เข้าสู่ระบบ
กะระณียะเมตตังสัตตา
เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
จิตตัง จิตตัง เชยยะนารี
จักกะวัตติราชามะโนโจรัง
มัยตรีจิตตัง ปิยังมะมะฯ
********************** "ข้าจะถอนเสน่ห์ออกจากไอ้ราม!!""อย่านะ พี่แรม"
"กูทำให้มันรักมึงได้ กูก็ทำให้มันเกลียดมึงได้เหมือนกัน"
ราม x จัน
**********************
"ละ ลุงวิธีนี่จะช่วยลุงได้จริง ๆ เหรอ"
"ต้องลองดู เอ็งเต็มใจหรือเปล่า"
"คราวที่แล้วไม่เห็นจะถาม"
"เป็นเมียข้านะ พุดซ้อน"
ราม x พุดซ้อน
*************************ตอนที่ 1 อาบแสงจันทร์ ดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นเปล่งแสงสีนวลให้ความสว่างในยามค่ำคืนเวลาที่ควรเป็นเวลาหลับใหลของใครหลายคน แต่หญิงสาวคนหนึ่งกลับเดินตรงดิ่งลงไปยังท่าน้ำเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่างพุดซ้อน หญิงสาววัยสิบเก้าปี ผู้มีรูปร่างทรวงทรงอวบอิ่มเกินเด็กในวัยเดียวกันโดยเฉพาะดอกบัวตูมสองดอกตรงกลางอก ผิวพรรณผุดผ่องนวลเนียนราวกับหยกเนื้อชั้นดี ผมยาวสวยสีดำขลับถูกรวบม้วนเก็บขึ้นกลางหัวเผยให้เห็นต้นคอเนินไหล่ลาดรับโครงหน้าสวย ดวงตากลมโตมีประกายซุกซนตามวัย
“ลมแรงจัง” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเอง คิ้วสวยขมวดเล็กน้อย เมื่อลมพัดเอาความหนาวเย็นผ่านกายพลางกระชับผ้าที่คลุมไหล่ไม่ให้ลอยปลิวไปกับสายลม
“ได้เวลาแล้ว”พุดซ้อนแหงนหน้ามองดวงจันทร์กลมโตครั้งหนึ่งก่อนจะยกพานดอกไม้ธูปเทียนขึ้นจบเหนือหัว
นะนวลจันทร์
กะระณียเมตตังสัตตา เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา
จิตตัง จิตตัง เชยยะนารี จักกะวัตติราชามะโนโจรัง
มัยตรีจิตตัง ปิยังมะมะฯ
© นะนวลจันทร์ : เมตตามหาเสน่ห์ ใครมีไว้จะเป็นเสน่ห์หน้างามเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ©
เสียงหวานเปล่งท่องคาถา ก่อนจะปลดปมผ้าถุงก้าวลงไปในถังไม้ที่มีน้ำอยู่เต็มปริ่มด้วยร่างด้วยเปลือยเปล่า
เรือนกายสาวขาวผ่องยามสะท้อนต้องแสงจันทร์สว่างระยิบระยับ ดูงดงามราวกับนางในวรรคดี ทรวงทรงองเอวใต้น้ำดูยวยเย้าโดยเฉพาะเม็ดจงอยสีหวานที่สั่นระริกสะท้านชูชันยามต้องลม หญิงสาวกอดตัวเองเบา ๆ บรรเทาอาการเหน็บหนาว
ในทุกคืนวันเพ็ญที่พระจันทร์เต็มดวง พุดซ้อนมีภารกิจต้องลงมาทำพิธีอาบแสงจันทร์ที่ศาลาท่าน้ำ เพื่อเสริมเสน่ห์ให้กับตนเองและอาศัยพลังจากแสงจันทร์ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากตัวเธอตามที่ หมอบุญส่ง หมอผีประจำหมู่บ้านเป็นคนบอก
หลังจากพุดซ้อนเกิดมาได้ไม่นานพ่อกับแม่ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหัน อุษา
พี่สาวแท้ ๆ ของแม่รับพุดซ้อนไปเลี้ยงดู อุษาดูแลพุดซ้อนเป็นอย่างดีเพราะเธอกับสามีไม่มีลูก แต่หลังจากรับพุดซ้อนมาเลี้ยงได้ไม่นานสามีของอุษาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหันเมื่อสามีจากไปอุษาเคว้งคว้างไร้ที่ยึดเหนี่ยว หญิงม่ายวัยกลางคนเริ่มหันหน้าหาที่พึ่งทางจิตใจ เธอมีความเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเธอและน้องสาวไม่ใช่เหตุธรรมชาติแต่มาจากเจ้ากรรมนายเวร อุษาตระเวนทำบุญตามวัด หาพระเกจิอาจารย์ดังให้ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัวเธอและครอบครัว
จนอุษาได้เจอกับบุญส่งหมอผีหนุ่มรุ่นน้องที่มีวิชาอาคมเก่งกล้าทั้งด้านแก้คุณไสย์ดูดวงและทำเสน่ห์ อุษาเทียวไปเทียวมาที่สำนักหมอบุญส่งอยู่บ่อยครั้ง จนทั้งสองคนตกลงปลงใจที่จะคบหาอยู่กินกันฉันสามีภรรยา
อุษาตัดสินใจซื้อบ้านในหมู่บ้านที่บุญส่งเป็นหมอผีอยู่ ก่อนจะหอบข้าวของย้ายมาพร้อมกับพาพุดซ้อนในสิบสามปีมาอยู่ด้วย
หมอผีหนุ่มสัมผัสได้ถึงบางอย่างในตัวของเด็กสาว...
“นังพุดซ้อนมันมีกรรมหนัก รอบตัวมันมีเจ้ากรรมนายเวรคอยวนเวียน ต้องให้มันอาบแสงจันทร์ทุกคืนวันเพ็ญเพื่อคอยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกห่างไม่อย่างนั้นทุกคนที่อยู่รอบข้างจะมีอันเป็นไป”
บุญส่งพูดขึ้นนัยน์ตาคมมองเด็กสาวที่นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ตรงหน้าที่นับวันยิ่งเปล่งประกายความสวยสาวเกินวัย อุษาพอได้ยินแบบนั้นถึงกับยกมือขึ้นทาบอกตกใจด้วยกลัวว่าตัวเองจะมีอันเป็นไปเหมือนพ่อแม่และผัวเก่าของตน
“ได้บุญส่ง ฉันจะให้ยัยพุดอาบแสงจันทร์ทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง”อุษารีบตอบรับหมอบุญส่ง แค่อาบน้ำกลางแจ้งทุกคืนวันเพ็ญก็ไม่ยากอะไร แต่ประโยคถัดมาที่ได้ยินทำเอาเธอหนักใจอยู่ไม่ใช่น้อย
“มีอีกอย่างที่สำคัญมากห้ามให้นังพุดซ้อนแต่งงานมีผัวอย่างเด็ดขาด!...”
อุษาถึงกับอ้าปากค้าง ห้ามอะไรก็ห้ามได้แต่ห้ามคนไม่ให้คนมีผัวเธอจะห้ามยังไง
หลังจากนั้นทุกคืนวันเพ็ญที่พระจันทร์เต็มดวงพุดซ้อนจะต้องลงมาแช่น้ำอาบแสงจันทร์ตรงท่าน้ำหลังบ้านทุกคืน เธอเชื่อฟังผู้เป็นป้าอย่างดี ถึงแรกๆ พุดซ้อนจะรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย เพราะตรงท่าน้ำไม่ได้มีแสงไฟสว่างเหมือนในบ้าน อีกทั้งบุญส่งยังสั่งหากไม่ให้เธอจุดไฟหรือตะเกียงเพราะจะทำให้พิธีอาบแสงจันทร์ไม่เป็นผล
เธอต้องอาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาให้ความสว่างพอได้มองเห็นเพียงอย่างเดียว พอหลายครั้งเข้าความกลัวก็เริ่มกลายเป็นความเคยชิน
“อื้อ เย็นสบายดีจัง” พุดซ้อนวักน้ำขึ้นมารดตัวให้คลายความหนาวและความเหนื่อยล้าจากการทำงานบ้าน น้ำเย็นฉ่ำเย็นสบายทำให้เธอไม่รู้ตัวว่าท่ามกลางความมืดมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังมองจ้องเรือนร่างขาวผ่องของเธออย่างไม่ละสายตา...
เช้าวันใหม่ พุดซ้อนเดินกะโผลกกะเผลกลงมาจากชั้นบน เพียงแค่เธอก้าวขาลงจากเตียงความเจ็บปวดปนหนักอึ้งก็แล่นเข้าสู่กึ่งกลางร่าง เธออดทนเข้าไปหุงหาทำกับข้าวในครัวด้วยความยากลำบาก“โอ๊ย! ซี๊ด เพราะลุงผีคนเดียว ไหนบอกให้ช่วยไหนบอกเจ็บเจียนตายไง นี่ขนาดเจ็บยังมีแรงขนาดนี้” พุดซ้อนบ่นพึมพำมือก็คนข้าวต้มในหม้อไปพลางจากความหวังดีอยากช่วยคนเจ็บ กลายเป็นว่าเธอถูกเขาจับกลืนกินลงท้องไปเสียนี่ หลังเสร็จกิจเธอก็ผลอยหลับไปรู้สึกตัวอีกทีเธอก็นอนอยู่ในอ้อมแขนของคนที่โอบกอดเธอไว้แน่นทั้งคืนพุดซ้อนจ้องมองใบหน้าคมเข้มของผีร้าย เธอไล้ปลายนิ้วไปตามจมูกโด่งเป็นสัน อมยิ้มน้อยๆ เมื่อคิ้วหนาขมวดเป็นปมเพราะถูกรบกวน แต่ดวงตาดำขลับยังคงปิดสนิทแสดงให้เห็นว่าเขากำลังหลับสบายแค่ไหน เมื่อคืนเธอจำได้ทุกฉากทุกตอน คำที่แรมขอเธอเป็นเมียยังดังก้องอยู่ในหัว ยิ่งคิดหัวใจไม่รักดีก็เต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆถ้าหากคนตรงหน้าไม่ได้แสดงอภินิหารเหนือคนธรรมดา เธอคงเชื่อว่าเขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เด็กสาวค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นหอบเสื้อผ้าที่เอามาอาบน้ำใต้แสงจันทร์ขึ้นบ
“กูจะถอนของออกจากไอ้ราม!” แรมลั่นคำประกาศิตในเมื่อเขาทำให้เธอสมหวังได้เขาก็จะเป็นคนทำลายมันเอง“อย่านะไอ้แรม!”“กูทำให้มันรักมึงได้ กูก็ทำให้มันหมดรักมึงได้เหมือนกัน!”ในเมื่อเธอเลือกที่จะปฏิเสธความรักจากเขา เขาก็จะทำให้เธอรู้ซึ้งว่าการโดนคนที่เธอรักปฏิเสธมันเป็นยังไง ถึงตอนนั้นพอเธอไม่เหลือใครเธอก็ต้องหันกลับมาหาเขา“ไอ้แรม! ต่อให้เอ็งทำลายเสน่ห์ทำลายของคุณไสย์ ต่อให้พี่รามจะหมดรักข้า ข้าก็ไม่มีวันรักเอ็ง!”“แล้วมึงจะรู้ว่าเวลาถูกคนที่ตัวเองรักขับไสไล่ลงมันเป็นยังไง!..” แรมชี้หน้าคาดโทษหญิงสาวที่ตัวเองรัก ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบราวกับมีใครเอามีดมากรีดลึกถึงหัวใจหลังจากที่แรมกลับออกไป จันที่อาการดีขึ้นนั่งลูบท้องตัวเองที่มีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ อยู่ในนั้น เธอฝันมาตลอดว่าอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์พ่อแม่ลูก เพราะตัวเธอเองโตมากับยายไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่สักครั้งในชีวิต และเธอไม่อยากให้ลูกต้องมาเผชิญชะตากรรมเดียวกันแต่จะให้เธอกับลูกไปตกระกำลำบากหาเช
“ไอ้แรม ทำไมเอ็งไม่บอกข้าว่าเอ็งเป็นพี่น้องกันกับพี่ราม” จันที่ออกมาจ่ายตลาดแอบมาหาแรมท้ายวัด ถามเรื่องที่เขากับรามเป็นพี่น้องกัน“ไม่ใช่เรื่องที่เอ็งต้องรู้” แรมหันไปตอบครั้งหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจนัก“แต่พี่รามเป็นผัวข้า ส่วนเอ็งก็เป็น....” จันกระดากปากเกินจะเอ่ยว่าแรมก็เป็นผัวเธออีกคน“หึ ไม่พูดต่อให้จบล่ะ ว่าข้าเป็นอะไรกับเอ็ง...” แรมหันหน้ากลับมาถามถึงได้เห็นว่าวันนี้คนตรงหน้าเปลี่ยนไปแค่ไหนแรมมองหญิงสาวที่เคยนุ่งผ้าซิ่นเก่า ๆ หาบขนมตากแดดเร่ขายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่วันนี้ตรงหน้าเขามีเพียงหญิงสาวร่างระหงสวมใส่เสื้อลูกไม้สีขาวสะอาดตาที่ต้องสั่งตัดเฉพาะ นุ่งผ้าซิ่นผืนใหม่เอี่ยมถือกระเป๋าหวายราคาแพงราวกับคุณหญิงคุณนายแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าระหว่างเธอกับเขาคงห่างไกลกันไปเรื่อย ๆวันนี้เป็นครั้งแรกที่จันได้ออกมาข้างนอกในฐานะเมียเจ้าของตลาดไม่ใช่แม่ค้าขนมหาบเร่อีกต่อไป เธอหยิบเอาชุดที่รามซื้อให้ใหม่ขึ้นมาสวมใส่ คิดเองว่าแม่ค้าในตลาดที่เคยอุดหนุนเป็นลูกค้าประจำจะแห่แหนมาร่วมยินดีกับฐานะใหม่ของเธอแต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ทุกคนในตลาดกลับมองเธอราวกับตัวประหลาดราวกับไม่เชื่อว่ารามจะเอาเธอเป็
“เป็นเมียข้าได้ไหม”“ละ ลุงพูดว่าอะไรนะ” พุดซ้อนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ลุงพูดว่าเมีย ให้เราเป็นเมียลุงอย่างงั้นเหรอ แต่ลุงเป็นผีเราเป็นคนจะอยู่ด้วยกันได้ยังไงผีร้ายเจ้าเล่ห์ไม่รอให้เด็กสาวได้สงสัยนาน มือใหญ่เคลื่อนต่ำลูบไล้ไปทั่วปลีน่องนวลเนียน ก่อนจะตะปบเข้าตรงกึ่งกลางความสาว แล้วกระซิบบอกเสียงเบา“เดี๋ยวข้าจะทำให้ดูว่าเป็นเมียข้ามันดียังไง”“อื้ออ ลุงอย่าจับ..” ถึงปากจะร้องห้าม แต่สัมผัสจากผีร้ายทำให้เธอรู้สึกวูบวาบอย่างไม่เคยเป็น ฝ่ามือหนาแถมยังหยาบกร้านบีบขยำเนินนางเข้าเต็มรักเนินสาวอวบอูมนุ่มเต็มฝ่ามือยิ่งบีบยิ่งน่ามั่นเขี้ยว คนเจ้าเล่ห์กรีดกรายปลายนิ้วยางลงตรงร่องสาวสำรวจความสาวที่ปิดสนิท“เอ๊ะ! ลุง!” พุดซ้อนสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วเรียวยาวกรีดลงตรงกลีบร่องสะกิดผ่านติ่งเล็กๆ ที่ไว้ต่อความรู้สึกซ้ำๆ ความรู้สึกวูบวาบแปลกใหม่ ทำให้เธอไม่ขัดขืนผีร้ายซ้ำยังรู้สึกวางใจทิ้งตัวลงพิงแผงอกปล่อยให้อีกฝ่ายเล่นกับร่างกายของตัวเองตามใจพอเห็นเด็กสาวไม่มีท่าทีขัดขืน ผีร้ายเริ่มรุกล้ำกดแทรกปลายนิ้วเข้าไปในถ้ำแคบอย่างสำรวจ ร่องสาวปิดสนิทบีดรัดปลายนิ้วยาวจนแน่น เด็กสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมรุ
“ลุงอยู่ไหน ลุงผีลุงจะหายไปแบบไม่ได้นะ” พุดซ้อนร้องเรียกผีร้ายไม่หยุด ในใจนึกตระหนักกลัวว่าเธอจะไม่ได้เจอเขาอีก“ฮือๆ ลุง ลุงผีอยู่ไหน ลุงอย่าหายไปแบบนี้สิ พุดใจคอไม่ดี ลุงออกมา ออกมาหาพุดเดี๋ยวนี้ได้ยินไหม ฮือๆ” พุดซ้อนเดินร้องไห้ปัดป่ายเรียกหาผีร้ายไม่หยุดในใจนึกโกรธโทษตัวเองที่ไม่ได้สนใจถามไถ่อีกฝ่าย ทั้งที่เขาคอยช่วยเหลือเธออยู่หลายครั้ง แม้กระทั่งชื่อของเขาเธอก็ยังไม่รู้ พุดซ้อนเดินร้องไห้มองหาอีกคน จนไม่ทันระวังว่าขาข้างหนึ่งของเธอกำลังก้าวตกลงไปน้ำคืนนี้เป็นคืนที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า คืนน้ำเกิด น้ำจะขึ้นสูงสุดทั้งสองด้าน ทำให้น้ำในคลองขึ้นสูงและไหลเชี่ยวกราก หากตกลงไปตอนนี้จะถูกกระแสน้ำพัดพาจมหายไปได้“พุดซ้อนระวัง!” แรมที่ไม่ได้ไปไหนไกลเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่พลังที่เหลือน้อยนิดทำให้เขาปรากฏร่างให้พุดซ้อนเห็นไม่ได้ร่างแหน่งน้อยซวนเซเสียหลักใกล้ตกน้ำ แรมใช้พลังทั้งหมดที่เหลือฉุดดึงร่างพุดซ้อนกลับมาได้ทัน“ว๊ายย!..”แรงฉุดรั้งทำร่างบางล้มกระแทกลงกับพื้นไม้ พุดซ้อนหลับตาปี๋คิดว่าตัวเองคงจะเจ็บตัวหนักแต่เปล่าเลย พุดซ้อนลืมตาขึ้น
หลังจากบุญส่งรอดชีวิตในวันนั้น เขาก็มั่นพายเรือมาดูที่ศาลาท่าน้ำ บ้านไม้หลังใหญ่ริมน้ำไร้คนอยู่อาศัยทุกคนที่เขารู้จักต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบ้านหลังมีผีแต่บุญส่งที่มีสัมผัสพิเศษมาตั้งแต่เด็กหาได้กลัวเกรง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าบ้านหลังนี้มีประวัติความเป็นมายังไง คนถึงได้ร่ำลือกันนัก บุญส่งพายเรือเข้ามาสำรวจรอบๆ บ้านทุกวันจนเจอเข้ากับบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากศาลาท่าน้ำสมุดบันทึกสีดำกระด่างห่อด้วยผ้าขาวม้าเนื้อความข้างในเขียนด้วยตัวอักขระขอม หากคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนทางนี้มาโดยเฉพาะจะอ่านไม่ได้ความแต่ไม่ใช่กับบุญส่งแรมที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลตกตะลึงเมื่อบุญส่งสวดคาถาอาคมที่เขาเป็นคนจดเองกับมือได้“เอาของข้าคืนมา!” แรมปรากฏกายทวงบันทึกวิชาคืนบันทึกนั้นเป็นคาถาอาคมที่เขาได้ร่ำเรียนมาจากอาจารย์คง แต่บุญส่งกลับยึกยัก นอกจากจะไม่ตกใจที่เขาเป็นผีแล้วบุญส่งยังไม่มีทีท่าหวาดกลัวเขาเลยสักนิด“ยอมออกมาแล้วหรือ ท่านอาจารย์”“กูไม่เคยรับมึงเป็นศิษย์ เอาบันทึกของกูคืนมา” ไอ้นี่มันน่านัก ข้าน่าจะปล่อยให้ตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แรมทวงของคืนอีกครั้ง“ข้าเป็นคนเจอ







