Share

บทที่ 8 คนในหนังสือ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-17 19:11:25

บทที่ 8 คนในหนังสือ

บังเอิญ บังเอิญแน่ ๆ

“นายมีตัวตนจริงวิลเลียส” เสียงของเซรอนก้องอยู่ในหัว

หน้าหนังสือนั้นมีภาพวาดของใครคนหนึ่ง ที่ดูแล้วคล้ายคลึงกับตัวตนใหม่ของเขามาก แต่ข้อมูลมันล้นสมองจนเขาประมวลไม่ทัน เจ้าของร่างนี้ต้องการให้เขา 'ช่วย' แก้ไขบางสิ่ง...และเป็นสิ่งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร ตอนนี้เพื่อนใหม่อย่าเซรอนยังมาบอกว่าเขาคือผู้พิทักษ์อะไรนั่นอีก

“แบบนี้ คำพยากรณ์จะเป็นจริงอย่างนั้นเหรอ?” เขาถาม อีกฝ่ายได้แต่ถอนหายใจตอบ

“มันจะเป็นจริงก็คราวนี้แหละ”

ให้ตายสิ มีชีวิตใหม่ไม่ทันข้ามวัน ก็เจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้แล้ว

“แน่นอนว่าฉันไม่เข้าใจมันทั้งหมด รู้เพียงว่าคำสาบนั้นมีทางรอดอยู่ แต่มันดูจะยากเกินตัวไปมาก” เซรอนว่าราวกับหมดหนทาง เขาจึงเอ่ยถามออกไป ถ้าเป็นเขาจริง เขาพร้อมที่จะลองทำตาม มันจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าพอจะทำได้เขาจะทำ

“มันคืออะไร? ทางรอดที่ว่า”

“ตามหาคู่แห่งโชคชะตา” วิลเลียสฟังก็ได้แล้วก็ได้แต่มองหน้าอีกฝ่าย “คู่แห่งโชคชะตา...ที่ไม่มีจริง” หลังจากเห็นคิ้วบางที่ขมวดเป็นรอบที่ร้อย เซรอนก็หลุดขำออกมาลืมความเครียดเมื่อครู่ไปทันที

“ปวดหัวไหมเนี่ย โดนฉันจับยัดข้อมูลตั้งมากมาย” วิลเลียสย่นคออย่างตกใจเมื่อเซรอนส่งมือมานวดที่ข้างขมับของเขาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

“นิดหน่อย แต่ว่าต่อเถอะ ไหน ๆ ก็รู้เรื่องไปขนาดนี้แล้ว”

“มีตำนานเล่าขานกันว่า สายสัมพันธ์ของคู่แห่งโชคชะตาเคยมีอยู่จริงบนโลก เมื่อนานมาแล้วเทพองค์หนึ่งนาม เฮย์ดินได้ตกหลุมรักมนุษย์ เขาหลงใหลในความรักอันบริสุทธิ์นั้นจนสร้างสายสัมพันธ์พิเศษนี้ขึ้นมาตอบแทนโลกที่นำพาคู่ชีวิตมาให้เขา แต่วันหนึ่งเกิดเรื่องฉาวขึ้นบนสวรรค์ เทพเฮย์ดินจิตใจแตกสลายและถูกครอบงำด้วยความโกรธแค้น เขาจึงทำลายสายใยแห่งโชคชะตานั้นทิ้งด้วยน้ำมือตัวเอง ซ้ำยังนำสายใยที่เชื่อมโยงโลกและมนุษย์ มันคือพลังเชื่อมโยงธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม และไฟไป ราวกับเด็ดมือเด็ดเท้าของมนุษย์ทิ้งก็ไม่ปาน หลังจากนั้นมนุษย์จึงต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ราวก็เด็กแรกเกิดและใช้ชีวิตต่อมาจนปัจจุบันโดยสูญเสียพลัง และไร้ความรู้สึกที่เรียกว่า “รัก””

“นี่คือเหตุผลที่บอกว่า ที่นี่ไม่มีการตกหลุมรัก งั้นเหรอ?” วิลเลียสถามด้วยความสะเทือนใจ การใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีความรัก มันเหมือนเขาเมื่อก่อนไม่มีผิด

“แต่ก็ใช่ว่าเราจะรักใครไม่เป็นหรอกนะ ความรู้สึกถูกใจ ความอยากผูกพันธ์ยังมีอยู่ แต่ไม่มีใครเคยพบคู่แห่งโชคชะตาอีกเลย จนมันกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าไปแล้ว” เขามองดูเซรอนที่ถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ก่อนส่งมือไปตีไหล่หนาเบา ๆ

“แต่นายเชื่อ... ไม่เช่นนั้นคงไม่พาฉันม

าดูสิ่งนี้ ใช่ไหมล่ะ” เขาส่งยิ้มให้คนที่ดูหดหู่เริ่มยิ้มออก

“มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ขนาดแค่ฟังเขาเล่าต่อ ๆ กันมา ยังรู้สึกว่ามันสวยงาม ถ้าในช่วงชีวิตนี้ได้เห็นมันกับตาสักครั้งก็คงตายตาหลับ”

วิลเลียสฟังแล้วก็ขมวดคิ้วมุน “ทำไมหวังแค่เห็น ไม่หวังให้เจอคู่แห่งโชคอะไรนั่นของตัวเองบ้างเหรอ” เซรอนฟังก็หลุดขำพรืด

“คู่แห่งโชคชะตาน่ะ เกิดขึ้นได้แค่กับอัลฟ่าและโอเมก้าเท่านั้น เบต้าอย่างฉันแค่ได้เห็นก็เพียงพอแล้ว”

“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ?”

“เพราะอัลฟ่าและโอเมก้ามีพันธะผูกกันทางกายภาพอยู่ก่อนแล้ว อีกอย่างเทพนั่นก็เป็นอัลฟ่า คู่ของเขาก็เป็นโอเมก้า”

“แบบนี้เรียกเทพลำเอียงนะ ให้พรแล้ว แต่เลือกปฏิบัติ” ทั้งคู่ต่างหลุดขำ กับคำต่อว่าเทพนั้น “พอเลย ๆ นายกำลังดุหมิ่นเทพนะ” เซรอนว่าทั้งที่ตัวเองก็ขำออกมาเหมือนกัน

“นายอาจทวงคืนทุกอย่างนั้นกลับมาได้ ฉันสัมผัสได้ แล้วโลกนี้ก็จะปลอดภัยแถมยังได้ความรักคืนมาด้วย ถ้านายบอกว่าจะช่วย ฉันก็จะไปด้วย ไปด้วยทุกที่เลย จะตามติดจนกว่านายจะหาเขาเจอ” เซรอนบอกพลางมองมาที่เขา แววตานั้นจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“ฉันเนี่ยนะ” วิลเลียสว่าอย่างไม่มั่นใจ

“อื้มม นายนั่นแหละ...นี่ฉันยอมแม้กระทั่งโดเรียนคาบเช้าเลยนะ” เซรอนว่าออกมาติดตลก แต่แววตาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขาจึงได้แต่นิ่งไปไปก่อนตอบออกมาอย่างหมายมั่น

“อื้ม เอาสิ ลองดูกันสักตั้ง”

เซรอนตาลุกวาวด้วยความดีใจขึ้นมาทันที “เช่นนั้นเราต้องไปหาคนที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับคัมภีร์นี้ก่อน มีหลายจุดที่ฉันยังไม่เข้าใจ”

“นี่อย่าบอกว่าให้ไปตามหาทายาทนักพยากรณ์นั่นนะ ป่านนี้เชื้อขาดรุ่นไปแล้วหรือเปล่า”

“ไม่ได้หมายความว่าจะตามหาคนแบบนั้น แค่ตามหาคนที่เกี่ยวข้องกับมันต่างหากล่ะ

“แล้วรู้หรือไงว่าใครเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้บ้าง”

“ไม่รู้” ร่างสูงตอบออกมาทันควัน

“เอ้า!”

“แต่ฉฉันรู้จักคนที่น่าจะรู้ เพียงแต่ว่าวันนี้คงจะไม่ได้”

“หือ? ทำไมล่ะ”

“ก็ฉันเพิ่งโดดเรียนคาบเรียนของเขาไปน่ะสิ”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”

“ปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน ฉันว่าเราเข้าไปในเมืองกันดีกว่า นายเองควรมีชุดเป็นของตัวเองนะ เสื้อผ้าของฉันดูไม่พอดีกับตัวนายสักเท่าไหร่”

หือ? ในเมือง นี่เขาจะได้ไปเที่ยวในเมืองของต่างโลกอย่างนั้นเหรอ ตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ

To be continued...............

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 14 เพื่อนร่วมทาง

    บทที่ 14 เพื่อนร่วมทางวิลเลียสตื่นขึ้นจากเสียงเคาะประตูของทอนซ์ หนุ่มน้อยวิ่งขึ้นมาตามพวกเขาให้ลงไปทานมื้อเช้าด้วยกันข้างล่างหลังจากที่ทั้งสองเตรียมตัวเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้วอาหารเช้าถูกจัดเตรรียมไว้ให้เรียบร้อย พร้อมเสบียงและน้ำดื่มเพิ่มเติมให้พวกเขาติดตัวสำหรับเดินทางต่ออีกด้วยวิลเลียสมองไปรอบ ๆ บ้าน บรรยากาศยังคงเงียบและเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็คลี่คลายลงจากเมื่อคืน เจ้าของบ้านเอ่ยลาพร้อมส่งรอยยิ้มเศร้ามาให้“เดินทางปลอดภัยนะ”รถที่นั่งต่อเข้าไปยังรัฐแคโร รอบนี้ไม่ต่างจากคันแรกนัก แต่จะกว้างกว่าและมีคนเดินทางไปด้วยเยอะกว่าเดิม ทำให้ต้องนั่งเบียดกัน จนเขาทั้งคู่ไม่อาจหลบเลี่ยงอัลฟ่าคนนั้นได้“ไง” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยทักทั้งรอยยิ้มกว้างเซรอนทีคอยกันวิลเลียสเอาไว้ส่งยิ้มตอบเมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทางเป็นมิตรและไม่ได้วางท่าข่มคนอื่นแม้แต่น้อย ติดจะขี้เล่นขี้คุยเสียด้วยซ้ำ เขาจึงผ่อนคลายลงกล่าทักทายอีกฝ่ายกลับ จนทราบว่าอัลฟ่าหนุ่มคนนี้ชื่อรีลิฟฟ์ เป็นอัลฟ่าที่มาทำงานในกรมการศึกษาระหว่างรัฐ และกำลังเดินทางกลับบ้านที่รัฐแคโร“ทั้งสองคนเรียนอยู่ที่โรงเรียนสเตรย์บิล อย่างนั้นเหรอ” อัลฟ่าที่

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 13 โรคทมิฬ 2

    บทที่ 13 โรคทมิฬ 2 “นี่แหละ...โรคทมิฬที่เคยบอก”วิลเลียสหันไปตามเสียง ก่อนจะหันกลับมาที่ร่างสีดำในห้องสลัว เขามีร่างกายที่ซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก ผิวหนังดำคล้ำแห้งเหี่ยว ร่างกายบิดผิดรูปจนเจ้าของร่างได้แต่อ้าปากค้างกว้างน้ำลายไหลเปรอะเปื้อน ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลนหลุดออกมา ร่างกายเกร็งจนคอแทบพับไปข้างหลังสองแม่ลูกนั่งกอดกันร้องไห้ระงมอยู่ข้างเตียง นี่เป็นภาพที่ทั้งหดหู่และสยดสยองที่สุดตราบที่เขามีชีวิตมาเลย“แจ้งทางการเถอะครับ ทิ้งไว้แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อใครเลย” เซรอนตัดสินใจพูดออกมา เพราะอาการป่วยของคนตรงหน้านั้น เกินกว่าจะยื้อเอาไว้แล้วคนเป็นแม่ได้แต่สะอึกสะอื้น สายตาห่วงหายังคงจับจ้องไปที่ร่างของลูกชายคนโต “ถ้าแจ้งไป ทางการก็จะมาพาตัวเขาไป แม้แต่ตอนตายก็คงไม่ได้บอกลากัน พวกเราทำใจไม่ได้หรอกค่ะ”“แต่ทิ้งไว้แบบนี้ คนในหมู่บ้านก็จะเสี่ยงไปด้วยนะครับ!” เซรอนพูดออกมาเสียงเครียด การพบผู้ติดเชื้อแต่ไม่ส่งให้ทางการนับเป็นความผิดทางกฎหมายขั้นร้ายแรง“เขาเป็นเด็กดี ขยัน แต่ทำไม… ทำไมต้องมาติดไอ้โรคบ้า ๆ นี้ด้วยล่ะ! เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย!” คนเป็นแม่โวยวายออกมาสุดเสียงแล้วร้องไห้จนตัวโยน “ฮือออ

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 12 โรคทมิฬ 1

    บทที่ 12 โรคทมิฬ 1หลังจากที่พวกเขาไปพบกับศาสตราจารย์ลีโอนีเมื่อวันก่อน เซรอนได้ปรึกษาพูดคุยกับอีกฝ่ายเรื่องการเดินทางและเรื่องที่ศาสตราจารย์จะช่วยออกหน้าให้อยู่พักใหญ่โดยแจ้งเรื่องขอหยุดเรียนช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อไปเป็นนักศึกษาอาสาลงพื้นที่ในภาควิชาปรุงยาของตน“เอาเอกสารนี้ติดตัวไป หากเกินเรื่องอะไรให้นำมันออกมายืนยันกับเจ้าหน้าที่”เซรอนกล่าวขอบคุณพร้อมรับปากว่ารากพิสทิลจะถูกส่งมาถึงมือศาสตราจารย์เพิ่มอีกในเช้าวันรุ่งขึ้นสองวันถัดมาหลังเตรียมของสำหรับเดินทางครบถ้วน พวกเขาก็มาพร้อมกันที่ท่ารถฉันมเมือง พวกเขาเลือกใช้การเดินทางโดยรถม้าแทนรถไฟเพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่รวมกับคนหมู่มากเป็นเวลานาน เขาไม่รู้ว่าช่วงฮีทของวิลเลียสจะมาช่วงไหน ดังนั้นจำกัดจำนวนคนที่เดินทางไปด้วยน่าจะดีกว่า“เราต้องเดินทางเข้าเมืองแคโร เพื่อผ่านทางหลวงไปยังเมืองฟอร์มิสทางตอนเหนือนะวิลเลียส แต่ที่ฉันกังวลคือคนที่เคยทำร้ายนาย” เซรอนว่าออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวลตามปากว่า“พวกมันคงคิดว่าฉันตายไปแล้วมากกว่า”“คิดเช่นนั้นหรือ? แต่อย่างไรเราก็ควรระวังตัวเอาไว้ก่อน”“เข้าใจแล้ว จะคอยระวังนะ" เซรอนพยักหน้ารับ “การเดินทางอาจล

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 11 ศาสตราจารย์

    บทที่ 11 ศาสตราจารย์“วิลเลียส วิลเลียส ตื่น” เซรอนที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินมาปลุกวิลเลียสที่ยังคงหลับอยู่ ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้คนตัวเล็กสะลึมสะลือลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย “หือ ใครอ่ะ?”“ฉันเอง” เซรอนตอบ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ย ความทรงจำของเมื่อวานก็ไหลเข้ามาในหัวทันที ไม่ใช่ความฝัน“ตื่นนานแล้วเหรอ?” เขาลูบหน้าตั้งสติแล้วถามอีกฝ่ายกลับ เมื่อเห็นว่าเพื่อนใหม่แต่งเครื่องแบบนักเรียนเช่นเดียวกันกับเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว“สักพักแล้วล่ะ นายควรเตรียมตัวได้แล้วนะ เดี๋ยวจะสายเอา”“ไปไหน?” วิลเลียสลุกไปหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพาดไหล่ หลังจากเก็บที่นอนเรียบร้อย “ไปหาคนที่จะช่วยเราได้ไง”เซรอนเดินนำวิลเลียสไปยังอาคารสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางปีกขวาของโรงเรียน พวกเขาเดินมาจนถึงห้องที่มีประตูไม้สีดำ เซรอนไม่รีรอเคาะประตูไม้สองสามครั้ง“เข้ามา” ไม่นานเสียงตอบรับจากข้างในก็เอ่ยอนุญาต บานประตูจึงถูกผลักเข้าไปเบา ๆทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก ก็ปรากฎห้องที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มีอุปกรณ์มากมายวางกองไว้ที่มุมห้อง โต๊ะขนาดใหญ่ถูกวางเด่นสะดุดตาอยู่กลางห้อง บนนั้นมีทั้งหนังสือที่เปิดค้า

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 10 เรียนรู้โลกใหม่

    บทที่ 10 เรียนรู้โลกใหม่ทางเดินคดเคี้ยวตามคำบอกของดาด้านั้นไม่เกินจริง พวกเขาเดินเบียดเสียดกับผู้คนที่แวะเวียนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ ผู้คนก็เริ่มบางตา ร้านส่วนใหญ่จะขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการศึกษา จำวพวกหนังสือและอุปกรณ์เฉพาะทางต่าง ๆ จากที่เขาสังเกตุดูเหมือนโลกนี้จะยังอยู่ในช่วงที่กับคล้ายยุคกลางของโลกเดิม ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก เท่าที่เห็นยังคงใช้รถม้าในการเดินทาง และมีรถรางทั้งเครื่องไอน้ำและเคเบิลอยู่ในช่วงกำลังเปลี่ยนผ่านสินะ“รอตรงนี้นะ ฉันเข้าไปไม่นาน”เซรอนขอให้เขารออยู่นอกร้านที่เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรทั้งแบบสดและตากแห้งแขวนอยู่เต็มไปหมด มีพืชหลายอย่างที่ดูแปลกตา และเนื่องจากขนาดร้านที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ พืชสมุนไพรหลายชิ้นจึงถูกวางสุมเป็นกองโตวิลเลียสยืนหลบอยู่ที่มุมหน้าร้าน มีลูกค้าเดินเข้าออก บางประปราย แต่ทุกคนล้วนออกมาพร้อมถุงหรือไม่ก็กระสอบใบใหญ่เซรอนเข้าไปไม่นานอย่างที่บอก เขาเดินออกมาพร้อมห่อกระดาษขนาดย่อม วิลเลียสไม่ได้สนใจถามว่าอีกฝ่ายเข้าไปซื้ออะไรจากร้านนั้น เพราะสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาตอนนี้คือรถรางไอน้ำที่ส่งเสียงหู

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 9 ไทม์สแคว์

    บทที่ 9 ไทม์สแคว์ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงตลาดในเมืองเดลาที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากหลายรัฐ มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ในไทม์สแควร์ นอกจากพ่อค้าแม่ค้าแล้วยังคับคั่งไปด้วยผู้คนท่าทางภูมิฐานดูมีความรู้ แต่ละคนมักจะถือสมุดหรือไม่ก็หนังสือเล่มหนาในมือ ซึ่งสมกับที่เป็นเมืองแห่งการศึกษาจริง ๆ“คนที่นี่ดูมีความรู้กันทั้งนั้นเลยนะ”“ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในเมืองนี้เป็นนักศึกษาหรือไม่ก็อาจารย์ที่เข้ามาศึกษาต่อจากรัฐอื่นน่ะ”เดินมาสักพักเซรอนก็พาเลี้ยวเข้าร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง มือหนาผลักเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคยกุ๊งกิ๊ง~“สวัสดีครับ ขอรบกวนหน่อยนะครับ” เซรอนเอ่ยทักทายคนในร้าน“ไงเซรอนวันนี้มีแบบเสื้อผ้าอะไรมาเสนอหรือจ๊ะ” เจ้าของร้านหนุ่มหน้าสวยเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง“ลืมบอกไป ฉันออกแบบเสื้อผ้าส่งให้กับทางร้านเป็นงานอดิเรกน่ะ” คนตัวสูงหันมากระซิบ ก่อนหันไปเอ่ยปฏิเสธเจ้าของร้านอย่างสุภาพ“วันนี้ไม่งานมาเสนอหรอกครับ แต่มีเพื่อนมาด้วย อยากให้ดาด้าช่วยหาชุดเหมาะ ๆ สักสองสามชุด สะดวกไหมครับ”“แฟน?” ดาด้ามองจับผิดเซรอนที่ยกมือบอกปัด “ไม่ใช่ นี่เพื่อนครับ”“แหม ๆ ก็เห็นพาหนุ่มน้อยโอเมก้ามาคิดว่าจะเป็นแฟนเสี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status