Home / วาย / เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน / บทที่ 8: วันพิพากษาบ้านใหญ่

Share

บทที่ 8: วันพิพากษาบ้านใหญ่

last update publish date: 2026-10-17 14:28:48

บทที่ 8: วันพิพากษาบ้านใหญ่

แสงเงินแสงทองยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านม่านหมอกบางหลังค่ำคืนพายุฝน ยอดไม้ใบหญ้าตามแนวถนนใหญ่ยังคงชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำค้าง

ขบวนรถตู้สีดำตราโล่ของกองบังคับการปราบปรามสี่คัน และรถยนต์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าสู่ซอยส่วนบุคคลของตระกูลรัตนเดชาอย่างเงียบเชียบ โดยมีรถซีดานกันกระสุนคันหรูของอคินแล่นนำอยู่หัวขบวน

ภีมนั่งมองประตูรั้วอัลลอยด์สีดำขลิบทองบานยักษ์ที่ค่อยๆ ปรากฏสู่สายตา

เมื่อวานนี้ในเวลาเดียวกัน เขาเพิ่งลากกระเป๋าเดินทางก้าวพ้นธรณีประตูบานนี้ออกไปด้วยสถานะลูกชังที่ถูกขับไล่ไสส่ง คนในบ้านคิดว่าเขาเป็นเพียงเด็กหัวอ่อนที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา หากเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมงผ่านไป เขากำลังจะก้าวกลับเข้าไปในฐานะเจ้าของที่แท้จริง พร้อมกับเพลิงพิพากษาที่จะเผาผลาญความอยุติธรรมให้มอดไหม้

รถยนต์จอดสนิทลงหน้าบันไดหินอ่อนของคฤหาสน์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบ้านยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือก้าวลงมากระจายกำลังปิดล้อมทางเข้าออกทุกจุด

อคินก้าวลงจากรถก่อน ชายหนุ่มสวมเสื้อโค้ตตัวยาวสีกรมท่าเข้ม ร่างสูงใหญ่สง่างามแผ่รังสีแห่งอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องยอมถอยเปิดทาง ใต้ปลายแขนเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบมีผ้าพันแผลสีขาวพันกระชับรอยแผลที่ข้อมือไว้อย่างมิดชิด อคินเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ภีม มือหนายื่นออกไปรอรับอย่างคุ้นเคย

ภีมวางมือลงบนฝ่ามืออุ่น สบสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความมั่นคงของคนรัก ก่อนจะก้าวลงมายืนเคียงข้าง

เช้านี้ภีมสวมชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเนียนเชิดขึ้นเล็กน้อย แววตานิ่งสนิทดุจผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ความอ่อนแอและความโศกเศร้าเมื่อคืนถูกเก็บซ่อนไว้ใต้เกราะแห่งความเด็ดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์

“ไปกันครับ” อคินกระชับมือเรียวเบาๆ

ทั้งสองก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนตรงไปยังประตูบานคู่ขนาดใหญ่ นายตำรวจระดับพันตำรวจเอกผู้ถือหมายค้นและหมายจับเดินขนาบข้าง

กึก!

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียงฝีเท้านับสิบคู่ก้าวย่ำลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันวาว ดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงใหญ่ชั้นล่าง

ภายในห้องรับแขก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่ยังไม่ทันจางหาย ธีรเดชในสภาพเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ ใต้ตาคล้ำดำจากการไม่ได้นอนทั้งคืน กำลังเดินวนเวียนกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความเกรี้ยวกราด ขณะที่นงนุชและภวัตกำลังนั่งหน้าซีดอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ที่วางเปิดอ้าอยู่บนโซฟา ด้านในเต็มไปด้วยเครื่องเพชร สมุดบัญชี พาสปอร์ต และตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินด่วนที่พวกเขากำลังพยายามขนย้ายหนี

เสียงเปิดประตูทำให้คนทั้งสามชะงักค้าง ธีรเดชลดโทรศัพท์ลง หันขวับมามองผู้บุกรุก ดวงตาที่แดงก่ำเบิกกว้างเมื่อเห็นแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนที่เดินนำหน้า

“ภีม?!” ธีรเดชตะคอกเสียงสั่น “แกพาตำรวจพวกนี้เข้ามาในบ้านฉันทำไม! คิดจะทำบ้าอะไรอีก!”

“คุณธีรเดช รัตนเดชา และนางนงนุช เลิศวณิชย์กุล ใช่ไหมครับ” นายตำรวจระดับผู้กำกับการก้าวขึ้นมาด้านหน้า ชูแผ่นกระดาษที่มีตราครุฑสีแดงสด “ผมพันตำรวจเอกวิศรุต จากกองบังคับการปราบปราม นำหมายค้นศาลอาญา และหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฟอกเงิน เข้าจับกุมพวกคุณทั้งสองคนครับ”

คำว่า ‘ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน’ ดังกึกก้องราวกับระเบิดที่ลงกลางห้อง

นงนุชหวีดร้องออกมาอย่างเสียขวัญ กล่องกำมะหยี่ใส่เครื่องเพชรในมือร่วงหล่นลงพื้น เม็ดพลอยและแหวนเพชรกระจายเกลื่อนไปตามพรม “หมายจับอะไรกัน! ฉันไม่ได้ฆ่าใคร! คุณพี่คะ ช่วยนุชด้วย ตำรวจพวกนี้มันใส่ร้ายเรา!”

“พวกแกมีหลักฐานอะไรมาจับฉัน!” ธีรเดชแผดเสียงลั่น พยายามรักษาอำนาจเดิมของตนไว้ “เมียเก่าฉันป่วยตายด้วยโรคไตวาย มีใบรับรองแพทย์ถูกต้องตามกฎหมายมาสิบปีแล้ว! ใครให้ท้ายพวกแกมาใส่ร้ายคนระดับฉัน!”

“ใบรับรองแพทย์ปลอมที่หมออดิศักดิ์เขียนขึ้นมา แลกกับเงินสิบห้าล้านบาทที่คุณสองคนโอนให้ในวันเดียวกับที่แม่ผมตายน่ะเหรอครับ?”

ภีมก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงราบเรียบเย็นยะเยือกของเขาตัดผ่านความโกลาหลจนทุกอย่างเงียบกริบ

ภีมส่งสัญญาณให้ทีมสืบสวนเปิดแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะกลางห้อง

“นี่คือประวัติการรักษาฉบับจริงจากหมอกิตติพงศ์... ผลตรวจเลือดและเส้นผมที่ยืนยันว่ามีสารทัลเลียมสะสมในร่างกายแม่ผมจนถึงระดับอันตรายถึงชีวิต และนี่... คือรายการเดินบัญชีลับของบริษัท A.D. Medical Consulting ที่เชื่อมโยงกับ N.N. โฮลดิ้งส์ ของนงนุช”

ธีรเดชมองตัวเลขและเอกสารตรงหน้าด้วยสายตาที่พร่ามัว ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก

“หมอกิตติพงศ์... ไอ้หมอนั่นมันยังไม่ตายเหรอ...” นงนุชพึมพำออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดผวา

“ผิดหวังเหรอครับ ที่มือปืนที่คุณส่งไปเมื่อคืน ทำงานพลาด” อคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความสมเพช ชายหนุ่มก้าวมายืนซ้อนหลังภีม ทอดสายตามองคนร้ายทั้งสองด้วยแววตาคมกริบ “มือปืนพวกนั้นถูกจับกุมหมดแล้ว และซัดทอดถึงคนโอนเงินค่าจ้าง ซึ่งเส้นทางการเงินมันชี้ตรงมาที่บัญชีส่วนตัวของคุณ นงนุช”

“ไม่จริง! ฉันไม่ได้ทำ!” นงนุชกรีดร้อง ถอยกู่ไปกอดภวัตที่นั่งร้องไห้ตัวสั่น “นังรัตนเดชามันกินยาตายเอง! มันรู้ตัวว่าร่างกายมันอ่อนแอ มันเลยแกล้งใส่ความพวกเรา! นังนวล! นังนวลอยู่ไหน! ออกมาช่วยฉันพูดสิ!”

นงนุชหันไปมองหาแม่บ้านเก่าแก่ที่เคยใช้เป็นเครื่องมือ หล่อนแผดเสียงเรียกป้านวลที่ยืนหลบอยู่ตรงเสาทางเดินด้านหลังห้องครัว

“นังนวล! มึงบอกตำรวจไปสิว่ามึงเป็นคนยกสำรับอาหารให้มันทุกวัน มึงเป็นคนเห็นว่ามันป่วยเอง! ถ้ากูผิด มึงก็เป็นคนวางยาเหมือนกันนั่นแหละ!”

คำขู่ฟ่อของนงนุชทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดยิ่งขึ้น ธีรเดชหันไปมองป้านวลด้วยความหวังสุดท้าย หวังจะโยนความผิดให้คนรับใช้ในบ้าน

ทว่าป้านวลกลับไม่ได้ตัวสั่นด้วยความกลัวเหมือนในอดีต หญิงชราค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากเงามืด สองมือถือกล่องเหล็กใบเก่าที่มีสนิมเกาะ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นนองไปด้วยน้ำตา แต่แววตากลับแน่วแน่และปลอดโปร่ง

“ป้าไม่ได้เป็นคนวางยาคุณหญิงค่ะ... คุณนงนุช” ป้านวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือทว่าชัดเจน

ป้านวลเดินมาหยุดยืนข้างภีม เธอเปิดกล่องเหล็กออก หยิบภาพถ่ายใบเก่าสีซีดจางใบหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะ

ภาพถ่ายใบนั้น... คือภาพของป้านวลในวัยสาว สวมชุดพยาบาลสีขาว ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ โดยมีคุณหญิงรัตนเดชาที่กำลังอุ้มเด็กชายภีมในวัยทารกส่งยิ้มให้กล้อง ด้านหลังของภาพมีลายมือของคุณหญิงเขียนกำกับไว้อย่างประณีต

‘มอบให้นวลจันทร์... ผู้ยอมทิ้งความมืดมนเพื่อมาเป็นร่มเงาให้ลูกชายของฉัน’

ภีมมองภาพถ่ายนั้นด้วยความตกตะลึง

“ป้านวล...”

ป้านวลหันมาสบตากับภีม คุกเข่าลงกับพื้นข้างตัวเขา น้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม

“คุณหนูคะ... ป้าต้องขอโทษคุณหนูด้วยหัวใจ ป้าเคยเป็นพยาบาลประจำคลินิกของหมออดิศักดิ์ เมื่อสิบปีก่อน นงนุชกับหมออดิศักดิ์เอาเงินก้อนโตมาบีบป้า ให้ป้าแฝงตัวเข้ามาเป็นแม่บ้านในคฤหาสน์นี้ เพื่อคอยสับเปลี่ยนขวดยาและหยดสารพิษลงในอาหารของคุณหญิง...”

เสียงสะอื้นของป้านวลทำให้ห้องโถงเงียบสงัดลงจนน่าใจหาย

“แต่คุณหญิงรู้ทันตั้งแต่สัปดาห์แรก... คุณหญิงจับป้าได้คาตาตอนที่ป้ากำลังจะหยดยาลงในถ้วยซุป แต่แทนที่คุณหญิงจะแจ้งความจับป้า คุณหญิงกลับดึงมือป้าไว้ แล้วถามว่าลูกของป้าที่ป่วยอยู่ต้องการเงินรักษาเท่าไหร่ คุณหญิงจ่ายเงินค่ารักษาให้ลูกป้าจนหายดี... ความเมตตาของคุณหญิง ทำให้ป้าก้มกราบแทบเท้าและสารภาพความจริงทั้งหมด”

ป้านวลสูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้าขึ้นมองนงนุชด้วยสายตาที่ไร้ความหวาดกลัวอีกต่อไป

“คุณหญิงสั่งให้ป้าแสร้งทำเป็นพวกเดียวกับคุณนงนุชต่อไป คอยรับคำสั่งและรายงานทุกความเคลื่อนไหวให้คุณหญิงทราบ ยาพิษที่คุณนงนุชส่งมาให้ ป้าเททิ้งลงท่อระบายน้ำทุกวันและเก็บตัวอย่างไว้เป็นหลักฐาน อาหารที่คุณหญิงกิน มีเพียงส่วนที่คุณหญิงจงใจฝืนกินเองเพื่อซื้อเวลา... และสิ่งสุดท้ายที่คุณหญิงสั่งเสียกับป้าไว้ ก่อนจะหมดลมหายใจ...”

หญิงชราเอื้อมมือที่สั่นเทาขึ้นมาแตะชายเสื้อของภีม

“คุณหญิงบอกว่า ‘นวล... อยู่ดูแลภีมแทนฉันนะ อย่าให้ใครเอาอาหารมีพิษมาให้ลูกฉันกิน คอยเป็นเกราะคุ้มกันให้เขาจนกว่าเขาจะเติบโตพอทวงคืนทุกอย่าง’ ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ป้าถึงต้องยอมทนโดนด่า โดนโขกสับ ยอมทำตัวเหมือนคนโง่ เพื่อจะได้อยู่ในครัว คอยทำอาหารที่ปลอดภัยให้คุณหนูกินทุกมื้อ...”

ความจริงที่เปิดเผยออกมาทำให้น้ำตาของภีมรื้นขึ้นมาอีกครั้ง

ความทรงจำในวัยเด็กสว่างวาบขึ้นมาในหัว ทุกครั้งที่นงนุชสั่งให้เขาไปกินอาหารร่วมโต๊ะ ป้านวลมักจะหาข้ออ้างดึงตัวเขาเข้าไปกินข้าวในครัวเสมอ ทุกจานข้าวต้ม ทุกแก้วน้ำที่ป้านวลยกมาให้... ล้วนแลกมาด้วยความอดทนและการปกป้องที่เงียบงันของผู้หญิงคนนี้

ภีมย่อตัวลง ประคองหญิงชราให้ลุกขึ้น “ขอบคุณครับป้า... ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอด”

“ไม่จริง! มึงมันคนทรยศ! นังคนใช้สารเลว!” นงนุชกรีดร้องจนแทบขาดใจ หล่อนจะพุ่งเข้ามาทำร้ายป้านวล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงสองนายก้าวเข้ามาจับกุมตัว ล็อกแขนไพล่หลังทันที

“ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่ไป! คุณพี่ ช่วยนุชด้วย!”

แกร๊ก!

เสียงกุญแจมือโลหะกระทบข้อมือของนงนุชดังสนั่น ตัดขาดความเย่อหยิ่งของอดีตชู้รักที่เคยเสวยสุขในบ้านหลังนี้ลงอย่างสิ้นเชิง หล่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวลากออกไปทั้งน้ำตาและเสียงสาปแช่ง ภวัตที่เห็นแม่ถูกจับได้แต่นั่งกอดเข่าร้องไห้ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงขัดขวาง

กลางห้องโถงใหญ่ เหลือเพียงธีรเดชที่ยืนเคว้งคว้าง

เมื่อเห็นว่าหลักฐานทุกอย่างมัดแน่นจนไร้ทางรอด สถาบันการเงินยึดทรัพย์ ตำรวจมีพยานปากเอก และตระกูลวรโชติเมธาเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทาง อำนาจ ความโลภ และเกียรติยศจอมปลอมที่เคยยึดถือก็พังทลายลงในชั่วพริบตา

ชายวัยกลางคนทรุดเข่าลงกับพื้นหินอ่อน เสียงดังตุบ

ธีรเดชคลานเข้ามาหาภีม สองมือที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปจับขากางเกงของลูกชาย น้ำตาของความพ่ายแพ้ไหลทะลักออกมาอาบใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่น

“ภีม... ป๊าผิดไปแล้ว ภีมช่วยป๊าด้วยนะลูก” ธีรเดชอ้อนวอนด้วยเสียงสะอื้น น้ำเสียงที่เคยตวาดด่ากลายเป็นการร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา “ป๊าถูกนงนุชมันหลอก ป๊าหน้ามืดตามัวไปเอง ป๊าไม่ได้ตั้งใจจะให้แม่แกตาย... เราเป็นพ่อลูกกันนะภีม เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน แกจะใจร้ายส่งพ่อแท้ๆ เข้าคุกได้ลงคอเหรอ ให้อภัยป๊าเถอะนะลูก...”

ภีมยืนนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรง เขาไม่ได้ก้าวถอยหนี แต่ก้มลงมองผู้ชายที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

ว่างเปล่า... จนไร้ซึ่งความเกลียดชัง ไร้ซึ่งความโกรธแค้น และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ หลงเหลืออยู่

“เลือดเนื้อเชื้อไขงั้นเหรอครับ?”

ภีมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ

“สิบปีที่แม่นอนเจ็บปวดทรมาน เลือดเนื้อเชื้อไขที่คุณอ้าง มันไปอยู่ที่ไหน? สิบปีที่ผมต้องแอบร้องไห้ในห้องคนเดียว มองคุณประคบประหงมลูกคนใหม่ เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ มันเคยมีความหมายบ้างไหม?”

ธีรเดชสะอึก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าและสะอื้นไห้

“เลือดที่คุณบอกว่าไหลเวียนอยู่ในตัวผม... มันมีแต่ความเสียสละและความรักอันบริสุทธิ์ของแม่” ภีมสบตาพ่อแท้ๆ เป็นครั้งสุดท้าย แววตาคมกริบเด็ดเดี่ยว “มันไม่เคยมีเศษเสี้ยวความเมตตาจากคุณเลยแม้แต่หยดเดียว”

ภีมขยับขา หลบเลี่ยงมือของธีรเดชอย่างเฉียบขาด

“ในทางกฎหมายและในทางพฤตินัย... คุณไม่ใช่พ่อของผมอีกต่อไปแล้ว” ภีมเอ่ยคำพิพากษาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งที่สุดในชีวิต “ไปชดใช้กรรมในคุกเถอะครับ คุณธีรเดช”

เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายก้าวเข้ามาดึงตัวธีรเดชขึ้นจากพื้น ใส่กุญแจมืออย่างแน่นหนา

“ภีม! อย่าทำกับป๊าแบบนี้! ภีม!”

เสียงคร่ำครวญและเสียงร้องไห้ของธีรเดชค่อยๆ ห่างออกไปตามทางเดิน ก่อนจะถูกพาตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ ปปง. เริ่มนำเทปกระดาษสีแดงเข้ามาปิดผนึกประตูห้องทำงานและตู้เซฟ เพื่ออายัดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

คฤหาสน์รัตนเดชาที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและความอยุติธรรม บัดนี้เงียบสงัดลงอย่างแท้จริง

ภีมยืนมองห้องโถงที่ว่างเปล่า

โซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งเคยพันธนาการหัวใจของเขามาตลอดสิบปี... แตกสลายกลายเป็นผุยผง ลมหายใจที่สูดเข้าไปในอกเบาหวิวและโปร่งโล่ง ความแค้นที่เคยเผาไหม้ได้ดับมอดลง เหลือเพียงความสงบสุขที่เฝ้ารอคอย

สัมผัสอุ่นจากมือหนาเลื่อนเข้ามากุมมือซ้ายของเขาไว้

อคินก้าวมายืนเคียงข้าง ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำพูดใด มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความภูมิใจและแววตาที่มั่นคง อคินบีบกระชับมือของภีมแน่นขึ้น ถ่ายทอดความรู้สึกว่าต่อจากนี้ไป พื้นที่ข้างกายของภีมจะมีเขาคอยยืนเคียงข้างเสมอ

ภีมหันมาสบตาอคิน ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาจากใจจริง

“จบแล้วครับพี่อคิน”

“ครับ จบแล้ว” อคินเอ่ยเสียงนุ่ม “ยินดีด้วยนะครับ... คุณประธานตัวจริง”

ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันก้าวพ้นธรณีประตูคฤหาสน์รัตนเดชาออกมา แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากระทบผิวกายอย่างอบอุ่น เสียงไซเรนรถตำรวจค่อยๆ แผ่วจางหายไปในระยะไกล

เด็กชายที่เคยต้องยืนอยู่ในเงามืด บัดนี้ได้ก้าวออกมายืนอยู่ใต้แสงสว่างอย่างเต็มภาคภูมิ

และข้างกายของเขา... มีคนที่พร้อมจะร่วมเดินทางและสร้างอนาคตใหม่ไปด้วยกัน ตราบเท่านาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 30: รอยยิ้มใต้ดวงดาวนำทาง (จบบริบูรณ์)

    บทที่ 30: รอยยิ้มใต้ดวงดาวนำทาง (จบบริบูรณ์)เวลาล่วงเลยผ่านไปสองปีเต็มสายลมปลายฤดูหนาวพัดโชยระลอกคลื่นในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ซัดสาดเข้าหาแนวเขื่อนหินธรรมชาติ เสียงระลอกน้ำกระทบฝั่งแผ่วเบาดังก้องผสานไปกับเสียงหัวเราะร่าเริงของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับกันบนลานหญ้าเขียวชอุ่ม แสงแดดยามแดดร่มลมตกทอดประกายสีส้มทองอบอุ่นอาบไล้ผืนดินสามสิบไร่ ซึ่งบัดนี้แปรสภาพกลายเป็น ‘รัตนเดชา พาร์ค แอนด์ เลิร์นนิ่ง สเปซ’ ปอดสีเขียวขนาดใหญ่ริมคุ้งน้ำที่เปิดต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศอาคารหอสมุดชุมชนเรือนกระจกสองชั้นรูปทรงทันสมัย มีแสงไฟสีส้มนวลส่องสว่างออกมาจากภายใน นักเรียนและนักศึกษาหลายสิบชีวิตกำลังนั่งอ่านหนังสือและค้นคว้าข้อมูลอย่างตั้งใจ ถัดออกไปไม่ไกลคือลานดนตรีกลางแจ้งใต้ร่มเงาของต้นก้ามปูยักษ์ กิ่งก้านสาขาที่แผ่กว้างอุดมไปด้วยใบไม้สีเขียวสด มอบร่มเงาอันร่มเย็นให้แก่ผู้สูงอายุและครอบครัวที่มานั่งปิกนิกพักผ่อนหย่อนใจผืนแผ่นดินที่เคยรกร้างและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวของการแก่งแย่ง บัดนี้เบ่งบานไปด้วยชีวิต ความหวัง และความสุขบริเวณเฉลียงไม้หน้าศูนย์การเรียนรู้ ป้านวลในวัยห้าสิบห้าปีสวมชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าคราม

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 29: ไออุ่น ณ วิลลาเทือกเขาแอลป์ [20+++ ]

    บทที่ 29: ไออุ่น ณ วิลลาเทือกเขาแอลป์ [20+++ ]เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้าสีเทาหม่นอย่างไม่ขาดสายลมหนาวแห่งเทือกเขาแอลป์พัดกรูผ่านยอดสนและทิวเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งหนาทึบ หิมะนุ่มสะสมตัวตามขอบหน้าต่างกระจกบานยักษ์ของชาเลต์ไม้สนสองชั้นหลังใหญ่ ตัดขาดความเยือกเย็นติดลบสิบองศาภายนอกออกจากบรรยากาศภายในวิลลาส่วนตัวอันอบอุ่นและเงียบสงบใจกลางห้องนั่งเล่นชั้นล่าง เปลวไฟสีส้มทองลุกโชนอยู่ในเตาผิงหินธรรมชาติ เสียงฟืนไม้สนแห้งแตกเปรี๊ยะส่งประกายไฟจิ๋วเต้นระริกเป็นระยะ กลิ่นหอมกรุ่นของยางไม้สนเผาไหม้ผสานกับกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ร้อนลอยอวลในอากาศภีมนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมขนแกะผืนหนานุ่มสีครีมหน้าเตาผิงร่างโปร่งสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าตัวโคร่งสีครีมกับกางเกงผ้าวูลขายาว สองมือกุมแก้วเซรามิกที่มีไอควันลอยกรุ่น ดวงตากลมโตทอดมองเปลวไฟที่พลิ้วไหวด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย หลังจากตรากตรำอ่านหนังสือสอบปลายภาควิชาการเงินและการตลาดจนดึกดื่น ประกอบกับต้องดูแลความเรียบร้อยของโครงการสวนสาธารณะริมแม่น้ำ การได้ทิ้งภาระหน้าที่ทั้งหมดไว้ข้างหลังแล้วบินลัดฟ้ามาพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์ ทำ

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 28: ศิลาฤกษ์แห่งการเริ่มต้น

    บทที่ 28: ศิลาฤกษ์แห่งการเริ่มต้นฤกษ์มงคลเวลาแปดโมงสิบเก้านาที แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาทาบทาคุ้งน้ำเจ้าพระยาจนเป็นประกายสีส้มทองอบอุ่นลมแม่น้ำพัดโชยเอื่อย นำพาไอเย็นสดชื่นเข้ามาปะทะผืนดินขนาดสามสิบไร่ที่ได้รับการปรับภูมิทัศน์จนเขียวชอุ่ม พาวิลเลียนสีขาวหลังใหญ่เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ถูกประดับประดาด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์และกิ่งไม้นานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ใจกลางงานคือต้นก้ามปูยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาอย่างสง่างาม ดุจพยานผู้มีชีวิตที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานกว่าครึ่งศตวรรษบริเวณลานพิธีเนืองแน่นไปด้วยแขกผู้มีเกียรติระดับประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานหอการค้า ตลอดจนผู้นำกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์และสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจนับร้อยชีวิตที่มาร่วมทำข่าวการเปิดตัวอภิมหาโครงการเพื่อสังคมครั้งประวัติศาสตร์โต๊ะรับรองแถวหน้าสุด มีชายชราผมขาวโพลนในชุดสูทสากลภูมิฐานนั่งเด่นเป็นสง่าคุณปู่วรโชติเมธาจิบน้ำชาอุ่นพลางกวาดสายตามองความพร้อมของงานด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม ข้างกายมีทนายสมคิดและป้านวลที่สวมชุดผ้าไหมสีสุภาพคอยดูแลอย่างใก

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 27: ล่วงเวลาในห้องประธาน [20+++ ]

    บทที่ 27: ล่วงเวลาในห้องประธาน [20+++ ]เวลาล่วงเลยผ่านสองทุ่มตรงไปแล้วความเงียบสงัดเข้ายึดครองชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใหญ่รัตนเดชากรุ๊ป พนักงานฝ่ายบริหารและเลขาฯ หน้าห้องต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมด เหลือเพียงแสงไฟสปอตไลต์ดวงเล็กตรงโถงทางเดิน และแสงสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะภายในห้องประธานกรรมการบริหารภีมนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้พนักสูงสีดำตัวใหญ่ หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองขัดมันวาวตัวยักษ์ร่างโปร่งถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด แขนเสื้อพับร่นขึ้นมาถึงข้อศอก แว่นสายตากรอบบางขับเน้นดวงหน้ารูปไข่ให้ดูเฉลียวฉลาดและสุขุม บนโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารงบการเงินไตรมาสสุดท้าย รายงานภาษี และแผนการปรับโครงสร้างหนี้หลังคดีความสิ้นสุดลง ปลายนิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์ตัวเลขสลับกับพลิกหน้ากระดาษอย่างตั้งใจเสียงเปิดประตูดังแกร๊กเบาๆ ดึงสายตาของภีมให้ละออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อคินก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มสวมชุดสูทสากลสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตสีดำด้านในปลดกระดุมคอลงเช่นกัน เนกไทผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มคลายออกหลวมๆ พาดอยู่ใต้ปกเสื้อ ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอ

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 26: เปิดตัวอย่างเป็นทางการในรั้วมหาลัย

    บทที่ 26: เปิดตัวอย่างเป็นทางการในรั้วมหาลัยแสงแดดอ่อนยามแปดโมงเช้าสาดส่องผ่านทิวต้นหางนกยูงฝรั่ง ปูพรมสีทองลงบนลานกว้างหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจสายลมต้นสัปดาห์พัดพาความสดชื่นเข้ามาไล่ความอบอ้าว เสียงจอแจของเหล่านักศึกษาที่เดินขวักไขว่ เสียงหัวเราะ และกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วจากซุ้มเครื่องดื่มใต้ถุนตึก สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาตามแบบฉบับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หากในเช้าวันจันทร์นี้ สายตานับร้อยคู่กลับคอยเหลือบมองไปยังถนนทางเข้าหน้าคณะเป็นระยะข่าวใหญ่เรื่องคำพิพากษาคดีฆาตกรรมอำพรางคุณหญิงรัตนเดชา และการกวาดล้างกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติที่ออกอากาศสดไปทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้สถานะของภีมเปลี่ยนไปตลอดกาล จากเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่เคยถูกมองว่าโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง บัดนี้ทุกคนรู้ซึ้งแล้วว่าเขาคือประธานกรรมการบริหารตัวจริงของรัตนเดชากรุ๊ป ผู้ถือครองสินทรัพย์และผืนดินนับหมื่นล้านเสียงเครื่องยนต์เดินเรียบสนิทของรถซีดานคันหรูสีดำคุ้นตาดังขึ้น เมื่อตัวรถแล่นเข้ามาจอดเทียบชานชาลาหน้าบันไดตึกคณะการปรากฏตัวของรถคันดังกล่าวทำให้บทสนทนารอบบริเวณค่อยๆ เงียบเสียงลงประตูฝั่งคนขับเปิดออก บอดี้การ์ด

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 25: แสงดาวเหนือน่านน้ำเจ้าพระยา [20+++ ]

    บทที่ 25: แสงดาวเหนือน่านน้ำเจ้าพระยา [20+++ ]ความเงียบสงัดอันแสนอบอุ่นเข้าปกคลุมห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดม่านโปร่งแสงถูกเปิดกว้างออกจนสุด เผยให้เห็นทัศนียภาพของโค้งน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวไปตามแนวตึกระฟ้า แสงไฟนีออนระยิบระยับนับล้านดวงจากตัวเมืองสะท้อนลงบนผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว กลายเป็นทางสายธารสีทองระยับพร่างพราว ท้องฟ้าเบื้องบนโปร่งโล่งจนมองเห็นดวงดาวส่องแสงสว่างไสว แข่งกับเงาสะท้อนในสายน้ำเบื้องล่างบนโซฟาเบดหนังแท้ตัวยาวริมกระจก ภีมนั่งพิงแผงอกกว้างของอคินสองร่างสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายสีขาวเนื้อนุ่มหลวมโพรก ในมือของอคินถือแก้วแชมเปญคริสตัลที่มีฟองพรายผุดขึ้นเป็นสาย ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ แขนอีกข้างหนึ่งโอบรัดเอวคอดของคนรักไว้แนบชิด คางคมสันเกยอยู่บนลาดไหล่บาง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดของสบู่อ่อนๆ จากผิวกายเนียนละเอียดมือซ้ายของภีมวางทาบอยู่บนต้นขาแกร่ง ปลายนิ้วเรียวขยับหมุนแหวนทองคำขาวบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนเองเล่นอย่างเพลิดเพลิน เพชรเม็ดงามรูปดาวแปดแฉกส่องประกายวาววับสะท้อนแสงไฟเมืองหลวง“ชอบไหมครับ?” อคินกระซิบถามชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มละมุนภีมเงยหน้าข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status