เขื่อนขุนเขา

เขื่อนขุนเขา

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-03
โดย:  Meithimmจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
25บท
1.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

จากค่ำคืนที่แสนทรมาน ถูกทำร้ายและทุบตีจากเจ้าหนี้ที่พ่อของตนไปติดพนันบ่อนไว้ ชิงตายไปก่อนตัว แถมไอขุนเขาจะถูกฆ่าในคืนนั้นไปอีกคน ทว่าชีวิตของขุนเขาที่มืดแปดด้านก็มีแสงสว่างเข้ามาชุบชีวิตอย่างไม่คาดคิด ขุนเขาคนนี้ขอรับใช้และเป็นลูกน้องของนายหัวเขื่อนตลอดชีวิต เพราะเขาคือคนที่ช่วยชีวิตขุนเขาไว้ “ฉันรับเธอเข้ามาในเกาะไม่ได้ให้เป็นคนใช้ ฉันรับเข้ามาให้เป็นเมียของฉัน และหน้าที่ของเธอก็คือทำตัวน่ารักในตอนที่ฉันเหนื่อยก็พอ”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

เขื่อนขุนเขา 1

ตำบลเลี่ยงหลินเป็นพื้นที่ห่างไกลซ้ำยังทุรกันดาร เรื่องเกษตรกรรมการเพาะปลูกล้วนฝืดเคือง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล แม้จะนับว่าอยู่ในเขตการปกครองของแคว้นฮุ่ยเหอซึ่งมากล้นด้วยพืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ทว่าการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านยามแร้นแค้นกลับได้รับเพียงกะพร่องกะแพร่ง เกรงว่าบรรดาขุนนางที่ดูแลเขตแดนแห่งนี้ ล้วนมีแต่พวกคดโกง อาศัยว่าตนมีอำนาจและตำแหน่งสูงส่งผนวกความรู้มากหน่อย ก็เอาเปรียบชาวบ้านตาดำ ๆ โดยคิดว่าเทพไม่รู้ผีไม่เห็น 

ซ่งซูหลานก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ริมลำธารกลางป่าไผ่ นางเป็นคุณหนูรองตระกูลซ่งทว่าบิดากลับไม่เหลียวแล ส่งตัวของนางมายังตำบลที่แสนอัตคัด เพียงเพราะหลงงมงายในคำทำนายไม่มีมูล แม้ซ่งซูหลานทราบดีว่าเป็นกลอุบายของฮูหยินรองกระนั้นนางก็เป็นลูกที่เกิดมาแล้วทำให้มารดาของตนต้องสิ้นใจจริง ๆ หากบิดาจะเกลียดชังบุตรสาวเช่นนางก็คงสมควรกระมัง 

"คุณหนูเจ้าคะ ท่านทำเหยาะแหยะเช่นนั้นแล้วเมื่อใดจะเสร็จเล่า ตะวันจะลับขอบฟ้าแล้วเร่งมือเข้าเถิด" 

เสียงสตรีวัยกลางคนแผดขึ้น ลี่ถังเป็นผู้ดูแลเรือนของที่นี่ ตระกูลซ่งกว้านซื้อที่ดินและเรือนหลายหลังเอาไว้ บิดาของซ่งซูหลานส่งตัวบุตรสาวมาอยู่กับนางตั้งแต่แบเบาะ ซ่งซูหลานถูกเลี้ยงดูโดยแม่บ้านลี่หรือลี่ถัง นางไม่เคยถูกประคบประหงมจากบ่าวผู้นี้เลยสักหน ถึงแม้ตนเป็นคุณหนูรองของตระกูลก็ตาม ตรงกันข้าม ซ่งซูหลานถูกเลี้ยงดูดุจดั่งลูกของบ่าวไพร่ผู้หนึ่ง อาหารการกินที่ดีที่สุดของนางคงนับว่าเป็นโจ๊กต้มเกลือกระมัง 

เรียวมือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาทว่าเหลืองซูบแหงนขึ้น นางเหลือบมองผ้าที่ยังไม่ได้ซักพะเนินเทินทึกกองกันอยู่ ก็พลันผ่อนหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย 

ซ่งซูหลานตอบกลับเสียงค่อย "แม่บ้านลี่ กลับไปพักผ่อนเถิด ไว้เรียบร้อยแล้วข้าจะตามไป" 

"หึ!...ตามใจท่าน รีบมาให้ทันมื้อเย็นเล่า ไม่เช่นนั้นหมดก่อนอย่ามาต่อว่าข้าเชียว" ลี่ถังกระฟัดกระเฟียดเดินจากไป 

ลำพังนางเลี้ยงดูบุตรของตนถึงสองคนก็ลำบากมากพอแล้ว หน้าที่ของนางคือการดูแลเรือนหลังโตซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ทุรกันดารซ้ำยังห่างไกลความเจริญมิให้ทรุดโทรม กระนั้นซ่งหยวนหมิงกลับส่งบุตรสาวของตนมาให้นางดูแลอีกหนึ่ง เงินเดือนหรือก็หาได้เพิ่มมาสักอีแปะ นางเลี้ยงดูลูกที่พ่อทอดทิ้ง ซ้ำยังเป็นบุตรมาตุฆาตมารดาจนเติบใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ก็นับว่าบุญหัวเท่าใดแล้ว 

ทว่ากลับมิใช่เรื่องโชคร้ายเสมอไป ครั้นเมื่อซ่งซูหลานอายุไม่กี่หนาวนางก็สามารถช่วยลี่ถังแบ่งเบาภาระงานบ้านงานเรือนได้มากโข ในเมื่อฮูหยินรองบอกเองว่าไม่ต้องดูแลนางอย่างดี เช่นนั้นสิ่งที่ลี่ถังกระทำไปคงถูกจุดประสงค์ของนายหญิงแล้วกระมัง 

ซ่งซูหลานมองตามอีกฝ่ายก็พลอยส่ายศีรษะ จากนั้นจึงก้มหน้าก้มตาทำงานที่ล้นมือต่อไป อาทิตย์กำลังอัสดง ซ่งซูหลานจึงเร่งทำความสะอาดเสื้อผ้าเหล่านั้นอย่างขมีขมัน ทว่าไม้ที่ใช้เคาะตียามซักกลับหลุดมือลอยละล่องไปตามกระแสน้ำ นางจึงสาวเท้าลงไปด้วยความทุลักทุเลพลางเอื้อมคว้าไม้ขนาดพอเหมาะซึ่งลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ 

ตู้ม!

ซ่งซูหลานหน้าคะมำหล่นลงน้ำ ผู้ใดจะทันคาดคิดว่าลำธารแห่งนี้ช่างลึกนัก ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ซ่งซูหลานว่ายน้ำไม่เป็น! 

"...ช่วยด้วย!" 

มือเรียวพยายามตะเกียกตะกายเพื่อขอความช่วยเหลือ มือทั้งสองโผล่พ้นผิวน้ำ ใบหน้าพยายามแหงนเงยเพื่อหายใจรับอากาศเข้าปอด กระนั้นนางกลับดื่มน้ำเข้าไปหลายอึกแล้ว ซ่งซูหลานตบตีน้ำจนแตกกระจายพร้อมศีรษะซึ่งผลุบ ๆ โผล่ ๆ 

"ชะ...ช่วยด้วย...ไม่ไหวแล้ว" 

ร่างบอบบางลอยไปตามกระแสน้ำเชี่ยวกราก พร้อมกับเรี่ยวแรงที่หลงเหลือเพียงกะพร่องกะแพร่ง เปลือกตาบางค่อย ๆ ปิดปรือเมื่อกายจมดิ่งลงใต้ผืนน้ำ ซ่งซูหลานคงไม่มีโอกาสรอดชีวิตแล้ว ถึงอย่างไรการมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ก็ไม่เคยใจดีกับนางเลยสักนิด ต่อให้นางทำดีเป็นร้อยเท่าพันทวีกลับไม่เคยมีผู้ใดมองเห็น เช่นนั้นจิตวิญญาณดวงนี้ปรโลกก็มารับนางไปเถิด...

ลมหายใจสุดท้ายที่ถูกกลั้นเอาไว้จึงขาดสะบั้นลงในที่สุด ผืนป่ากลับสู่ความเงียบสงัด ร่างบอบบางยังคงลอยเคว้งอยู่ใต้ผืนธารา ทว่าลี่ถังกลับไม่คิดมาตามซ่งซูหลานสักนิด ซ้ำยังนั่งทานอาหารกับลูกชายของตนด้วยท่าทีสบายอารมณ์ยิ่ง หยางเชาเด็กน้อยวัยสามขวบชะเง้อตามองว่าเมื่อใดซ่งซูหลานจะกลับเสียที 

"ท่านแม่ พี่ฉาวยังไม่กลับอีกหรือขอรับ อาหารจะหมดอยู่แล้ว ท่านไม่แบ่งไว้ให้นางหรือ" 

ลี่ถังตวัดสายตามองฉับ มือที่ป้อนอาหารให้เด็กน้อยราวหนึ่งขวบชะงักลง 

"หม่ำ หม่ำ" เด็กแก้มยุ้ยพยายามยืดใบหน้าเพื่องับเอาข้าวในมือของมารดา 

"อาเชา เจ้าเป็นห่วงนางยิ่งกว่ามารดาเช่นข้าเสียอีก ข้าบอกนางให้เร่งกลับมาแล้ว ในเมื่อนางไม่ยอมทำตามที่ข้าบอกเช่นนั้นอาหารนี่ก็ไม่ต้องเหลือ กินให้หมด!" 

เด็กน้อยหน้าสลดลงเดี๋ยวนั้น ตอบรับเสียงแผ่ว "ขอรับ" 

"ข้าล่ะหน่ายกับเจ้า ทำราวกับว่าเป็นพี่น้องคลานตามกันมา เจ้าจำเอาไว้ต่อให้นางเป็นคุณหนูรอง แต่นางเป็นตัวกาลกินี ไยชอบเข้าใกล้นางนัก หากข้าเห็นเจ้าข้องเกี่ยวเที่ยวเล่นกับนางอีกจะฟาดให้หลังลาย" 

หยางเชาก้มหน้างุด เขาเป็นลูกของลี่ถังก็จริงอยู่ ทว่านิสัยใจคอกลับแตกต่างจากมารดามากนัก แม้อายุเพียงไม่กี่ขวบกลับรู้ประสามากกว่าผู้ใหญ่บางคน 

"ค่ำมืดแล้ว กินเสร็จก็เก็บด้วยเล่า ข้าจะพาหยางเอ๋อร์เข้านอน" ลี่ถังก้มลงอุ้มบุตรชายคนเล็กขนาบเอว เด็กน้อยโบกไม้โบกมืออ้อแอ้ 

หยางเชากวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่เหลือไม่ถึงครึ่ง เจ้าตัวเล็กไม่หยิบตะเกียบทานต่อ เพียงเก็บอาหารที่ยังมีเนื้อบ้างประปราย พร้อมข้าวสวยหนึ่งถ้วยซ่อนเอาไว้ไม่ให้ลี่ถังเห็น เด็กน้อยชะเง้อมองทางต่อไปอย่างมีหวัง  

"พี่ฉาวท่านไปเล่นชาหนุกที่ใดกัน มืดค่ำเพียงนี้ยังไม่กลับอีกหรือ อาเชาเป็นห่วงท่าน" หยางเชานั่งเฝ้าอาหารถ้วยนั้นเพื่อรอซ่งซูหลานด้วยใจห่อเหี่ยว เทียนที่จุดไว้เพื่อให้ความสว่างค่อย ๆ หรี่แสงลงเรื่อย ๆ น้ำตาเทียนย้อยหยดดุจใครบางคนกำลังร่ำไห้ เนื่องจากยามนี้ดึกมากแล้ว เด็กน้อยไม่อาจทานทนความง่วงงุนไหว ใบหน้าเล็กคล้อยต่ำลงเนิบช้า กระทั่งแก้มป่องแนบลู่บนโต๊ะอาหาร หยางเชาพลันม่อยหลับลงในที่สุด

.

.

บุ๋ง บุ๋ง บุ๋ง...

เฮือก!!...

ซ่งซูหลานโผล่พรวดขึ้นเหนือผิวน้ำ นางแหงนหน้าอ้าปากพะงาบๆ เฉกเช่นตะพาบโผล่หัว เสียงหอบหายใจกะพร่องกะแพร่งสะท้อนก้องไปทั่วผืนป่า นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองสรรพสิ่งท่ามกลางความอนธการ 

"นี่มันที่ไหนกัน!?" 

ซ่งซูหลานเบิกตากว้างตะลึงลาน นางยกมือทั้งสองของตนขึ้นสำรวจ พลางตบเปาะแปะบริเวณใบหน้าซีดขาวดุจไร้วิญญาณเพื่อเรียกสติ ฝ่ามือเย็นเยียบลูบคลำสะเปะสะปะด้วยความงุนงง 

"เกิดอะไรขึ้น เรามาอยู่ในน้ำได้ยังไง จำได้ว่าก่อนหน้ายังทำงานวิจัยอยู่ในห้องทดลอง แล้วนี่ นี่..." ริมฝีปากบางเฉียบขึ้นสีม่วงคล้ำ อ้าค้างสั่นระริกด้วยอาการตื่นตระหนก หัวสมองของนางว่างเปล่าขาวโพลนชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้แล้วซ่งซูหลานจึงพยายามตะกุยตะกายพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงขึ้นจากน้ำ พลางหายใจเหนื่อยหอบ ซ่งซูหลานขบคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก 

 เสียงฝีเท้าย่างกรายเข้าใกล้จากทางเบื้องหลัง พร้อมดวงไฟให้ความสว่างหรุบหรู่ดุจผีน้อยแขวนคอล่องลอยเข้าใกล้ ทว่ายามนี้ซ่งซูหลานหูดับสติหลุดลอยไปเสียแล้ว คิ้วเรียงสวยเคลื่อนเข้าหากันแทบผูกเป็นปม

"พี่ฉาว...ท่านอยู่ที่นี่เองหรือ" เสียงเด็กเรียกจากทางด้านหลัง

ซ่งซูหลานผงะพลันแหงนหน้าขึ้นเนิบช้าด้วยหัวใจไหวระรัว อากาศหนาวทำให้กายสั่นสะท้านไม่พอ คนเบื้องหน้ายิ่งส่งผลให้ริมฝีปากบางกระตุกยิก ๆ พร้อมฟันที่กระทบกันจนแทบสิ้นสติ 

"เหวอ ผะ...ผีเด็ก!!" 

หยางเชาตื่นตระหนก ขว้างโคมไฟในมือทิ้ง จากนั้นกระโดดโหยงลงมาเกาะแขนผู้ที่ตนเรียกว่าพี่สาวเดี๋ยวนั้น 

"ผะ...ผีหรือ ไหนขอรับ ไหน!?" 

ซ่งซูหลานตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของนางผิดจังหวะไปเสียหมด 

"นะ...หนูเป็นใคร" 

เด็กน้อยแหงนหน้ามองซ่งซูหลาน พลางคลี่ยิ้มอวดเหงือกที่ฟันหน้าหายไปถึงสองซี่ มิน่าเล่าเขาถึงเรียกนางว่าพี่สาวไม่ชัดเจน "พี่ฉาว ท่านหิวข้าวจนชาติเลอะเลือนเชียวหรือ" 

"หา...พี่ฉาว เอ๊ย!...พี่สาว เมื่อกี๊หนูเรียกพี่ใช่ไหมจ๊ะ" ซ่งซูหลานกะพริบตามองอีกฝ่ายปริบ ๆ พลางชี้นิ้วไปที่ตน 

หยางเชาพยักหน้าหงึกหงัก "อาหารเย็นชืดแล้ว ท่านรีบกลับไปกินก่อนท่านแม่จะตื่นเถิด" 

ซ่งซูหลานอึ้งงัน นางไม่ทราบว่าตนมาโผล่ในพื้นที่เปลี่ยวร้างเช่นนี้ได้อย่างไร คงมีเพียงการตามเด็กคนนี้ไปเสียก่อน แล้วเหตุใดกายของนางจึงเปียกมะล่อกมะแล่กประดุจลูกสุนัขจมน้ำ นี่เป็นความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่ นางคงไม่ได้ทำการทดลองแล้วเกิดระเบิดจนสมองเลอะเลือนใช่หรือไม่

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
25
เขื่อนขุนเขา 1
ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ ที่ซึ่งท้องทะเลเป็นสีครามลึกและเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังก้องสะท้อนกับผาหิน — นั่นคือที่ตั้งของอาณาจักร “สัมปทานรังนก” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และชายผู้ควบคุมทุกเกาะ ทุกนก และทุกเส้นทางการค้าคือ เขื่อน สหัสวรรษ บดินทร์ขุนทศ ชายหนุ่มวัยสามสิบกลางๆ เจ้าของสัมปทานรังนกทั้งหมดสามเกาะใหญ่ และยังเป็นเจ้าของรีสอร์ตบนเกาะเล็กเกาะน้อยที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เขื่อนสูงถึง 190 เซนติเมตร ผิวแทนเข้มจากการใช้ชีวิตกลางแดด ใบหน้าคมเข้มดุดันจนบางคนไม่กล้าสบตา กล้ามเนื้อแน่นตึงบ่งบอกถึงความแข็งแรงและวินัยในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่เขาก็ไม่เคยทอดทิ้งความผูกพันกับธรรมชาติ โดยเฉพาะ “แมว” ที่เขาเลี้ยงไว้ถึงสองตัวบนเกาะเล็กๆ ที่ชื่อว่า “เกาะปันรัก” แห่งนี้ เกาะซึ่งแม่ของเขาทิ้งไว้ก่อนจะเสียชีวิตจากโรคร้ายเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งยังวัยรุ่น เขื่อนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง เรียนหนังสือและทำงานในบริษัทของพ่อ ตนทำทุกวิธีเพื่อรักษาแม่ แต่สุดท้ายเมื่อแม่จากไป เขาก็เลือกกลับมายังบ้านเกิด สานต่อกิจการและดูแลเกาะที่แม่รักที่สุด
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 2
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านลงมาแตะต้องใบหน้าเรียวบาง ทำให้ร่างบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย แต่เพียงขยับนิดเดียวก็รู้สึกเจ็บจี๊ดไปทั้งร่าง เปลือกตาที่ปกคลุมด้วยแพขนตาหนาค่อย ๆ กระพริบ ก่อนที่ดวงตาสุกใสจะเปิดขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพดานสีขาวสะอาดตาไม่ใช่ภาพที่เจ้าตัวคุ้นเคย—นี่…ยังไม่ตายงั้นเหรอ? หัวกลม ๆ หันซ้ายหันขวาไปรอบห้องเพื่อมองหาใครบางคนแต่กลับไม่พบใครเลย “ขุนเขา ปลายขอบฟ้า”—ชื่อที่คนคนหนึ่งเคยตั้งให้ด้วยความรัก ชื่อนี้สะท้อนอยู่ในใจเมื่อเขานึกถึงเจ้าของเสียงหัวใจ ขุนเขานอนมองเพดานต่ออีกครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงประตูระเบียงเปิดออก เขาหันไปตามเสียงแล้วต้องเบิกตากว้าง ชายแปลกหน้ารูปร่างสูงใหญ่ในเสื้อกล้ามสีขาวเดินเข้ามา ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาคมกริบทำให้ขุนเขารู้สึกตื่นตะลึง ไหนจะกล้ามแขนและแผงอกที่เห็นชัดผ่านเนื้อผ้านั่นอีก ชายคนนั้นเดินมาตรงข้างเตียง พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้ม “ชื่อ?” ขุนเขาเบิกตาเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางก้มหน้ามองมือตัวเอง “ข…ขุนเขา…” อีกฝ่ายพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตจากราวมาสวม ก่อนจะคว้าถุงเสื้อผ้าที่ดูเหมือนเตรียมไว้ให้เรียบร้อย แล้วยื่นให้
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 3
หลายวันผ่านไป ความเคยชินค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างเขื่อนกับขุนเขา ทั้งสองต่างไม่ได้มีบทสนทนาหวานซึ้งหรือใกล้ชิดแบบคู่รัก แต่กลับอยู่ร่วมบ้านกันได้อย่างแนบเนียนราวกับเป็นเรื่องปกติ เหมือนคนสองคนที่เคยมีชีวิตคู่มาก่อน แล้วกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งอย่างเงียบงัน ทุกเช้าเขื่อนออกจากบ้านโดยไม่ลืมทิ้งคำสั่งหรือคำเตือนบางอย่างไว้ให้ขุนเขาเสมอ แล้วขึ้นสปีดโบ๊ทลำเดิมในเวลา 10 โมงตรง กลับมาอีกทีราวบ่ายสาม ขุนเขาที่เริ่มจำเวลาเหล่านี้ได้ขึ้นใจ เริ่มสังเกตและตั้งคำถาม—แบบที่ไม่เคยกล้าถามออกไปตรง ๆ ประมง? เขาไม่เคยเห็นตาข่าย ไม่เคยเห็นปลา ไม่เคยได้กลิ่นคาวทะเลสักครั้ง… หรือเขาแค่ไม่รู้ว่าประมงในที่แห่งนี้ มันไม่ใช่แค่การหาปลา บ่ายวันนี้ ขุนเขาออกมานั่งหน้าบ้าน อากาศเย็นสบาย ลมทะเลพัดอ่อน ๆ ผ่านผิวกาย เสื้อยืดสีขาวบางแนบเนื้อโชว์ไหล่ลาดและช่วงคอขาวเนียน กางเกงผ้าลื่นสีฟ้าอ่อนแนบเรียวขาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เพียงพอจะดึงดูดสายตาคนงานละแวกนั้นให้เผลอเหลือบมองเป็นระยะ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ใต้ร่มผ้าใบข้างบ้าน เปลถักใกล้กันแกว่งเบา ๆ ไปตามลม หน้าบ้านที่ปูด้วยหินกรวดสีขาวสะอาดยิ่งทำให้ร่างบางของเ
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 4
ริมฝีปากเขื่อนสัมผัสกับของขุนเขาอีกครั้ง—อ่อนโยนเหมือนสายลมยามเช้า ละมุนละไมจนแทบทำให้ร่างบางละลายอยู่ตรงนั้น จูบนั้นเริ่มจากเพียงแค่แตะเบาๆ กลายเป็นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ… เสียงจูบเปียกชื้น,ลิ้นร้อนตวัดหาความหวานของกันและกัน น้ำรักที่เปรอะออกมาจากริมฝีปากของขุนเขา สหัสวรรษดูดเม้มราวกับว่านี่คือน้ำผึ้งเดือนห้า สลับกับลมหายใจที่ถี่กระชั้นทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม เสียงเบาๆ จากห้องข้างๆ ดังลอดมาเป็นจังหวะที่ไม่ควรได้ยิน… กลับยิ่งกระตุ้นให้ทุกการสัมผัสของเขื่อนทวีความรุนแรงในแบบทนุถนอม ร่างสูงคร่อมเหนือคนตัวเล็ก มือหนาที่เคยจับพวงมาลัยเรือ แกร่งแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน ลูบผ่านแผ่นหลังบางจนเจ้าของร่างสะดุ้งเล็กน้อย ลูบไล้ผ่านเอวบาง สหัสวรรษคิดว่าอีกคนว่าเอวเล็กแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเล็กถึงขนาดที่ตนรวบมือเดียวยังได้ “ตรงนี้…ได้ไหม” เขื่อนกระซิบเบา มือข้างหนึ่งลูบไล้ทั่วร่างขาวไปจนหยุดตรงตุ่มไตสีสวยบนอก ปากก็ว่ามือก็ลูบไล้ เสียงแหบพร่าข้างใบหู ทำเอาร่างใต้ร่างใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ขุนเขาพยักหน้าเบาๆ แม้อีกคนจะขออนุญาตเขาหลังจากที่มือนั้นไปหยุดอยู่ตรงเนินเล็กของขุนเขา ดวงตาฉ่
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 5
เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ แต่ภายในใจของขุนเขากลับดังก้องไปด้วยความรู้สึกมากมายจนแทบกลั้นไม่อยู่ เขาทรุดตัวลงบนเตียงกว้างที่ยังมีกลิ่นของเขื่อนอวลอยู่บนหมอน ดวงตากลมมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากเม้มแน่น รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรคิดมาก ไม่ควรรู้สึกอะไรแบบนี้ เพราะคนคนนั้นก็คงเป็นแค่ ‘อดีต’ แต่… ทำไมมันหน่วงไปหมดแบบนี้นะ “ก็แค่คนของเขาเอง” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามไล่ความรู้สึกเจ็บออกไปจากอก แต่ภาพที่อีกฝ่ายยืนอยู่หน้าบ้าน ยิ้มให้เขื่อนแบบนั้น มือที่แตะไหล่เขื่อนเหมือนเจ้าของ ไม่สิ…เหมือนคนที่เคยมีสิทธิ์ในตัวเขื่อนมาก่อน—มันทำให้ขุนเขาเจ็บจุกยังไงไม่รู้ เขาไม่อยากยอมรับหรอกว่ากำลังหึง กำลังน้อยใจ หรือกลัว… กลัวว่าจะมีใครบางคนที่เขื่อนเคยรัก มาก่อนเขา และอาจจะยังมีผลอยู่ เสียงประตูเปิดดังขึ้นเบาๆ ขุนเขาหันไปมอง เห็นร่างสูงของเขื่อนเดินเข้ามาช้าๆ มือถือแก้วน้ำกับนมอุ่นหนึ่งแก้ว “นมอุ่น จะไ
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 6
หลังจากวันนั้น ทุกๆ วันก็เหมือนมีภาพซ้ำที่ขุนเขาต้องทนเห็น — ปานวาดเข้ามาเล่น พูดคุย และนั่งทานข้าวกับเขื่อนแทบทุกมื้อ สหัสวรรษเพียงอธิบายสั้นๆ ว่า “คนนี้รู้จักกันมานานแล้ว พึ่งกลับจากเรียนต่อในเมืองหลวง” ขุนเขาไม่เคยปริปากถามอะไรอีก แค่ยิ้มรับเงียบๆ แม้ในใจจะเจ็บทุกครั้งที่เห็นภาพสองคนนั้นหัวเราะกันอย่างเป็นธรรมชาติ ปานวาดจะโผล่มาเฉพาะเวลาที่เขื่อนอยู่บ้านเท่านั้น หากเขื่อนไม่อยู่ เธอก็จะไม่เข้ามา กระทั่งวันหนึ่ง — ขุนเขากำลังกวาดพื้นและทำความสะอาดอยู่ที่ห้องครัวอย่างเงียบเชียบ มือเล็กๆ กำลังจับไม้กวาด ปัดฝุ่นที่เกาะตามพื้นไม้อย่างตั้งอกตั้งใจ เสียงสั่งการก็ดังขึ้นจากโซฟา “นี่! เอาน้ำมานี่ที หิวจะแย่แล้ว!” ขุนเขาเงยหน้าขึ้น ก็พบปานวาดนั่งหันหลังให้ ก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์มือถืออย่างไม่ใส่ใจสิ่งรอบตัว “นี่!! ฉันบอกให้หยิบน้ำมา!!” เสียงตะคอกดังขึ้นอีกครั้ง ขุนเขาขบกรามแน่น ก่อนจะวางไม้กวาดกับที่ตักขยะลงแรงๆ จนมันล้มดัง กึก ร่างบางเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยไปหยิบเหยือกน้ำและแก้ว ก่อนจะเดินกลับมาวางมันลงบนโต๊ะไม้หน้าสุดของโซฟา อย่างแรง จนน้ำในเหยือกกระเพื่อม ปานวาดกำมือแน่น สีหน้าเร
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 7
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งดังเบา ๆ อยู่ไกล ๆ เมื่อสหัสวรรษยืนพิงราวระเบียง มองออกไปยังห้องนอนผ่านกระจกบานใส มือหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู อีกมือวางแนบชายโครงอย่างเงียบงัน แสงจากหลอดไฟนวลตาในห้องนอนลอดผ้าม่านออกมาแผ่วเบา “กูก็บอกแล้วไงว่ากูรู้สึกผิดแล้ว มึงยังจะด่ากูอีก” เสียงเขาแหบพร่ากึ่งหงุดหงิด เมื่อเอ่ยกับปลายสาย “กูไม่รู้ว่ะ ปานวาดเขาเข้ามากระทันหันจนกูตั้งหลักไม่ทัน” เขื่อนตอบเสียงพูดของเขาแทรกด้วยเสียงจุดไฟแช็ก แล้วตามด้วยกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ในลมหายใจของอีกฝ่าย ‘มันไม่ใช่ข้ออ้างสักนิดไอสัด’ เสียงของเจริญชัยพูดสวนขึ้นมาทางปลายสาย ‘มึงไปคิดเองเหอะ เว้นระยะห่างกับปานวาดเขาบ้าง มึงก็มีคนของมึงอยู่แล้วนะ’ ‘ดูแลเขาให้ดี ๆ เพราะฝั่งนั้นแม่งเริ่มไหวตัวแล้ว’ ‘สุดท้าย คนที่มึงควรไว้ใจไม่ใช่เธอแต่คือคนที่มึงยอมให้นอนห้องนอนเดียวกัน ไอ้ควาย’ สิ้นเสียงเพื่อนซี้ด่าเสร็จก็ได้ตัดสายไป… คำพูดของเพื่อนสนิทสะกิดแทงลึกเข้ากลางอก เขื่อนนิ่งเงียบ รู้ดีว่าเจริญชัยพูดถูก—เขาแคร์ปานวาดมากเกินไป จนลืมไปว่าขุนเขาก็เจ็บเหมือนกัน และที่ยิ่งน่าสงสัยคือการกลับมาของปานวาด ทั้งที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้ว แต
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 8
หลายวันผ่านไป อากาศบนเกาะยังคงอบอุ่นและสดชื่นเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความสัมพันธ์ระหว่างเขื่อนกับขุนเขา มันเริ่มมีเส้นสายที่ชัดเจนมากขึ้น… ไม่ใช่แค่คนรู้จักหรือคนที่มาเยี่ยมเยือนกันอีกต่อไป เย็นวันหนึ่ง เขื่อนนั่งอยู่ริมระเบียงกับขุนเขา สายลมพัดอ่อน ๆ กลิ่นเกลือทะเลลอยมาตามลม ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงจริงจังแผ่วต่ำ “หนู… พี่มีอะไรจะบอก” ขุนเขาหันมามอง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสนใจ “พี่… ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเดินเรือกับค้าสินค้าต่างประเทศ มันมีทั้งถูกกฎหมายแล้วก็บางอย่างที่… เสี่ยงนิดหน่อย” เขื่อนพูดตรง ๆ ไม่มีเลี่ยงหลบสายตา “พี่อยากให้หนูระวังตัวไว้บ้าง ช่วงนี้พวกมันเริ่มไหวตัว มันอาจจะไม่ชอบใจที่พี่เอาหนูมาอยู่ใกล้ตัวแบบนี้” ขุนเขานิ่งฟัง ก่อนจะพยักหน้า “อืม… เข้าใจ หนูจะระวังตัว” เขื่อนยิ้มบาง ๆ อย่างโล่งใจ ยกมือขึ้นลูบผมนิ่มของอีกฝ่ายเบา ๆ “เด็กดีของพี่” เช้าวันต่อมา เขื่อนออกเรือตามปกติ ทิ้งให้ขุนเขาอยู่บ้านบนเกาะเพียงลำพัง แต่ไม่นานก็มีเพื่อนใหม่เดินเข้ามาในชีวิต “ชื่อปริมจ้ะ ลูกสาวพ่อตันที่ดูแลรีสอร์ตฝั่งเหนือเกาะ” หญิงสาววัยไล่เลี่ยกันยิ้
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 9
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทั้งคู่ก็พากันมานั่งที่โซฟาเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ยามนี้จะดึกมากเพียงใดก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้า ก่อนที่เขื่อนจะออกไปข้างนอก เขาโทรนัดเพื่อนให้มาที่เกาะเพื่อคุยเรื่องสัมปทาน แม้เพื่อนของเขาจะไม่ได้ทำธุรกิจนี้โดยตรง แต่พวกเขาก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมกับเขาอยู่ โชคยังดีที่พวกเขามาทันเวลา หากมาไม่ทัน ร่างขาวตรงหน้าเขาอาจถูกจับตัวไปแล้วก็เป็นได้ เขื่อนหันไปมองคนข้างกายที่ตาปรือเต็มทนแต่ยังไม่ยอมไปนอน มือของทั้งคู่ยังคงประสานกันแน่น สหัสวรรษได้สายตาล้อเลียนจากทิวา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจนัก “ตรวจหน่อยไหม” แม็กซ์ที่นั่งเงียบฟังอยู่นานโพล่งขึ้นมา เสียงของเขาทำให้เจริญชัย ทิวา ศักดิ์ และเขื่อนหันไปมอง “ตรวจอะไร ร่องรอยลายนิ้วมือพวกมันหรือไง?” ทิวาเอ่ยขึ้น พลางยกน้ำดื่มขึ้นจิบแก้กระหาย แม็กซ์จ้องไปที่ท้องของคนรักเพื่อน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ มีเพียงสายตาของเขื่อนที่เริ่มสงสัยและเหลือบมองไปยังท้องของร่างบาง ทว่าก่อนจะทันได้เอ่ยปากถาม ลูกน้องคนสนิทสองคน ชัยและหนึ่ง ก็วิ่งเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกจนคนเป็นนายรอฟังคำตอบแทบไม่ไหว “นายครับ” ชัยพูดขึ้นพลางหอบห
อ่านเพิ่มเติม
เขื่อนขุนเขา 10
เช้าวันใหม่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดม่านเข้ามาในห้อง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแผ่วเบา เขื่อนลืมตาตื่นขึ้นอย่างเชื่องช้า แขนยังโอบร่างบางของขุนเขาไว้แน่น คนในอ้อมแขนยังคงหลับสนิท ใบหน้าซุกอยู่กับแผ่นอกกว้างของเขา เขื่อนก้มลงมองเสี้ยวหน้าคนรักก่อนจะค่อยๆ ผละตัวออกอย่างแผ่วเบา เขาแต่งตัวเรียบร้อยและเดินออกจากห้องไปยังห้องรับรองเพื่อประชุมกับเพื่อน วันนี้ เพื่อนสนิททั้งสามคน — เจริญชัย ทิวา และศักดิ์ รวมถึงแม็กซ์ มารออยู่แล้ว เอกสารสัมปทานรังนกที่เตรียมไว้ถูกวางกระจายเต็มโต๊ะ เงื่อนไขใหม่จากกรมทรัพยากรธรรมชาติที่เพิ่งส่งมายังเกาะเมื่อคืนนี้ ถูกเปิดอ่านอย่างเคร่งเครียด “เขื่อน เอกสารนี้มันไม่ชอบมาพากลว่ะ” ศักดิ์พูดเสียงเข้ม เขาผลักแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเพื่อน เขื่อนเลื่อนเอกสารมาตรวจดูอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที “สัมปทานชุดใหม่นี้เพิ่มข้อบังคับเรื่องเขตกันชนจากฝั่งเกาะ 15 กิโล ถ้าเรายอมเซ็น… พื้นที่รังนกเราจะหายไปครึ่งหนึ่ง” เจริญชัยอธิบายต่อ น้ำเสียงจริงจัง “มันจงใจบีบเรา” ทิวาเสริม “พวกมันรู้ว่าเราถือหุ้นใหญ่ที่สุด ถ้าถูกบีบแบบนี้ อีกไม่นานราคาสัมปทานจะตก แล้วพวกมันจะย
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status