เข้าสู่ระบบChapter 9
เมื่อได้ยินน้ำเสียงสั่น ๆ ของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็ยิ้มร้าย ๆ มุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยด้วยแววตาหื่นกระหาย จากนั้นก็จับมือเล็กดูดเลียปลายนิ้วทีละนิ้วจนชุ่มน้ำลาย ส่วนมืออีกข้างก็ใช้ปลายนิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากบางลากผ่านลำคอระหง เนินหน้าอกอวบอิ่ม ไล่ลงมาจนถึงสะดือ มือสากลูบไล้หน้าท้องแบนราบเบา ๆ แล้วไต่มือไปหยุดที่ขอบกางเกง แต่ในขณะที่กำลังสอดมือล้วงเข้าไปทักทายใจกลางความเป็นสาว เสียงมือถือก็ดังขึ้น
ฟูวววว!
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด เมื่อมือถือส่งเสียงรบกวนขัดจังหวะ เขาจึงปล่อยให้มันดังอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเสียงริงโทนดับไป แต่ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเสียงมือถือก็ดึงขึ้นอีกครั้ง สกายก็เลยต้องล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงออกมาดู พอเห็นรายชื่อคนโทรเข้าเป็นธาวินผู้เป็นพี่ชายของวาวี เขาจ้องมองหน้าจอมือถืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคว่ำหน้าจอมือถือลงบนโต๊ะทำงาน แล้วปล่อยให้มันดังอยู่แบบนั้น จากนั้นก็อุ้มวาวีในท่าเจ้าสาวเดินออกจากห้องทำงานไปที่ห้องนอนของเขา
หลังจากวางหญิงสาวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซซ์ ชายหนุ่มก็รีบผละตัวไปรื้อของที่ลิ้นชักหัวเตียงด้วยอาการร้อนรนเพราะยาปลุกเซ็กซ์ออกฤทธิ์หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระสันเสียวไปทั้งตัว
เมื่อเจอยาที่หมอสายลมผู้เป็นเพื่อนสนิทเคยให้ไว้ สกายก็เอายานอนหลับชนิดแรงกรอกปากเล็กหนึ่งเม็ด แล้วหยิบขวดน้ำมากรอกปากเล็กให้กลืนยาลงคอ
“แค็ก ๆ พะ...พี่กายเอายาอะไรมาให้หนูกิน” วาวีสำลักน้ำจนหน้าแดง แต่สกายกลับเอามือปิดปากเล็กเอาไว้ เพื่อไม่ให้หญิงสาวคายยาออกจากปาก
“กลืนลงไป” เขาสั่งเสียงเข้ม
“อึก! พี่เอายาอะไรมาให้หนูกิน” วาวีกลืนยาลงคอในที่สุด แล้วถามย้ำอีกครั้ง
“ยานอนหลับ กินแล้วก็นอนที่นี่ไปก่อน” ก็เพราะรู้ว่าความต้องการทางเพศที่พุ่งปรี๊ดขึ้นแปลก ๆ ของเขากับวาวีในตอนนี้คงโดนยาปลุกเซ็กซ์เล่นงานแน่ ๆ และสิ่งเดียวที่จะช่วยดับไฟราคะได้คือยานอนหลับ สกายจึงไม่รอช้าที่จะป้อนยานอนหลับให้หญิงสาวทันที
“ทำไมถึงต้องให้หนูกินยานอนหลับด้วย หนูยังไม่อยากนอน หนูอยากโดนพี่กาย yes” วาวีพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนไร้ยางอาย และถึงแม้ไฟสวาทจะพลุ่งพล่าน แต่อาการง่วงซึมก็จู่โจมโสตประสาทอย่างหนักเช่นกัน
“เลิกคิดทำอะไรไม่เข้าท่าสักที นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”
“ไม่! หนูไม่นอน พี่กายต้อง yes หนูก่อน” วาวีโผตัวไปกอดรัดคนตัวสูงพยายามดึงเขาลงนอนบนเตียง
“อยากโดน yes นักเหรอฮะ!” สกายจ้องมองวาวีตาดุ แล้วก้มหน้ากระแทกจูบปากเล็กอย่างร้อนแรง ทำให้หญิงสาวปากแตกจนเลือดซึมไหลออกมา ส่วนมือสากก็บีบขยำหน้าอกใหญ่อย่างแรงราวกับจะให้ก้อนนมแหลกคามือ แต่สั่งสอนคนดื้อได้ไม่ทันไร เธอก็ผล็อยหลับไปในที่สุด สกายจึงผละตัวออก เขาพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่จะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้หญิงสาว จากนั้นก็หยิบยานอนหลับติดมือ แล้วรีบเดินออกจากห้องทันที
“ยัยเด็กแสบ อยากเสียตัวนักหรือไงวะ” หลังจากล็อกประตูขังหญิงสาวเอาไว้ สกายก็มองไปยังแก้วน้ำชา แล้วส่ายหัวเบา ๆ กับสิ่งที่วาวีสร้างเรื่องขึ้น นี่หากธาวินไม่โทรมาขัดจังหวะ เขาคงไม่หยุดแค่นี้แน่ และหากเขาทำเรื่องนั้นลงไป วาวีอาจจะกลัวเขาไปเลยก็ได้ แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน เพราะตอนนี้เขาต้องดับไฟราคะของตัวเองเสียก่อน ด้วยการป้อนยานอนหลับกรอกปากตัวเอง แล้วรีบเดินสาวเท้าเข้าห้องน้ำ
หลังจากช่วยตัวเองจนเสร็จไปหนึ่งยก สกายก็ยังคงยืนอยู่ใต้เรนชาวเวอร์ให้น้ำเย็นชโลมกายเพื่อดับไฟสวาท ชายหนุ่มกัดฟันสู้กับฤทธิ์ยาปลุกเซ็กซ์ จนกระทั่งรู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง เขาจึงถอดเสื้อผ้าเปียกปอนออกจากตัว จากนั้นก็เอาผ้าเช็ดตัวพันไว้ที่เอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องน้ำไปล้มตัวนอนบนโซฟาโซนรับแขกและหลับไปในที่สุด...
รุ่งเช้า...
ร่างบางกะพริบเปลือกตาถี่ ๆ ก่อนที่จะปรือตาตื่น จากนั้นเธอกวาดตามองห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำ โดยมีภาพพระจันทร์เต็มดวงติดไว้ที่หัวเตียง ส่วนผนังห้องบริเวณปลายเตียงติดกระจกบานใหญ่สีทึบ ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้แบบสบายตา สไตล์การตกแต่งห้องบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องเป็นผู้ชายเทสดี
หลังจากมองสำรวจห้องผู้ชายจนพอใจ วาวีก็เปิดผ้าห่มดูร่างกายตัวเองที่ยังมีกางเกงและบราครบชิ้น ขาดก็แต่เสื้อยืดที่เธอถอดทิ้งไว้ที่ห้องทำงาน
“เฮ้อ ~” วาวีถอนหายใจเซ็งในยามเช้าที่แผนการกลับล้มไม่เป็นท่า เธอจงใจมอมยาเขา แต่เขาดันเอายานอนหลับมากรอกปากเธอเสียอย่างนั้น
หญิงสาวแหงนหน้ามองนาฬิกาดิจิทัลที่ผนังห้อง ตอนนี้เวลาแปดโมงเช้า วันนี้เธอมีเรียนบ่ายโมง เมื่อวาวีเห็นว่ายังเหลือเวลายั่วเจ้าของห้องอีกหลายชั่วโมง หญิงสาวก็เลยถอดอาภรณ์ออกจากตัว แล้วนอนโป๊เปลือยอยู่บนเตียง
ในขณะที่วาวีกำลังคิดแผนการจัดการเพื่อนสนิทของพี่ชาย ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดเข้ามา วาวีก็เลยแกล้งหลับตาพริ้มพร้อมทั้งถีบผ้าห่มให้ร่วงหล่นลงพื้น เพื่อให้เขาเห็นเรือนร่างเย้ายวนเต็มตา
“อื้อ ~” วาวีแกล้งส่งเสียงครางเบา ๆ ราวกับคนอยู่ในห้วงของความฝัน แต่ภายในใจกลับกระดี๊กระด๊าสุด ๆ เมื่อได้ยินฝีเท้าหนักเดินมาฝั่งที่เธอนอน แต่ใจเต้นแรงได้ไม่ทันไรก็ต้องหงุดหงิดขึ้นมาทันควัน เมื่อผ้าห่มถูกเอามาคลุมตัวอีกครั้ง
“อื้อ ~ หนูจะนอน” วาวีแกล้งทำน้ำเสียงงัวเงียราวกับคนง่วงนอนมาก ๆ
“ตื่นได้แล้ว นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของน้อง”
“อุ๊ย! ทำไมหนูถึงได้มานอนที่ห้องพี่กายได้” พอเปิดเปลือกตาปุ๊บ วาวีก็แกล้งทำสีหน้าตกใจ
ตอนพิเศษ 96 ปีต่อมา...20.00 น.“นมอุ่น ๆ มาแล้วค่ะ” วาวี...หญิงสาววัย 28 ปี ถือถาดใส่แก้วนมอุ่นมาเสิร์ฟให้กับลูกชายของเธอ ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งดูหนังอยู่กับคุณพ่อของพวกเขา “ขอบคุณครับหม่ามี้” ลีโอลูกชายคนโตวัย 5 ขวบ ผู้เป็นแฝดพี่ของดีเดย์ลุกขึ้นหอมแก้มวาวี ก่อนที่จะหยิบแก้วนมอุ่นจากถาดมาดื่มอย่างเอร็ดอร่อย “ขอบคุณครับ” ดีเดย์ผู้เป็นแฝดน้องของลีโอ ลุกขึ้นยืนบนโซฟาแล้วยื่นหน้าหอมแก้มคุณแม่ของเขาทั้งสองข้าง ก่อนที่จะหยิบแก้วนมอุ่นมาดื่มเหมือนกับลีโอ“ขอบคุณครับหม่ามี้คนสวยของผม” เอเจและเวกัสฝาแฝดวัย 4 ขวบ หอมแก้มนุ่มนิ่มคุณแม่ของเขาคนละข้าง ก่อนที่จะหยิบแก้วนมอุ่นมาดื่ม “แล้วของพี่ล่ะ” สกาย...ชายหนุ่มในวัย 32 ปีเอ่ยถามภรรยาสุดที่รักด้วยแววตาหวานเยิ้ม“นมของพี่ หนูเอาไปไว้ที่ห้องแล้วค่ะ” นมที่วาวีหมายถึงไม่ใช่นมอุ่น ๆ เหมือนที่ลูกชายดื่มหรอกนะ แต่เป็นนมจากเต้าของเธอต่างหาก “ดื่มนมหมดแก้ว ก็พากันไปนอนได้แล้วนะลูก” สกายเอ่ยบอกลูกชายทั้งสี่คนของเขา “ผมยังไม่ง่วงเลยครับป๊า” ลีโอแฝดคนโตวัย 5 ขวบเอ่ยขึ้น โดยที่ ดีเดย์ เอเจ และเวกัสพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยกับลีโอ “แต่นี่มันดึกแล้ว พรุ่งนี้
ตอนพิเศษ 8“พี่กายกับพี่หมอลมเลิกห้าวใส่กันก่อนค่ะ หนูปวดหัว” วาวีเอ่ยแทรกขึ้น เพื่อห้ามปรามทั้งคู่ เพราะตอนนี้สามีของเธออารมณ์ไม่ค่อยดีนัก“หนูไม่สบายเหรอน้องวาวี งั้นไปพบแพทย์ VIP ของโรงพยาบาลเลยนะ”“หนูสบายดีค่ะ แต่พี่กายต่างหากล่ะคะที่ไม่สบาย อยู่ ๆ ก็อ้วกแตก เหม็นนู่นนี่” วาวีเอ่ยบอกอาการของสกายให้คุณหมอสายลมได้รับรู้“มึงเป็นนานหรือยัง” “เพิ่งเป็นวันนี้” “อืม...คงแพ้ท้องแทนเมียน่ะสิ” สายลมเอ่ยตอบชิล ๆ“ฮะ! อะไรนะ” สกายตะโกนถามเสียงดังลั่นโรงพยาบาลด้วยความตกใจผสมปนเปไปด้วยความดีใจสุด ๆ โดยที่สกายไม่ได้สนใจเลยสักนิดที่มีคนหันมามองด้วยสายตาตำหนิที่เขาพูดเสียงดังไม่เกรงใจคนอื่น“พูดเบา ๆ หน่อยสิวะไอ้สัด แหกปากหาพ่องมึงเหรอ?” หมอสายลมยกกำปั้นชกไหล่สกายเบา ๆ “ก็กูดีใจนี่หว่า”“เออ ๆ เดี๋ยวกูพาน้องวาวีกับมึงไปหาหมอสูติอีกที แต่คิดว่าอาการที่มึงเป็นอยู่ น่าจะแพ้ท้องแทนเมีย”“จริงเหรอวะ มึงไม่ได้โกหกกูใช่ไหม” สกายเข้าไปเขย่าแขนสายลมด้วยความดีใจ“อย่ามาเขย่าแขนกูไอ้สัด ถ้าอยากได้คำตอบชัวร์ ๆ รีบเดินไปพบหมอสูติเลย” “โอเค ๆ เลือกหมอสูติผู้หญิงให้กูที กูอยากให้วาวีตรวจกับหมอผู้หญิง”“ครั
ตอนพิเศษ 7หนึ่งเดือนต่อมา@บริษัท ฐาดลดีลอปเมนต์ (มหาชน) จำกัด@ห้องทำงานรองประธาน12.00 น.ก๊อก! ก๊อก! แอ๊ด ~เสียงเคาะประตูและเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกัน ทำให้คนในห้องละสายตาจากเอกสารที่กำลังเซ็นอนุมัติเงยหน้ามองไปที่ประตู เมื่อเห็นภรรยาโผล่มาแค่ส่วนหัวให้เห็นแค่ใบหน้าสวย โดยที่ตัวของเธอนั้นแอบไว้หลังประตู สกายยิ้มเอ็นดูให้กับภรรยาที่รักที่ทำอะไรก็ดูน่ารักไปเสียหมด “จ๊ะเอ๋ ~” วาวีทำท่าผีหลอกน่ารัก ๆ จากนั้นเธอผลักเปิดประตูให้กว้างขึ้น ก่อนที่จะหิ้วอาหารน่ากิน เข้าห้องทำงานของสามี วาวีวางของกินไว้บนโต๊ะกระจกตรงโซฟา จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งบนตักของสามี แล้วยื่นปากเล็กจุ๊บปากหยักหนึ่งทีด้วยความคิดถึง“อึก!...ไปกินไรมาเนี่ย” สกายทำท่าพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก เมื่อได้กลิ่นไส้กรอกจากปากเล็ก“หนูเพิ่งกินไส้กรอกอีสานมาค่ะ อร่อยมากเลย” วาวีที่เห็นสามีทำหน้าสะอิดสะเอียน หญิงสาวก็นึกหมั่นไส้เขาขึ้นมาทันทีที่แกล้งรังเกียจเธอได้เหมือนจริงมาก วาวีจึงพ่นลมออกจากปากใส่ใบหน้าหล่อเหลาและจูบเขาอีกครั้ง สกายที่ได้กลิ่นไส้กรอกจนฉุนขึ้นจมูก เขารีบดันวาวีให้ลุกขึ้นจากตัก จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำในห้องท
ตอนพิเศษ 6“กูบอกแล้ว อย่าเล่นกับระบบเมีย” ซีวิคเอ่ยไล่หลังสกายด้วยสีหน้าขำ ๆ “มึงบอกมันตอนไหนวะไอ้ซี” สายลมเอ่ยถามซีวิค“บอกในใจ ฮ่า ๆ”“สมน้ำหน้าไอ้สัดกาย งี่เง่าไม่เข้าเรื่อง” ธาวินส่ายหัวให้กับสกายอย่างเอือม ๆ ที่อยากมีลูกมาก จนเครียดแม้กระทั่งเมียเป็นเมนส์ นี่สมควรแล้วที่จะโดนน้องสาวของเขาโกรธ เพราะเขาถ่ายรูปสกายส่งไปฟ้องน้องสาวของเขาว่า ‘ที่สกายไม่รับสาย เพราะมันโกรธที่เธอเป็นเมนส์’“คนล้มอย่าข้าม แต่ให้กระทืบเลย” สายลมเอ่ยขึ้นขำ ๆ “มึงคิดว่าไอ้กายจะเข้าเพนต์เฮาส์ได้ไหมวะ” ธีโอเอ่ยถามเพื่อน ๆ ด้วยสีน่าขำขัน “เพนต์เฮาส์น่ะมันเข้าได้อยู่แล้ว แต่มันคงไม่สามารถเข้าห้องนอนไปนอนกอดเมียคืนนี้ได้หรอก” ธาวินเอ่ยบอกเพื่อนที่เหลืออยู่ เพราะวาวีบอกว่า เธอจะดัดนิสัยสกายให้นอนนอกห้อง“โธ่...ไอ้เพื่อนรัก น่าสงสารจังวะ” สายลมพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วย หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งดื่มกันต่อด้วยอารมณ์สุนทรีย์ ต่างจากสกายที่รีบขับรถออกจากคลับด้วยความเร็ว เพื่อกลับไปง้อเมีย@เพนต์เฮาส์ หลังจากเข้ามาในเพนต์เฮาส์ สกายก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอน แต่ทว่ากลับต้องชะงักยืนอยู่หน้าห้องนอน เมื่อเห็นกระดาษแผ่นให
ตอนพิเศษ 5หนึ่งเดือนต่อมา...@คลับ23.00 น.ครืดดดด! ครืดดดด! เสียงมือถือบนโต๊ะสั่นดังพร้อม ๆ กับเท้าของใครบางคนถีบไปที่ขาสกายสุดแรงด้วยความหมั่นไส้ตุ๊บ!“เป็นเชี่ยอะไรของมึงไอ้สัดวิน!” สกายเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด เมื่อโดนพี่ชายเมียยกเท้าถีบขาทั้งที่เขาไม่ได้หาเรื่องอะไรมันด้วยซ้ำ“แล้วมึงล่ะ? เป็นเชี่ยอะไรไอ้ฉิบหาย วาวีโทรหาถึงไม่ยอมรับสาย!” ธาวินตะคอกถามด้วยความไม่พอใจที่สกายแต่งงานกับวาวีได้ไม่ทันไร สกายก็ทำเป็นไม่สนใจน้องสาวของตนเสียแล้ว “กูเครียด” สกายพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยใจ “ทะเลาะกันเรื่องอะไร ไหนบอกมาสิ” เมื่อเห็นว่าสกายมีสีหน้าเครียดตามที่พูด ธาวินจึงคิดว่าสกายคงจะทะเลาะกับวาวีแน่ ๆ ถึงไม่ยอมรับสายวาวี“กูไม่ได้ทะเลาะกับเมีย” “แล้วมึงเป็นเชี่ยอะไรไอ้ฉิบหาย” ธาวิน ธีโอ สายลมและซีวิคพูดขึ้นพร้อมกันราวกับนัดกันเอาไว้“เมียกูเป็นเมนส์” “อ๋อ...เพราะเมียเป็นเมนส์ มึงถึงเครียดที่ไม่มีปัญญาทำลูกใช่ไหม?” ธาวินพูดใส่สกายอย่างเย้ยหยัน ก็อย่างที่พวกเขาในแก๊งรู้กันว่าตั้งแต่สกายแต่งงาน สกายอยากมีลูกมาก“ไม่มีปัญญาทำลูกพ่องมึงสิ น้ำเชื้อของกูโคตรแข็งแรง กูมั่นใจว่ายังไงวาวีก็ต้องท้อง
ตอนพิเศษ 4หลังจากที่ทั้งคู่นอนมาสก์จุดซ่อนเร้น เขาและเธอก็นอนชมดาวไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่น จนกระทั่งวาวีเห็นดาวตก เธอจึงรีบบอกสามี “พี่กายดาวตก อธิษฐานขอพรสิคะ” วาวีกระตุกมือสามีที่จับประสานมือกันไว้สกายที่ได้ยินแบบนั้น เขากำมือเล็กไว้แน่น แล้วหลับตาอธิษฐานอยู่นาน จนกระทั่งนาทีต่อมา เขาเอามือมาลูบหน้าท้องแบนราบพร้อมพูดว่า... “มาเกิดไว ๆ นะลูก” “พี่กายขยัน yes ขนาดนี้ ลูกคงมาเกิดเร็ว ๆ นี้แน่นอน”“พี่ก็ว่าอย่างนั้น” สกายขยับตัวมาหอมแก้มภรรยาอย่างชอบใจกับคำพูดของเธอ“ว่าแต่พี่กายอยากได้ลูกคนโตเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ” “ไม่ว่าจะลูกคนโตหรือคนเล็ก พี่ก็อยากได้แต่ผู้ชาย” “พี่ไม่อยากได้ผู้หญิงเหรอคะ?” “ไม่อะ ถ้าได้ลูกผู้หญิงพี่คงจะพะวงหน้าพะวงหลัง ไหนจะหวงลูกสาว ไหนจะหวงเมียอีก พี่ขอหวงเมียคนเดียวดีกว่า” “ปากหวาน ว่าแต่พี่อยากได้ลูกสักกี่คน”“สี่คนครับ”“สี่คนเลยเหรอคะ หนูคิดว่าสองคนก็พอมั้ง” วาวีคิดว่าหากมีลูกสองคน ไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนัก เพราะเขาอุ้มลูกคนหนึ่ง ส่วนเธอก็อุ้มอีกคน ช่างเป็นอะไรที่พอดีมาก “มีลูกสี่คนกำลังดีครับ พี่ตั้งชื่อไว้หมดแล้ว” สกายเอ่ยบอกภรรยา ถึงความตั้งใจที่เข







