Partager

พบตัวนางแล้ว

Auteur: zuey
last update Date de publication: 2025-09-21 02:39:07

ชีวิตของสามีที่เคยได้รับแต่ความสบายไหนเลยจะเข้าใจว่าการต้องทำงานรับใช้คนตระกูลเซี่ยนั้นลำบากเพียงใด ยิ่งบุตรสาวคนโตของนางเกิดมาเป็นใบ้ ชะตาชีวิตของหลี่หลันฮวายิ่งตกต่ำไม่ต่างจากทาสในเรือน

“พี่สะใภ้...ข้าขอโทษแทนหลีเอ๋อได้หรือไม่ เด็กพึ่งหายตัวไปอาจยังคงตกใจจึงพลั้งมือทำร้ายท่าน ท่านเป็นผู้อาวุโสของนางยกโทษให้นางสักครั้งเถิด”

หลี่หลันฮวาคุกเข่าลงต่อหน้าสะใภ้ใหญ่จางซุนโหรวด้วยสีหน้าอ้อนวอน ในใจของนางกังวลว่าบุตรสาวจะได้รับโทษที่ทำร้ายคน

“เหอะ! เจ้าคิดว่าครอบครัวบ้านรองของเจ้าเป็นใครถึงได้กล้ามานับญาติกับข้า ในเมื่อนางเด็กสารเลวลูกสาวของเจ้ากล้าทำร้ายข้า ข้าจะต้องจับตัวมันส่งทางการให้จงได้ หลีกไป!!อย่ามาขวางทาง”

จางซุนโหรวคิดเข้าไปจัดการกับเซี่ยชิงหลี ทว่ากลับถูกนางกระชากแขนจนกองลงไปกับพื้น ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจไม่เชื่อสายตา

ในหมู่บ้านสือซานมีใครบ้างไม่รู้ว่าครอบครัวรองตระกูลเซี่ยถูกข่มเหงมานานเพียงใด ทว่าก็ไม่เคยเปิดปากตอบโต้ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

บัดนี้เมื่อได้เห็นเด็กใบ้บ้านรองผู้น่าสงสารเริ่มตอบโต้ หมายความว่าพวกเขาคงอัดอั้นในใจจนระเบิดออกมาแล้ว

“กรี๊ด!! นางใบ้สารเลวแกกล้าทำร้ายป้าสะใภ้อย่างข้าหรือ ชาวบ้านทั้งหลายพวกท่านดูเอาไว้ นางเด็กปีศาจผู้นี้ร้ายกาจเพียงใด”

เซี่ยชิงหลียกมืออุดหูพลางกลอกตา เอะอะก็เอาแต่ร้องกรี๊ด ถ้าต้องอยู่ในดงกระสุนทุกวันเช่นตนเมื่อชีวิตก่อน เสียงของผู้หญิงคนนี้คงจะดังแข่งกับเสียงระเบิดเป็นแน่

แม้จะเป็นเช่นนั้นนางก็มิยังมิได้เปิดปากแย้ง ให้คนที่นี่เข้าใจว่าตนยังคงพูดไม่ได้เช่นเดิมดีกว่า เพราะหลังจากนี้ยังมีเรื่องสนุกที่ทำให้หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ต้องตกตะลึงอีก

เซี่ยชิงหลีดึงมารดาให้ตามตนเองกลับเรือน ไม่แยแสว่าจางซุนโหรวจะก่นด่าไล่หลังอย่างไร

เมื่อกลับถึงเรือนพบว่าพี่ชายของร่างเดิม เซี่ยจื่ออี้ และน้องสาวคนเล็กเซี่ยชิงเป่า กำลังยืนรออยู่หน้าเรือนด้วยท่าทางเป็นกังวล เมื่อมองไปยังพี่น้องที่ได้มาโดยบังเอิญหญิงสาวจึงส่งยิ้มให้ทั้งสองด้วยท่าทางเป็นมิตร

ชีวิตก่อนตนเกิดมาไม่เพียบพร้อม พ่อและแม่เลิกรากันตั้งแต่ตนยังไม่เกิด อายุสี่ขวบแม่แต่งงานใหม่กับนักพนันขี้เมา เพียงหนึ่งปีก็หนีไปกับชายชู้เพราะทนการทุบตีของสามีใหม่ไม่ไหว ทั้งยังใจดำทิ้งตนเอาไว้กับพ่อเลี้ยง

ต่อมาเมื่อพ่อเลี้ยงรู้ว่าแม่หนีไปกับชายชู้จึงนำความโกรธทั้งหมดมาลงที่ตน ทุกวันถูกทุบตีด่าทอแม้แต่อาหารก็ทานไม่อิ่มท้อง กระทั่งอายุได้สิบสอง พ่อเลี้ยงที่เมามายกลับมาพยายามขืนใจ ในตอนนั้นรู้สึกหวาดกลัวจับใจจึงใช้ขวดเหล้าทุบที่หัวพ่อเลี้ยงจนเลือดอาบ

เสียงสบถด่าทอของพ่อเลี้ยงขี้เมาดังลั่นอพาร์ทเม้นท์ ปากยังข่มขู่เรื่องที่จะแจ้งตำรวจจับตน ตอนนั้นยังเล็กจึงกลัวว่าจะกลายเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนจึงรีบหนีไป

กว่าหนึ่งปีที่หลบหนีจากพ่อเลี้ยง ด้วยความหวาดระแวงไม่กล้าแม้แต่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น กระทั่งวันหนึ่งโชคชะตาได้นำพาให้นางได้พบกับอาจารย์ เพราะความหิวโหยตนเดินไปหมดสติที่หน้าศาลเจ้า

ชายแก่ที่เป็นผู้ดูแลจึงพามารักษาและที่นั่นก็คือโรงฝึกกายกรรมและกังฟู ต่อมาตนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิก แม้จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นทว่าในใจลึกๆ กลับรู้สึกมีบางอย่างขาดหายไป

เพราะฝีมือการต่อสู้ที่โดดเด่น เมื่ออายุได้สิบแปดจึงถูกทาบทามให้เข้าทำงานในองค์กรลับ

ชะตาชีวิตของคนนี้ช่างแปลกประหลาด ใครจะไปคิดว่าคนที่ตายไปแล้วกลับได้เกิดใหม่ในร่างของคนอื่น ตนมิใช่คนดิบดีอะไรนักต่อให้เป็นหมอก็เป็นหมอเถื่อนที่รู้เพียงการรักษาอาการบาดเจ็บ

หากมิใช่เคยเรียนแพทย์แผนจีนจากอาจารย์ คนที่ตายในมือคงมีมากกว่านิ้วนับ และถึงแม้จะเคยช่วยชีวิตคนอื่นไปไม่น้อยก็ตามทีแต่สุดท้ายนั่นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองเป็นสาเหตุทำให้คนเหล่านั้นเสียชีวิต

เซี่ยชิงหลีถอนหายใจเบาๆ พลางเดินเข้าหาสองพี่น้อง สายตาเหลือบมองไม้เท้าและขาของพี่ชายอย่างชั่งใจ หากรวมเอาวิชาแพทย์แผนจีนที่อาจารย์เคยสอนกับฝีมือของหมอสมัยใหม่ คิดว่าตนเองจะสามารถรักษาขาของเขาได้หรือไม่ อย่างไรก็คงต้องลองดูสักครั้ง

แต่ก่อนอื่นต้องจัดการเรื่องตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อน

“น้องรองเจ้าหายไปไหนมาทั้งคืน ได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่”

เซี่ยจื่ออี้จับร่างกายของน้องสาวคนโตหมุนไปมาเพื่อหาร่องรอยของบาดแผล เมื่อเห็นว่านางยังคงสบายดีจึงได้วางความหนักอึ้งลง

“ข้าไม่เป็นไรพี่ใหญ่ เรื่องนี้เอาไว้ไปคุยข้างใน ตอนนี้ข้าต้องการอาบน้ำชำระกาย”

หญิงสาวใช้ภาษามือคุยกับผู้เป็นพี่ชาย

ทั้งตัวของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน ต้องบอกว่าร่างเดิมนอนจมอยู่ในกองโคลนจนเสียชีวิตมากกว่า ทว่าในตอนนั้นเสียงแหลมของจางซุนโหรวก็ดังขึ้นทางด้านหลัง

“หยุดนะ!! หยุดเดี๋ยวนี้!! เจ้ายังไปไหนไม่ได้”

สะใภ้ใหญ่วิ่งเข้ามาขวางครอบครัวบ้านรองเอาไว้ สายตาของนางมองไปยังเซี่ยชิงหลีอย่างอาฆาตแค้น ทว่าภายในใจพยายามคาดเดาว่านางกำลังคิดอะไรอยู่

ทั้งชีวิตของเด็กสาวตรงหน้าอยู่ในบ้านเซี่ยมีแต่ถูกข่มเหง บัดนี้กลับกล้ามองตรงมายังตนโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว หลังจากหายตัวไปนิสัยของนางดูเหมือนว่าจะแตกต่างไปเล็กน้อย

เซี่ยชิงหลีมองสะใภ้ใหญ่ด้วยสายตาเย็นชา นางย่างสามขุมเข้าหาด้วยท่าทีคุกคาม จางซุนโหรวแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา สายตาราวกับต้องการสังหารคนของเด็กสาวทำให้นางต้องรีบหดคอ

หึ! ร่างบางส่งเสียงดูแคลนออกมาเบาๆ อย่างไรหลังจากนี้ตนจะต้องคืนความยุติธรรมให้ร่างเดิมอยู่แล้ว เอาไว้รวบยอดคนบ้านเซี่ยทีเดียวเลยแล้วกัน

“พวกเจ้าทำเสียงดังอะไรอยู่หน้าเรือน สะใภ้รองสายป่านนี้เหตุใดยังไม่ทำอาหาร”

เป็นแม่สามีของหลี่หลันฮวาหรือท่านย่าของร่างเดิม แม่เฒ่าหวังกุ้ยเฟินผู้โด่งดังเรื่องข่มเหงสะใภ้ ก่อนหน้านี้หญิงชราที่พึ่งตื่นนอนเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของสะใภ้ใหญ่จึงได้เดินออกมาดูที่หน้าเรือน

เมื่อเห็นผู้กุมอำนาจของบ้านเซี่ยปรากฏตัว หลี่หลันฮวาแสดงท่าทีเกรงกลัวอย่างเห็นได้ชัด นางดึงบุตรสาวทั้งสองมาไว้ด้านหลังพลางเอ่ยเสียงเบา

“ท่านแม่...ข้า..ข้าพึ่งพาชาวบ้านออกตามหาหลีเอ๋อกลับมาเจ้าค่ะ”

ชาวบ้านนับสิบเต็มใจช่วยนางออกตามหาบุตรสาว ทว่าคนตระกูลเซี่ยกลับไม่มีใครใส่ใจต่อการหายตัวไปของนางแม้สักนิด ยิ่งสามีของนางป่านนี้คงยังนอนหลับสบายในห้องส่วนตัวของบ้านใหญ่ ไม่สนใจว่าบุตรสาวของตนจะมีอันตรายหรือไม่

“คนก็กลับมาแล้ว เช่นนั้นก็รีบไปทำหน้าที่ของเจ้าเสียสิ ยืนรอให้ข้าส่งเทียบเชิญให้เจ้าเข้าเรือนหรืออย่างไร”

แม่เฒ่าหวังเอ่ยด้วยสีหน้ารำคาญ ก่อนเดินกลับเข้าเรือนพร้อมกับสะใภ้ใหญ่

“ท่านแม่!”

เซี่ยจื่ออี้ร้องเรียกมารดาด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อเห็นนางมีท่าทีอิดโรย

ท่านแม่ออกตามหาน้องสาวทั้งคืนยังไม่ได้พักผ่อน ต้องโทษตนเองที่ไร้ค่า เป็นบุตรชายคนโตแม้แต่แม่และน้องทั้งสองก็ไม่สามารถปกป้องได้

“แม่ไม่เป็นไร ยังต้องไปขอบคุณชาวบ้านที่ช่วยตามหาหลีเอ๋อ....”

หลี่หลันฮวาร่างกายเดิมก็อ่อนแออยู่แล้ว ทุกวันทำงานหนักกินไม่อิ่มทำให้ถึงขีดจำกัด นางยังไม่ทันก้าวเข้าเรือนก็หมดสติไปเสียก่อน

“ท่านแม่!”

เซี่ยชิงหลีที่อยู่ไม่ไกลอุ้มร่างผอมบางของมารดากลับเข้าเรือน จากความทรงจำร่างเดิมพวกเขาไม่ได้อาศัยที่เรือนใหญ่ นางจึงพามารดาไปยังพื้นที่ด้านหลังสุดอันห่างไกล

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต   จบตอนพิเศษ

    “ผ่านไปนานขนาดนี้ เจ้ายังทำให้ข้าชอบหน้าไม่ได้”องค์ชายใหญ่หัวเราะเบาๆ“ผ่านไปนานขนาดนี้ เจ้าก็ยังปากไม่ดีเช่นเดิม” แม้คำพูดจะฟังดูคล้ายสงครามน้ำลายกำลังจะก่อตัวขึ้น แต่แววตาของทั้งคู่กลับแสดงออกว่ามิได้ถือสาต่ออีกฝ่ายเซี่ยชิงหลีมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้า นางรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องสองคนนี้ ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนนัก แต่ก็ยังไม่อาจทำให้พวกเขาหยุดตีกันได้ไม่นานนัก หลี่หลันฮวาและเซี่ยฉางเยี่ยนลงจากรถม้าและเดินเข้ามาพร้อมเซี่ยชิงเป่าที่กำลังจะแต่งงานในปีหน้า และบุตรชายวัยห้าขวบอย่างเซี่ยชิงหลงที่วิ่งเล่นไปรอบๆ อย่างสนุกสนานถัดมาคือรถม้าจากตำหนักองค์ชายใหญ่ที่มี ชินอ๋องและพระชายากำลังอุ้มบุตรสาวของโอวหยางชิงเฟิงเดินเข้ามาพร้อมถานจิ่งอี้ ที่อยู่ด้านหลังส่วนโอวหยางโม่เหิง บุตรชายตัวน้อยของเซี่ยชิงหลี บัดนี้กำลังดึงชายเสื้อของบิดาอย่างออดอ้อน“ดูสิ เด็กๆ โตขึ้นทุกปี อีกไม่นานคงวิ่งทั่วเรือนจนไม่มีใครตามทันแล้วกระมัง” เมื่อนางเอ่ยจบ ทุกคนพลันหัวเราะออกมาพร้อมกันในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยอย่างออกรส รถม้าของตำหนักองค์หญิงพลันแล่นเข้ามา หลี่เยว่หยาง องค์หญิงตงหยาง และบุตรชาย

  • เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต    ครอบครัวใหญ่อันแสนสุข

    เขาเคยละเลยบุตรชาย เคยปล่อยให้ความลำเอียงและความหลงใหลบดบังสายตา จนมองไม่เห็นความทุกข์ของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ซึ่งเติบโตขึ้นท่ามกลางความเย็นชาของตน“พ่อผิดเอง...หนานเฟิง” ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยสีหน้าสำนึกผิด พร้อมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ข้าไม่คู่ควรเป็นบิดาของเจ้า”เขาก้มศีรษะลงต่ำ ราวกับยอมรับโทษทัณฑ์จากสวรรค์ที่ตนหลีกเลี่ยงมานาน ความเสียใจและความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขาก็รู้ดีว่า...ทุกความเสียใจไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีกเมื่อข่าวเรื่องที่มู่หรงฮ่าวหลุนถูกตัดสินโทษ แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง เซี่ยจื่ออี้ได้รอมู่หรงหนานเฟิงกลับมาเพื่อที่จะพูดคุยกับเขาภายในห้องหนังสือ แสงแดดยามเย็นส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ไผ่เข้ามาเป็นลำ มู่หรงหนานเฟิงนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ สีหน้าของชายหนุ่มแลดูสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในฤดูหนาว เมื่อเซี่ยจื่ออี้เอ่ยเล่าเรื่องราวการไต่สวนจบลง พร้อมทั้งสีหน้าของเสนาบดีมู่หรงในตอนนั้น“ข้า...เข้าใจแล้ว” น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้น แววตาของชายหนุ่มยังคงดูปกติดั่งเดิม ไม่มีท่าทีพอใจหรือดีใจ ที่คนที่เคยรังแกตนเองในวัยเด็กมีจุดจบที่น่าสังเวชเช่นนั้นเซี่ยจื่ออี้มองอยู่ครู่

  • เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต   ตกหลุมรัก

    ชายหนุ่มดึงลู่เหยาเหยาให้หลบไปด้านหลัง ดวงตาเย็นชามองคนเหล่านั้นนิ่ง ร่างกายชายหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับนักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีทั้งหมดคือผลจากการที่เซี่ยชิงหลีเคยบังคับให้เขาออกกำลังกาย และฝึกท่าต่อสู้ทุกเช้า วันนี้ทุกอย่างล้วนไม่สูญเปล่าเสียงหมัดกระทบเนื้อดัง “ปัง!” “ผลัวะ!” นักเลงคนแล้วคนเล่าล้มลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว บางคนหมดสติทันทีโดยไม่ทันได้ร้องขอชีวิตมู่หรงฮ่าวหลุนที่ยืนรออยู่ไม่ไกลถึงกับหน้าซีด เขาไม่คิดว่าหลี่หมิงเจ๋อจะต่อสู้ได้เก่งถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มพยายามหลบหนีแต่ไม่ทันแล้ว เพราะหลี่หมิงเจ๋อทะยานเข้าไปคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้แน่น“เจ้าคิดว่าความอับอายของตนเอง จะสามารถลบล้างได้ด้วยการทำร้ายข้างั้นหรือ” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นแผ่วเบาข้างใบหู“วันนี้ข้าจะให้เจ้ารู้ ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ในแผ่นดินนี้”หลี่หมิงเจ๋อลากตัวมู่หรงฮ่าวหลุนที่ดิ้นรนสุดแรงไปยังศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเซี่ยจื่ออี้เมื่อถึงหน้าศาล เจ้าหน้าที่ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง หลี่หมิงเจ๋อในชุดเรียบง่ายทว่าเปื้อนฝุ่นและยับย่นเล็กน้อย ลากชายหนุ่มผู้แต่งกายหรูหรามีรอยช้ำเต็ม

  • เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต   ความรู้สึกของหลี่หมิงเจ๋อ

    “มีใครอยู่หรือไม่เจ้าคะ” เสียงหวานใสดังขึ้นจากหน้าประตูไม้ของเรือนตระกูลหลี่ หลี่หมิงเจ๋อที่กำลังจัดเอกสารอยู่ภายในห้องทำงานเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูด้วยความสงสัยเมื่อบานประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะหญิงสาวในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนแรง ใบหน้างดงามอ่อนหวานราวภาพวาด ดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใส จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนแสงนั้นช่างแสบตานัก“ท่านคือคุณชายหลี่ หลี่หมิงเจ๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพหลี่หมิงเจ๋อขยับกายเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า“ชะ...ใช่ ข้าเอง ไม่ทราบว่าคุณหนูมีธุระอันใดกับข้าหรือ”หญิงสาวยิ้มบาง พลางยอบกายให้ชายหนุ่ม“บิดาของข้าคือลู่หมิงเช่อ พ่อค้าจากเมืองหนานหยางเจ้าค่ะ ส่วนข้าคือลู่เหยาเหยา ท่านพ่อส่งข้ามาพบเพื่อเจรจาเรื่องการค้าผ้าไหมและชา ข้าได้ยินว่าท่านเป็นผู้ดูแลกิจการของตระกูลหลี่ในส่วนนี้ จึงมาขอเข้าพบ”หลี่หมิงเจ๋อพยักหน้าช้าๆ“เช่นนั้นเชิญคุณหนูลู่เข้ามาข้างในก่อนเถิด”เมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกเหมยที่ปลูกไว้ข้างกำแพงลอยมาตามลม หญิงสาวหันมองรอบกายด้วยความสนใจ“เรือนของท่

  • เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต   ความสุขที่ได้รับการเติมเต็ม

    บรรยากาศภายในรถม้า บัดนี้มีแต่ความกดดันและความอึดอัด เซี่ยชิงหลีมองคนทั้งสองที่เอาแต่นั่งเงียบสลับไปมา ก่อนร่างบางจะเปรยเบาๆ ราวกับพูดคนเดียว“เฮ่อ! รถม้าคันนี้ช่างเล็กจริงๆ ข้าและลูกน้อยอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว”หญิงสาวยิ้มบาง พร้อมกับมองหน้าชายหนุ่ม โอวหยางชิงเฟิงเหมือนจะรู้ถึงแผนการของหญิงสาว ร่างสูงพลันรวบร่างบางของถานจิ่งอี้เข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะพานางก้าวลงจากรถม้าไปทันที“ปล่อยข้านะ! พี่ชิงหลี! ช่วยข้าด้วย!” ถานจิ่งอี้ร้องเสียงสั่น แต่เฉียวฟงกลับกอดนางเอาไว้แน่น“ขอโทษทีนะจิ่งอี้ เขาเป็นถึงองค์ชายใหญ่ ข้าสตรีตัวเล็กๆ จะช่วยเจ้าได้อย่างไร” หญิงสาวโบกมือลาคนทั้งสอง พร้อมกับออกคำสั่งให้รถม้าออกวิ่งอีกครั้งด้วยสีหน้าเบิกบาน“ช่างเป็นคู่รักที่ดื้อรั้นทั้งคู่จริงๆ” นางเอ่ยพลางยกมือแตะหน้าท้องตนเองเบาๆเมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือ ถานจิ่งอี้จึงจำต้องช่วยตนเอง“ข้าบอกให้ปล่อยไม่ได้ยินหรือ!” นำเสียงของหญิงสาวที่ตวาดชายหนุ่ม เต็มไปด้วยความสั่นเครือ“จิ่งอี้! เป็นข้าที่ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรพูดเช่นนั้นกับเจ้า ข้ารู้แล้วว่าคำพูดของข้าทำร้ายความรู้สึกของเจ้าเพียงใด” ถานจิ่งอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ด

  • เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต   เกือบต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

    “ข้าจะไปเรือนหลัง!” น้ำเสียงเย็นเยียบของชายหนุ่มดังขึ้น จนข้ารับใช้ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าตอบรับไม่นานนัก องค์ชายใหญ่และองครักษ์ผู้ติดตามก็ได้ก้าวเข้าไปภายในเรือนที่ถูกสร้างเอาไว้สำหรับเหล่าสตรี ซึ่งไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ อาศัยอยู่“ไปลากพวกนางออกมาให้หมด!!”บัดนั้น...แสงตะเกียงพลันถูกจุดขึ้นทั่วลานหน้า สตรีทั้งสี่พร้อมข้ารับใช้ทั้งหมด ถูกลากออกมาคุกเข่าต่อหน้าชายหนุ่ม“ข้าจะถามเพียงครั้งเดียว ใครเป็นคนเริ่มหาเรื่องพระชายาของข้า” น้ำเสียงเย็นเยียบถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นของชายหนุ่มทุกคนต่างนิ่งเงียบเพราะเกรงกลัวพระราชอาญา ถ้าหากเอ่ยปากบอกความจริง“ดี! ข้าเองก็ไม่ต้องการเก็บคนที่สร้างความวุ่นวายในตำหนักของข้าเอาไว้เช่นกัน” ร่างสูงชี้ไปยังคนทั้งหมดก่อนตวาดเสียงก้อง“พรุ่งนี้เรียกพ่อค้าทาสมา แล้วขายพวกมันออกไปให้หมด!”สิ้นเสียงของโอวหยางชิงเฟิง เสียงร้องไห้และร้องขอความเมตตาพลันดังระงมไปทั่วลานเรือน“ไม่ได้นะเพคะ! พระองค์จะทำเช่นนั้นกับเราไม่ได้” หลิวหยิ่ง สตรีคนแรกที่โอวหยางชิงเฟิงรับเข้ามาอยู่ข้างกาย เอ่ยคัดค้านขึ้น“ทำไมข้าจะทำเช่นนั้นมิได้เล่า”“นั่นก็เพราะกฎหมายของแคว้นฉินว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status