Share

เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ
เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ
Author: 3A วัสดุก่อสร้าง พี่หวัง

บทที่ 1

Author: 3A วัสดุก่อสร้าง พี่หวัง
แม่ผลักเธอเข้าไปในรถอพยพ หันกลับมามองฉันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"แกอยู่นี่แหละ รอให้พายุไต้ฝุ่นผ่านไปก่อน น้องสาวแกจะได้รู้ว่าวันหลังควรรู้จักกลับบ้านให้มันเร็วหน่อย"

คนทั้งตำบลไปกันหมดแล้ว

กระเบื้องหลังคาถูกลมพัดปลิวหายไปทีละแผ่น

แม่ เชือดไก่ให้ลิงดู เชือดไก่ให้ลิงดูสินะ

แต่ครั้งนี้ ไก่ตัวนี้กำลังจะตายจริงๆ แล้ว

แม่พอใจหรือยัง?

...

"ยัยเนี่ยนจู๋แอบหนีไปเที่ยวไหนอีกแล้ว! คืนนี้มีพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่เชียวนะ!"

แม่เดินวนไปวนมาอยู่ในโถงบ้าน

ท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดครึ้มจนดูน่ากลัว สายลมพัดกะละมังเหล็กในลานบ้านกลิ้งกระจาย เสียงดังเคร้งคร้างกระแทกกับโคนกำแพง

เสียงประกาศของหมู่บ้านตะโกนซ้ำถึงสามรอบแล้วว่า

[แจ้งเตือนภัยระดับสีแดง อพยพคนทั้งตำบล รถกู้ภัยจะไปรวมตัวกันที่ทางเข้าหมู่บ้านในอีกยี่สิบนาที!]

แม่หันขวับมามองฉัน ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ

"แก! รีบออกไปตามหาน้องสาวแกเดี๋ยวนี้!"

ฉันเหลือบมองนอกหน้าต่าง

ฝนไม่ได้แค่ตกลงมาแล้ว แต่มันเทกระหน่ำลงมาเหมือนราดน้ำ

ต้นกล้วยถูกลมกดจนแทบแนบติดพื้น เล้าไก่ข้างกำแพงบ้านถูกพัดจนล้มคว่ำ ไก่สี่ห้าตัวพยายามกระพือบินหนีไปซุกใต้ชายคาบ้าน

"แม่คะ น้องบอกว่าเธอไปเล่นที่บ้านเพื่อน... แถมตอนนี้ข้างนอก..."

"ฉันไม่สนใจว่ามันจะไปบ้านใคร! ตอนนี้แกต้องไปลากตัวมันกลับมาให้ได้! ถ้าหาไม่เจอก็ไม่ต้องกลับมา!"

แม่เอ่ยขัดขึ้นทันที

ฉันมองไปทางพ่อที่นั่งอยู่มุมห้องโดยสัญชาตญาณ

ริมฝีปากของเขาขยับน้อยๆ

"ข้างนอกลมแรงมากจริงๆ นะ คุณ... หรือว่าจะรออีกหน่อย..."

"หุบปากไปเลย!"

แม่เอ่ยโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง "ถ้าเนี่ยนจู๋เป็นอะไรขึ้นมา คุณรับผิดชอบไหวเหรอ!"

เสียงของพ่อเงียบกริบลงทันที

ฉันสวมรองเท้าแตะที่กาวหลุดลอก เปิดประตูออกไป วินาทีนั้น ลมพายุเกือบจะพัดฉันหกล้มหัวคะมำ

ฉันเดินโซเซแตะขอบกำแพงย่องไปข้างหน้า น้ำท่วมขังบนถนนสูงจนล้นท่วมข้อเท้าแล้ว

ฉันกำลังจะวิ่งไปทางท้ายหมู่บ้านฝั่งทิศตะวันตก ไปยังบ้านเพื่อนของน้องสาว

"ฮ่าๆ ลมแรงจัง เย็นสบายดีจังเลย!"

เสียงหัวเราะร่าดังมาจากด้านหลัง

ฉันหันกลับไปมอง น้องสาวกำลังวิ่งออกมาจากปากซอย ผมเผ้าเปียกโชกแนบไปกับใบหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แม่ถันโถมพุ่งตัวมาถึงหน้าประตูบ้าน

เธอกอดน้องสาวไว้แน่น ลูบสำรวจเรือนร่างอย่างละเอียดรอบถ้วน เสียงพูดเต็มไปด้วยความสงสารและหวาดวิตก

"ในที่สุดก็กลับมาเสียที! เปียกฝนไหมลูก? หนาวหรือเปล่า? รีบเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว เดี๋ยวจะเจ็บป่วยเอา"

ฉันยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนอันบ้าคลั่ง ร่างกายเปียกปอนไปทั้งตัว หนาวสั่นสะท้านเพราะแรงลม

เธอไม่แม้แต่จะชายตามามองฉันสักแวบเดียว

ทันใดนั้น รถกู้ภัยก็เดินทางมาถึง

ลำแสงไฟหน้ารถสว่างไสวแหวกสายฝน ลำโพงกระจายเสียงเร่งรัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

[ขอให้ชาวบ้านทุกคนขึ้นรถทันที! อพยพด่วน!]

แม่ใช้ผ้าห่มห่อตัวน้องสาวอย่างมิดชิด แล้วดันเธอเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง

ฉันเดินตามหลังมา ก้าวขาเตรียมจะเหยียบขึ้นบันไดรถในวินาทีก่อนหน้า

"แกจะทำอะไร?"

แม่ยื่นมือมาขวางฉันไว้ทันที

"กฎของบ้านแกก็รู้อยู่แล้ว น้องสาวแกเกเรซุกซน ดึกดื่นค่ำคืนเกือบจะกลับบ้านไม่ได้"

"แกอยู่นี่แหละ ให้มันได้รู้ว่าความกลัวมันรสชาติยังไง"

ฉันชะงักงันไป

น้องสาวลุกลนอยู่ในรถ เธอแนบหน้ากับกระจกหน้าต่างร้องลั่น "แม่ อย่าทำแบบนี้เลย! พี่สาวอยู่นี่ต้องเกิดเรื่องแน่ๆ! พายุไต้ฝุ่นข้างนอกมัน..."

"ตอนนี้รู้จักกลัวขึ้นมาแล้วเหรอ? ตอนออกไปเล่นทำไมไม่รู้จักกลัวล่ะ!"

แม่ตวาดขัดเสียงแข็ง "พี่แกต้องโดนทำโทษก็เพราะแกนั่นแหละ!"

น้องสาวถูกตวาดจนหดตัวกลับไป หยาดน้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงกราว

ชาวบ้านที่อยู่ข้างๆ เริ่มทนดูไม่ได้

"สะใภ้ตระกูลสวี่ นี่มันพายุระดับสิบแปดเลยนะ! ถึงตายได้เลยนะ! บ้านกระเบื้องหลังคาของบ้านเธอมันรับไม่ไหวหรอก!"

แม่ยังคงไม่แยแส

เธอหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปรอบหนึ่ง พอออกมาอีกที ในอ้อมแขนก็อุ้มเจ้าต้าหวงเอาไว้

เธอผลักเจ้าต้าหวงเข้าไปในที่นั่งว่างสุดท้ายอย่างไม่รู้สึกผิด

"เจ้าต้าหวงมันเป็นเดรัจฉาน หลบฝนไม่เป็น ฉันต้องพามันไปด้วย"

จากนั้นเธอก็เงยหน้ากวาดสายตามองฉันแวบหนึ่ง

"สวี่เนี่ยนอันแกเป็นคน! แกหาที่หลบเอาเองได้!"

พ่อนั่งอยู่เบาะหน้า ขยับริมฝีปากคล้ายจะพูดอะไร

แม่ชะม้ายตามองเขาแวบเดียว เขาก็รีบเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างทันที

ประตูรถปิดลง

ผ่านกระจกรถที่พร่ามัวไปด้วยสายฝน ฉันเห็นน้องสาวตบกระจกอย่างเอาเป็นเอาตาย ร้องตะโกนอะไรบางอย่างที่ริมฝีปากอ้ากว้าง

แต่สายลมแรงเกินไป ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย

แม่กดหัวเธอเอาไว้ ไม่ยอมให้เธอหันมามองฉัน

เครื่องยนต์สตาร์ต ไฟท้ายลากเส้นสีแดงสองเส้นท่ามกลางพายุฝน ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนเล็กลงเรื่อยๆ

ในที่สุดก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย

ไฟทุกดวงในตำบลลั่วเอี้ยน ดับลงทีละดวง

เหลือเพียงฉันคนเดียว ยืนอยู่ท่ามกลางลมฝน

และแล้วท่ามกลางความมืดมิด ก็มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า

"ทางนี้ยังมีที่ว่างอยู่!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 9

    วันเคลื่อนศพฉัน ตำบลลั่วเอี้ยนฝนตกหนักมากทีมกู้ภัยนำสิ่งของที่เหลืออยู่ของฉันมาส่งให้ มีเพียงสมุดเล่มเล็กเปียกน้ำจนบวมเป่งเล่มเดียวเท่านั้นนั่นคือสมุดบันทึกประจำวันของฉันพ่อกะเผลกขา ล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงหน้าหลุมศพฉันน้องเองก็รีบเดินทางกลับมาจากต่างถิ่น สภาพดูไม่ได้เลยสักนิดแมนั่งทรุดอยู่บนพื้นโคลนเปียกชื้น ในอ้อมอกกอดสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แน่นพ่อยื่นมืออันสั่นระริก เปิดอ่านหน้าแรกนั่นคือสิ่งที่ฉันเขียนไว้ตอนอายุแปดขวบ[วันนี้น้องทำแจกันแตก แม่โมโหมาก][หนูเลยยอมรับผิดแทนว่าเป็นคนทำแตกเอง แม่เอาไม้เรียวตีหนูไปสามที เนี่ยนจู๋ตกใจจนร้องไห้ บอกว่าวันหลังจะไม่ทำของแตกอีกแล้ว ดีจังเลย น้องจำใส่หัวได้แล้ว หนูไม่เจ็บสักนิด]พอพลิกอ่านต่อมา เป็นตอนอายุสิบขวบ[วันนี้น้องแอบหนีไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ ตอนแม่กดหัวหนูจุ่มลงไปในน้ำ น้ำเย็นเจี๊ยบเลย ในจมูกมีแต่ดินโคลน][แต่พอเห็นน้องยืนร้องไห้โฮอยู่บนฝั่ง น้องต้องไม่กล้าไปเล่นแถวแม่น้ำอีกแน่ๆ ขอแค่น้องปลอดภัย หนูจะสำลักน้ำเพิ่มอีกสองสามคำก็ไม่เป็นไรหรอก]ตอนอายุสิบสองปี[ข้าวสารดิบฝืดคอกลืนยากจัง เคี้ยวจนเมื่อยฟันไปหมด ในปากมีแต่รสเลือด

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 8

    เดือนแรกที่พ่อย้ายไปทำงานที่โรงอิฐเก่าแถวนอกเมือง ขาก็ถูกอิฐดินเผาที่พังครืนลงมาทับจนหักแม้จะยื้อชีวิตไว้ได้จากโรงพยาบาล แต่เขาก็กลายเป็นคนขาพิการเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาต่อเนื่อง เขาจึงถูกไล่ออกจากห้องพักฟื้น ได้แต่เดินกะเผลกกลับมาอาศัยอยู่ในเพิงหน้าหมู่บ้านทุกค่ำคืน เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของเขามักจะดังลอดออกมาจากเพิงพักหลังนั้นเสมอชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา มักจะได้ยินเสียงเขานั่งรำพึงรำพันตะโกนอยู่ข้างในว่า"อันอัน... พ่อรู้แล้วว่าพ่อผิด... วันนั้นบนรถ พ่อน่าจะดึงลูกขึ้นมาแท้ๆ..."ทว่า กลับไม่มีเสียงใครตอบเขาสักคนส่วนน้องสาวเองก็โดนเวรกรรมตามสนองไม่แพ้กันเพราะตั้งแต่เด็กจนโตเวลาทำผิดอะไรก็มีฉันคอยรับหน้าแทนตลอด เธอจึงไม่เคยรู้จักกาลเทศะ ไม่เคยรู้ว่าการรับผิดชอบคืออะไรพอไประเห็จอยู่ต่างถิ่น เธอไปมีเรื่องตบตีกับคนในผับ จนฟัดคู่กรณีหัวแตกอีกฝ่ายเรียกร้องค่าเสียหายห้าแสน ไม่อย่างนั้นจะส่งเธอเข้าคุกเธอไม่มีเงิน และไม่มีใครคอยแบกรับความผิดแทนเธออีกต่อไปแล้วเธอถูกไล่ออกจากสถานศึกษา มีประวัติอาชญากรรมติดตัว และต้องไปนอนในสถานกักกันนานถึงสามเดือนพ้นโทษออกมา จะหา

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 7

    น้องลากกระเป๋าเดินทางเดินตรงออกจากบ้านไปทันทีพ่อรีบวิ่งปราดตามออกไปเขาวิ่งไปดักหน้าน้องสาวที่ปากซอย ควักเงินแบงก์ยับย่นพับใหญ่ออกมาจากกระเป๋า แล้วพยายามยัดใส่มือน้องสาวให้ได้"เนี่ยนจู๋! อย่าดื้อเลย กลับบ้านกับพ่อเถอะ!"พ่อขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นระริก"พี่แกก็ไม่อยู่แล้ว พ่อสูญเสียแกไปอีกคนไม่ได้แล้วนะ... แกเจ็บปวด พ่อเองก็ทรมานไม่แพ้กันหรอก!""ตอนนั้นพ่อเองก็อยากช่วยพี่แกเหมือนกัน แต่ฤทธิ์เดชแม่แก..."น้องก้มมองเงินก้อนยับย่นพับนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้น แล้วปัดเงินก้อนนั้นทิ้งอย่างไม่แยแส"เสแสร้งแกล้งทำไปให้ใครดูเหรอ?"น้องจ้องหน้าพ่อ แค่นหัวเราะเยาะออกมาคำหนึ่ง"ตอนที่แม่กดหัวพี่สาวจุ่มลงไปในน้ำ พ่อทำอะไรอยู่?""ตอนที่แม่บังคับให้พี่กินข้าวสารดิบจนเลือดเต็มปาก พ่อทำอะไรอยู่?""แล้ววันที่อยู่บนรถอพยพ ขนาดไอ้ต้าหวงยังมีที่นั่ง แต่พี่กลับต้องยืนตากมรสุมฝนอยู่คนเดียว... พ่อทำอะไรอยู่!"พ่อหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกหนักกว่าเดิม "พ่อ... ตอนนั้นพ่อก็พูดทัดทานแล้วนะ พ่อเคยห้ามแม่แกแล้ว...""หุบปากไปเลย!"น้องชี้หน้าพ่อ สายตาเต็มไปด้วยความขยะแขยงจนแทบทะลักออกมา"พ่อก็ดีแ

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 6

    บริเวณโถงสถานีตำรวจ แม่กำลังถูกตำรวจสองนายคุมตัวไว้เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต พร้อมแผดเสียงตะโกนลั่น"ฉันไม่ได้ทำร้ายมันนะ! นี่มันเป็นกฎดั้งเดิมของตำบลลั่วเอี้ยนเรา!""เชือดไก่ให้ลิงดูรู้จักไหม! ฉันทำไปเพื่อสั่งสอนลูกคนเล็ก! ฉันไม่ได้อยากให้มันตายสักหน่อย!"นายตำรวจเจ้าของคดีโมโหจนทุบโต๊ะดังปัง"สั่งสอน? มีแม่ที่ไหนทำกับลูกแบบนี้บ้าง!""นั่นพายุระดับสิบแปดเลยนะ! คุณทิ้งแกไว้ในพื้นที่อันตรายคนเดียว พอมาถึงโรงพยาบาลก็ยังกักใบยินยอมไม่ยอมเซ็น! นี่ไม่ใช่การสั่งสอน แต่คุณกำลังส่งลูกตัวเองไปลงนรกด้วยมือตัวเองต่างหาก!"ผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูต่างพากันชี้หน้าด่าทอ เสียงประณามเซ็งแซ่ไปหมดแม่หน้าดำหน้าแดง ยังคงโวยวายไม่เลิก "ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของมัน ฉันจะไปทำร้ายมันได้ยังไง"ในตอนนั้นเอง ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ถือถุงซิปล็อกใส่โทรศัพท์มือถือ ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน"ผู้กองครับ! กู้ข้อมูลในมือถือของผู้เสียหายได้แล้วครับ!""ข้างในมีข้อความโน้ตฉบับหนึ่งที่ยังไม่ได้กดส่งครับ!"ทั่วทั้งโถงพลันเงียบกริบลงในชั่วพริบตาตำรวจมองกระดาษที่พิมพ์ออกมาในมือ เสียงสั่นเครือยามค่อยๆ อ่านออกมาอย่

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 5

    ในมือของแม่ยังคงกำกระดาษสำนึกผิดแผ่นชุ่มน้ำไว้แน่นเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดแค่นหัวเราะออกมา"หมอ ร่วมมือกับยัยเด็กนี่มาหลอกฉันหรือไง? ยัยนี่มันเล่นละครเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว"เธอสาวเท้าทำท่าจะพรวดพราดเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"สวี่เนี่ยนอัน! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! เลิกเสแสร้งแกล้งตายแถวนี้สักที!""ถ้าแกยังไม่ยอมลุกขึ้นมา ชุดกระโปรงใหม่สองตัวนั้นฉันจะไม่ซื้อให้สักตัวเดียว!"ภายในห้องฉุกเฉินเงียบกริบไร้เสียงไม่มีใครสนใจเธอเลยสักคนพยาบาลเข็นเตียงย้ายศพออกมา ด้านบนคลุมด้วยผ้าขาวแม่พุ่งเข้าใส่ แล้วสะบัดดึงผ้าขาวออกทันทีฉันนอนสงบนิ่งอยู่บนนั้น ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ ริมฝีปากเขียวคล้ำ ผมเปียกลู่ติดหน้าผาก ยังคงมีหยดน้ำเย็นยะเยือกหยดติ๋งๆแม่ยื่นนิ้วมืออันสั่นระริก เข้าไปจ่อใต้จมูกฉันไม่มีลมหายใจแม้แต่แรงโชยแผ่วเบาเพียงน้อยนิดก็ไม่มีมือแม่สะดุ้งชักกลับมาทันทีราวกับโดนของร้อนลวก"อันอัน?"เธอพยายามเอื้อมมือไปขยับไหล่ฉันศีรษะฉันพับเอียงไปอีกทางตามแรงดัน ไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิต"สวี่เนี่ยนอัน แกอย่ามาเล่นพิเรนทร์กับแม่แบบนี้นะ..."เสียงก้าวเท้าถี่กระชั้นดังมาจากสุดทา

  • เชือดไก่ให้ลิงดู ครอบครัวคลั่งเสียใจ   บทที่ 4

    ทีมกู้ภัยช่วยกันลากฉันขึ้นเรือ ปั๊มหัวใจอยู่สามรอบ กว่าฉันจะสำลักน้ำออกมาคำโตและกลับมามีชีพจรแผ่วเบาอีกครั้งพอส่งมาถึงโรงพยาบาลประจำเมือง หมอห้องฉุกเฉินเห็นสภาพฉันแล้วหน้าถอดสีทันที"จมน้ำแถมขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ในปอดมีแต่น้ำ! เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ แจ้งห้องผ่าตัดด่วน!"ก่อนจะตะโกนลั่นออกไปข้างนอก "ญาติคนไข้อยู่ไหน! มาเซ็นยินยอมด่วน!"เสียงก้าวเดินดังมาจากปลายทางเดินแม่เดินทอดน่องเข้ามาช้าๆ "ใครใช้ให้พวกคุณช่วยมัน?"ทุกคนช็อกไปตามๆ กัน"ก็ยังไม่ตายนี่นา ฉันว่ามันมารยามากกว่า มารยาเสแสร้งเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว"พยาบาลคนหนึ่งตั้งสติได้เป็นคนแรก เอ่ยเสียงเข้มทันที"คุณพูดอะไรของคุณ! พวกเราไปช้ากว่านี้แค่ครึ่งนาทีแกก็ไม่รอดแล้ว! ตอนนี้รีบเซ็นหนังสือยินยอมผ่าตัดเดี๋ยวนี้! ถ้าประวิงเวลาช้าไปกว่านี้ ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยไม่ทันแล้ว!"แม่ไม่แม้แต่จะสนใจพยาบาลเธอหันไปมองน้องสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมกำแพงใบหน้าของเนี่ยนจู๋ซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวแม่จ้องน้องสาวเขม็ง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเรียบสนิท"รู้หรือยังว่าตัวเองผิด?"หยดน้ำตาร่วงกราวรดพื้น ร่างเนี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status