เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80

เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80

last updateDernière mise à jour : 2025-03-20
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
6
1 Note. 1 commentaire
30Chapitres
2.3KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เรื่อง ทะลุมิติมาเป็นคุณนายทหาร ยุค 70 เมื่อพยาบาลสาวโสดทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณแม่ลูกหนึ่ง พวงด้วยสามีที่เกลียดเธอเข้าไส้ คล้ายสวรรค์จะยังไม่พอใจ เธอยังต้องมาสู้รบกับแม่สามีใจทราม แล้วจากนี้เธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไง เรื่อง เมื่อนางร้ายทะลุมิติมาเป็นหญิงชนบท เธอเป็นถึงนางร้ายเบอร์หนึ่ง ในชีวิตไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะทะลุมิติมาอยู่ในยุคที่อดยากถึงขนาดนี้ สามีก็ไม่รัก แถมเธอยังมีลูกสาวต้องเลี้ยงดูอีก ทั้งยังมีแม่สามีที่ร้ายกาจ แต่คนอย่างเธอหรือจะยอม เรื่อง ข้ามเวลามาเป็นหญิงชั่วช้าที่สามีจะหย่า หลี่เซียงเฟย ที่เป็นถึงบุตรภรรยาเอกของท่านกั๋วกง โดนลอบทำร้าย ทำให้นางข้ามเวลามายุค 80 แถมยังมีลูกหนึ่ง สามีก็เอือมระอา แม่สามีก็ไม่ปลื้ม แต่นางหรือจะสน เงินเท่านั้นค่ะที่นางต้องการ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ลูกสะใภ้ปะทะแม่ผัว

ภายในอพาร์ทเม้นท์มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่ ข้างๆ มีเด็กน้อยวัยสามขวบครึ่งกำลังเขย่าแขนเรียวของแม่เพื่อปลุกให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา

"แม่คะ อิงอิงหิว" หลี่อิงอิงเป็นลูกสาวของโจวลี่อินกับหลี่เหว่ยซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มไปเป็นทหารอยู่ที่ค่าย นานๆ ถึงจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านที

"นี่แกจะเรียกฉันทำไมนักหนาหะ! หิวก็ไปหาอะไรกินเองสิ ฉันจะนอน อย่ามากวน" โจวลี่อินตื่นขึ้นมาก่อนจะตะคอกเสียงใส่หลี่อิงอิงลูกสาวของตนเอง ก่อนจะนอนต่ออย่างไม่สนใจอะไร

หลี่อิงอิงได้ยินแม่เสียงดังใส่ก็เบะปากก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาทำเอาโจวลี่อินเกิดความรำคาญลุกขึ้นมาแล้วฟาดฝ่ามือที่ไปที่ร่างเล็กอย่างแรง

"แกจะร้องทำไม ฉันจะตีแกให้ตายเลย" โจวลี่อินตะคอกเสียงใส่ลูกสาวพร้อมกับฟาดมือใส่ร่างเล็กไม่ยั้งด้วยความโมโห

"แม่คะ อิงอิงเจ็บ ฮือๆ" หลี่อิงอิงร้องบอกแม่เมื่อรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว ไม่คิดว่าแม่จะใจร้ายถึงขนาดลงไม้ลงมือกับตนเองได้

"ฉันก็ตีให้แกเจ็บไง จะได้จำว่าอย่ามากวนใจฉันอีก" โจวลี่อินเอ่ยบอกเมื่อตีลูกสาวจนพอใจแล้วก็ลากร่างเล็กเดินตรงไปที่ประตูห้องก่อนจะเปิดประตูแล้วผลักเด็กน้อยออกไปแล้วปิดประตูก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เตียง

ทำไมชีวิตของเธอจะต้องเป็นอย่างนี้ด้วย ได้แต่งงานกับทหารอย่างหลี่เหว่ยแทนที่จะได้เป็นคุณนายใช้ชีวิตสบายกลับต้องมาลำบากตั้งท้องคลอดตัวไร้ประโยชน์อย่างหลี่อิงอิงออกมา เธอไม่ชอบเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่นี่กลับต้องมาเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ช่างน่ารำคาญจริงๆ

แม่สามีอย่างเยว่ซื่อก็เป็นผู้หญิงร้ายกาจ สามีของเธอส่งเงินมาเท่าไรแม่สามีก็ไม่ยอมแบ่งมาให้เธอเลยสักหยวน แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอโมโหได้อย่างไง

เยว่ซื่อนั้นเอาแต่ลำเอียงรักหลานสองคนที่เกิดจากหนิงเหมยสะใภ้ใหญ่กับหลี่หยวนลูกชายคนโตที่ทำงานเป็นครู

ถ้าหากจะต้องมาเจอแม่สามีอย่างเยว่ซื่อให้ตายเธอก็จะไม่ยอมแต่งงานเข้ามาในสกุลนี้เด็ดขาด ยิ่งคิดโจวลี่อินก็ยิ่งโมโห

เธอทำงานในโรงงานเย็บรองเท้าซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดคิดว่าจะนอนสบาย ที่ไหนได้ดันเจอตัวไร้ประโยชน์อย่างหลี่อิงอิงมากวนใจเสียได้

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงก่อนจะห่มผ้าแล้วหลับตาลงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ด้านนอกห้องหลี่อิงอิงที่ถูกผลักออกมาจนล้มก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เยว่ซื่อที่ได้ยินเสียงร้องก็เปิดประตูห้องนอนออกมาดู พอเห็นว่าเป็นหลี่อิงอิงก็ตวาดเสียงดังออกมาทันทีด้วยความโมโห

"มีใครตายหรือไง ถึงได้ร้องไห้เสียงดังไปทั่วบ้านอย่างนี้ แม่เธอไม่เคยสอนมารยาทมาเลยหรือไง"

"คุณย่าอิงอิงเจ็บ" เด็กหญิงเอ่ยบอกเยว่ซื่อทั้งน้ำ

"อย่ามาสำออย หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะหยิกให้เนื้อเขียวเลย" เยว่ซื่อพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด รู้สึกรำคาญเสียงร้องเป็นอย่างมาก

"อิงอิงจะไม่ร้องแล้วค่ะ" เด็กหญิงที่กลัวโดนทำโทษจึงหยุดร้องแล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"นังเด็กเวร แล้วแม่ของแกยังไม่ตื่นหรือไง ทำไมถึงไม่ลุกมาทำงานบ้าน นอนจนตะวันสายโด่งขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าลูกชายฉันเอาผู้หญิงอย่างนี้มาเป็นภรรยาได้อย่างไรกัน" เยว่ซื่อเอ่ยออกมาด้วยความหงุดหงิดเมื่อไม่เห็นโจวลี่อินออกมาจากห้องเสียที เยว่ซื่อจึงเดินไปหยุดหน้าห้องของโจวลี่อิน ก่อนจะเคาะประตูเสียงดังลั่น

ปังๆๆ

"โจวลี่อิน ตื่นได้แล้ว ออกมาทำงานบ้านเดี๋ยวนี้นะ" เยว่ซื่อตะโกนบอกเสียงดังด้วยความโมโห โจวลี่อินเป็นตัวขี้เกียจจริงๆ วันหยุดแทนที่จะออกมาช่วยงานบ้าน เอาแต่นอนอยู่ในห้อง อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน

ร่างบางบนเตียงได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากนอกห้องก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เป็นนังแก่เยว่ซื่ออีกแล้วที่มาเคาะประตูห้องของเธอ จะมีวันไหนบ้างที่ชีวิตของเธอจะสงบสุข

"คนจะหลับจะนอน มาเสียงดังอะไรอยู่หน้าห้องของฉันกัน" โจวลี่อินเปิดประตูพร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงดังด้วยความโมโหแล้วจ้องมองเยว่ซื่อด้วยความไม่พอใจ

"จะนอนอะไรกันนักกันหนา ออกมาทำงานบ้านได้แล้ว" เยว่ซื่อเอ่ยบอกเสียงดัง

"ทำไมฉันต้องทำ วันนี้มันวันหยุดของฉันนะ" โจวลี่อินเถียงเยว่ซื่อเสียงดัง หนึ่งอาทิตย์จะมีวันหยุดแค่สองวัน ทำไมเธอจะต้องไปทำงานบ้านให้เหนื่อยด้วย

"ก็เป็นวันหยุดไง ฉันถึงได้บอกให้เธอออกมาทำงานบ้าน จะมาให้ฉันทำงานงกๆ คนเดียวไม่ได้หรอกนะ"

"ทำไมแม่จะทำไม่ได้ ในเมื่อแม่ก็ไม่ได้ทำงานนอกบ้าน มีเวลาเยอะแยะก็เอาไปทำงานบ้านสิ จะมาให้คนทำงานนอกบ้านมาทำงานบ้านได้อย่างไง" จะเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว แม่สามีเป็นแม่บ้านก็สมควรแล้วที่ต้องทำงานบ้าน 

"นี่แกกล้าเถียงฉันหรอ ฉันบอกให้แกทำแกก็ต้องทำ" เยว่ซื่อเอ่ยว่าลูกสะใภ้คนเล็กด้วยความโมโห

"ฉันไม่ทำ ถ้าอยากมีคนช่วยงานบ้านนักก็ไปตามสะใภ้ใหญ่ของแม่มาทำสิ" เรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปทำงานบ้านอยู่คนเดียวในเมื่อบ้านนี้ก็มีสะใภ้อีกคนหนึ่ง

"หนิงเหมยกำลังนอนพักผ่อนอยู่ จะไปรบกวนสะใภ้ใหญ่ไปทำไมกัน"

"ฉันก็กำลังนอนพักผ่อนอยู่ แม่ยังมาเคาะประตูเรียกฉันให้ไปทำงานบ้านได้เลย ทำไมสะใภ้ใหญ่ถึงจะลุกขึ้นมาทำบ้างไม่ได้" เธอละเกลียดเยว่ซื่อเหลือเกิน ช่างเป็นแม่สามีที่ลำเอียงซะจริงๆ

"แกอย่ามาต่อล้อต่อเถียงกับฉันนะ ฉันสั่งให้แกไปทำแกก็ต้องไปทำ" เยว่ซื่อขึ้นเสียงใส่โจวลี่อินด้วยความโมโห ถ้าหากทำได้เธอล่ะอยากจะไล่นังตัวขี้เกียจนี่ออกจากบ้านซะจริงๆ

"นังแก่ ฟังนะว่าฉันไม่ทำ แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก" โจวลี่อินเอ่ยบอกจบก็เตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้อง

"นี่แก่กล้าดีอย่างไงมาเรียกแม่สามีอย่างนี้ วันนี้ถ้าฉันไม่ได้จัดการแกอย่ามาเรียกฉันว่าเยว่ซื่อเลย" หญิงวัยกลางคนเอ่ยบอกด้วยความโมโหก่อนจะปรี่เข้าไปตบหน้าของโจวลี่อินอย่างแรงจนเกิดเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังลั่น

เพี๊ยะ!!

"โอ๊ย! นังแก่ แกกล้าตบฉันหรือไง ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่" โจวลี่อินโมโหสุดขีด เดินเข้าไปจะตบเยว่ซื่อ ทั้งสองฉุดรั้งกันไปมาก่อนที่เยว่ซื่อจะผลักโจวลี่อินออกไปอย่างแรงเพราะไม่อยากโดนอีกฝ่ายตบ

โผล๊ะ! 

แต่ใครจะคาดคิดว่าเยว่ซื่อจะใช้แรงทั้งหมดผลักโจวลี่อินจนล้มหัวไปชนกับขอบประตูก่อนจะหมดสติแน่นิ่งไป เยว่ซื่อเห็นดังนั้นก็ใจไม่ดีรีบเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นมือไปอังที่จมูกของโจวลี่อิน

เยว่ซื่อผละถอยหลังด้วยความกลัวเมื่อโจวลี่อินไม่หายใจแล้ว เธอยังไม่อยากติดคุกด้วยข้อหาฆ่าคนตายหรอกนะ จะทำอย่างไรดี เยว่ซื่อคิดออกมาด้วยความกลัว

ฝากกดติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-10-28 12:57:22
0
0
30
บทที่ 1 ลูกสะใภ้ปะทะแม่ผัว
ภายในอพาร์ทเม้นท์มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่ ข้างๆ มีเด็กน้อยวัยสามขวบครึ่งกำลังเขย่าแขนเรียวของแม่เพื่อปลุกให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา"แม่คะ อิงอิงหิว" หลี่อิงอิงเป็นลูกสาวของโจวลี่อินกับหลี่เหว่ยซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มไปเป็นทหารอยู่ที่ค่าย นานๆ ถึงจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านที"นี่แกจะเรียกฉันทำไมนักหนาหะ! หิวก็ไปหาอะไรกินเองสิ ฉันจะนอน อย่ามากวน" โจวลี่อินตื่นขึ้นมาก่อนจะตะคอกเสียงใส่หลี่อิงอิงลูกสาวของตนเอง ก่อนจะนอนต่ออย่างไม่สนใจอะไรหลี่อิงอิงได้ยินแม่เสียงดังใส่ก็เบะปากก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาทำเอาโจวลี่อินเกิดความรำคาญลุกขึ้นมาแล้วฟาดฝ่ามือที่ไปที่ร่างเล็กอย่างแรง"แกจะร้องทำไม ฉันจะตีแกให้ตายเลย" โจวลี่อินตะคอกเสียงใส่ลูกสาวพร้อมกับฟาดมือใส่ร่างเล็กไม่ยั้งด้วยความโมโห"แม่คะ อิงอิงเจ็บ ฮือๆ" หลี่อิงอิงร้องบอกแม่เมื่อรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว ไม่คิดว่าแม่จะใจร้ายถึงขนาดลงไม้ลงมือกับตนเองได้"ฉันก็ตีให้แกเจ็บไง จะได้จำว่าอย่ามากวนใจฉันอีก" โจวลี่อินเอ่ยบอกเมื่อตีลูกสาวจนพอใจแล้วก็ลากร่างเล็กเดินตรงไปที่ประตูห้องก่อนจะเปิดประตูแล้วผลักเด็กน้อยออกไปแล้วปิดประตูก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เตียงทำไมชีวิ
Read More
บทที่ 2 ทะลุมิติมายุค 70
ร่างบางบนเตียงขยับตัวไปมาก่อนจะลืมตาขึ้น หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ นี่มันไม่ใช่ห้องของเธอนี่ ที่นี่คือที่ไหนกันโจวลี่อินทำงานเป็นพยาบาล ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด จนตนเองมีอาการป่วยจึงได้หยุดงานรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ก่อนหน้านี้เธอจำได้ว่ากินยาแล้วก็นอนพักผ่อน ทำไมจู่ๆ ถึงได้โผล่มาที่นี่ได้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียงรู้สึกปวดที่ศีรษะจนต้องยกมือขึ้นไปคล้ำดูถึงได้สัมผัสกับรอยนูนเหมือนโดนอะไรมากระแทก ขณะที่หญิงสาวจะลุกขึ้นก็ต้องทิ้งตัวลงนั่งเหมือนเดิมเมื่อรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แล้วความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองของโจวลี่อินหญิงสาวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าตนเองจะทะลุมิติมาโผล่ที่ยุค 70 มาเข้าร่างหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ แถมยังมีแม่สามีใจร้ายที่ผู้หญิงคนนี้ได้แต่งงานกับหลี่เหว่ยก็เพราะว่าวางแผนจับชายหนุ่มทำสามีเพราะเห็นว่าเป็นทหาร หญิงสาวจึงอยากเป็นคุณนายทหารมีเงินใช้สบายไม่ต้องไปทำงาน แต่ที่ไหนได้ก็ต้องกลับมาเจอแม่สามีร้ายกาจไม่เคยให้เงินที่สามีส่งมาให้เธอสักหยวนเดียว"ว้าย...ผะ...ผีหลอก" เยว่ซื่อเข้ามาในห้องเห็นโจวลี่อินนั่ง
Read More
บทที่ 3 มาพร้อมมิติ
โจวลี่อินยืนนิ่งคิดอยู่นานเพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรให้ลูกสาวกิน ตอนนี้เธอก็ไม่มีเงินที่จะไปซื้ออาหารเพราะก่อนหน้านี้เธอนำเงินเดือนที่ได้จากทำงานไปซื้อเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวจนไม่เหลือเงินติดตัวสักหยวนเดียวถ้าหากว่าเธอทะลุมาแล้วมีมิติเหมือนนิยายที่เคยอ่านก็ดีน่ะสิ ทว่าเพียงแค่คิดถึงมิติเท่านั้นภาพเบื้องหน้าของหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจากห้องครัวที่ทรุดโทรมได้กลายเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ไร้ผู้คน ในห้างสรรพสินค้าเต็มไปด้วยอาหารสดอาหารแห้งและยารักษาโรค ทำให้โจวลี่อินดีใจเป็นอย่างมาก หญิงสาวจึงรีบหยิบข้าวกับเนื้อและของที่จะใช้สำหรับทำข้าวผัดออกมาเมื่อกวาดตามองไปรอบห้องก็ยังไม่มีคนออกมาจากห้องหญิงสาวจึงไม่เป็นกังวลว่าจะมีใครมาเห็น จึงรีบหุงข้าวจุดไฟทำข้าวผัดให้กับลูกสาวข้าวผัดส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งห้องหญิงสาวตักใส่จานก่อนจะนำไปให้ลูกสาวในห้องหลี่อิงอิงที่นอนอยู่พอได้กลิ่นหอมของข้าวผัดก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับกลืนน้ำลายด้วยความหิว แม่ทำข้าวผัดมาให้เธอจริงๆ ด้วย ตอนแรกเธอก็พูดไปอย่างนั้นว่าอยากกินข้าวผัดเพราะไม่คิดว่าแม่จะทำให้เธอกิน เพราะทุกครั้งแม่ก็ไม่สนใจว่าเธอจะได้กินข้าวหรือไม่"อิงอิงแม
Read More
บทที่ 4 ใครเสแสร้งเก่งกว่ากัน
ภายในห้องน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก ร่างบางของโจวลี่อินกำลังถูสบู่ขัดเหงื่อไคลออกจากร่างกายแต่แล้วก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำเอาหญิงสาวหยุดชะงักมือขัดตัว ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความหงุดหงิดที่โดนรบกวนระหว่างอาบน้ำ เพราะตอนอาบน้ำเป็นช่วงเวลาที่เธอผ่อนคลายเป็นที่สุดปังๆๆ"ใครกัน""เมื่อไรจะเสร็จสักที ฉันก็อยากอาบน้ำเหมือนกันนะ" หนิงเหมยที่เพิ่งตื่นเดินออกมาจากห้องนอน จะไปเข้าห้องน้ำพอเห็นว่าประตูปิดอยู่ก็ยกมือขึ้นเคาะประตูอย่างแรงราวกับไม่กลัวว่ามันจะพัง ยิ่งได้ยินเสียงว่าคนข้างในคือโจวลี่อินก็พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ หนิงเหมยเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านจึงรู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือกว่าโจวลี่อินที่เป็นสะใภ้เล็ก อีกอย่างโจวลี่อินก็ได้แต่งเข้ามาในสกุลเพราะใช้วิธีต่ำช้าจับน้องสามีของเธอ จึงทำให้หนิงเหมยยิ่งดูแคลนหญิงสาวเป็นอย่างมาก"ตอนนี้ฉันยังอาบน้ำไม่เสร็จ มาทีหลังก็ต้องรอสิ ไม่ใช่มาเคาะเร่งอย่างคนไม่มีมารยาทอย่างนี้" โจวลี่อินเอ่ยต่อว่าออกมาเสียงดังก่อนจะอาบน้ำต่อไม่สนใจหนิงเหมยอีกต่อไปผ่านไปซักพักโจวลี่อินอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เปิดประตูออกมา เห็นหนิงเหมยยืนอยู่หน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าบึ้งตึง หญิงสาวไ
Read More
บทที่ 5 ความลำเอียงของแม่สามี
หลังจากที่ทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่นานหลี่กุ้ยสามีของเยว่ซื่อก็กลับมาก่อน ชายวัยกลางคนรูปร่างไม่สูงมากนัก ผิดกับลูกชายทั้งสองคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ หลี่กุ้ยเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ทุกคนกำลังนั่งกันอยู่ เยว่ซื่อรีบลุกขึ้นไปหาสามีด้วยรอยยิ้ม"ทำงานเหนื่อยไหมคะสามี" โจวลี่อินเห็นแล้วอยากจะหัวเราะลั่น ช่างทำตัวเป็นผู้หญิงมารยาซะจริงๆ เลือกปฏิบัติกับคนอย่างเห็นได้ชัด กับคนที่ไม่ชอบเยว่ซื่อเอาแต่ขึ้นเสียงใส่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับนางมารร้าย แต่กลับสามีของตนเองนั้นแม่สามีของเธอก็แสดงท่าทางราวกับผู้หญิงนิสัยแสนดี ช่างเหมือนกับสะใภ้ใหญ่เสียจริงๆ เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งสองคนถึงเข้ากันได้ดี"วันนี้ก็เหนื่อยนิดหน่อย แล้วนี่อาหยวนกับหลานยังๆ ไม่กลับมากันหรือ" หลี่กุ้ยเอ่ยบอกก่อนจะถามหาลูกชายคนโตกับหลานทั้งสองคน"น่าจะใกล้กลับมาแล้ว สามีไปอาบน้ำเตรียมตัวมากินข้าวเถอะ" เยว่ซื่อเอ่ยขึ้น หลี่กุ้ยนั่นก็เหมือนกับเยว่ซื่อที่รักหลานลำเอียง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทั้งสองคนถึงได้ไม่ชอบหลี่อิงอิง อาจจะเป็นเพราะไม่ชอบแม่ของเด็กก็เลยพาลให้เกลียดหลานคนเล็กไปด้วย บางวันหลี่กุ้ยจะมีขนมติดไม้ติดมือมาฝา
Read More
บทที่ 6 แม่สามีที่ร้ายกาจ
เมื่อถึงเวลาของอาหารเย็นทุกคนจึงนั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะกินข้าว วันนี้บนโต๊ะอาหารมีหมั่นโถวกับน้ำแกงกระดูกหมู กลิ่นของน้ำแกงหอมไปทั้งห้อง ทำเอาหลายคนพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิว ทุกคนลงมือทานอาหารโดยการหยิบหมั่นโถวมาคนละลูกก่อนจะกัดกินกับน้ำแกง"กินเยอะๆ นะอาหลินอาชิง ย่าตั้งใจซื้อกระดูกหมูมาให้หลานๆ เลยนะ" เยว่ซื่อเอ่ยบอกพร้อมกับตักกระดูกหมูใส่ถ้วยให้หลี่หลินกับหลี่ชิง หลี่อิงอิงได้แต่มองตามด้วยดวงตาละห้อย ทำไมคุณย่าถึงไม่ตักกระดูกหมูให้เธอบ้าง เธอก็อยากให้คุณย่าเอาใจเหมือนกันนะ"หลินหลินชอบกินกระดูกหมู คุณย่าใจดีที่สุดเลยค่ะ" หลี่หลินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะหยิบกระดูกหมูขึ้นมากิน คุณย่าใจดีกับเธอและพี่ชายของเธอมาก ก็อย่างที่แม่เคยบอกว่าถ้าอยากให้คุณย่ารักมากๆ ต้องรู้จักทำตัวน่ารักพูดชื่นชมคุณย่าให้มาก แล้วพวกเธอกับพี่จะได้แต่ของดีๆ ไม่เหมือนกับอิงอิงที่ไม่มีใครรัก แม่บอกว่าอิงอิงมีแม่เป็นผู้หญิงไม่ดี แถมพ่อก็ไม่รัก ทางที่ดีอย่าไปเล่นกับอิงอิงจะดีกว่า"อิงอิง เดี๋ยวแม่ตักกระดูกหมูให้นะ" โจวลี่อินเอ่ยบอกกับลูกสาวพร้อมกับยื่นมือจะไปตักกระดูกหมูในถ้วยแต่แล้วก็โดนหนิงเหมยตัดหน้าโดยการตั
Read More
บทที่ 7 ความวุ่นวายของบ้าน
โจวลี่อินพาลูกสาวเข้ามาในห้อง ก่อนจะเข้านอนก็เอ่ยบอกให้หลี่อิงอิงไปล้างหน้าแปรงฟัน เด็กน้อยก็ว่าง่ายเตรียมแปรงสีฟันแล้วเดินออกไปเข้าห้องน้ำทันทีหลังจากหลี่อิงอิงแปรงฟันเสร็จก็เดินเข้ามาในห้อง โจวลี่อินจึงออกไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะกลับเข้าห้องมาเห็นลูกสาวกำลังนอนอยู่บนเตียง ก่อนจะแอบมองมาที่เธอบ่อยๆ ทำเอาโจวลี่อินรู้สึกแปลกใจ"อิงอิงป็นอะไรไปหรือ""อิงอิงอยากให้แม่เล่านิทานให้ฟังค่ะ" ก่อนหน้านี้หลี่อิงอิงเคยขอให้แม่เล่านิทานให้ฟัง โจวลี่อินก็ตะคอกเสียงใส่ไม่ยอมเล่าให้ฟังแถมยังหยิกเธอเสียจนเนื้อเขียว หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยขอให้แม่เล่าให้ฟังอีกเลยเพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายอีก แต่ว่าตอนนี้แม่ของเธอใจดีแล้ว ขอให้เล่านิทานให้ฟังคงจะไม่เป็นไร"เอาไว้แม่ซื้อหนังสือนิทานมาแล้วจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ" โจวลี่อินเล่านิทานเป็นเสียที่ไหนกันละ เอาไว้วันหน้าเธอจะไปซื้อหนังสือนิทานมาให้ลูกสาวก็แล้วกัน"ได้ค่ะ" หลี่อิงอิงรับคำอย่างว่าง่าย ถึงแม้เด็กน้อยจะอายุเพียงแค่สามขวบครึ่งแต่ก็เป็นเด็กที่รู้ความเป็นอย่างมาก ช่างเป็นเด็กที่น่ารักเสียจริงๆ ทำไมคนบ้านนี้ถึงจิตใจมืดบอด รังแกได้แม้กระทั่งหลานของตนเองได้ลงคอ ถึ
Read More
บทที่ 8 เตรียมตัวไปทำงาน
ช่วงเช้าของวันใหม่แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องทำให้เกิดความสว่างขึ้นมาเล็กน้อย โจวลี่อินลุกขึ้นก่อนจะเตรียมผ้าไปอาบน้ำ ร่างบางยื่นมือไปเปิดประตูแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำ โจวลี่อินต้องรีบตื่นก่อนใครเพราะกลัวว่าตื่นสายแล้วจะต้องมาแย่งเข้าห้องน้ำกับคนอื่นหญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เปิดประตูออกมา ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ทางห้องครัว คงจะเป็นเยว่ซื่อที่ตื่นลุกขึ้นมาทำอาหารโจวลี่อินเดินเข้าไปในครัวเพราะอยากจะทำอาหารให้กับลูกสาว พอเข้าไปก็เห็นแม่สามีกำลังต้มโจ๊กอยู่ หญิงสาวจึงเดินเข้าไปที่ตู้กับข้าว หวังจะหยิบไข่มาทำข้าวผัดให้กับหลี่อิงอิง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตวาดของเยว่ซื่อดังลั่นห้องครัว"นั่นแกจะทำอะไร" เยว่ซื่อเห็นสะใภ้คนเล็กเข้ามาในห้องครัวแล้วแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ พอเห็นว่าอีกฝ่ายเดินไปที่ตู้แถมยังจะเปิดตู้ที่เก็บพวกอาหารเอาไว้ก็ทำให้เกิดความโมโหขึ้นมาทันที"ฉันจะเอาไข่มาทำข้าวผัดให้กับเด็กๆ ค่ะ" โจวลี่อินเอ่ยบอกอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนที่โกรธผู้ใหญ่แล้วจะไปลงกับเด็ก ถึงแม้จะไม่ชอบหนิงเหมยกับเยว่ซื่อแค่ไหนแต่ก็จะทำข้าวผัดเผื่อหลานๆ ทั้งสองคนด้วย"ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันทำให้
Read More
บทที่ 9 หาเรื่องชวนทะเลาะ
เมื่อมาถึงโรงงานโจวลี่อินก็เดินเข้าไปที่แผนกเย็บรองเท้า ภายในห้องมีจักรตั้งอยู่หลายโต๊ะ ตอนนี้มีพนักงานนั่งอยู่ประจำตำแหน่งไม่กี่คนเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างาน โจวลี่อินเดินไปนั่งที่โต๊ะของตนเอง ไม่นานก็มีหญิงสาวรูปร่างอวบเดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะ เท่าที่จำได้ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าจางซิน จางซินเป็นหญิงสาวที่มีนิสัยโผงผาง โจวลี่คิดคนเก่าแกล้งทำดีด้วยเพราะอยากคบหญิงสาวเอาไว้เป็นเพื่อน เพราะจางซินคอยทำหน้าที่เป็นลูกน้องของโจวลี่อินมาตลอด ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกับใครจางซินก็พร้อมที่จะออกหน้าให้กับโจวลี่อินเสมอ"ลี่อินทำไมวันนี้ถึงได้มาทำงานเช้าขนาดนี้ล่ะ" จางซินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีวันไหนเลยที่โจวลี่อินจะมาเช้า ถ้าหากไม่มาสายก็มาตอนได้เวลาเข้างานแล้วทำเอาหัวหน้าเรียกไปตักเตือนอยู่หลายครั้งจนเกือบจะโดนไล่ออกจากงาน"ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากลองมาทำงานเช้าดูบ้างก็เท่านั้นเอง" โจวลี่อินตอบพร้อมกับหยิบรองเท้าเตรียมจะเอามาเย็บแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของหนิงเหมยดังขึ้น"ถ้าหากว่ามาสายอีกครั้งเดียวก็คงได้โดนไล่ออกน่ะสิ ถึงต้องรีบมาเช้าขนาดนี้" หลายคนที่อยู่ในห้องต่างพากันหั
Read More
บทที่ 10 ลูกคือดวงใจ
ช่วงเย็นโจวลี่อินกลับมาบ้าน หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ก็เห็นเด็กน้อยกำลังนั่งเล่นอยู่บนโต๊ะ พอหันมาเห็นเธอเท่านั้นแหละก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที"แม่กลับมาแล้ว" หลี่อิงอิงกอดโจวลี่อินเอาไว้แน่น รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่แม่กลับมา"หนูได้กินข้าวกลางวันไหมจ๊ะ" โจวลี่อินเอ่ยถามลูกสาวขึ้น"กินค่ะ อิงอิงกินโจ๊ก" หลี่อิงอิงกินโจ๊กที่เหลือเมื่อเข้านี้เป็นอาหารกลางวัน โจวลี่อินรู้สึกโล่งใจที่เด็กน้อยได้กินข้าว เป็นเพราะความประมาทของเธอเองที่ไม่ได้เอานมกับขนมในมิติออกมาไว้ให้ลูกกิน"อิงอิงเด็กดี แม่มีไก่ทอดมาให้ลูกด้วยนะ" โจวลี่อินเอ่ยบอกพร้อมกับหยิบห่อข้าวกับไก่ทอดในกระเป๋าออกมา เดิมเธอไม่รู้ว่าสามารถนำอาหารกลางวันกลับมากินที่บ้านได้ ยังดีที่ได้รู้จากเพื่อนร่วมงาน พรุ่งนี้เธอคงจะเอาอาหารกลับมากินกับลูก"จริงเหรอคะ" หลี่อิงอิงได้ยินที่แม่บอกก็เอ่ยถามออกมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นแต่พี่หลินกับพี่ชิงได้กิน ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะมีโอกาสได้กินบ้าง แม่ช่างดีกับเธอจริงๆ"จริงสิ แม่ไม่โกหกหรอกจ้ะ รีบมากินเร็ว" โจวลี่อินเอ่ยบอกพร้อมกับเดินเอาห่อข้าวไปวางที่โต๊ะแล้วแกะห่อข้าวออกเผยให้เ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status