Share

บทที่ 2

Author: 3A วัสดุก่อสร้าง พี่หวัง
เสียงนั้นดังมาจากรถคันสุดท้าย

ฉันพยายามเพ่งสายตา สายฝนพร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัดเจน

ร่างหลังค่อมร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากหลังประตูรถ พร้อมกับโบกมือให้ฉัน

เป็นคุณตาเจาข้างบ้านนั่นเอง

คุณตาเจาไม่มีลูกหลาน ยายจากไปตั้งแต่วัยเยาว์ อาศัยอยู่ที่หัวหมู่บ้านมาตลอดชีวิต

ตั้งแต่ฉันจำความได้ เขาก็รักและเอ็นดูฉันเหมือนหลานสาวแท้ๆ

ยามที่ฉันถูกแม่ลงโทษไม่ให้กินข้าว เขาจะอาศัยช่วงที่แม่ไม่ทันสังเกต ยื่นข้าวต้มร้อนๆ หนึ่งชามเข้ามาทางประตูหลัง

ช่วงตรุษจีนก็แจกอั่งเปาให้ฉันกับน้องสาวคนละใบ และมักจะแอบใส่เงินเพิ่มให้ฉันมากกว่าสิบบาทเสมอ

เขากระเบียดกระเสียดออกจากที่นั่ง เบียดพื้นที่เล็กๆ ออกมา แล้วกู่ร้องบอกฉันว่า

"ยายหนู รีบขึ้นมาเร็ว! เบียดกันนิดหน่อยก็พอแล้ว!"

ฉันสาวเท้าออกวิ่งไปยังรถคันนั้นทันที

คุณตาเจายื่นมือออกมาเตรียมจะฉุดฉันขึ้นไป

แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของฉันจะทันได้สัมผัสกับมือของเขาเพียงเสี้ยววินาที

"ตาแก่เจามันเป็นแก๊งลักเด็ก!"

เสียงของแม่พลันดังแผดมาจากรถคันข้างหน้า

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอเลื่อนกระจกรถลง ยื่นตัวออกมาครึ่งค่อนร่าง ชี้หน้าคุณตาเจาพร้อมตะโกนเสียงแหลมสูง

"มันจะลักพาตัวลูกสาวฉันไป! พวกคุณห้ามให้ยายหนูขึ้นรถมันเด็ดขาด!"

มือของฉันชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

คุณตาเจาตะลึงงันไปเต็มสามวินาที

เขามีชีวิตมาเจ็ดสิบสองปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มาเจ็ดสิบสองปี

ไม่เคยมีใครเรียกเขาแบบนี้มาก่อนเลย

"สะ... สะใภ้ตระกูลสวี่ เธอพูดเรื่องอะไรกัน?"

เสียงของคุณตาเจาสั่นสะท้าน

"ฉันเจาฝูไหลไง! ฉันอาศัยอยู่ข้างบ้านเธอมาตั้งกี่ปีแล้ว? ตอนพ่อเธอยังมีชีวิตอยู่ยังเรียกฉันว่าพี่ใหญ่เลยนะ!"

"ฉันไม่สนว่าตาแก่เป็นใคร! ตาแก่ตัวคนเดียวคนหนึ่ง ใส่ใจเด็กสาวบ้านคนอื่นขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าคิดดีคิดร้ายอะไร!"

คนบนรถระเบิดอารมณ์กันดุเดือด

"สะใภ้ตระกูลสวี่นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? ลุงเจาเห็นเธอโตมากับตานะ!"

"นั่นสิ! คำพูดแบบนี้เธอพูดออกมาลงคอได้ยังไง?"

ป้าคนหนึ่งลุกขึ้นยืนด่าทันที

"นั่นมันพายุระดับสิบแปดเลยนะ! บ้านหลังคาปลวกๆ ของเธอ ลมพัดวาบเดียวก็เปิงแล้ว! เธอจะเอาชีวิตลูกสาวเธอเหรอไง!"

คุณตาเจาโมโหจนริมฝีปากซีดเผือด ชี้หน้าแม่ด้วยมือที่สั่นระริกอย่างหนัก

"ฉัน... ที่ฉันดีกับเนี่ยนอัน เพราะเด็กคนนี้น่าสงสาร! เธอทำกับแกยังไง คนทั้งหมู่บ้านมีใครไม่รู้บ้าง!"

"นั่นมันลูกสาวฉัน! ฉันจะอบรมสั่งสอนแกยังไงเกี่ยวอะไรกับตาแก่!"

แม่ไม่แม้แต่จะกะพริบตา "ลูกสาวของฉัน อยู่บ้านตัวเองนั่นแหละปลอดภัยที่สุด!"

ฉันยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนอันบ้าคลั่ง กวาดสายตามองไปที่รถคันนั้นของแม่

พ่อนั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับ ฉันเห็นมือของเขาวางลงบนมือจับประตูรถ

วินาทีต่อมา แม่ค่อยๆ หันหัวกลับไป จ้องหน้าเขาเขม็ง

"ถ้าคุณกล้าเปิดประตูนี้ พรุ่งนี้ฉันจะพาลูกสาวสองคนกลับบ้านเดิมทันที"

"และทั้งชีวิตนี้คุณอย่าหวังว่าจะได้เจอพวกแกอีกเลย"

มือของพ่อ คลายออกทีละนิ้ว... ทีละนิ้ว...

เขาเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่หันมามองฉันอีกเลย

ฉันยืนอยู่ตรงนั้น หยาดฝนเทกระหน่ำลงมาจากศีรษะ ไหลซึมเข้าสู่ดวงตา จนแยกไม่ออกว่าเป็นน้ำฝนหรือหยดน้ำตา

หัวหน้าทีมกู้ภัยกระโดดลงมาจากรถคันแรก เงยหน้ามองท้องฟ้า สีหน้าเขียวคล้ำถมึงทึง

"ประกาศเตือนครั้งสุดท้าย! ตาพายุศูนย์กลางไต้ฝุ่นจะพัดผ่านในอีกหนึ่งชั่วโมง! ถ้ายังไม่ไปตอนนี้ทุกคนจะหนีไม่รอด!"

คุณตาเจาถูกชาวบ้านสองคนพยุงตัวดันกลับเข้าไปบนรถ

เขายึดเกาะขอบประตูรถไว้แน่น แผดเสียงตะโกนลั่นใส่ฉัน

"ยายหนู วิ่งเร็ว! วิ่งไปที่ศาลบรรพบุรุษท้ายหมู่บ้าน! ที่นั่นสร้างด้วยหิน! ต้านไหวแน่นอน!"

"ได้ยินไหม! วิ่งไปที่ศาลบรรพบุรุษ..."

ประตูรถถูกคนข้างในดึงปิดลง

เสียงเครื่องยนต์คันแล้วคันเล่าเริ่มสตาร์ตทำงาน

ฉันยืนอยู่ที่เดิม เฝ้ามองไฟท้ายรถทีละดวงๆ เลือนหายไป

ดวงสุดท้าย ก็ลับหายไปเช่นกัน

ทั่วทั้งตำบลลั่วเอี้ยน ตกอยู่ในความมืดมิด

ฉันหันหลังวิ่งตรงไปทางท้ายหมู่บ้าน

ศาลบรรพบุรุษที่คุณตาเจาบอก อยู่ลึกที่สุดในหมู่บ้าน ต้องวิ่งผ่านถนนสายเก่าแก่ทั้งสาย

ลมแรงเกินไป ฉันไม่สามารถวิ่งได้เลย ทุกก้าวที่เดินต้องใช้มือเหนี่ยวรั้งขอบกำแพงเอาไว้

กระเบื้องหลังคาเหนือศีรษะถูกลมพัดเปิงไปทีละแผ่น ตกลงมากระแทกพื้นแตกกระจายกลายเป็นเศษผง

ลมพัดต้นไทรใหญ่ใจกลางถนนเก่าจนถอนรากถอนโคน ล้มโครมลงมาทับกลางถนน ปิดเส้นทางไว้จนมืดแปดด้าน

ฉันทำได้เพียงถอยกลับมาที่บ้าน

หลังคาบ้านกระเบื้องหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

สายฝนเททะลักเข้ามาโดยตรง เจิ่งนองเต็มพื้นโถงบ้าน

ฉันขดตัวเข้าไปในมุมซอกใต้เตาหุงต้ม

ตรงนี้มีกำแพงอิฐล้อมรอบสามด้าน ด้านบนมีแผ่นคอนกรีตบังไว้ พอจะช่วยบังเหนือศีรษะได้บ้าง

น้ำท่วมขังไหลทะลักเข้ามาจากร่องประตูและรอยแตกของกำแพง

เริ่มจากท่วมข้อเท้า จากนั้นก็ท่วมมาถึงน่อง

ฉันกอดเข่าไว้แน่น ขดตัวเป็นก้อนกลม สั่นสะท้านไปทั้งตัวจนฟันกระทบกันกรับๆ

และในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของฉันก็ส่งเสียงดังขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 9

    วันเคลื่อนศพฉัน ตำบลลั่วเอี้ยนฝนตกหนักมากทีมกู้ภัยนำสิ่งของที่เหลืออยู่ของฉันมาส่งให้ มีเพียงสมุดเล่มเล็กเปียกน้ำจนบวมเป่งเล่มเดียวเท่านั้นนั่นคือสมุดบันทึกประจำวันของฉันพ่อกะเผลกขา ล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงหน้าหลุมศพฉันน้องเองก็รีบเดินทางกลับมาจากต่างถิ่น สภาพดูไม่ได้เลยสักนิดแมนั่งทรุดอยู่บนพื้นโคลนเปียกชื้น ในอ้อมอกกอดสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แน่นพ่อยื่นมืออันสั่นระริก เปิดอ่านหน้าแรกนั่นคือสิ่งที่ฉันเขียนไว้ตอนอายุแปดขวบ[วันนี้น้องทำแจกันแตก แม่โมโหมาก][หนูเลยยอมรับผิดแทนว่าเป็นคนทำแตกเอง แม่เอาไม้เรียวตีหนูไปสามที เนี่ยนจู๋ตกใจจนร้องไห้ บอกว่าวันหลังจะไม่ทำของแตกอีกแล้ว ดีจังเลย น้องจำใส่หัวได้แล้ว หนูไม่เจ็บสักนิด]พอพลิกอ่านต่อมา เป็นตอนอายุสิบขวบ[วันนี้น้องแอบหนีไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ ตอนแม่กดหัวหนูจุ่มลงไปในน้ำ น้ำเย็นเจี๊ยบเลย ในจมูกมีแต่ดินโคลน][แต่พอเห็นน้องยืนร้องไห้โฮอยู่บนฝั่ง น้องต้องไม่กล้าไปเล่นแถวแม่น้ำอีกแน่ๆ ขอแค่น้องปลอดภัย หนูจะสำลักน้ำเพิ่มอีกสองสามคำก็ไม่เป็นไรหรอก]ตอนอายุสิบสองปี[ข้าวสารดิบฝืดคอกลืนยากจัง เคี้ยวจนเมื่อยฟันไปหมด ในปากมีแต่รสเลือด

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 8

    เดือนแรกที่พ่อย้ายไปทำงานที่โรงอิฐเก่าแถวนอกเมือง ขาก็ถูกอิฐดินเผาที่พังครืนลงมาทับจนหักแม้จะยื้อชีวิตไว้ได้จากโรงพยาบาล แต่เขาก็กลายเป็นคนขาพิการเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาต่อเนื่อง เขาจึงถูกไล่ออกจากห้องพักฟื้น ได้แต่เดินกะเผลกกลับมาอาศัยอยู่ในเพิงหน้าหมู่บ้านทุกค่ำคืน เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของเขามักจะดังลอดออกมาจากเพิงพักหลังนั้นเสมอชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา มักจะได้ยินเสียงเขานั่งรำพึงรำพันตะโกนอยู่ข้างในว่า"อันอัน... พ่อรู้แล้วว่าพ่อผิด... วันนั้นบนรถ พ่อน่าจะดึงลูกขึ้นมาแท้ๆ..."ทว่า กลับไม่มีเสียงใครตอบเขาสักคนส่วนน้องสาวเองก็โดนเวรกรรมตามสนองไม่แพ้กันเพราะตั้งแต่เด็กจนโตเวลาทำผิดอะไรก็มีฉันคอยรับหน้าแทนตลอด เธอจึงไม่เคยรู้จักกาลเทศะ ไม่เคยรู้ว่าการรับผิดชอบคืออะไรพอไประเห็จอยู่ต่างถิ่น เธอไปมีเรื่องตบตีกับคนในผับ จนฟัดคู่กรณีหัวแตกอีกฝ่ายเรียกร้องค่าเสียหายห้าแสน ไม่อย่างนั้นจะส่งเธอเข้าคุกเธอไม่มีเงิน และไม่มีใครคอยแบกรับความผิดแทนเธออีกต่อไปแล้วเธอถูกไล่ออกจากสถานศึกษา มีประวัติอาชญากรรมติดตัว และต้องไปนอนในสถานกักกันนานถึงสามเดือนพ้นโทษออกมา จะหา

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 7

    น้องลากกระเป๋าเดินทางเดินตรงออกจากบ้านไปทันทีพ่อรีบวิ่งปราดตามออกไปเขาวิ่งไปดักหน้าน้องสาวที่ปากซอย ควักเงินแบงก์ยับย่นพับใหญ่ออกมาจากกระเป๋า แล้วพยายามยัดใส่มือน้องสาวให้ได้"เนี่ยนจู๋! อย่าดื้อเลย กลับบ้านกับพ่อเถอะ!"พ่อขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นระริก"พี่แกก็ไม่อยู่แล้ว พ่อสูญเสียแกไปอีกคนไม่ได้แล้วนะ... แกเจ็บปวด พ่อเองก็ทรมานไม่แพ้กันหรอก!""ตอนนั้นพ่อเองก็อยากช่วยพี่แกเหมือนกัน แต่ฤทธิ์เดชแม่แก..."น้องก้มมองเงินก้อนยับย่นพับนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้น แล้วปัดเงินก้อนนั้นทิ้งอย่างไม่แยแส"เสแสร้งแกล้งทำไปให้ใครดูเหรอ?"น้องจ้องหน้าพ่อ แค่นหัวเราะเยาะออกมาคำหนึ่ง"ตอนที่แม่กดหัวพี่สาวจุ่มลงไปในน้ำ พ่อทำอะไรอยู่?""ตอนที่แม่บังคับให้พี่กินข้าวสารดิบจนเลือดเต็มปาก พ่อทำอะไรอยู่?""แล้ววันที่อยู่บนรถอพยพ ขนาดไอ้ต้าหวงยังมีที่นั่ง แต่พี่กลับต้องยืนตากมรสุมฝนอยู่คนเดียว... พ่อทำอะไรอยู่!"พ่อหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกหนักกว่าเดิม "พ่อ... ตอนนั้นพ่อก็พูดทัดทานแล้วนะ พ่อเคยห้ามแม่แกแล้ว...""หุบปากไปเลย!"น้องชี้หน้าพ่อ สายตาเต็มไปด้วยความขยะแขยงจนแทบทะลักออกมา"พ่อก็ดีแ

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 6

    บริเวณโถงสถานีตำรวจ แม่กำลังถูกตำรวจสองนายคุมตัวไว้เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต พร้อมแผดเสียงตะโกนลั่น"ฉันไม่ได้ทำร้ายมันนะ! นี่มันเป็นกฎดั้งเดิมของตำบลลั่วเอี้ยนเรา!""เชือดไก่ให้ลิงดูรู้จักไหม! ฉันทำไปเพื่อสั่งสอนลูกคนเล็ก! ฉันไม่ได้อยากให้มันตายสักหน่อย!"นายตำรวจเจ้าของคดีโมโหจนทุบโต๊ะดังปัง"สั่งสอน? มีแม่ที่ไหนทำกับลูกแบบนี้บ้าง!""นั่นพายุระดับสิบแปดเลยนะ! คุณทิ้งแกไว้ในพื้นที่อันตรายคนเดียว พอมาถึงโรงพยาบาลก็ยังกักใบยินยอมไม่ยอมเซ็น! นี่ไม่ใช่การสั่งสอน แต่คุณกำลังส่งลูกตัวเองไปลงนรกด้วยมือตัวเองต่างหาก!"ผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูต่างพากันชี้หน้าด่าทอ เสียงประณามเซ็งแซ่ไปหมดแม่หน้าดำหน้าแดง ยังคงโวยวายไม่เลิก "ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของมัน ฉันจะไปทำร้ายมันได้ยังไง"ในตอนนั้นเอง ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ถือถุงซิปล็อกใส่โทรศัพท์มือถือ ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน"ผู้กองครับ! กู้ข้อมูลในมือถือของผู้เสียหายได้แล้วครับ!""ข้างในมีข้อความโน้ตฉบับหนึ่งที่ยังไม่ได้กดส่งครับ!"ทั่วทั้งโถงพลันเงียบกริบลงในชั่วพริบตาตำรวจมองกระดาษที่พิมพ์ออกมาในมือ เสียงสั่นเครือยามค่อยๆ อ่านออกมาอย่

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 5

    ในมือของแม่ยังคงกำกระดาษสำนึกผิดแผ่นชุ่มน้ำไว้แน่นเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดแค่นหัวเราะออกมา"หมอ ร่วมมือกับยัยเด็กนี่มาหลอกฉันหรือไง? ยัยนี่มันเล่นละครเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว"เธอสาวเท้าทำท่าจะพรวดพราดเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"สวี่เนี่ยนอัน! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! เลิกเสแสร้งแกล้งตายแถวนี้สักที!""ถ้าแกยังไม่ยอมลุกขึ้นมา ชุดกระโปรงใหม่สองตัวนั้นฉันจะไม่ซื้อให้สักตัวเดียว!"ภายในห้องฉุกเฉินเงียบกริบไร้เสียงไม่มีใครสนใจเธอเลยสักคนพยาบาลเข็นเตียงย้ายศพออกมา ด้านบนคลุมด้วยผ้าขาวแม่พุ่งเข้าใส่ แล้วสะบัดดึงผ้าขาวออกทันทีฉันนอนสงบนิ่งอยู่บนนั้น ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ ริมฝีปากเขียวคล้ำ ผมเปียกลู่ติดหน้าผาก ยังคงมีหยดน้ำเย็นยะเยือกหยดติ๋งๆแม่ยื่นนิ้วมืออันสั่นระริก เข้าไปจ่อใต้จมูกฉันไม่มีลมหายใจแม้แต่แรงโชยแผ่วเบาเพียงน้อยนิดก็ไม่มีมือแม่สะดุ้งชักกลับมาทันทีราวกับโดนของร้อนลวก"อันอัน?"เธอพยายามเอื้อมมือไปขยับไหล่ฉันศีรษะฉันพับเอียงไปอีกทางตามแรงดัน ไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิต"สวี่เนี่ยนอัน แกอย่ามาเล่นพิเรนทร์กับแม่แบบนี้นะ..."เสียงก้าวเท้าถี่กระชั้นดังมาจากสุดทา

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 4

    ทีมกู้ภัยช่วยกันลากฉันขึ้นเรือ ปั๊มหัวใจอยู่สามรอบ กว่าฉันจะสำลักน้ำออกมาคำโตและกลับมามีชีพจรแผ่วเบาอีกครั้งพอส่งมาถึงโรงพยาบาลประจำเมือง หมอห้องฉุกเฉินเห็นสภาพฉันแล้วหน้าถอดสีทันที"จมน้ำแถมขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ในปอดมีแต่น้ำ! เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ แจ้งห้องผ่าตัดด่วน!"ก่อนจะตะโกนลั่นออกไปข้างนอก "ญาติคนไข้อยู่ไหน! มาเซ็นยินยอมด่วน!"เสียงก้าวเดินดังมาจากปลายทางเดินแม่เดินทอดน่องเข้ามาช้าๆ "ใครใช้ให้พวกคุณช่วยมัน?"ทุกคนช็อกไปตามๆ กัน"ก็ยังไม่ตายนี่นา ฉันว่ามันมารยามากกว่า มารยาเสแสร้งเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว"พยาบาลคนหนึ่งตั้งสติได้เป็นคนแรก เอ่ยเสียงเข้มทันที"คุณพูดอะไรของคุณ! พวกเราไปช้ากว่านี้แค่ครึ่งนาทีแกก็ไม่รอดแล้ว! ตอนนี้รีบเซ็นหนังสือยินยอมผ่าตัดเดี๋ยวนี้! ถ้าประวิงเวลาช้าไปกว่านี้ ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยไม่ทันแล้ว!"แม่ไม่แม้แต่จะสนใจพยาบาลเธอหันไปมองน้องสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมกำแพงใบหน้าของเนี่ยนจู๋ซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวแม่จ้องน้องสาวเขม็ง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเรียบสนิท"รู้หรือยังว่าตัวเองผิด?"หยดน้ำตาร่วงกราวรดพื้น ร่างเนี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status