LOGINตำบลเรามีกฎดั้งเดิมอยู่ข้อหนึ่ง บ้านไหนถ้าคลอดลูกแฝด จะต้องให้อีกคนรับบทเป็น“ไก่” อีกคนรับบทเป็น“ลิง” ถึงจะสั่งสอนได้ถูกต้อง และเติบโตมาอย่างปลอดภัย ฉันเกิดก่อนน้องสาวสี่นาที จึงกลายเป็นไก่ตัวนั้น น้องแอบหนีไปเล่นน้ำในแม่น้ำ แม่ไม่ด่าเธอสักคำ แต่กลับกดหัวฉันจุ่มลงในแม่น้ำครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งน้องตกใจจนร้องไห้โฮ ตะโกนว่า "หนูจะไม่ไปเล่นน้ำอีกแล้ว" แม่ถึงยอมปล่อยมือ ยัยน้องหุงข้าวแล้วลืมกดสวิตช์ พอแม่เลิกงานกลับมาบ้านเห็นว่าข้าวในหม้อยังเป็นข้าวสารดิบ แม่ก็ยกข้าวสารดิบสองชามมาวางตรงหน้าฉัน "กินให้หมด ห้ามเหลือแม้แต่เม็ดเดียว" เคี้ยวข้าวสารดิบจนเลือดเต็มปาก ตลอดเวลานั้นแม่จ้องมองสีหน้ายัยน้องตาไม่กะพริบ รอจนยัยน้องร้องไห้ออกมา ถึงยอมยกชามออกไปอย่างพึงพอใจ ฉันรับบทเป็นไก่ตัวนั้นมาตลอดสิบหกปี จนกระทั่งปีนั้น เกิดเหตุแจ้งเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นระดับสีแดง คนทั้งตำบลพากันอพยพด่วนกลางดึก แต่น้องกลับเที่ยวเล่นกับเพื่อนจนดึกดื่นค่ำคืนถึงยอมกลับบ้าน ร่างกายเปียกปอน ยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว
View Moreวันเคลื่อนศพฉัน ตำบลลั่วเอี้ยนฝนตกหนักมากทีมกู้ภัยนำสิ่งของที่เหลืออยู่ของฉันมาส่งให้ มีเพียงสมุดเล่มเล็กเปียกน้ำจนบวมเป่งเล่มเดียวเท่านั้นนั่นคือสมุดบันทึกประจำวันของฉันพ่อกะเผลกขา ล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงหน้าหลุมศพฉันน้องเองก็รีบเดินทางกลับมาจากต่างถิ่น สภาพดูไม่ได้เลยสักนิดแมนั่งทรุดอยู่บนพื้นโคลนเปียกชื้น ในอ้อมอกกอดสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แน่นพ่อยื่นมืออันสั่นระริก เปิดอ่านหน้าแรกนั่นคือสิ่งที่ฉันเขียนไว้ตอนอายุแปดขวบ[วันนี้น้องทำแจกันแตก แม่โมโหมาก][หนูเลยยอมรับผิดแทนว่าเป็นคนทำแตกเอง แม่เอาไม้เรียวตีหนูไปสามที เนี่ยนจู๋ตกใจจนร้องไห้ บอกว่าวันหลังจะไม่ทำของแตกอีกแล้ว ดีจังเลย น้องจำใส่หัวได้แล้ว หนูไม่เจ็บสักนิด]พอพลิกอ่านต่อมา เป็นตอนอายุสิบขวบ[วันนี้น้องแอบหนีไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ ตอนแม่กดหัวหนูจุ่มลงไปในน้ำ น้ำเย็นเจี๊ยบเลย ในจมูกมีแต่ดินโคลน][แต่พอเห็นน้องยืนร้องไห้โฮอยู่บนฝั่ง น้องต้องไม่กล้าไปเล่นแถวแม่น้ำอีกแน่ๆ ขอแค่น้องปลอดภัย หนูจะสำลักน้ำเพิ่มอีกสองสามคำก็ไม่เป็นไรหรอก]ตอนอายุสิบสองปี[ข้าวสารดิบฝืดคอกลืนยากจัง เคี้ยวจนเมื่อยฟันไปหมด ในปากมีแต่รสเลือด
เดือนแรกที่พ่อย้ายไปทำงานที่โรงอิฐเก่าแถวนอกเมือง ขาก็ถูกอิฐดินเผาที่พังครืนลงมาทับจนหักแม้จะยื้อชีวิตไว้ได้จากโรงพยาบาล แต่เขาก็กลายเป็นคนขาพิการเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาต่อเนื่อง เขาจึงถูกไล่ออกจากห้องพักฟื้น ได้แต่เดินกะเผลกกลับมาอาศัยอยู่ในเพิงหน้าหมู่บ้านทุกค่ำคืน เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของเขามักจะดังลอดออกมาจากเพิงพักหลังนั้นเสมอชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา มักจะได้ยินเสียงเขานั่งรำพึงรำพันตะโกนอยู่ข้างในว่า"อันอัน... พ่อรู้แล้วว่าพ่อผิด... วันนั้นบนรถ พ่อน่าจะดึงลูกขึ้นมาแท้ๆ..."ทว่า กลับไม่มีเสียงใครตอบเขาสักคนส่วนน้องสาวเองก็โดนเวรกรรมตามสนองไม่แพ้กันเพราะตั้งแต่เด็กจนโตเวลาทำผิดอะไรก็มีฉันคอยรับหน้าแทนตลอด เธอจึงไม่เคยรู้จักกาลเทศะ ไม่เคยรู้ว่าการรับผิดชอบคืออะไรพอไประเห็จอยู่ต่างถิ่น เธอไปมีเรื่องตบตีกับคนในผับ จนฟัดคู่กรณีหัวแตกอีกฝ่ายเรียกร้องค่าเสียหายห้าแสน ไม่อย่างนั้นจะส่งเธอเข้าคุกเธอไม่มีเงิน และไม่มีใครคอยแบกรับความผิดแทนเธออีกต่อไปแล้วเธอถูกไล่ออกจากสถานศึกษา มีประวัติอาชญากรรมติดตัว และต้องไปนอนในสถานกักกันนานถึงสามเดือนพ้นโทษออกมา จะหา
น้องลากกระเป๋าเดินทางเดินตรงออกจากบ้านไปทันทีพ่อรีบวิ่งปราดตามออกไปเขาวิ่งไปดักหน้าน้องสาวที่ปากซอย ควักเงินแบงก์ยับย่นพับใหญ่ออกมาจากกระเป๋า แล้วพยายามยัดใส่มือน้องสาวให้ได้"เนี่ยนจู๋! อย่าดื้อเลย กลับบ้านกับพ่อเถอะ!"พ่อขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นระริก"พี่แกก็ไม่อยู่แล้ว พ่อสูญเสียแกไปอีกคนไม่ได้แล้วนะ... แกเจ็บปวด พ่อเองก็ทรมานไม่แพ้กันหรอก!""ตอนนั้นพ่อเองก็อยากช่วยพี่แกเหมือนกัน แต่ฤทธิ์เดชแม่แก..."น้องก้มมองเงินก้อนยับย่นพับนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้น แล้วปัดเงินก้อนนั้นทิ้งอย่างไม่แยแส"เสแสร้งแกล้งทำไปให้ใครดูเหรอ?"น้องจ้องหน้าพ่อ แค่นหัวเราะเยาะออกมาคำหนึ่ง"ตอนที่แม่กดหัวพี่สาวจุ่มลงไปในน้ำ พ่อทำอะไรอยู่?""ตอนที่แม่บังคับให้พี่กินข้าวสารดิบจนเลือดเต็มปาก พ่อทำอะไรอยู่?""แล้ววันที่อยู่บนรถอพยพ ขนาดไอ้ต้าหวงยังมีที่นั่ง แต่พี่กลับต้องยืนตากมรสุมฝนอยู่คนเดียว... พ่อทำอะไรอยู่!"พ่อหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกหนักกว่าเดิม "พ่อ... ตอนนั้นพ่อก็พูดทัดทานแล้วนะ พ่อเคยห้ามแม่แกแล้ว...""หุบปากไปเลย!"น้องชี้หน้าพ่อ สายตาเต็มไปด้วยความขยะแขยงจนแทบทะลักออกมา"พ่อก็ดีแ
บริเวณโถงสถานีตำรวจ แม่กำลังถูกตำรวจสองนายคุมตัวไว้เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต พร้อมแผดเสียงตะโกนลั่น"ฉันไม่ได้ทำร้ายมันนะ! นี่มันเป็นกฎดั้งเดิมของตำบลลั่วเอี้ยนเรา!""เชือดไก่ให้ลิงดูรู้จักไหม! ฉันทำไปเพื่อสั่งสอนลูกคนเล็ก! ฉันไม่ได้อยากให้มันตายสักหน่อย!"นายตำรวจเจ้าของคดีโมโหจนทุบโต๊ะดังปัง"สั่งสอน? มีแม่ที่ไหนทำกับลูกแบบนี้บ้าง!""นั่นพายุระดับสิบแปดเลยนะ! คุณทิ้งแกไว้ในพื้นที่อันตรายคนเดียว พอมาถึงโรงพยาบาลก็ยังกักใบยินยอมไม่ยอมเซ็น! นี่ไม่ใช่การสั่งสอน แต่คุณกำลังส่งลูกตัวเองไปลงนรกด้วยมือตัวเองต่างหาก!"ผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูต่างพากันชี้หน้าด่าทอ เสียงประณามเซ็งแซ่ไปหมดแม่หน้าดำหน้าแดง ยังคงโวยวายไม่เลิก "ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของมัน ฉันจะไปทำร้ายมันได้ยังไง"ในตอนนั้นเอง ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ถือถุงซิปล็อกใส่โทรศัพท์มือถือ ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน"ผู้กองครับ! กู้ข้อมูลในมือถือของผู้เสียหายได้แล้วครับ!""ข้างในมีข้อความโน้ตฉบับหนึ่งที่ยังไม่ได้กดส่งครับ!"ทั่วทั้งโถงพลันเงียบกริบลงในชั่วพริบตาตำรวจมองกระดาษที่พิมพ์ออกมาในมือ เสียงสั่นเครือยามค่อยๆ อ่านออกมาอย่