Beranda / รักโบราณ / เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80 / บทที่ 2 ทะลุมิติมายุค 70

Share

บทที่ 2 ทะลุมิติมายุค 70

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-11 14:12:08

ร่างบางบนเตียงขยับตัวไปมาก่อนจะลืมตาขึ้น หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ นี่มันไม่ใช่ห้องของเธอนี่ ที่นี่คือที่ไหนกัน

โจวลี่อินทำงานเป็นพยาบาล ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด จนตนเองมีอาการป่วยจึงได้หยุดงานรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ก่อนหน้านี้เธอจำได้ว่ากินยาแล้วก็นอนพักผ่อน ทำไมจู่ๆ ถึงได้โผล่มาที่นี่ได้

หญิงสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียงรู้สึกปวดที่ศีรษะจนต้องยกมือขึ้นไปคล้ำดูถึงได้สัมผัสกับรอยนูนเหมือนโดนอะไรมากระแทก ขณะที่หญิงสาวจะลุกขึ้นก็ต้องทิ้งตัวลงนั่งเหมือนเดิมเมื่อรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แล้วความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองของโจวลี่อิน

หญิงสาวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าตนเองจะทะลุมิติมาโผล่ที่ยุค 70 มาเข้าร่างหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ แถมยังมีแม่สามีใจร้าย

ที่ผู้หญิงคนนี้ได้แต่งงานกับหลี่เหว่ยก็เพราะว่าวางแผนจับชายหนุ่มทำสามีเพราะเห็นว่าเป็นทหาร หญิงสาวจึงอยากเป็นคุณนายทหารมีเงินใช้สบายไม่ต้องไปทำงาน แต่ที่ไหนได้ก็ต้องกลับมาเจอแม่สามีร้ายกาจไม่เคยให้เงินที่สามีส่งมาให้เธอสักหยวนเดียว

"ว้าย...ผะ...ผีหลอก" เยว่ซื่อเข้ามาในห้องเห็นโจวลี่อินนั่งอยู่บนเตียงก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจไม่คิดว่าหญิงสาวที่ตายไปแล้วจะลุกขึ้นมานั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่านังตัวขี้เกียจนี่หมดลมหายใจไปแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมจู่ๆ ถึงลุกขึ้นมานั่งได้

"ผีที่ไหนกัน นี่ฉันเองค่ะแม่" โจวลี่อินเอ่ยบอกพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหาเยว่ซื่อก่อนจะยื่นมือไปจับแขนเรียว ทำเอาเยว่ซื่อถึงกับสะดุ้งดึงแขนออกจากการเกาะกุมของโจวลี่อิน

"ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เธอตายไปแล้วหรือไง" เยว่ซื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น ตอนแรกเธอกลัวมากที่ทำอีกฝ่ายหมดลมหายใจ กลัวว่าจะต้องติดคุก แต่พอเห็นอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่ปวดหัวเท่านั้นเอง" โจวลี่อินเอ่ยบอกพร้อมกับยกมือขึ้นไปคลำที่ศีรษะแสดงให้เห็นว่าตนเองนั้นมีอาการปวดหัว

"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แล้วอย่าลืมออกไปทำงานบ้านล่ะ" เมื่อตั้งสติได้เยว่ซื่อก็เอ่ยบอกเสียงแข็งก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

ถ้าหากว่าเธอไม่ทะลุมิติมาเข้าร่างนี้ เยว่ซื่อก็ต้องโดนจับข้อหาฆ่าคนตาย เป็นเวรกรรมอะไรของเธอนะที่ต้องเข้ามาอยู่ในร่างนี้ สามีที่เธอได้มาอย่างไม่เป็นธรรมก็ไม่คิดจะสนใจเธอเลยสักนิดเดียว

แต่ในเมื่อมาอยู่ในร่างนี้แล้วเธอก็จะต้องใช้ชีวิตต่อไป ดูแลลูกสาวที่น่าสงสารให้กินอิ่มนอนหลับ แล้วเก็บเงินให้ได้เยอะๆ จะได้แยกครอบครัวออกไปอยู่ที่อื่น จะได้ไม่ต้องโดนแม่สามีกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป

โจวลี่อินเปิดประตูเดินออกไปนอกห้องกวาดสายตามองจนทั่วก็เห็นเจ้าก้อนแป้งนั่งหลบอยู่ข้างโต๊ะด้วยท่าทางน่าสงสารเป็นอย่างมาก

"อิงอิง  ลูกเจ็บตรงไหนบ้าง" โจวลี่อินเดินเข้าไปใกล้หลี่อิงอิงพร้อมกับเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรแต่คนตัวเล็กกับขยับร่างหนีด้วยความกลัว 

แม่จะเข้ามาตีเธออีกแล้วใช่ไหม ทำไมแม่ถึงได้ใจร้ายขนาดนี้ หลี่อิงอิงคิดในใจก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน

โจวลี่อินทำได้แต่เดินตามลูกสาวเข้าไปในห้อง เห็นร่างเล็กคุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หลี่อิงอิงโดนทำร้ายมาหลายครั้งทำให้เกิดอาการกลัวก็ไม่แปลก

ชีวิตของหลี่อิงอิงช่างน่าสงสารเป็นอย่างมากแม่ก็ไม่รักย่าก็ไม่เอ็นดู เอาแต่ลำเอียงรักหลานสองคนที่เกิดจากหนิงเหมย

"อิงอิง แม่ขอโทษนะที่ทำลูกเจ็บ ต่อไปนี้แม่จะไม่ตีลูกอีกแล้ว" โจวลี่อินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลี่อิงอิงที่ได้ฟังก็เกิดอาการใจอ่อนดึงผ้าห่มที่ปิดหน้าลงก่อนจะเหลือบตาไปดูแม่ของตนเอง

แม่พูดจริงใช่ไหมว่าต่อไปนี้จะไม่ตีอิงอิงอีกแล้ว เธอกลัวมากตอนแม่โมโหแล้วตีเธอ แล้วจะเชื่อใจแม่ได้ไหม หลี่อิงอิงคิดในใจอย่างสับสน

"เดี๋ยวแม่จะทายาให้ แล้วทำอาหารให้กินนะเด็กดี" โจวลี่อินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อหยิบยามาทาให้กับลูกสาว

โจวลี่อินยื่นมือไปจับร่างเล็กทำเอาหลี่อิงอิงสะดุ้งด้วยความกลัว แต่พอเห็นว่าแม่ไม่ได้โมโหหรือมีท่าทีจะตีเธอ เด็กน้อยก็ยอมให้แม่ทายาให้ตามรอยแดงที่โดนตี

"ลูกอยากกินอะไร" โจวลี่อิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อทายาบนตัวของร่างเล็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"อิงอิงอยากกินข้าวผัดค่ะ" เด็กหญิงเอ่ยบอกแม่ด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ก่อนหน้านี้เธอโดนตีเพราะบอกแม่ว่าหิวข้าว หวังว่าแม่จะไม่ตีเธอหรอกนะ

"ได้ แม่จะไปทำให้ อิงอิงเป็นเด็กดีรอแม่อยู่ในห้องนะคะ" โจวลี่อินได้ยินที่ลูกสาวเอ่ยบอกก็ลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้อง ร่างบางเดินไปที่ครัวพอจะเปิดตู้กับข้าวก็เห็นว่ามันโดนคล้องกุญแจเอาไว้

ต้องเป็นฝีมือของแม่สามีแน่ๆ เลยที่ล็อกตู้กับข้าวเอาไว้ ทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน เงินที่ซื้อของกินก็เป็นเงินของสามีเธอส่งมาเหมือนกัน แล้วทำไมเธอถึงจะไม่มีสิทธิ์กินของที่อยู่ในตู้ล่ะ เยว่ซื่อช่างหน้าไม่อายจริงๆ คงจะหวงเอาไว้ให้สะใภ้ใหญ่กับลูกชายคนโตแล้วก็หลานคนโปรดสินะ คิดเหรอว่าคนอย่างโจวลี่อินจะยอม

ฝากกดเข้าชั้นและคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 30 ครอบครัวที่สมบูรณ์ (จบบริบูรณ์)

    เวลาผ่านไปโจวลี่อินได้ทำการเช่าร้านหน้าโรงเรียนเพื่อเปิดขายบะหมี่ แรกๆ ยังไม่ค่อยมีลูกค้าสักเท่าไร แต่หญิงสาวก็ไม่ท้อจนปัจจุบันมีลูกค้ามากมายจนหญิงสาวทำไม่ทันจึงต้องจ้างคนงานมาช่วย ร้านบะหมี่ของโจวลี่อินเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารหญิงสาวก็เอาออกมาจากมิติ ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำหญิงสาวจึงตัดสินใจให้สามีเป็นคนทำเรื่องซื้อบ้านก่อนจะย้ายออกจากบ้านเช่า หลี่อิงอิงดีใจมากที่ได้อยู่บ้านหลังใหญ่แล้วมีห้องนอนส่วนตัวตอนนี้ขาของหลี่เหว่ยหายดีแล้ว ชายหนุ่มช่วยงานหญิงสาวในร้าน ถึงแม้ทางกองทัพจะอยากให้ชายหนุ่มกลับไปทำงานให้ แต่หลี่เหว่ยก็ปฏิเสธเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดกับภรรยาและลูกสาวมากกว่าเมื่อปิดร้านบะหมี่เรียบร้อยแล้วโจวลี่อินกับหลี่เหว่ยก็ไปรับลูกสาวที่โรงเรียน ตอนนี้หลี่อิงอิงโตขึ้นมากแล้ว เมื่อเห็นพ่อกับแม่มารอรับก็รีบวิ่งมาหาทันที ทั้งสามเดินไปรอรถประจำทาง ระหว่างรอหลี่อิงอิงก็เล่าเรื่องในโรงเรียนไม่หยุดจนกระทั่งรถมาจอดตรงหน้าหลี่อิงอิงถึงได้หยุดพูด ทั้งสามคนขึ้นไปหาที่นั่ง ก่อนที่โจวลี่อินจะเอ่ยบอกกับลูกสาวว่าวันนี้จะพาไปกินข้าวข้างนอกบ้าน หลี่อิงอิงได้ยินก็ดีใจเป็นอ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 29 ความสุข

    หลี่เหว่ยขึ้นไปบนเตียงแล้วจับเขาเรียวแยกออกจากกันเผยให้เห็นดอกไม้งามที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน มือหนาจับแก่นกายขนาดใหญ่ไปจ่อกลางร่องก่อนจะลากขึ้นลงทำเอาโจวลี่อินส่งเสียงครางออกมา ปลายหยักชุ่มไปด้วยน้ำหวานชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะดันแก่นกายเข้าไปในโพรงสวาท ด้วยความคับแน่นทำเอาโจวลี่อินรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกหลี่เหว่ยครางอยู่ในลำคอด้วยความทรมานเมื่อแก่นกายโดนตอดรัดอย่างหนัก ชายหนุ่มจึงตัดสินใจยกสะโพกขึ้นก่อนจะกระแทกกลับลงไปอย่างแรงทำให้แก่นกายจมหายเข้าไปในกายสาวจนมิดลำนิ้วร้อนสัมผัสกับเกสรดอกไม้ที่กำลังบวมเป่ง หลี่เหว่ยออกแรงเขี่ยไปมาเบาๆ ก่อนจะขยี้ ทำเอาโจวลี่อินดิ้นพล่านไปมาด้วยความเสียวซ่าน สะโพกสอบขยับขึ้นลงจากช้าเป็นเร็วขึ้นแก่นกายผลุบเข้าออกกลางกายสาวจนกลีบสวาทยับยู่ยี่ไปตามแรงกระแทกชายหนุ่มก้มใบหน้าลงไปแลบลิ้นออกมาไล้เลียที่ปลายถันก่อนจะอ้าปากดูดดึงเข้าไปในอุ้งปากส่วนสะโพกสอบก็ขยับขึ้นลงทำเอาหญิงสาวเสียวสะท้านไปทั้งตัวโจวลี่อินแอ่นสะโพกขึ้นสู้แรงกระแทกของชายหนุ่มด้วยความรัญจวน มันช่างดีเหลือเกิน แขนเรียวยื่นไปกอดรัดร่างหนาเอาไว้แน่น ยิ่งชายหนุ่มสร้างความเสียวให้มากเท่าไรเล็บคมก

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 28 ได้ใกล้ชิดกันอย่างแท้จริง

    ผ่านไปหลายเดือน เช้าวันนี้โจวลี่อินตื่นขึ้นมาแต่เช้าปลุกลูกสาวให้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน วันนี้เป็นเปิดเรียนวันแรก หลี่อิงอิงที่ตื่นเต้นจะได้ไปโรงเรียนก็รีบลุกขึ้นอาบน้ำ โจวลี่อินช่วยลูกสาวแต่งตังเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปทำอาหารเช้าหลังจากทำอาหารเสร็จก็ยกไปวางบนโต๊ะก่อนจะเรียกสามีกับลูกสาวมากินข้าว สองพ่อลูกพากันเดินมานั่งที่เก้าอี้ โจวลี่อินจึงตักข้าวใส่ถ้วยให้กับทั้งสองคนก่อนจะตักให้ตัวเองหลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เก็บถ้วยบนโต๊ะไปล้างก่อนจะเปลี่ยนชุดเตรียมพาลูกสาวไปส่งโรงเรียนทั้งสามคนเดินออกจากบ้านไปรอรถประจำทาง ไม่นานรถก็มาจอดตรงหน้า ทั้งสามคนจึงเดินขึ้นรถก่อนจะหาที่นั่ง รถแล่นเข้าสู่ท้องถนน หลี่อิงอิงที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษพูดกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วไม่นานก็มาถึงโรงเรียนที่ก่อนหน้านี้หลี่เหว่ยกับโจวลี่อินพาลูกสาวมาสมัครเรียน ลงจากรถเรียบร้อยแล้วโจวลี่อินก็จูงมือลูกสาวไปหน้าโรงเรียนที่มีครูผู้หญิงมายืนต้อนรับเด็กนักเรียนหลี่อิงอิงทำความเคารพคุณครูก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนด้วยความตื่นเต้น โจวอินจึงฝากฝังให้ครูช่วยดูแลลูกสาว คุณครูก็รับปากว่าจะดูและหลี่อิงอ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 27 ความแตกแยกของบ้านหลี่

    หลังจากส่งของถึงมือของเพื่อนหลี่เหว่ย ฝ่ายนั้นก็พอใจกับสินค้ามาก จึงทำการส่งเงินมาจ่ายค่าของ ครั้งนี้โจวลี่อินได้เงินมาเยอะพอสมควรจึงชวนสามีกับลูกสาวไปกินข้าวข้างนอกบ้าน ทั้งสามคนกำลังเตรียมตัวก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากหน้าบ้านพร้อมกับเสียงเคาะประตูตอนแรกโจวลี่อินจะไปดู แต่หลี่เหว่ยอาสาจะไปดูแทน พอเปิดประตูออกไปก็เห็นเยว่ซื่อยืนร้องไห้ดวงตาแดงก่ำอยู่หน้าบ้าน"อาเหว่ย ต้องช่วยพี่ชายของลูกนะ" เยว่ซื่อเอ่ยบอกหลี่เหว่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น"คุณจะมาที่นี่อีกทำไม ผมบอกแล้วว่าห้ามมาข้องเกี่ยวกันอีก" หลี่เหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เตรียมจะปิดประตูห้องแต่เยว่ซื่อก็รีบเอามือดันประตูไว้ไม่ยอมให้ชายหนุ่มปิด"อย่าใจร้ายกับแม่กับพี่ชายของลูกมากนักเลย ตอนนี้อาหยวนกำลังลำบาก โดนนังตัวดีอย่างหนิงเหมยแจ้งทางการว่าอาหยวนมีชู้ แถมนังนั่นยังจ้างนักสืบหาหลักฐานมาด้วย ทางการเลยให้อาหยวนหย่ากับนังนั่นพร้อมจ่ายค่าเลี้ยงดู แต่ตอนนี้อาหยวนไม่มีเงินเลย ลูกต้องมีเงินเก็บอยู่แล้วใช่ไหม เอามาให้อาหยวนจ่ายค่าเสียหายก่อนได้ไหม" เยว่ซื่อพูดเสียยืดยาว สรุปก็คืออยากจะได้เงินของหลี่เหว่ยเพื่อไปให้หลี่หยวน โจวลี่อินที

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 26 ครอบครัวตัวดี

    หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วโจวลี่อินก็ออกไปข้างนอก หญิงสาวไปในที่ลับตาคนก่อนจะหยิบของออกมาจากมิติมากมายตามรายการที่เพื่อนของหลี่เหว่ยสั่งเอาไว้ พอเอาออกมาเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ว่าจ้างคนให้แบกของไปส่งที่สถานีรถไฟ รออีกฝ่ายได้รับของหลังจากนั้นก็จะส่งเงินมาจ่ายค่าของโจวลี่อินทำธุระเสร็จแล้วก็ขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ไม่นานรถก็มาถึง หญิงสาวเดินลงจากรถก็ต้องชะงักเมื่อเจอเข้ากลับหนิงเหมย โจวลี่อินทำเป็นมองไม่เห็น กำลังจะเดินผ่านหนิงเหมยไป แต่อีกฝ่ายก็ร้องเรียกพร้อมกับเข้าไปจับแขนเรียวเอาไว้"เธอมาที่นี่ทำไม" โจวลี่อินเอ่ยถามเสียงแข็งก่อนจะสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของหนิงเหมย"คือว่าฉันอยากจะมาขอยืมเงินน่ะ" หนิงเหมยเอ่ยบอกถึงความต้องการของตนเองออกไปทันที ความจริงแล้วเธอก็ไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่เพราะไม่มีทางออกจริงๆ ก็เลยต้องบากหน้ามาขอยืมเงินจากโจวลี่อิน"ฉันไม่มีเงินมากถึงขนาดให้ใครยืมหรอก กลับไปซะเถอะ" โจวลี่อินบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องอะไรเธอจะต้องให้คนที่เกลียดเธอยืมเงินด้วย"แต่ว่าฉันจำเป็นจริงๆ นะ ถ้าหากว่าไม่ได้เงินกลับไปฉันต้องตายแน่ๆ" ก่อนหน้านี้เธอโดนไล่ออกจากงานเพราะทำงานผ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 25 การหอมกันครั้งแรกของสามีภรรยา

    หลี่เหว่ยเห็นภรรยาต้องไปขายของที่ตลาดมืดทุกวันก็รู้สึกสงสาร วันนี้ชายหนุ่มจึงออกจากบ้านเพื่อไปใช้โทรศัพท์ที่ศูนย์บริการ ชายหนุ่มโทรหาเพื่อนสนิทที่กองทัพ ตอนแรกว่าจะขอความช่วยเหลือแต่พอได้ยินว่ากองทัพกำลังขาดแคลนอาหาร ชายหนุ่มจึงคิดว่าเป็นโอกาสดีที่เขาจะหาเงินได้จากเรื่องนี้ หลี่เหว่ยจึงลองเสนอความคิดของตนเองให้เพื่อนฟังว่าเขานั้นจะหาทางส่งเสบียงอาหารไปให้แต่ของที่หายากอาจจะมีราคาแพงนิดหน่อย เพื่อนชายหนุ่มได้ฟังก็ดีใจมากบอกเพียงว่าถ้ามีอาหารส่งมาให้เขาก็พร้อมที่จะจ่ายหลี่เหว่ยจึงบอกกับเพื่อนว่าจะโทรไปแจ้งความคืบหน้าอีกทีเมื่อหาเสบียงอาหารได้ หลังวางสายจากเพื่อนชายหนุ่มก็เดินไปรอรถประจำทาง ระหว่างยืนรอรถอยู่นั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหา"ใช่พี่เหว่ยไหมคะ" หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจว่าจะใช่คนที่ตนเองรู้จักหรือไม่ เพราะเธอก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายมานานแล้วหลี่เหว่ยมองคนตรงหน้าก่อนจะพยายามนึกว่าเคยรู้จักหญิงสาวมาก่อนไหม แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ชายหนุ่มจึงตอบรับว่าตนเองนั้นคือหลี่เหว่ยก่อนจะเอ่ยถามกลับว่าหญิงสาวเป็นใคร"ฉันถิงถิงไงคะ เคยเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของพี่เหว่ย" หญิงสาวเอ่ยแนะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status