LOGIN"ด่ากูเรื่องสมการในคาบติวซะเก่งเชียว... แต่พออยู่หน้ากล้องตอนคอลแล็บกัน มึงครางเรียกชื่อกูไม่หยุดเลยนะ ยัยติวเตอร์" เบื้องหน้า... 'ริน' คือติวเตอร์สาวเจ้าระเบียบที่ด่าลูกศิษย์วิศวะหน้ามึนอย่าง 'ธาม' แบบไม่ไว้หน้า เบื้องหลัง... เธอคือแอคเค่อสาวหน้ากากลูกไม้สายหิวเงิน ที่เพิ่งตกลงรับงานถ่ายคลิปคอลแล็บคู่กับแอคเค่อชายตัวท็อปนามว่า 'T-Rex' ทุกอย่างควรจะจบลงแค่ยอดเงินโอนมหาศาล... ถ้าโลกจะไม่กลมจนบัดซบ! เมื่อผู้ชายภายใต้หน้ากากหนังที่กระแทกเธอจนเสร็จคาไฟสปอตไลต์ ดันเป็นไอ้เด็กวิศวะที่เธอนั่งด่าอยู่ทุกวัน! เขาจับโป๊ะเธอได้ตั้งแต่แรก แต่แกล้งเล่นบทลูกศิษย์โง่ๆ ล่อให้เธอตายใจ แล้วใช้ 'ปึกเงินสด' ฟาดหัวซื้อขาดคิวงานของเธอแบบผูกขาด เมื่อโต๊ะติวหนังสือกลายเป็นสนามอารมณ์ และคู่คอลแล็บดันกลายมาเป็นลูกศิษย์ งานนี้จะจบที่การฉีกสัญญา... หรือจบที่การครางชื่อเขายันเช้า!
View More“กรี๊ดดดดดด ! อีริน มึงดูดิ ! รอยสักขยับแล้ววว ผัวมากแม่ !”
เสียงกรี๊ดอัดหมอนของ ‘มุก’ รูมเมทสาวที่หอบไอแพดวิ่งข้ามห้องมาสิงอยู่บนเตียงเพื่อนสนิท ดังแข่งกับเสียงหอบหายใจกระเส่าที่ทะลุลำโพงออกมา
รินพรูลมหายใจยาว พยายามแกะมือปลาหมึกของเพื่อนที่กำลังเขย่าแขนเธอออกอย่างยากลำบาก
“มึงหยุดเขย่าแขนกูก่อนอีมุก นิ้วกูกดเครื่องคิดเลขพลาดหมดแล้วเนี่ย !”
แทนที่รินจะตื่นเต้นกับกล้ามหน้าท้อง ลอนซิกแพ็กแน่นตึง หรือลีลาดิบเถื่อนของ ‘T-Rex’ แอคเค่อหนุ่มตัวท็อปบนหน้าจอ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรอบหนาเตอะกลับจ้องเขม็งไปที่แถบยอดโดเนทตรงมุมขวาบน นิ้วเรียวกดเครื่องคิดเลขในมือถือรัวยิก
“ห้าพันคอยน์… สี่หมื่น… แปดหมื่น… เชี่ยเอ๊ย !” รินสบถเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความริษยา “มึงดูยอดโดเนทดิ หมอนี่แค่นั่งโชว์ขอบกางเกงในกับลูบคลำตัวเองแค่สิบห้านาที แต่ฟันเงินไปเกือบแสน ผู้ชายคนนี้มันเหมืองทองชัด ๆ”
มุกเบะปากใส่ความหน้าเงินของเพื่อน “ก็เขาตัวท็อปสายเถื่อนปะวะ มึงจะเอาแอคเค่อลูกเจี๊ยบของมึงไปเทียบได้ไงแม่กุหลาบลูกไม้”
บนหน้าจอโทรศัพท์ T-Rex สวมผ้าบัฟลายกะโหลกสีดำดึงปิดทับครึ่งล่างของใบหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาคมกริบดุดัน รอยสักรูปปีกนกอินทรีบนแผงอกขยับเป็นจังหวะตามการขยับมือเบื้องล่าง สันกรามแกร่งบดขบจนเห็นรอยนูนดุนดันเนื้อผ้าลายกระดูก
แชตพูดคุยด้านล่างจอวิ่งเร็วจนตัวอักษรทับกัน มุกหวีดร้องขึ้นมาอีกครั้งตอนที่เขาจงใจเลื่อนกล้องต่ำลงไปอีกนิด
แต่รินไม่ได้กรี๊ดตาม เธอกดหยุดภาพ แคปหน้าจอแถบยอดโดเนทนั้นไว้ แล้วสลับไปเปิดแอปพลิเคชันโน้ตในโทรศัพท์ที่มีแต่ตัวเลขยุบยับ
ยอดโดเนทเดือนนี้ของบัญชี ‘Rose Lace’ นิ่งสนิทมาสองสัปดาห์แล้ว
ค่าหอ... จ่ายแล้ว ค่าเทอม... ยังพอถูไถ แต่ปัญหาคือข้อความล่าสุดจากพ่อที่ส่งมาในแชตไลน์เมื่อเช้า มันไม่ใช่คำทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ แต่มันคือรูปถ่ายใบแจ้งหนี้พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ว่า ‘ช่วยพ่อหน่อยได้ไหมลูก’
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของรินบีบรัดจนปวดหนึบ เธอผลักแว่นตาที่ตกลงมาตรงสันจมูกขึ้น แววตาที่เคยว้าวุ่นแปรเปลี่ยนเป็นการคำนวณอย่างเยือกเย็น
“ก็เพราะเทียบไม่ได้ไง กูถึงต้องหาทางลัด”
ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้ เธอคือริน เด็กเนิร์ดคณะเศรษฐศาสตร์ปีสามในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งย้วย ๆ ผมมัดรวบลวก ๆ เป็นก้อน และผิวหน้าที่ไม่เคยสัมผัสเครื่องสำอาง
แต่เมื่ออยู่บนหน้าจอในฐานะ Rose Lace เธอคือสาวหน้ากากลูกไม้ที่ครางกระเส่าได้อย่างเป็นธรรมชาติและยั่วเย้าที่สุด ปัญหาคือตอนนี้อุปสงค์ตลาดของเธอเริ่มนิ่ง ฐานลูกค้าเดิมกระเป๋าไม่หนักพอจะช่วยให้เธอเคลียร์หนี้ก้อนใหญ่ที่กำลังจี้คอหอยอยู่ได้
มุกนอนคว่ำ กางแขนเกยอยู่บนหมอนของริน ขมวดคิ้วมุ่น
“ทางลัดคืออะไร ? มึงจะไปโชว์กีแข่งกับพี่เร็กซ์เลยหรือไง ไม่รอดหรอกแม่ คนดูของตานั่นเขาจ่ายเพราะอยากเสพความดุดัน ไม่ได้จ่ายเพราะอยากเห็นยัยติวเตอร์มานั่งถอดสมการ”
“กูไม่ได้จะไปแข่งกี...” รินสวนกลับเร็วเกินไปจนต้องชะงักเมื่อตัวเองเผลอหลุดคำหยาบออกมา “กูจะเสนอคอลแล็บ... แบ่งหน้าจอ ต่างคนต่างทำ คนที่เสพความเถื่อนของเขาอยู่แล้ว ถ้าได้ความยั่วแบบขัดขืนของกูไปประกบ ยอดมันจะพุ่งกินรวบทั้งสองทาง”
มุกยกหัวขึ้นพรวด ตาโตเท่าไข่ห่าน “นี่มึงจะทักหาตัวท็อปจริง ๆ เหรอ !”
“คืนเดียว... ถ้าตกลงหารห้าสิบห้าสิบแล้วตัวเลขสวย กูก็ปิดยอดหนี้ก้อนนี้ได้”
ไม่รอให้เพื่อนรักห้าม รินสลับแอปพลิเคชัน เปิดโปรไฟล์ของ T-Rex ที่มียอดผู้ติดตามต่างจากเธอลิบลับ นิ้วเรียวชะงักค้างเหนือแป้นพิมพ์อยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรัวพิมพ์ข้อความลงไปด้วยท่าทีของนักธุรกิจที่กำลังยื่นข้อเสนอ ไม่ใช่คนร้อนเงินที่กำลังไปอ้อนวอนขอความเมตตา
Rose Lace : สนใจคอลแล็บไลฟ์แบบ Split Screen ไหม ? ต่างคนต่างทำคนละฝั่งจอ ห้ามโชว์หน้า ห้ามนัดเจอ แบ่งรายได้ 50/50 ถ้าสนใจเดี๋ยวส่งกติกาเพิ่มให้พิจารณา ถ้าตกลง... นัดได้เลยคืนพรุ่งนี้
รินกวาดสายตาอ่านทวนอีกครั้ง เธอลบประโยคที่ดูเกรงใจหรืออ่อนไหวทิ้งไปจนหมด เหลือไว้เพียงเงื่อนไขแข็งกระด้าง แล้วกดส่งทันที
มุกแย่งมือถือไปดู ทำหน้าเหมือนเห็นคนโง่เดินตัวเปล่าไปตีบอสโดยที่เลเวลตัวเองยังไม่ถึงสิบ
“มึงบ้าไปแล้วอีรินนนนน ! มึงหัดดูจำนวนคอยน์ต่อนาทีของแกบ้างได้ไหม เขาจะมาหารครึ่งกับมึงทำไม !”
“ดูแล้ว” รินยึดมือถือคืนมาถือไว้แน่น “ก็เพราะดูแล้วไง กูถึงทัก”
เธอไม่ได้บอกมุกว่า ในหัวของเธอตอนที่กดปุ่มส่งข้อความ มันไม่ได้มีภาพซิกแพ็กหรือความเสียวซ่านอะไรเลย มันมีแค่ภาพคอลัมน์ตัวเลขหนี้สินที่พ่อส่งมา กับดอกเบี้ยมหาโหดที่เธอคำนวณกราฟล่วงหน้ามาตั้งแต่ปีหนึ่งต่างหาก
เสียงฝนตกกระทบกระจกบานสูงของคอนโดชั้นสามสิบสอง แอร์ทำงานเงียบกริบ รินนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาหนังสีเทาบนตักมีไอแพดที่เปิดหน้าแอปพลิเคชันพอร์ตหุ้น ไม่ใช่บัญชีหน้าจอใต้ดินอีกต่อไปเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งของธามที่เธอสวมทับเลิกขึ้นมาจนเห็นต้นขาขาวเนียน รอยคิสสาร์กสีม่วงที่ซอกคอถูกปล่อยเปลือยโดยไม่มีคอนซีลเลอร์ปกปิดธามเดินเช็ดผมเปียกหมาดออกมาจากห้องน้ำ กางเกงวอร์มสีเทาเกาะหมิ่นเหม่บนสะโพกสอบ รอยสักปีกนกอินทรีขยับตามจังหวะก้าวเดินเขาเดินตรงมาที่โซฟา รั้งตัวเธอดึงให้เอนหลังพิงแผงอกกว้าง กลิ่นสบู่แบรนด์หรูผสมไอร้อนจากตัวผู้ชายทำให้รินต้องละสายตาจากกราฟสีเขียวแดงบนหน้าจอ"แอร์เย็นไปหรือเปล่า ยัยลูกไม้"เขากระซิบชิดใบหูโดยไม่รอคำตอบ มือหนาเอื้อมไปหยิบ เสื้อช็อปสีเลือดหมู ที่พาดอยู่บนพนักโซฟา คลุมทับลงบนไหล่บอบบางของเธอ กลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ ผสมกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาคลุ้งขึ้นมาแตะจมูก รินขยับตัวยุกยิก แต่ไม่ได้ปัดมันออกก่อนที่เธอจะทันได้บ่นเรื่องความหนักของผ้า โลหะชิ้นเล็ก ๆ ก็ถูกโยนลงมากระทบหน้าจอไอแพดดัง กึก !รินชะงัก นิ้วเรียวหยิบวัตถุสีหม่นนั้นขึ้นมา มันคือ ‘เกียร์’ สัญลักษณ์ของเด็กวิศว
ธามไม่ยอมถอนตัวเองออกจากเธอ เขาดันร่างเธอให้แนบโต๊ะ จับเรียวขาข้างขวาของเธอพาดเกี่ยวสะโพกสอบเอาไว้แน่น เพียงแต่จังหวะกระแทกกระทั้นมันเนิบช้าลง ขอบโต๊ะแข็ง ๆ ทำหน้าที่แทนหัวเตียงที่ไม่มีในห้องนี้ มันส่งเสียงครูดเอี๊ยดอ๊าดเบาลงแต่ลากยาวเป็นจังหวะรินตวัดท่อนแขนกอดรัดลำคอแกร่งด้วยมือทั้งสองข้าง หน้าผากมนซบพิงกับหัวไหล่เสื้อช็อปคณะวิศวะ ริมฝีปากอ้าเผยอครางหอบรดผิวคอของเขาโดยไม่ต้องมีฝ่ามือหนามาคอยอุดปิดอีกต่อไป“มองหน้ากู อ๊า...”เขากระซิบชิดเส้นผมเปียกชื้น ไม่ใช่โทนเสียงออกคำสั่งหน้ากล้องอีกต่อไป“ตอนนี้ไม่มีหน้ากากเหี้ยนั่นแล้ว อย่าหลับตาหนีแบบตอนอยู่ในจอ”รินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจากลาดไหล่กว้าง แว่นตากรอบหนาเอียงจนธามต้องใช้มือขวาถอดมันออกไปวางทับซองเงินสด เธอสบตาเขาชัดเจนเต็มตาภายใต้แสงไฟนีออนสว่างจ้าดวงตากลมโตแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบ ปมคิ้วไม่ได้ขมวดมุ่นเหมือนตอนนั่งด่าเรื่องการบ้าน แต่มันเกร็งตึงแบบคนที่ยอมเอาสองบัญชีมารวมกันแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเอาผลลัพธ์ไปวางไว้ตรงไหน“ช้าหน่อย… โต๊ะมันแข็ง...”ธามพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะถอนตัวตนออกจนสุดทั้งที่ตัวเองยังไม่ เสร็จกิจ เขาจัดการ
รินเดินไปไม่ถึงหน้าลิฟต์แสงไฟสีเหลืองหม่นในโถงทางเดินตกกระทบลงบนพื้นซีเมนต์และปลายรองเท้าผ้าใบของเธอ เธอหยุดชะงักค้างอยู่กลางทางโดยที่สมองยังไม่ได้สั่งการ มือซ้ายของเธอยังคงกำสายกระเป๋าสะพายแน่น ส่วนมือขวาเผลอยกขึ้นจับขอบกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ตรงตำแหน่งที่เมื่อครู่นี้ ไม่มีกุญแจห้องติวให้คลำหา เพราะลูกกุญแจมันอยู่กับเขาสมองสั่งการซ้ำ ๆ ให้รีบก้าวลงบันไดแล้วกลับหอพักไปซะ แต่ภาพของผ้าบัฟที่วางหงายหน้าอยู่บนโต๊ะโฟเมก้า กลับไม่ยอมเลือนหายไป มันถูกประทับติดตาพอ ๆ กับบานประตูห้องที่เธอตั้งใจดึงปิดไม่สนิทรินหมุนตัวหันหลังกลับบานประตูห้องติวยังคงแง้มเปิดค้างไว้เป็นช่องเล็ก ๆ ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศไหลเล็ดลอดออกมาปะทะผิว และกลิ่นหนังเก่า ๆ ก็ยังคงลอยอวลไม่จางหายเธอผลักบานประตูเข้าไปอีกครั้งโดยไม่คิดจะเคาะ มือขวาเอื้อมไปจับลูกบิดแล้วกดล็อกกลอนจากด้านในดังกริ๊ก ! ทั้งที่เมื่อช่วงเย็นเพิ่งจะออกปากสั่งห้ามไม่ให้เขาล็อกประตูแท้ ๆธามยังคงยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าโต๊ะโฟเมก้า เขายังไม่ได้เก็บหน้ากากหนัง และยังไม่ได้เก็บซองเงินสด ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบจดจ้องมองคนที่เพิ่งจะเดินกลับเข้าม
สองทุ่มตรง ท้องฟ้าไร้เงาฝน แต่โถงตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์กลับเงียบสงัดและว่างเปล่าจนเสียงรองเท้าผ้าใบของรินดังก้องสะท้อนไปถึงปล่องบันไดเธอกลับมา ทั้งที่เพิ่งบอกตัวเองไปหมาด ๆ ว่าจะไม่หันหลังกลับมาเหยียบที่นี่อีก เพราะกระดาษสัญญาบ้า ๆ นั่นถูกขีดฆ่าทิ้งไปแล้ว และซองเงินสกปรกก็ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะตั้งแต่ตอนเย็นมือซ้ายของเธอกำสายกระเป๋าสะพายที่เบาหวิวเอาไว้แน่น มือขวาล้วงซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต กำสมาร์ตโฟนที่เธอฝืนใจไม่ยอมเปิดเข้าแอปพลิเคชันลับเลยตลอดทางที่นั่งรถเมล์มาจากหอพัก ที่ช่องใต้บานประตูห้องติวชั้นสอง... ยังคงมีแสงไฟสว่างลอดออกมารินหยุดยืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจผลักบานประตูเข้าไป ลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศพุ่งปะทะลำคอ ที่ปกเสื้อเชิ้ตยังคงถูกติดกระดุมปิดสูงจรดคอหอยธามยืนหันหลังให้อยู่ที่ริมหน้าต่างกระจก แล็ปท็อปบนโต๊ะถูกพับปิดสนิท ซองเงินสดสีน้ำตาลยังคงวางสงบนิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางโต๊ะโฟเมก้า รินวางกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้เธอยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรจนกระทั่งเขาหมุนตัวกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม มุมปากหยักเม้มสนิท นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลง“กูคิดอยู่แล