Masukก่อนวันคล้ายวันประสูติครบ 17 ชันษาไม่กี่วัน หยางซิงอีตรัสถามเขาในเช้ามืดวันหนึ่ง ขณะเขาเข้ามาเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันแทนเฉินฝู่หมิง
“ซานหลิน หากข้ามิได้เกิดมาเป็นข้า...”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย”
“ไม่มีอะไร เจ้าไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้นซานหลิน”
“...หากนั่นเป็นประสงค์ของพระองค์ เช่นนั้นกระหม่อมก็ไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบใจเจ้ามาก”
เช้านั้นซานหลินจำได้ พระองค์ประทับอยู่ข้างหน้าต่างกลมบานใหญ่ ในพระหัตถ์ยังถือจอกสุรา และเพราะพระพักตร์ผินออกไปนอกหน้าต่าง เขาจึงได้เห็นเพียงพระขนองโปร่งขององค์ชาย
มีเพียงยอดฝีมือเท่านั้นที่จะได้รับใช้องค์ชายเจ็ด...มีเพียงผู้ที่ได้รับการยอมรับจากราชองครักษ์ซูมู่ถงเท่านั้น และหนึ่งในคนเหล่านั้นก็คือ ซานหลิน
ซานหลินแรกเริ่มเป็นเพียงเด็กกำพร้าจากชายแดนระหว่างแคว้นหยางและแคว้นหลิน เขาเติบโตมาท่ามกลางซากสมรภูมิและขุดคุ้ยหากินกับซากศพเพื่อเอาตัวรอดมาตั้งแต่จำความได้ เมื่อเข้าวัยรุ่นจึงกลายเป็นโจรปล้นสุสานไปโดยปริยาย
แต่อยู่เป็นโจรจนกระทั่งอายุได้ 15 ปี กองโจรของตนก็อุตริไปปล้นสุสานของราชวงศ์หยาง จึงได้พบเจอกับซูมู่ถง เมื่อครั้งราชองครักษ์สูงวัยยังเป็นแม่ทัพในองค์จักรพรรดิหยางไท่ซาน
เพื่อสมบัติชิ้นสำคัญของราชวงศ์ ซูมู่ถงและกองทหารจึงไล่ล่ากองโจรของซานหลินไม่ต่างจากสุนัขล่าเนื้อ และสุดท้ายก็ปราบได้ทั้งหมด
ยามนั้น ซานหลินเหลือเพียงตัวคนเดียวสภาพสะบักสะบอม ไม่มีสหายโจรที่เหลือลมหายใจ แต่เดนคนเช่นเขาคือคนที่ไม่ยอมตายจนกว่าจะสิ้นลมหายใจโดยแท้จริง เมื่อจนตรอกไร้ทางหนีจึงตัดสินใจสู้จนตัวตาย ซูมู่ถงเห็นเขาฝีมือดี หลังต่อสู้กับเขาจนชายหนุ่มไม่เหลือสภาพจะขัดขืนได้อีกก็ตัดสินใจรับเขาเข้ากองทัพ
“ไอ้หนู...ฝีมือไม่ธรรมดาเช่นนี้ อย่ามาตายด้วยน้ำมือข้าเลยดีกว่า”
แล้วนับจากวินาทีนั้นมา เขาก็กลายเป็นพลทหารนายหนึ่งในองค์จักรพรรดิหยางไท่ซาน ชีวิตในสนามรบไม่สะดวกสบายนักสำหรับหลายคน แต่สำหรับเขา นี่ดีกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งมีกินทุกมื้อ ทั้งได้รับการรักษาบาดแผล แล้วไหนจะหน้าตาทางสังคมอีก
ชีวิตใหม่ เขาเรียกมันเช่นนั้น และนั่นก็ทำให้เขาเคารพรักซูมู่ถงไม่ต่างจากบิดา
ซานหลินเป็นทหารชั้นผู้น้อยได้ไม่กี่ปี ด้วยผลงานและความสามารถอันโดดเด่น ชายหนุ่มก็ได้รับการโยกย้ายเลื่อนขั้นมาอยู่ในกองรบพิเศษขององค์จักรพรรดิ เขามีตำแหน่งเป็นรองเพียงซูมู่ถงด้วยวัยเพียง 18 ปี กลายเป็นรองแม่ทัพที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์หยาง และในอยู่ตำแหน่งนั้นได้ 3 ปี องค์จักรพรรดิก็พระราชทานซูมู่ถงให้แก่พระโอรสในครรภ์ของพระมเหสี และเลื่อนเขาขึ้นมาแทนที่ซูมู่ถง
ซานหลินดำรงตำแหน่งแม่ทัพอยู่ราว 14 ปี อยู่มาวันหนึ่งซูมู่ถงก็เรียกหาเขา ชวนเขาออกไปร่ำสุราเช่นสมัยยังอยู่กองทัพด้วยกัน ก่อนจะชวนเขามาเป็นราชองครักษ์ขององค์ชายเจ็ด
ยามแรก อาจเพราะมึนเมาจึงไม่ใคร่จะเข้าใจนัก แต่เมื่อระลึกได้ว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนจักรพรรดิหยางประชวรอย่างหนักก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
“เป็นรับสั่ง หรือเป็นท่านที่ประสงค์จะเรียกหาข้า” เขาถามด้วยความใคร่รู้ แม้ตามจริงไม่ว่าจะเป็นอย่างใด เขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธคำชวนของซูมู่ถง และคำตอบที่ได้มาก็คือ
“ทั้งสองอย่าง”
ซานหลินไม่ใช่คนโง่ เพียงบทสนทนาก็รับรู้แล้วว่า องค์จักรพรรดิหยางไท่ซานต้องการสิ่งใด
คำสั่งที่มิได้เอ่ย ความรักที่มิเคยแสดงออกให้ผู้ใดได้เห็น
ห้องทรงงานที่หันหน้าไปทางตำหนักองค์ชายเจ็ด ช่องหน้าต่างที่ยามเหนื่อยล้า จะทำทีเป็นย่างพระบาทผ่านเพื่อทอดพระเนตร และพระพักตร์เครียดขรึมที่คล้ายจะคลายลงไปกว่าครึ่ง ทุกครั้งที่ได้เห็นความเป็นไปของตำหนักองค์ชายเจ็ด
ยามประชวร นัยน์พระเนตรยังมีห่วง หากพระองค์ไม่อยู่แล้วเพียงซูมู่ถงคงไม่เพียงพอดูแลพระโอรส เป็นซานหลินไปอีกหนึ่งคงเป็นไปได้
ซานหลินเห็นทุกอย่าง
“เช่นนั้นก็ตามนั้น” สุราขมปร่า คืนนั้นเขาร่ำสุราจนรุ่งสาง ยามกลับไปถึงวังหลวงก็ตรงไปยังห้องบรรทมขององค์จักรพรรดิหยางไท่ซานทันที แล้วก็คล้ายพระองค์จะรออยู่ก่อนแล้ว
หยางไท่ซานประทับกึ่งบรรทมอยู่บนแท่นบรรทมกว้าง พระเนตรทองคำสงบนิ่งแน่วแน่มองมายังซานหลิน แล้วสายวันนั้น ป้ายหยกประจำตัวของซานหลินก็เปลี่ยนจากตำแหน่งแม่ทัพเป็นราชองครักษ์
“หากทำเช่นนี้ จะไม่มีผู้ใดอยู่ข้างกายพระองค์อีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยแก่องค์จักรพรรดิ หลังได้ป้ายหยกชิ้นใหม่มา
“คนจะตายที่ไหนกลัวความโดดเดี่ยวกัน” พระองค์ตรัส สุรเสียงทุ้มต่ำแฝงแววรำคาญ คาดว่าก่อนหน้าคงเป็นซูมู่ถงที่มาทัดทานการตัดสินพระทัยของพระองค์ แต่ไม่นานพระเนตรก็อ่อนแสงลงคล้ายยามพระมเหสีหลี่ยังอยู่
“...เขากลัวกันแค่ว่าคนที่ต้องอยู่ต่อต่างหากจะเป็นเช่นไร” พระองค์เอ่ย ทรงหันพระพักตร์คมไปทางห้องทรงงาน และไม่ต้องบอกซานหลินก็รู้ว่าพระองค์ทอดพระเนตรไปหาสิ่งใด
แล้วนับจากนั้นมา ซานหลินก็กลายเป็นราชองครักษ์ขององค์ชายเจ็ด
แค่แรกเห็นพระพักตร์ขององค์ชายเจ็ดในรอบหลายปีที่ศาลากลางน้ำ เขาก็แทบลืมหายใจ
เล่าลือกันว่าทรงประพิมพ์ประพายคล้ายพระมารดาอย่างยิ่งยวด และแม้ซานหลินจะเคยเห็นยามพระโอรสเป็นเพียงทารก ชายหนุ่มก็ไม่คิดว่าพระองค์จะเหมือนพระมเหสีหลี่ราวกับพระนางยังมีลมหายใจ
ทั้งพระพักตร์รูปเพชร พระขนงกระบี่รับพระนาสิกโด่งเป็นสัน ริมพระโอษฐ์เป็นกระจับได้รูปสีชมพูระเรื่อตัดกับพระฉวีสีทรายอมขาว และพระหนุกลมมนสวย ทุกอย่างเป็นของพระมเหสีหลี่ เห็นจะมีพระเนตรทองคำคู่คมเท่านั้นที่ทรงได้มาจากองค์จักรพรรดิหยาง
จะติดก็เพียงว่าพระมเหสีหลี่นั้นอ่อนหวานแช่มช้อย ในขณะที่องค์ชายเจ็ดนั้นเย็นชาน่ายำเกรงเกินกว่าวัย
“กระหม่อมนามซานหลิน จากนี้ไปเป็นราชองครักษ์ประจำพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี” สุรเสียงยังไม่แตกหนุ่มดี แต่บางอย่างในน้ำเสียงกลับทำให้เขาเสียวสันหลังวาบ ความรู้สึกเดียวกันกับยามพบเจอคนตายไม่มีผิดเพี้ยน
แล้วหลังซานหลินมาเป็นราชองครักษ์ขององค์ชายเจ็ดได้ไม่นาน บรรดาพระโอรสและพระธิดาองค์อื่น ๆ ในองค์จักรพรรดิหยางไท่ซานก็ค่อย ๆ สิ้นพระชนม์ไปทีละพระองค์
องค์จักรพรรดิยังไม่ทันสวรรคต การแก่งแย่งชิงบัลลังก์ในหมู่พี่น้องก็เริ่มขึ้นเสียแล้ว และเมื่อหยางไท่ซานจากโลกนี้ไป สิทธิ์ในการขึ้นครองบัลลังก์ของหยางซิงอีก็กลับคืนมา และกว่าจักรพรรดิหยางพระองค์ใหม่จะขึ้นบัลลังก์สำเร็จ ตำหนักขององค์ชายเจ็ดก็ได้อีกชื่อหนึ่งว่า “ตำหนักแห่งความตาย” แล้ว
เพื่ออำนาจ กระทั่งพี่น้องกันเองก็ไม่เว้นชีวิต และเพื่อเอาตัวรอดถึงมือต้องเปื้อนเลือดก่อบาปกรรมแก่คนในครอบครัว...หากไม่อยากตายก็ต้องกระทำ
บัลลังก์หรือชีวิต ไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้ว่า แท้จริงแล้วภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและมือเปื้อนเลือดของหยางซิงอี ยุวกษัตริย์พระองค์นี้ประสงค์หรือดำริสิ่งใด
แต่บางอย่างในตัวซานหลินบอกเขาว่า เป็นอย่างหลัง และไม่เพียงประสงค์จะมีชีวิตรอดเท่านั้น พระองค์ยังประสงค์ชีวิตที่มีความสุขเสียด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่เสด็จออกไปเมามายกับฤทธิ์สุราแทบไม่เว้นวันเพื่อลืมเลือนทุกสิ่งอย่างหรอก
แล้วในสายวันหนึ่งก็คล้ายความปรารถนาของพระองค์จะเป็นจริงขึ้นมา
นัยน์ตาสุกใส พระพักตร์อ่อนโยน พระองค์เปลี่ยนไปราวกับคนละคน เปลี่ยนไปจนอดสงสัยไม่ได้ว่าหยางซิงอีคนนี้เป็นผู้ใดมาสถิตร่าง
ไม่มีอีกแล้วหยางซิงอีผู้น่าสงสารเลือดเย็น มีเพียงหยางซิงอีคนนี้ผู้อ่อนหวานหนักหนา
ซานหลินมองพระสรวลสดใสของหยางซิงอีคนใหม่ ขณะใจคิดถึงหยางซิงอีคนก่อน
หากมีโอกาสเขาก็อยากถามพระองค์ว่า พระองค์มีความสุขแล้วหรือไม่ นี่รึเปล่าคือสิ่งที่พระองค์ปรารถนา และหากพระองค์ตอบว่าใช่ เช่นนั้นเขาก็ยินดีกับพระองค์ ส่วนหยางซิงอีคนใหม่นี้ หากทรงอยากออกไปท่องเที่ยว หรืออยากเล่นสนุกเช่นเด็กหนุ่มธรรมดา เขาจะคอยติดตามดูแลให้ปลอดภัยเอง
“องค์ชายเจ็ดพ่ะย่ะค่ะ”
“จ๋าจ้ะ...เอ๊ย! ว่าอย่างไรหรือซานหลิน”
“กระหม่อมสงสัยว่าเจ็ดสี ที่พระองค์อยากได้มาเป็นสีฉลองพระองค์นั้น มีสีใดบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่าน...เอ๊ย! เจ้าถามได้ดีมาก”
“เป็นเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นเช่นนั้น เป็นเช่นนั้น!”
“แล้วพระองค์อยากได้สีใดบ้างหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮึ ซานหลินข้าว่าจะม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดงสักหน่อย เจ้าว่าดีหรือไม่”
“หากนั่นเป็นประสงค์ของพระองค์ เช่นนั้นกระหม่อมก็ว่าดีพ่ะย่ะค่ะ”
“มันต้องอย่างนี้สิ! ขอบใจเจ้ามากนะซานหลิน”
ติดตามเหมือนที่เคยตามเสด็จพระบิดา
ติดตามเหมือนที่เคยตามพระองค์
“แสงรวีท่านมานั่งนี่เร็ว นั่ง ๆ ๆ”เฉินอวี้มองหยางซิงอีตรัสเรียกเขาเสียงใส เห็นพระองค์โบกพระกรไปมาคล้ายกลัวว่าเขาจะไม่เห็น แต่ถึงจะอยากทะยานกายไปนั่งกับองค์ชายตามเสียงเรียกทันทีแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยังสำรวมกิริยา คุกเข่าลงคารวะองค์จักรพรรดิหยางก่อน ซึ่งพระองค์ก็รับคารวะ“ท่านทำตัวตามสบายเถิด คืนนี้ข้าเป็นเพียงหยางลู่จื้อ” พระองค์ตรัสแก่เขา แล้วเขาก็ขอบคุณ ก่อนจะเดินไปคุกเข่าลงข้างหยางซิงอีตรงจุดที่องค์ชายผายพระหัตถ์ให้“กระหม่อม...” เฉินอวี้กำลังจะเอ่ยขออนุญาตนั่ง แต่อีกฝ่ายกลับกอดพระอุระตรัสขัดขึ้นมาว่า “ไม่เอาราชาศัพท์ เข้าใจยาก วันนี้ข้าไม่ใช่องค์ชาย” พร้อมช้อนพระเนตรทองคำฉ่ำเยิ้มขึ้นมองอย่างไม่พอพระทัยมองพระองค์ แล้วสมองของเฉินอวี้ก็ว่างเปล่าไปชั่ววินาทีหนึ่ง เคราะห์ดีที่ไม่นานจนผิดสังเกต แต่ชายหนุ่มถามอีกคนเพื่อความมั่นใจว่า “เป็นเช่นนั้นหรือ”&n
แล้วคืนนั้น รจนาก็มายืนโอดครวญในใจอยู่หน้าตำหนักองค์ชายเจ็ด โดยมีหลินซีและซานหลินยืนอารักขาอยู่ไม่ไกลนักอันวาร์แก…แกมันร้ายกาจคิดได้ยังไง เอากิจกรรมที่ต้องใช้สติมากเป็นพิเศษมารวมกับกิจกรรมชวนขาดสติน่ะหึ! แตกแน่ ๆ แอ๊บแมนของรจนาแตกแน่ จบจากนี้หล่อนจะควิซอันวาร์ให้หนัก ให้เขาไม่มีเวลาออกไปเดินตลาดเลยคอยดูหล่อนเหลือบตามองคนที่ทำให้หล่อนต้องมาตกระกำลำบาก อันวาร์บอกหล่อนว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเขาจะดูแลหล่อนเอง แต่พอคำพูดนั้นออกมาจากปากอันวาร์ผู้คออ่อนกว่าหล่อน หล่อนก็รู้สึกว่า ดูแลตัวเองน่าจะเจริญกว่าเจ้าแม่คะ ประทานความเข้มแข็งให้รจนาด้วยอันวาร์หลังแจ้งแก่ซูมู่ถงถึงนัดหมายที่เขามีกับเฉินอวี้ และขอให้ราชองครักษ์สูงวัยไปตามชายหนุ่มมาที่ตำหนักเสร็จก็หันหลังไปสนใจรจนา เขารู้ดีว่าตนรบกวนหล่อนครั้งใหญ่แล้ว และก็รู้ด้วยว่าหล่อนเป็นกังวล ฉะนั้น เพื่อให้หล่อนกังวลน้อยลงเขาจึง...หันไปชูนิ้วโป้งให้กำลังใจ เหมือนเวลาเดินสวนกับเพื่อนในคาบพละ แล้วมันกำลังตั้งใจฝึกซ้อมปิงปอง“สู้เว
“อันวาร์แก! ทำไมแกไม่บอกฉันก่อนว่าเขาหล่อขนาดนี้ ฉันจะได้เตรียมใจ”“ก็ผมลืม”คือเจ้าแม่คะ เขาหล่อมากเลยค่ะ ทำไมพระเอกหล่อขนาดนี้คะ นี่ขนาดยังไม่โตเป็นชายฉจกรรย์ยังหล่อทะลุจักรวาลขนาดนี้ ตอนโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัวแบบในนิยายแล้วจะหล่อขนาดไหนกันคะฮือ รจนาจะเป็นลมค่ะเจ้าแม่ นายเอกทำบุญมาด้วยอะไรคะ ทำไมถึงมีคนรูปงามหน้าหล่อขนาดนี้มารักมาชอบ แล้วในนิยายนะคะเจ้าแม่ พระเอกคือดีมากเลยค่ะ ดีแบบพ่อพระ พ่อเทพบุตร บนเตียงก็ดุ๊ดุไม่รู้จะดุอย่างไร ดีทุกจุดหมดจดขนาดนี้ไม่ใช่ในนิยายไม่มีอยู่จริงแน่นอนค่ะเจ้าแม่ แต่ค่ะแต่นะคะเจ้าแม่ ยังไงในสายตาของรจนาพระเอกก็ยังหล่อสู้ผัวขาไม่ได้หรอกค่ะ! เพราะพี่ลู่จื้อของรจนาน่ะ อันดับหนึ่งในดวงใจยิ่งกว่ากาแฟยี่ห้อดังอีกยังไงละคะแล้วพลังแห่งความรัก (ข้างเดียว) ที่รจนามีต่อหยางลู่จื้อก็เรียกสติหล่อนกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันในห้องรับรองแขกอันวาร์เห็นอาการเดี๋ยวตากระตุกเดี๋ยวหรี่ตาคล้ายจะหลุดแอ๊บของรจนาแล้วได้แต่สงสาร เมื่อสักคร
เพราะเสร็จจากกิจธุระ (ช็อปปิ้ง รับหลินซีกลับวัง และช็อปปิ้งอีกที) นอกพระบรมมหาราชวังหยางเร็วกว่ากำหนดเวลาพอสมควรอย่างไม่น่าเชื่อ รจนาและหลินซีจึงมาถึงวังหลวงตั้งแต่ช่วงเย็นที่ตะวันยังทอแสงทอง และตามประสาหญิงสาวเจ้าสำอางค์รักสวยรักงามนางหนึ่ง สิ่งแรกที่รจนาทำจึงเป็นการช่วยหญิงรับใช้และหลินซีหอบข้าวของที่ซื้อมาทั้งหมดไปไว้ในห้องทรงงาน เพื่อหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ หล่อนจะได้มานั่งจัดของที่ซื้อมาเข้าที่อย่างสบายอุราเป็นจักรพรรดินี่ก็ดีอยู่นะ อย่างน้อยหล่อนก็มีเงินใช้สอย แต่จะดีกว่านี้มากถ้าหล่อนมาในตำแหน่งพระมเหสีของผัวขาเฮ้อ ได้แต่ถอนหายใจแล้วเอาแก้มซบมือแกร่งพลางจินตนาการถึงฉากต่าง ๆ นานาในนิยายทะลุมิติรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่เคยอ่าน นิยายที่มักจะขึ้นต้นว่า “เกิดใหม่เป็นพระมเหสี...จะทำอย่างไรดี” ซึ่งต้องใช้น้ำเสียงน่าหมั่นไส้อ่านตรง “จะทำอย่างไรดี” ด้วยอุ๊ยว้าย แค่คิดรจนาก็เขินแล้วค่ะเจ้าแม่ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นผัวขาจะต้องเป็นองค์จักรพรรดิเพลย์บอยทรงแบดด้วยรึเปล่านะ อย่าเชียวนะคะพี่ลู่จื้อ ถ้าพี่เป็นแบบนั้นรจนาจะโกรธพี่มาก ๆ เลย เอาละอย่าไปคิดถึงอะไรที่มันบั่นทอนจิตใจสาวน้อยเลยดีกว่า คิดถึงแค่ฉา
โบราณว่า “ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ” “กระหม่อมแซ่เฉิน นามอวี้ เฉินอวี้ เป็นบุตรของเฉินจางหย่ง หัวหน้าราชองครักษ์แห่งแคว้นไป๋พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” “จะ...เจ้าว่าอย่างไรนะ”“กระหม่อมมีนามว่าเฉินอวี้พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” เฉินอวี้...เฉินอวี้...เฉินอวี้ เชี่ย! นี่มันพระเอกนี่หว่า!ลมแทบจับ เข่าแทบทรุด อันที่จริงถ้าไม่ติดว่านั่งอยู่บนพื้นอันวาร์ก็คงเข่าทรุดลงไปนอนแกล้งตายเหมือนนักเดินป่าเจอหมี และถ้าเขาหลุดเข้ามาในหนังจีนกำลังภายในไม่ใช่นิยายวาย อันวาร์ก็เชื่อว่า เขาคงกระอักเลือดดัง เอื้อ! แล้วไม่ปาดก่อนจะล้มลงไปเสียด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ขันทีหม่าเยว่ก็คงโวยวายว่า ในน้ำชาของเขามียาพิษ โดยหารู้ไม่ว่าเขาธาตุไฟเข้าแทรก เพราะเจอหน้าพระเอกต่างหาก จะเป็นแบบไหนก็น่าอนาถทั้งนั้นเลยนี่หว่า แต่ถึงจะดูอนาถน่าสมเพชแค่ไหนอันวาร์ก็ไม่สนหรอก โอ้พระสงฆ์! โบราณว่า “ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ” ทำไมคนโบราณต้องพูดถูกด้วย!? แต่เอ๊ะ...เขาไม่ได้เกลียดพระเอกนี่ ไม่เลยสักนิด คนที่เขาเกลียด เอ๊ย ไม่ชอบน่ะมันนายเอกต่างหาก...แต่อย่า! อย่าเข้าใจผิดว่าเขาอยากเจอนายเอกเชียวนะ ไม่! เพราะจะคนไหนเขาก็ไม่อยากเจอทั้งนั้นน่ะแหละโอ๊ย! ขอเขาทำตั
เมื่อยามเย็นใกล้เข้ามา อันวาร์จึงเห็นว่าสมควรหยุดการเก็บเกี่ยวได้เสียที เขาเรียกรวมกลุ่มชาวสวนจำเป็นของตนบนทางเดินหิน จุดที่กองเมล็ดดอกตะวันจิ๋วไว้ อันวาร์และซานหลินช่วยกันโกยเมล็ดตะวันจิ๋วลงเสื้อนอกสีไข่แดงเค็ม ด้วยทักษะการมัดเชือกของซานหลินเสื้อนอกตัวนั้นก็กลายเป็นถุงใส่เมล็ดพืชอย่างดีความสามัคคีของพวกเขาออกดอกผลเป็นเมล็ดดอกตะวันจิ๋วหนึ่งถุงน้ำหนักครึ่งกิโลกรัมบนทางเดินหิน สี่บุรุษสภาพเหงื่อโทรมกายเพราะทำงานกลางแจ้ง แต่ที่แย่ที่สุดเห็นจะเป็นอันวาร์ วราหะ ผู้ถกขากางเกงขึ้นสูงและถูกใบไม้ใบหญ้าบาดขาขณะเก็บเกี่ยวจนเป็นแผลเล็กแผลน้อยเต็มไปหมดว่ากันตามจริง ตอนแรกเขาไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พอขึ้นมายืนให้ลมโกรกคลายร้อนบนทางเดินหินสักพักก็รู้สึกคันยุบยิบที่ขาขึ้นมา ก้มลงมองก็พบว่าขาตนมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดขันทีหม่าเยว่ตกใจมากยามเห็นว่าขาสองข้างของอันวาร์มีบาดแผล กระวีกระวาดเข้ามาดูราวมันเป็นแผลใหญ่โตพลางตำหนิซานหลินว่า เหตุใดจึงไม่ดูแลองค์ชายให้ดี ซึ่งเจ้าของชื่อก็นิ่วหน้ามองบรรดาแผลเล็กแผลน้อยบนขาของวัยรุ่นชาววัง ขณะที่หนุ่มหล่อนิรนามยืนสำรวมกิริยาอยู่ไม่ไกลนักพอมั่นใจว่าไม่มีแผลใดน่าเป็นห่ว


![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




