างเล็กที่กำล
“แม่ครับ คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับถ้าพ่อจะนำเสนอโปรเจ็คของบริษัทเพียงคนเดียว”“ทำไมล่ะจ๊ะ แม็กซ์...ลูกจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”“ใช่ครับแม่” อดีตนาวิกโยธินหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนและมองคลอเดียอย่างมีความหมาย “ผมจะเดินทางไปประเทศไทย”“เมื่อไหร่ล่ะลูก มันเป็นธุระด่วนมากเลยหรือ?”“ผมจะเดินทางคืนนี้ครับ มันเป็นธุระด่วน...มากเลยล่ะครับแม่”ชายหนุ่มกุมโทรศัพท์ในมือแน่นและคลอเดียก็ไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้นิสัยลูกชายดี ร่างสูงตระหง่านรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดแรงเมื่อนักสืบรายงานกลับมาว่าบุษราคัมกลับประเทศไทยแล้วจริง ๆ เธอยังเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมเคป พาราไดส์ ซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม แต่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมเพราะเขาจะไปที่นั่นและทำให้เธอรู้ว่าการหนีจาก ฮอฟมันน์ แม็คเคลน ไม่ใช่เรื่องง่าย!บุษราคัมมาถึงโรงแรมในตอนเช้าดังทุกวันเป็นปกติ หากผู้จัดการไม่ติดต่อให้กลับเข้ามทำงานที่นี่ป่านนี้เธอคงต้องหาที่ทำงานใหม่เพราะรู้สึกเกรงใจที่ไปต่างประเทศจนเลยเวลาที่แจ้งไว้กับทางฝ่ายบุคคล หากทว่าเมื่อกลับมาทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อนร่วมงานยังคงปฏิบัตต่อเธอดังที่เคยผ่านมา ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าเธอไปทำอ







