LOGINติ๊ด!
เสียงข้อความโทรศัพท์เชนดังขึ้น ชายหนุ่มจึงหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเปิดอ่าน
"หญ้าไปทานไอติมต่อกับเพื่อนที่ห้างใกล้ ๆ มหาลัยนะเดี๋ยวกลับเอง"
"ที่โรงอาหารก็มีจะไปกินทำไมที่อื่น" พอเชนอ่านข้อความแล้วเผลอพูดออกมาน้ำเสียงไม่พอใจอย่างมาก พร้อมกลับจ้องหน้าเด็กสาว
"มีอะไรเชน" แลคถามเชนเพราะดูจากสีหน้าเพื่อนตอนนี้แล้วต้องมีอะไรขัดใจหรือไม่พอใจอยู่
ปัก!
เชนไม่ตอบแต่โยนโทรศัพท์ให้แลคที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยที่ยังเปิดข้อความค้างไว้ แลคอ่านแล้วยิ้มพร้อมกับส่ายหัวในความยั่วโมโหของน้องสาว
"น้อง ๆ จะไปไหนกันต่อไหมครับ พวกพี่ว่าจะไปทานไอติมต่อที่ห้างใกล้ ๆ นี่ ไปด้วยกันไหมครับ" แลคถามออกไปท่ามกลางความตกใจของกลุ่มเพื่อนยกเว้นเชน
"เอ่อ พวกเราก็จะไปทานไอติมกันต่อที่ห้างเหมือนกันค่ะ" ฟ่างตอบแลค
"ถ้างั้นก็ไปพร้อมกันเลยครับ ทานข้าวอิ่มกันยังเอ่ย" แลคพูดต่อ
"อิ่มแล้วค่ะ ไปกันเลยก็ได้ค่ะ" หญ้าตอบ
"กูช่วยมึงได้แค่นี้ อดทนหน่อย มึงก็รู้ว่าหญ้ามันชอบยั่วโมโหมึง" แลคพูดกับเชนให้ได้ยินกันสองคน
"เออก็อดทนอยู่ ทนจนกูจะบ้าตายแล้วเนี่ย" เชนตอบเพื่อน
"น้อง ๆ ไปรถอะไรกันครับ" แลคถามขึ้น
"ผมกับน่านขับมอไซค์มาครับ"
"แล้วฟ่างกับหญ้าล่ะไปรถอะไรกัน" แลคถามต่อ
"ฟ่างกับหญ้าว่าจะนั่งแท็กซี่ไปค่ะ" ฟ่างตอบ
"ถ้างั้นเอาอย่างนี้ ฟ่างไปกับพี่ส่วนหญ้าไปกับไอ้คุณชายแล้วเจอกัน ที่ร้านนะ" แลคจัดการเสร็จสับก็เดินตรงดิ่งไปที่รถทันที
"ค่ะก็ได้ค่ะ" ฟ่างตอบ
บนรถเชน
"ทำไมต้อง...อุ๊ป!" เชนกำลังจะเอ่ยถามน้องด้วยความไม่พอใจแต่เด็กสาวรู้งานชิงจุ๊บปากเชนก่อนที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
"อย่าหึงมากนักเลยไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เพื่อนน่ะ…แต่คนนี้แฟน" หญ้าพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าอ้อน ๆ จนคนเป็นพี่ยิ้มออกมาและเอามือยีหัวเด็กสาวอย่างหลงไหล
"ก็อย่าทำให้หึงมากสิครับ ก็รู้อยู่ว่ารักมากก็ต้องหึงมากเป็นธรรมดา ใจมันจะทนไม่ไหวเอา" เชนพูดกับเด็กสาวด้วยอาการยอมจำนนกับลูกอ้อน อารมณ์โกรธก่อนหน้านี้หายไปเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น
บีม ฟานและริทต่างขับรถตามเพื่อนไปที่ห้างแบบงง ๆ ปกติเพื่อนเขาไม่ชอบทานไอติมหรือของหวานทุกชนิด แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หิมะจะตกเมืองไทยหรือยังไงกัน
ณ ห้าง SY
ทุกคนต่างมาถึงที่ร้านไอติมกันหมด ยกเว้นเชนและหญ้าเพราะมัวแต่ง้อกันเลยทำให้ช้ากว่าเพื่อน เสียงโทรศัพท์เชนที่วางอยู่ในรถดังขึ้นพร้อมหน้าจอที่โชว์ว่าใครโทรมา
"รับสายแลคหน่อยครับมันน่าจะโทรตามเราสองคน" เชนพูดขึ้นสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่การจราจรติดขัดข้างหน้า
"ค่ะแลคว่าไงคะ" เสียงหวานกดรับสายทันที
"ถึงไหนแล้วครับเพื่อนมารอกันแล้วนะ" น้ำเสียงที่ใช้สนทนาของแลคสร้างความสงสัยให้เพื่อนและรุ่นน้องไม่น้อย
"ใกล้ถึงแล้วค่ะ สั่งกันก่อนได้เลย ของน้องเอาเหมือนเดิม"เสียงหวานตอบกลับอ้อน ๆ
"แล้วเคลียร์เรียบร้อยยังเรื่องนั้น" แลคถามขึ้นเพราะกลัวว่าน้องสาวจะเล่นสนุกจนเลยเถิด
"ง้อเรียบร้อยแล้วค่ะ"
หญ้าพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มเป็นคำตอบ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก่อนหน้านี้หายหมด มีแต่ความดีใจเข้ามาแทนที่แม้จะเป็นเพียงแค่ข้อความสั้น ๆ แค่ไม่กี่ข้อความก็ช่วยรักษาความเสียใจก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนยาวิเศษมาสค็อตหมีทั้ง 4 ตัวเมื่อได้รับสัญญาณจากคนเป็นนายจึงเบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้างทันที เผยให้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนถือช่อดอกไม้สีขาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มคนตัวเล็กเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกลับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าจะมายืนตรงนี้ ไหนบอกว่ามาไม่ได้ ไหนบอกว่าติดงานสำคัญแล้วผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าล่ะเป็นใคร ใช่เขาจริง ๆ หรือเปล่าจึงเผลอเอ่ยเรียกคนรักเบา ๆ"เชน""ครับ ขอโทษนะครับที่มาช้า นี่ครับดอกไม้สำหรับคนเก่ง" เชนคุกเข่าพร้อมยื่นกุหลาบสีขาวช่อโตให้คนตัวเล็กพร้อมการ์ดสีขาวที่ติดอยู่กับช่อดอกไม้ ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า‘Marry me, will you agree?’หญ้าที่ยืนงงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ได้แต่ยืนอึ้งอ่านข้อความความในการ์ดสลับกับมองหน้าผู้ชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านานนับนาที"What's up?, can you marry me (ตกลงว่าไงครับ แต่งงานกับผมได้ไหม)" เชนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งส่งสายตาอ้
"เดี๋ยวพี่เขาก็คงมา น่าจะติดธุระสำคัญม๊าว่าน้องหญ้ามานั่งรอตรงนี้ดีกว่า ยืนนานแล้วเดี๋ยวปวดเท้าเอามานั่งนี่มาลูกสาวคนสวยของม๊า" ม๊าเอ่ยบอกคนเป็นลูกสะใภ้ออกไป ไม่เข้าใจลูกชายตัวเองเหมือนกันว่ากำลังจะทำอะไรเพราะเขาได้รับเพียงโทรศัพท์จากลูกชายว่าให้บินกลับไทยด่วนเพื่อมาวันรับปริญญาของลูกสะใภ้คนสวย แต่ก็ไร้เงาลูกชายในวันสำคัญของคนรัก จนเขาเองก็กังวลอยู่ไม่น้อย"สงสัยพี่ ๆ เขาคงไม่มาแล้วล่ะค่ะ หญ้าว่าเรากลับกันเถอะค่ะนี่ก็เย็นมากแล้วพี่ ๆ เขาคงติดงานสำคัญคงมาไม่ได้เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ" หญ้าเอ่ยออกมาน้ำตาคลอเบ้า จากที่ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้แต่ก็อดไม่ได้กับความน้อยใจคนรักและพี่ชาย ที่เห็นงานสำคัญกว่าวันสำคัญของเขาเช่นนี้"รอเฮียอีกสักพักเถอะครับ ผมว่าเฮียน่าจะกำลังมา เฮียรักน้องหญ้ามากพี่เชื่อว่ายังไงเฮียก็ต้องมา รออีกสักพักนะครับเชื่อพี่สักครั้ง พี่ขอร้อง" ชาโคเอ่ยบอกคนตัวเล็กเพื่อปลอบใจไม่ให้ร้องไห้เสียใจ เพราะยังไงเขาก็เชื่อว่าคนเป็นเจ้านายจะมา"แต่นี่ก็เย็นมากแล้วถ้าพี่ ๆ เขาจะมาเขาก็น่าจะมาตั้งนานแล้วนะคะ" ฟ่างพูดบอกชาโคออกไปด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด"รออีกสักพักนะครับถือว่
"แลคไม่ทานเหรอคะ""รอคนป้อนอยู่ครับ สงสัยเขาลืมว่าแลคนั่งอยู่ตรงนี้" แลคตอบเด็กสาวออกไปแต่สายตากลับมองไปยังคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ"เดี๋ยวหญ้าป้อนนะ เอาอันนี้ดีกว่ากุ้งตัวโตมาก" มือเล็กกำลังยื่นไปตักกุ้งในชามเพื่อป้อนพี่ชายกลับต้องหยุดชะงักทันที"ผัวนั่งอยู่นี่ครับ ไอ้แลคแฟนมันก็มีให้คุณมลโน่นเป็นคนป้อนเป็นแค่น้องอย่าทำหน้าที่แฟนครับเมีย เอามานี่เดี๋ยวเชนกินเอง" เชนยื่นหน้าไปงับเอากุ้งตัวโตในช้อนของหญ้าเข้าปากทันที"เอ่อ...คุณแลคจะทานอะไรคะ เดี๋ยวมลตักให้" อัลวิมลเมื่อไม่มีทางเลือกจำต้องตักข้าวป้อนแลคอย่างเลี่ยงไม่ได้"อะไรก็ได้ที่คุณชอบทานผมทานได้หมดครับ" ตอบเลขาสาวออกไปพร้อมอมยิ้มมุมปากอย่างเก็บไม่อยู่"นี่คะ ลองทานอันนี้ดูมลว่ามันอร่อยดี" อัลวิมลตักข้าวป้อนแลคด้วยความเขินอายที่ต้องมาทำแบบนี้ต่อหน้าทุกคน"ขอบคุณครับ อร่อยครับ" แลคเคี้ยวข้าวไปยิ้มไปอย่างกับว่าได้ทานของวิเศษเข้าไป"เฮียกับข้าวร้านนี้เขาใส่กัญชาด้วยเหรอ" เอเมื่อได้ยินคำถามก็ได้แต่นั่งงงไม่เข้าใจว่าน้องต้องการจะสื่ออะไร"เปล่านี่ ร้านนี้เฮียก็สั่งมาทานประจำทำไมเหรอ" จึงตอบเชนออกไปตามความจริง"ก็ผมเห็นไอ้แลคมันกินไปยิ้มไปผมนึ
"คงจะจริงอย่างชาโคมันว่า เราอาจจะห่วงน้องเกินไปเราไม่เคยปล่อยให้น้องได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเองเลย บางทีน้องมันก็คงอึดอัดปล่อยให้น้องได้เรียนรู้งานกับไอ้แลคสักเดือนก่อนแล้วกัน จากนั้นค่อยให้น้องมาเรียนรู้งานกับเราต่อ เฮียว่าเกมส์นี้เราเดินหมากผิดตั้งแต่แรก ถึงจะยังแก้ไขทันแต่ผลลัพธ์ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจซักเท่าไหร่คงต้องยอมรับ" เอนั่งหลังพิงพนักโซฟาหลับตาอย่างใช้ความคิดอยู่สักพักแล้วพูดออกมาทั้งที่ตายังหลับอยู่"คิดได้ก็ดี ดีกว่าคิดไม่ได้เลย ทางที่ดีอย่ากดดันให้แม่มดแปลงร่างเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะพังพินาศกันหมด อย่าหาว่าชาโคไม่เตือน" ชาโคพูดเสริมแกมแดกดันเจ้านายนิดหน่อย"เงียบปากไป! ไม่ต้องมาซ้ำ กูรู้!!!" เอกรินทร์สวนกลับลูกน้องคนสนิททันทีรู้สึกว่าเหมือนเขาโดนหลอกด่ายังไงไม่รู้"ถ้าไม่เตือนสติ จะรู้ตัวไหมครับ ถามจริงนะครับ บ้าพอกันทั้งพี่ทั้งน้องผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคุณแลคกับคุณหญ้าโตมาด้วยกันกับพวกคุณหรือเปล่าความคิดต่างกันฉิบหาย" ชาโคสวนเจ้านายกลับเสียงเบาแต่คำพูดไม่ได้เบาตามเสียงเลย"ด่ากูว่าควายจะง่ายกว่าไหมพูดยาว ๆ เพื่อ สุดท้ายก็ความหมายเดียวกันป่ะ""ได้เหรอเฮีย ผมสงสารบุคคลที่ถูกพาดพิ
หนึ่งปีผ่านไปซึ่งตอนนี้หญ้าก็เข้าสู่การเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย ซึ่งเข้าสู่การฝึกงานซึ่งแน่นอนว่าต้องฝึกงานที่บริษัทของพี่ชายคนโตอย่างแน่นอนระหว่างที่พี่น้องนั่งพูดคุยปรึกษากันเรื่องฝึกงานของสองสาวอยู่นั้น แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไม่ยอม เอและเชนก็อยากให้แฟนมาฝึกงานกับตัวเองส่วนสองสาวก็อยากเรียนรู้งานแผนกอื่นก่อน แลคได้แต่ส่ายหัวกับความเอาแต่ใจของเพื่อนและพี่ชาย"หญ้ากับฟ่างจะไปฝึกงานแผนกออกแบบ อยากรู้ว่าตึกขนาดใหญ่โตที่เราสร้างเขาวางพวกระบบไฟฟ้าและความปลอดภัยยังไง เฮียช่วยแจ้งไปที่ HR ให้เขาจัดการด้วยนะคะ" หญ้าพูดขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน"เฮียไม่อนุญาต! อยากรู้อะไรก็ถามเฮียกับเชนสิ เฮียเป็นเจ้าของบริษัทรู้ทุกเรื่อง อยากเรียนอะไรมาเรียนกับเฮียกับเชนจะลงไปคลุกคลีกับคนอื่นทำไมเฮียไม่ชอบ" เอกรินทร์ตอบเด็กสาวออกไปอย่างหัวเสียที่โดนขัดใจ แค่คนตัวเล็กคนเดียวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขายังพอรับมือไหว แต่น้องสาวเขานี่สิดื้อไม่ยอมใครยังหาวิธีจัดการไม่ได้เลยแค่งานที่อยู่บนโต๊ะเขาก็ปวดหัวมากพอแล้วได้แต่นั่งคิ้วขมวดอย่างคนใช้ความคิดอย่างหนัก"เฮียจะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าไม่งั้นหญ้ากับ
"เชี่ย! พ่อทุกสถาบันนี่ใช่ไหม แล้วมาทำอะไรวะ พี่เขาเรียนจบไปแล้ว อย่าบอกนะว่าคนนี้แฟนพี่หญ้า" เสียงสบทจากกลุ่มนักศึกษาปี 1 ที่เห็นเชนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า"สวัสดีครับปี1 ทุกคน ผมเชรินเป็นรุ่นพี่ของพวกคุณวันนี้ผมแวะมาทักทายและผมถือโอกาสชี้แจงทุกคนตรงนี้เลยว่า เฮดว๊ากที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นคู่หมั้นผมครับ ถ้าใครยังอยากที่จะจีบคู่หมั้นผมอยู่ถามรุ่นพี่พวกคุณดูได้ครับว่าผมหวงแค่ไหน ยินดีต้อนรับรุ่นน้องทุกคนครับ" เชนพูดเสร็จก็เดินกลับไปยืนที่ข้างลานเกียร์ตำแหน่งเดิม"สวัสดีครับปี 1 ทุกคน ผมแลคซีนเป็นรุ่นพี่ของพวกคุณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยินดีต้อนรับครับ" แลคพูดเสร็จก็เดินตามเชนกลับไปยืนที่ตำแหน่งเดิม"หึ หวงน่าดูเลยเนาะ แม้แต่รุ่นน้องก็ไม่เว้นยังไม่วายข่มขู่ให้น้องมันกลัว" แลคเอ่ยพูดขึ้นกับเชนเป็นการแซะเบา ๆ อย่างหมั่นไส้นี่เขาต้องทิ้งงานที่บริษัทออกมาเพื่อจะมาดูเพื่อนประกาศความเป็นเจ้าของน้องสาวเขาแค่นี้นะหรือ"เชี่ย! นี่พี่เขาจะโหดไปไหนวะขนาดยืนเฉย ๆ ยังน่ากลัวเลยสัส กูไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนที่พวกพี่เขาเป็นพี่ว๊ากจะโหดแค่ไหน แค่พูดคำว่าสวัสดีครับกูนี่ตัวเก็รงเลย""แต่เขาพูดกันว่าพี่ว๊ากกลุ่มนี้ใจดีแ







