Short
ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา

ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา

Oleh:  สโนว์Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
20Bab
4.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ตลอดแปดปี ฉันเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนในอาณาจักรของ ลอเรนโซ่ วาเลนติ ในตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นกลไกลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจมืดของเขา แต่ในตอนกลางคืน ฉันเป็นเพียงนกที่เชื่องที่สุดในกรงทองของเขา และเป็นร่างไร้ชื่อที่อยู่ใต้เงาของเขา… บนเตียงของเขา ฉันรักเขาด้วยความทุ่มเทที่ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่ง เป็นเปลวไฟโง่ ๆ ที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่วันที่ฉันเป็นแค่นักเรียนทุนที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนของเขา ฉันเคยเชื่อว่าความรักที่เงียบงันของฉันจะสามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขาได้สักวันหนึ่ง... แต่ฉันคิดผิด วันที่อิซาเบลล่า รักแรกที่เขาไม่มีวันลืมกลับมา ชายที่ฉันรู้จักก็หายไป รอยยิ้มแสนหายากที่เคยมีให้ฉัน กลายเป็นของเธอทั้งหมด การมีตัวตนของฉันข้างกายก็ถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเธอ แม้กระทั่งตอนที่เธอใส่ร้ายฉัน เขาก็ยังเลือกที่จะเชื่อเธออย่างไม่ลังเล เขาเลือกเธอ... ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันยื่นใบลาออก และเขาเซ็นมันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขาคิดว่าฉันจะต้องคลานกลับมา โดยที่แตกสลาย และอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา เขาคิดผิด ในขณะที่เขามัวแต่เล่นบทครอบครัวแสนหวานกับ "ที่รัก" ของเขา ฉันก็ค่อย ๆ เก็บชีวิตที่เคยมีไว้ข้างกายเขาใส่กล่องทีละชิ้น เตรียมที่จะหายตัวไปจากโลกของเขาตลอดกาล

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

ตลอดแปดปี ฉันเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนในอาณาจักรของ ลอเรนโซ่ วาเลนติ ในตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นกลไกลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจมืดของเขา แต่ในตอนกลางคืน ฉันเป็นเพียงนกที่เชื่องที่สุดในกรงทองของเขา และเป็นร่างไร้ชื่อที่อยู่ใต้เงาของเขา… บนเตียงของเขา

ฉันรักเขาด้วยความทุ่มเทที่ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่ง เป็นเปลวไฟโง่ ๆ ที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่วันที่ฉันเป็นแค่นักเรียนทุนที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนของเขา ฉันเคยเชื่อว่าความรักที่เงียบงันของฉันจะสามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขาได้สักวันหนึ่ง... แต่ฉันคิดผิด

วันที่อิซาเบลล่า รักแรกที่เขาไม่มีวันลืมกลับมา ชายที่ฉันรู้จักก็หายไป รอยยิ้มแสนหายากที่เคยมีให้ฉัน กลายเป็นของเธอทั้งหมด การมีตัวตนของฉันข้างกายก็ถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเธอ แม้กระทั่งตอนที่เธอใส่ร้ายฉัน เขาก็ยังเลือกที่จะเชื่อเธออย่างไม่ลังเล

เขาเลือกเธอ... ครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉันยื่นใบลาออก และเขาเซ็นมันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

เขาคิดว่าฉันจะต้องคลานกลับมา โดยที่แตกสลาย และอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา

เขาคิดผิด

ในขณะที่เขามัวแต่เล่นบทครอบครัวแสนหวานกับ "ที่รัก" ของเขา ฉันก็ค่อย ๆ เก็บชีวิตที่เคยมีไว้ข้างกายเขาใส่กล่องทีละชิ้น เตรียมที่จะหายตัวไปจากโลกของเขาตลอดกาล

(มุมมองของเอมีเลีย)

"คุณอีแวนส์ครับ เอกสารการลาออกของคุณได้รับการลงนามจากคุณวาเลนติแล้ว" เสียงของผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลดังซ่า ๆ ผ่านโทรศัพท์ เจือด้วยความลังเลอย่างไม่คุ้นเคย "แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ทันสังเกตว่าแฟ้มของคุณคือแฟ้มที่เขากำลังอนุมัติ มันอยู่ในกองรวมกับแฟ้มอื่น ๆ เอ่อ... ผมควรจะนำเรื่องนี้เรียนให้เขาทราบเป็นพิเศษดีไหมครับ?"

"ไม่ค่ะ" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนผิดปกติ ซึ่งขัดแย้งกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งอยู่ในอก "ไม่ต้องพูดถึงมัน ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไป"

"แต่คุณอีแวนส์ครับ" ผู้อำนวยการพยายามต่อรอง น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงจนเกือบจะเป็นความสงสาร "คุณเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณวาเลนติมาสี่ปีแล้ว เขาไม่เคยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านี้มาก่อน เขาพึ่งพาคุณในทุกเรื่อง คุณแน่ใจแล้วจริง ๆ เหรอครับเรื่องการลาออกนี้?"

รอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ขมขื่นผุดขึ้นที่ริมฝีปากฉัน ในตระกูลวาเลนติ ความจงรักภักดีคือสกุลเงินที่มูลค่าตกฮวบในชั่วข้ามคืน

"ไม่มีใครที่ขาดไม่ได้หรอกค่ะ" ฉันท่องประโยคที่เตรียมไว้ คำโกหกที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเรียบเนียน

"ฉันเรียนจบปริญญาโทแล้ว และครอบครัวของฉันต้องการให้ฉันกลับบ้าน มี... ธุระที่ต้องไปจัดการ เมื่อคุณวาเลนติอนุมัติแล้ว ฉันก็จะทำตามขั้นตอน คือส่งมอบงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน แค่นั้นค่ะ"

ฉันรีบวางสายก่อนที่ความจงรักภักดีที่ผิดที่ผิดทางของเขาจะทำให้ความตั้งใจของฉันสั่นคลอน

เจ็ดปีก่อน ฉัน เอมีเลีย อีแวนส์ นักเรียนทุนจากเมืองเล็ก ๆ ที่ซบเซา สอบเข้าได้ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่นั่น ฉันได้พบกับโซเฟีย วาเลนติ ผู้มาพร้อมกับความมั่นใจและความกล้าบ้าบิ่น เป็นลูกสาวสุดที่รักของตระกูลอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง

แม้พื้นเพจะต่างกันสุดขั้ว แต่เรากลายเป็นเพื่อนรักที่แยกจากกันไม่ได้ โลกของฉันมีแต่ตำราเรียน พาร์ทไทม์งานเสิร์ฟ และหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา ส่วนโลกของเธอมีแต่บอดี้การ์ดลับ บัตรเครดิตสีดำ และอำนาจเงียบอันที่น่ากลัว

แต่เราก็หาจุดที่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านการอ่านหนังสือยามดึก การแบ่งพิซซ่าเลี่ยน ๆ กันกิน และความฝันที่ดูเหมือนจะอยู่คนละโลก

ค่อย ๆ อย่างระมัดระวัง เธอดึงฉันเข้าสู่วังวนของเธอ ฉันได้พบพ่อของเธอ ชายผู้มีอำนาจที่เย็นชาและน่าขนลุก สายตาของเขาเป็นสายตาที่แบกรับชีวิตในโลกใต้ดินมาตลอด ฉันได้พบแม่ของเธอ หญิงผู้สง่างามแต่ห่างเหินเหมือนพระจันทร์ในฤดูหนาว และฉันก็ได้พบพี่ชายของเธอ... ลอเรนโซ่

ลอเรนโซ่ วาเลนติ เขาค่อนข้างเป็นคนที่หล่อ และดูอันตราย มันทำให้คนอื่นค่อนข้างกลัวเขา แต่สำหรับฉัน เขากลับอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ หัวใจใสซื่อที่มาจากบ้านนอกของฉัน ไม่เคยเตรียมใจจะรับมือกับพายุลูกนี้มาก่อน แต่มันก็ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

ฉันเก็บความรู้สึกนั้นไว้ลึกที่สุดในใจ เหมือนเป็นสมบัติที่น่าอาย ฉันได้ไม่บอกใครเลย แม้กระทั่งโซเฟีย

หลังจากเรียนจบ โซเฟียก็ถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ยุโรปตามธรรมเนียมของตระกูลวาเลนติ ส่วนฉันยังคงอยู่ในเมือง ส่งใบสมัครงาน และด้วยความสามารถของฉันเองบวกกับการช่วยเหลือเงียบ ๆ ของโซเฟีย ฉันก็ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหารลอเรนโซ่ วาเลนติ ภาพลักษณ์ภายนอก มันคือโอกาสที่จะได้สร้างอาชีพให้ก้าวหน้า แต่ในใจของฉัน มันคือโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้เขา ได้สูดอากาศเดียวกันกับเขา

"เหตุการณ์" นั้นเกิดขึ้นหลังจากฉันเริ่มงานได้หกเดือน การเจรจากับฝ่ายคู่แข่งกลายบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ลอเรนโซ่ถูกซุ่มโจมตีและถูกวางยาจนเสียการควบคุม ฉันพบเขาในห้องทำงานส่วนตัว เหงื่อท่วม รูม่านตาขยาย ความเย็นชาที่เป็นตำนานของเขาพังทลายอย่างสิ้นเชิง ฉันคว้าโทรศัพท์เพื่อโทรหาหมอประจำตระกูล มือของฉันสั่นไม่หยุด

เขาเคลื่อนตัวเร็วจนน่าตกใจ จับฉันตรึงไว้กับผนังกำแพงที่เย็นเฉียบ จูบของเขาเร่าร้อนแทบจะกลืนกินฉัน เขาเอามือกระชากเสื้อผ้าของฉันออกด้วยความหิวกระหายที่ควบคุมไม่อยู่

ค่ำคืนหนึ่งที่เต็มไปด้วยแขนขาที่พันกัน ผิวกายที่ร้อนระอุ และเสียงกระซิบที่สับสน—ค่ำคืนที่ทำลายโลกอันเงียบสงบของฉันแตกสลาย

ฉันตื่นขึ้นมาในตอนรุ่งสาง พบว่าเขาตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง คีบบุหรี่อยู่ระหว่างนิ้ว เมื่อฉันขยับตัว เขาก็หันมามอง สายตาของเขากลับมาเย็นชาเหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกจากเมื่อคืนหลงเหลืออยู่

คำถามแรกของเขาที่ถามออกมาด้วยความชัดเจนที่โหดร้ายและเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดคือ "เธอรักฉันเหรอ?"

ฉันอ้าปากค้าง คำปฏิเสธจ่ออยู่ที่ปลายลิ้น แก้มของฉันร้อนผ่าวด้วยความอายที่แทบแทรกแผ่นดินหนี แต่เขาตัดบทฉัน น้ำเสียงของเขาเย็นเรียบและเด็ดขาด "เธอหน้าแดงทุกครั้งเวลาที่ฉันเดินเข้าห้อง เธอจำออเดอร์กาแฟ ตารางงาน รวมถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันไม่ชอบได้หมด โดยที่ฉันไม่เคยต้องบอก เธอตั้งใจสมัครงานนี้ ตำแหน่งนี้ ‘โดยเฉพาะ’ ทันทีที่เธอเรียนจบ..." เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย จ้องฉันแบบตาไม่กระพริบ ราวกับมองทุกอย่างออกอย่างทะลุปรุโปร่ง "อย่าดูถูกสติปัญญาของฉันด้วยการเสแสร้งว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ"

เขาได้ผ่าแยกความหลงใหลที่น่าสมเพชของฉันออกทีละชิ้น เปิดโปงหลักฐานแต่ละชิ้นจนหน้าฉันร้อนเป็นไฟ ถูกเผาด้วยความอับอาย และความหวังที่พังทลายไปพร้อมกัน

ท่ามกลางความเงียบที่อึดอัดและเต็มไปด้วยการตัดสิน เขาไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ต แต่กลับเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ เขาเลื่อนบัตรใบสีดำข้ามโต๊ะที่ถูกขัดจนเงาระหว่างเรา

"เมื่อคืนมันเป็นความผิดพลาด เป็นผลจากยา ฉันมีคนของฉันอยู่แล้ว ฉันตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้ และฉันจะไม่ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ ให้เธอ" เขาพูดประโยคนั้นราวกับเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน เป็นคำตัดสิน "โซเฟียเคยพูดถึง... สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวเธอ เงินในบัญชีนี้มากพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องกังวลอีก รับมันไปซะ ถือว่าเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น"

ฉันช็อกจนพูดไม่ออก หัวฉันหมุนเหมือนลูกข่าง จากนั้นฉันก็นึกขึ้นได้—ในช่วงเวลาที่เร่าร้อนเมื่อคืน ตอนที่เกราะป้องกันของเขาพังทลายลง เขากระซิบชื่อหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาแบบแนบชิดผิวกายฉัน "อิซาเบลล่า"

จากคำบ่นของโซเฟียตอนเธอเมาไวน์ ฉันรู้มาว่าอิซาเบลล่าคือรักแรกที่ลอเรนโซ่ไม่มีวันลืม เป็นเหมือนดอกบัวสีขาวที่เขาไม่ให้ใครแตะต้อง เขารักเธอจนถึงขั้นแทบบ้า

แม้เธอจะไปต่างประเทศเพื่อ "เรียนศิลปะ" แม้ว่าจะมีข่าวลือที่ฉาวโฉ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับหนุ่มไฮโซทั่วยุโรป เขาก็ยังสาบานว่าจะรอเธอกลับมา เขาคืออนุสรณ์ของความรักที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้

โซเฟียเคยถอนหายใจพลางซดไวน์ราคาถูกในห้องพักแคบ ๆ ของฉันแล้วบ่นว่า "ครอบครัวฉันขึ้นชื่อเรื่องจิตใจที่เย็นชา นี่คือวิธีที่เราอยู่รอดมาได้หลายชั่วรุ่น แต่ทำไมพี่ชายฉันถึงกลายเป็นไอ้บ้าแสนโรแมนติกนี่ได้นะ? เขารอเธอมาหลายปี เคยบอกว่าถ้าคบกับผู้หญิงคนอื่นก็เหมือนการลดมาตรฐาน และเขาไม่ยอมลดตัวไปอยู่จุดนั้น"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก้องอยู่ในหัว ขณะที่ฉันยืนเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา ความกล้าบ้าบิ่นประหลาดก็พุ่งเข้ามาในตัวฉัน ในจังหวะที่เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกไป ฉันก็หาเสียงของตัวเองเจอ

"ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ" คำพูดนั้นสั่นจนฟังแทบไม่ออก ฉันกลืนน้ำลาย ฝืนให้ตัวเองพูดด้วยความหนักแน่น "ฉันอยากให้คุณให้โอกาสฉัน คุณวาเลนติ ได้โปรด อยู่กับฉัน ลองดูสักครั้ง หรือถ้าเธอกลับมา พบว่าความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอมันเปลี่ยนไป…วันนั้นฉันจะไป ฉันสัญญา ฉันจะเดินจากไปและไม่หันกลับมาอีกเลย”

เขาหยุดชะงัก มือวางอยู่บนลูกบิดประตู เขาหันกลับมามองฉัน และเพียงเสี้ยววินาที สายตาของเขาก็อ่อนลง มีบางสิ่งที่อ่านไม่ออก คล้ายความหวั่นไหวที่โผล่ให้เห็นบนใบหน้าของเขา แล้วมันก็หายไป ถูกปิดกั้นไว้หลังกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันเจาะทะลุได้ เขาพูดเพียงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเฉยชาเกือบจะเบื่อหน่ายว่า “ตามใจ” แล้วเดินออกไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นกับบัตรสีดำของเขา และเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่แตกสลาย

และด้วยเหตุนี้ ชีวิตของฉันก็กลายเป็นคำโกหกที่ถูกแบ่งแยกอย่างเป็นระเบียบ ตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ไร้ที่ติของเขา พอกลางคืน ฉันคือคนรักลับ ๆ ที่ไม่มีใครรู้จักของเขา บนโต๊ะทำงานของเขา ภายในรถเบนซ์มายบัคกันกระสุนสุดหรู หรือแม้ตรงริมหน้าต่างบานนี้ที่มองเห็นเมืองทั้งเมืองอยู่แทบเท้า... เราทิ้งร่องรอยความบุ่มบ่ามไร้สติของเราไว้ทุกที่

เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องความรักสักครั้ง แต่ฉันคือผู้หญิงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกงานเลี้ยง เมื่อผู้หญิงคนอื่นพยายามจะดึงดูดสายตาเขา เขาก็ปล่อยให้ฉันจัดการ ของใช้หรูหราราคาแพงถูกมอบให้ฉันโดยที่เขาไม่ต้องคิดซ้ำสอง ทุกคนต่างคิดว่าฉันจะเป็นภรรยาในอนาคตของเขา และในช่วงเวลาที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความเร่าร้อน เวลาที่เขาครางชื่อฉันออกมา แม้แต่ฉันเองก็เริ่มเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะประกาศว่าฉันเป็นของเขา

สี่ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครในตระกูลหรือในธุรกิจเอะใจเลย ในสายตาพวกเขาเห็นฉันเป็นผู้ช่วยที่ภักดีและมีความสามารถสูง และฉันเป็นคนโง่ที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด กลับหาทางหลอกตัวเองว่าช่วงเวลาลับ ๆ เหล่านั้น สายตาเข้มข้นที่เขามองฉันในความมืดนั้น มันต้องมีความหมาย ว่าฉันกำลังค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งในใจเขา

จนกระทั่งวันเกิดของเขา เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันวางแผนดินเนอร์เล็ก ๆ ที่เป็นส่วนตัว ไวน์โปรดสุดหายากของเขา นาฬิการาคาแพงแบบไร้เหตุผลที่ฉันเก็บเงินซื้อมานานหลายเดือน ฉันแค่อยากสร้างค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบ คืนที่เราจะแกล้งทำเป็นคู่รักธรรมดาแค่ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ว่าฉันเป็นมากกว่าความลับของเขา

ฉันรอจนกระทั่งเทียนไหม้จนเหลือแต่ตอ อาหารบนจานเย็นชืดจนแข็ง แชมเปญในแก้วก็หมดฟองไปนานแล้ว เขาไม่มา และเมื่อเข็มนาฬิกาเลยผ่านเที่ยงคืน เสียงแจ้งเตือนหนึ่งก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์—เป็นโพสต์จากลอเรนโซ่ วาเลนติ ชายที่เคยมองว่าโซเชียลมีเดียเป็นความอ่อนแอไร้สาระ

เพียงประโยคเดียวที่ทำลายล้างฉันทั้งคน: "ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดคือโอกาสครั้งที่สอง"

ใต้ประโยคนั้นนั้นคือภาพถ่าย ลอเรนโซ่กับอิซาเบลล่า กอดกันอย่างแนบแน่น มือของเขาปัดผมของเธอออกเบา ๆ ขณะที่ทั้งคู่สบตากันท่ามกลางแสงพลุสีสันเจิดจ้า ที่ต้องใช้เงินมหาศาล เธอกลับมาแล้ว

เลือดไหลออกจากหน้าฉันอย่างรวดเร็วจนโลกหมุน ความหนักอึ้งถาโถมทับลงบนอก ราวกับถูกคีมเหล็กรัดแน่น เป็นความเจ็บปวดที่ทำให้ฉันแทบหายใจไม่ออก

ฉันยึดมั่นในเศษความหวังสุดท้ายอันน่าสมเพช—ว่ามันอาจเป็นความผิดพลาด เป็นภาพที่ถูกตัดต่อ หรืออะไรก็ตาม—นิ้วมือฉันที่สั่นระริกก็กดโทรออกหาเขา

อิซาเบลล่าเป็นคนรับสาย เสียงของเธอใส นุ่มนวล และหวานอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ หวานจนรู้สึกเหมือนถูกฟาดเข้าที่หน้า “ฮัลโหล?” เธอเว้นจังหวะ “ฮัลโหล? ใครคะ?” เมื่อคอของฉันยังแน่นจนพูดไม่ออก เธอก็เรียกออกไป น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาปลอม ๆ “ลอเรนโซ่ ที่รักคะ? โทรศัพท์คุณดังค่ะ เป็นใครสักคนชื่อ… เอมีเลีย? แต่เธอไม่ยอมพูดอะไรเลยค่ะ”

ครู่หนึ่งต่อมา เสียงที่ทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้น เย็นชา ไม่แยแส และถูกเสียงลำโพงกลบจนฟังได้ยินแบบไกล ๆ สลักฝังลงในความทรงจำของฉัน “ไม่ใช่คนสำคัญ ไม่ต้องสนใจนะ 'ที่รักของผม' นอนต่อเถอะ”

ไม่ใช่คนสำคัญ

โทรศัพท์หลุดออกจากมือที่ชาไร้ความรู้สึกของฉัน และตกลงกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดัง และในวินาทีนั้นเอง… ฉันก็รู้แล้ว

ม่านได้ปิดลง สัญญาเช่าจบลง บทบาทของฉันในชีวิตเขาสิ้นสุดแล้ว ถึงเวลาเดินออกจากเวที
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
20 Bab
ตอนที่ 1
ตลอดแปดปี ฉันเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนในอาณาจักรของ ลอเรนโซ่ วาเลนติ ในตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นกลไกลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจมืดของเขา แต่ในตอนกลางคืน ฉันเป็นเพียงนกที่เชื่องที่สุดในกรงทองของเขา และเป็นร่างไร้ชื่อที่อยู่ใต้เงาของเขา… บนเตียงของเขาฉันรักเขาด้วยความทุ่มเทที่ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่ง เป็นเปลวไฟโง่ ๆ ที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่วันที่ฉันเป็นแค่นักเรียนทุนที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนของเขา ฉันเคยเชื่อว่าความรักที่เงียบงันของฉันจะสามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขาได้สักวันหนึ่ง... แต่ฉันคิดผิดวันที่อิซาเบลล่า รักแรกที่เขาไม่มีวันลืมกลับมา ชายที่ฉันรู้จักก็หายไป รอยยิ้มแสนหายากที่เคยมีให้ฉัน กลายเป็นของเธอทั้งหมด การมีตัวตนของฉันข้างกายก็ถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเธอ แม้กระทั่งตอนที่เธอใส่ร้ายฉัน เขาก็ยังเลือกที่จะเชื่อเธออย่างไม่ลังเลเขาเลือกเธอ... ครั้งแล้วครั้งเล่าฉันยื่นใบลาออก และเขาเซ็นมันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเขาคิดว่าฉันจะต้องคลานกลับมา โดยที่แตกสลาย และอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาเขาคิดผิดในขณะที่เขามัวแต่เล่นบทครอบครัวแสนหวานกับ "ที่รัก" ของเขา ฉันก็ค่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
(มุมมองของเอมีเลีย)หิมะเริ่มตกหนัก เกล็ดหิมะใหญ่ ๆ เกาะติดอยู่กับหน้าต่างเพนต์เฮาส์ ฉันมองกล่องกระดาษแข็งสามใบที่ใส่ชีวิตของฉันไว้ข้างใน สี่ปีที่ถูกกลั่นเหลือเป็นเพียงกองสิ่งของที่น่าสมเพชประตูเปิดออกในขณะที่ฉันกำลังพยายามยกกล่องที่ใหญ่ที่สุด ลอเรนโซ่ยืนอยู่ตรงนั้น โดยมีหิมะบาง ๆ เกาะอยู่บนไหล่เสื้อโค้ทสีดำของเขา ลมหนาวจากโถงทางเดินพัดกระแทกใส่ฉันอย่างจัง ตัดกับอุณหภูมิที่ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบภายในเพนต์เฮาส์อย่างน่าตกใจดวงตาสีเทาหม่นของเขา ที่ฉันเคยพยายามอ่านมันราวกับดูดวงจากใบชา กวาดประเมินอย่างรวดเร็วตามแบบฉบับเดิม: ตัวฉัน กล่อง และใบหน้าของฉัน ไม่มีความประหลาดใจใด ๆ ในดวงตาคู่นั้น มีแค่เพียงการประเมินค่าเท่านั้น"หาที่อยู่ได้แล้วหรือยัง?" เขาถาม น้ำเสียงเรียบเฉย เป็นโทนเดียวกับที่ใช้ตอนตรวจรายงานฉันกำมือรัดขอบกล่องกระดาษแน่นขึ้น "อพาร์ตเมนต์เก่าของฉันค่ะ เจ้าของห้องให้เช่าเป็นรายเดือน หนึ่งเดือน"คิ้วของเขาขมวดขึ้นเล็กน้อย เป็นเพียงรอยจาง ๆ ระหว่างคิ้ว "หนึ่งเดือนเหรอ? ทำไมล่ะ?"คำถามนั้นฟังดูสบาย ๆ แทบไม่ใส่ใจ และก่อนที่ฉันจะตอบ เขาก็ก้าวผ่านฉันไปแล้ว และหยิบกล่องออกจ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
(มุมมองของเอมีเลีย)สุดสัปดาห์ผ่านไปท่ามกลางความเจ็บปวดและการหลับ ๆ ตื่น ๆ อย่างไม่เป็นสุข พอถึงเช้าวันจันทร์ ขาของฉันยังปวดตุบ ๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน แต่ฉันก็ไปถึงคฤหาสน์หลักของตระกูลวาเลนติตรงเวลาเป๊ะ—8:55 น. อาคารโอ่อ่าสง่าข่มขวัญนั้น อนุสาวรีย์แห่งอำนาจของลอเรนโซ่ ให้ความรู้สึกเหมือนคุกมากกว่าที่เคยเป็นมาคฤหาสน์แห่งนี้คือป้อมปราการที่แฝงตัวอยู่ภายใต้ความหรูหรา ชายติดอาวุธในสูทตัดเย็บเนี้ยบเดินลาดตระเวนรอบพื้นที่ สายตาไม่พลาดสิ่งใด ห้องโถงใหญ่ก้องด้วยเสียงสนทนา เป็นภาษาอิตาลี เสียงแก้วกระทบกัน และความตึงเครียดที่ซึมลึกอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวของตระกูลวาเลนติ ฉันเดินผ่านทางเดินที่คุ้นเคย ได้รับการพยักหน้าทักจากทั้งทหารและนักบัญชี—ทุกคนรู้ตำแหน่งของฉัน แต่ไม่มีใครรู้ความจริงว่าฉันคืออะไรสำหรับดอนของพวกเขาฉันทำกิจวัตรยามเช้าไปตามสัญชาตญาณอัตโนมัติ กาแฟ—ดำ ใส่น้ำตาลสองช้อน แบบเดียวกับที่เขาดื่มแก้วแรกเสมอ คัดแยกจดหมาย ทำเครื่องหมายสัญญาเร่งด่วน และเคลียร์ตารางสำหรับการประชุมสิบโมงกับตระกูลลอมบาร์ดี การเจรจาครั้งนี้สำคัญมาก ฉันใช้เวลาหลายสัปดาห์เตรียมเอกสารให้ ตระกูลลอมบาร์ดีควบคุมท่าเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
(มุมมองของเอมีเลีย)หลายวันที่ตามมาคือบททดสอบของการอดทนอย่างเงียบ ๆ ฉันทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความมีประสิทธิภาพเย็นชา ราวกับเครื่องจักร จนดูเหมือนจะทำให้ลอเรนโซ่รู้สึกไม่สบายใจ บางครั้งเขาจะยืนมองฉันจากหน้าประตูห้องทำงาน คิ้วขมวดเป็นรอยบาง ๆ ดูสับสน ราวกับพยายามถอดรหัสการเปลี่ยนแปลงในตัวฉัน ผู้หญิงที่เคยมองเขาด้วยความรักอย่างไม่ปิดบัง ตอนนี้กลับมองเขาด้วยความสุภาพว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า ฉันกลายเป็นผี เป็นผีแบบที่เขาปฏิบัติกับฉันมาโดยตลอดงานเลี้ยงต้อนรับอิซาเบลล่าจะจัดขึ้นที่สถานที่อันทรงเกียรติที่สุดของตระกูล—ห้องบอลรูมหรูหราในคาสิโนแห่งหนึ่งของลอเรนโซ่ หลายวันติดต่อกันฉันเป็นคนประสานงานทุกอย่าง เมนูอาหาร การรักษาความปลอดภัย รายชื่อแขกดอนจากตระกูลพันธมิตรและภรรยาของพวกเขา ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ลอเรนโซ่ย้ำเรื่องนี้ชัดเจนฉันทบทวนแผนรักษาความปลอดภัยกับมาร์โก ชี้ให้เห็นจุดบอดสองจุดที่เขามองข้ามไป เขามองฉันด้วยแววตาเคารพยิ่งกว่าเดิม “คุณควรเป็นคนดูแลธุรกิจฝั่งนี้นะ เอมีเลีย” เขาพูดเบา ๆ ฉันเพียงยิ้มจาง ๆ ให้ ถ้าเขารู้ความจริงก็คงดีค่ำคืนนั้นมาถึง ฉันสวมชุดเดรสสีดำเรียบง่าย บทบาทของ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
(มุมมองของเอมีเลีย)ความเจ็บปวดเป็นความปวดที่ตื้อและคงที่ เป็นเครื่องเตือนใจถึงอุบัติเหตุ ฉันนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลที่ปราศจากเชื้อ จ้องมองเพดาน นับรูเล็ก ๆ บนแผ่นกระเบื้องทีละรู แต่ละรูเหมือนชิ้นส่วนของจิตวิญญาณที่หายไปของฉันประตูถูกเปิดส่งเสียงเอี๊ยดเบา ๆ ฉันไม่คิดจะหันไปมอง คงเป็นพยาบาลที่เอายามาให้เพิ่ม หรือหมอที่มีคำถามเพิ่มเติม“เอวา? โอ้พระเจ้า เอวา!”เสียงนั้นไม่ใช่ของพยาบาล มันคุ้นเคย อบอุ่น และปนความตื่นตระหนกจนหัวใจฉันบีบรัด ฉันค่อย ๆ หันหัวบนหมอนแข็ง ๆโซเฟีย วาเลนติ ยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าซีด ผมที่ปกติเนี้ยบกลับยุ่งเล็กน้อย ราวกับเธอเพิ่งขยี้มันด้วยความกังวล เธอดูเหมือนเพิ่งบินกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง มีเสื้อโค้ทยาวราคาแพงพาดอยู่บนแขน และมีกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมตั้งอยู่ข้างประตูเธอรีบพุ่งมาที่ข้างเตียงฉัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นผ้าพันแผล สายน้ำเกลือ และสภาพยับเยินของฉัน “ฉันเพิ่งบินกลับมาถึง ได้ยินว่าเธอประสบอุบัติเหตุ หมอ… หมอบอกว่าเธอบาดเจ็บ ฉันกลัวมากเลย!” เสียงเธอสั่นในคำสุดท้ายการได้เห็นเธอ เพื่อนที่สนิทที่สุด คนเดียวในโลกที่ฉันรู้สึกว่าเป็นครอบค
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
(มุมมองของเอมีเลีย)ความเงียบปลอดเชื้อของโรงพยาบาลเป็นเพียงที่พักชั่วคราว หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ได้ออกจากโรงพยาบาล ความทรงจำของอุบัติเหตุยังเป็นแผลสดในหัวใจ แพทย์เตือนให้ฉันพักผ่อน ปล่อยให้ร่างกายฟื้นฟู แต่เครื่องจักรของตระกูลวาเลนติไม่เคยหยุดเพราะชิ้นส่วนที่เสียหาย มันแค่คาดหวังว่าชิ้นส่วนนั้นจะถูกซ่อม หรือถูกแทนที่เช้าวันจันทร์ ฉันกลับไปยังคฤหาสน์ บรรยากาศเปลี่ยนไป ราวกับอากาศเบาบางลง ทุกสายตาจากสมาชิกตระกูลคนอื่น ๆ เต็มไปด้วยความสงสารปนความอยากรู้อยากเห็นอันน่าขยะแขยง ทุกคนได้ยินเรื่องงานเลี้ยงและอุบัติเหตุที่ตามมาแล้ว ฉันไม่ใช่แค่เอมีเลีย อีแวนส์ ผู้ช่วยที่เก่งกาจอีกต่อไป แต่คือผู้หญิงที่ดอนยอมให้ถูกกล่าวหาและเหยียดหยามต่อหน้าฝูงชน เพื่อความพอใจของแฟนสาวเขาฉันก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไป ปฏิสัมพันธ์ระหว่างฉันกับลอเรนโซ่ถูกจำกัดไว้เพียงบันทึกข้อความและอีเมลที่ส่งผ่านรองหัวหน้าเท่านั้น เขาไม่เรียกฉันไปพบอีกเลย ฉันคิดว่าเพราะสายตาเย็นชาเด็ดขาดของฉันหลังอุบัติเหตุคงทำให้เขาไม่สบายใจ เขาไม่รู้จะรับมือกับฉันในเวอร์ชันนี้ยังไง เวอร์ชันที่ไม่ร้องไห้ ไม่อ้อนวอน เพียงมองเขาด้วยดวงตาที่ว่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
(มุมมองของลอเรนโซ่)เสียงตะโกนร้องของเขาก้องสะท้อนผ่านถนนที่ว่างเปล่า เป็นเสียงแห่งความสูญเสียอย่างแท้จริง เขาพยายามโทรกลับไปที่หมายเลขนั้น แต่สายถูกตัด เขาพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง พยายามตามรอยแหล่งที่มา มือสั่นจนแทบจับโทรศัพท์ไม่อยู่“กลับเข้าไป! ทุกคน กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้!” เขาตะคอกใส่ลูกน้อง เสียงสั่นด้วยความสิ้นหวังที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาพุ่งกลับไปที่โกดัง เตะประตูกระแทกเปิด ปืนในมือกวาดเล็งไปทั่วพื้นที่ว่างเปล่าที่นั่นร้างไร้ผู้คน ถูกกวาดเกลี้ยง ไม่เหลือใครสักคน หลักฐานเพียงอย่างเดียวของการต่อสู้คือเศษผ้าสีชมพูเปื้อนเลือดชิ้นหนึ่ง ขาดมาจากชายกระโปรง กองอยู่บนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยฝุ่น ตรงจุดที่เอมีเลียเคยคุกเข่าลอเรนโซ่เดินโซซัดโซเซเข้าไปหา ก่อนจะทรุดลงคุกเข่า เขายื่นมือออกไป นิ้วมือสั่นเมื่อสัมผัสผ้าชิ้นนั้น มันยังชื้นเล็กน้อยด้วยเลือดของเธอ ความสิ้นสุดนั้นถาโถมใส่เขาอย่างไร้ปรานี นี่คือสิ่งเดียวที่หลงเหลือจากเธอ เศษผ้าเปื้อนเลือดจากชุดของการถูกเหยียดหยามครั้งสุดท้ายเขานึกถึงสัมผัสของผ้าราคาถูกนั้นใต้ปลายนิ้ว ตอนที่เขารับกล่องจากอ้อมแขนของเธอท่ามกลางหิมะ เขานึกถึงของที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
(มุมมองของลอเรนโซ่)ความเงียบที่ฉันทิ้งไว้ในโกดังแห่งนั้น ลึกซึ้งยิ่งกว่าการระเบิดใด ๆ มันคือความเงียบของรากฐานที่พังทลายลงตลอดสามวัน ฉันไม่ขยับไปจากจุดที่พบเศษผ้าสีชมพูเปื้อนเลือดนั้น โลกภายนอกยังคงหมุนต่อไปอย่างไม่แยแส แต่ภายในตัวฉัน ได้เกิดหายนะขึ้นแล้วเช้าวันที่สาม ลูกน้องเจอฉันคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นที่เฉียบ เศษผ้ายังคงถูกกำแน่นในมือที่แข็งทื่อ พวกเขาต้องช่วยพยุงฉันขึ้นมา ร่างกายแข็งทื่อ ไร้การตอบสนอง และพาฉันกลับไปที่รถฉันไม่ต่างจากหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย การควบคุมอันเป็นตำนานพังทลายสิ้นกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ เพนต์เฮาส์ของเรา ซึ่งตอนนี้ถูกเงาผีของเธอหลอกหลอนทุกมุม เขื่อนในใจฉันพังทลาย มันเริ่มจากเสียงแก้วแตก เมื่อฉันขว้างเหยือกคริสตัลใส่ผนัง จากนั้นอีกใบ และอีกใบฉันกวาดทำลายทุกอย่างราวกับพายุเฮอริเคน ทำลายสิ่งที่เตือนให้นึกถึงเธอ ซึ่งก็คือทุกสิ่ง แจกันที่เธอใส่ดอกไม้สดทุกวันจันทร์ หนังสือที่เธออ่านค้างไว้บนโต๊ะข้าง ๆ ฉันฉีกมันออกเป็นสองส่วน เสียงกระดาษขาดดังสะท้อนอย่างน่าสมเพช เหมือนเสียงฉีกขาดในวิญญาณของฉันท้ายที่สุดฉันไปหยุดอยู่ในห้องเก่าของเธอ ห้องที่ฉันไม่เคยคิดจะ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
(มุมมองของลอเรนโซ่)เครื่องจักรสงครามของตระกูลวาเลนติคำรามขึ้นตามคำสั่งของฉัน มันคืออสูรที่ฉันสร้าง หล่อเลี้ยง และขัดเกลามาตลอดชีวิตผู้ใหญ่ของฉัน และตอนนี้ฉันกำลังจะปล่อยมันออกไปด้วยเป้าหมายเดียว การทำลายล้างให้สิ้นซากฉันยืนอยู่ในห้องวางแผนสงคราม สถานที่ที่เอมีเลียไม่เคยได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไป แผนที่บนผนังไม่ใช่อาณาเขตทางธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นสนามรบ ฉันชี้ ฉันออกคำสั่ง เสียงเย็นชาและราบเรียบ ความโศกเศร้าและความโกรธถูกอัดแน่นจนกลายเป็นความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งดั่งเพชร“ถล่มท่าเรือของพวกมันคืนนี้ เผาสินค้าทั้งหมด ฉันไม่สนใจว่าของเราจะปนอยู่กับของพวกมันไหม เผาให้หมด”“พวกคนทำบัญชีของมัน หาให้เจอ แล้วทำให้พวกมันเข้าใจว่า ความภักดีต่อตระกูลที่ตายไปแล้ว เป็นผลร้ายต่อชีวิต”“หลานชายคนนั้น คนที่รอสซี่กำลังปั้นอยู่ ฉันต้องการให้พามาหาฉัน ทั้งเป็น”คำสั่งของฉันได้รับการตอบรับด้วยการพยักหน้าที่หนักแน่น ลูกน้องเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวฉัน ดอนผู้สุขุมและรอบคอบได้หายไป ถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งดุร้าย บางสิ่งที่มองโลกแล้วเห็นแต่สิ่งที่ทำลายได้เท่านั้นพวกเขากลัว ดีแล้ว ความกลัวคือเครื่องมือที่คมกว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
(มุมมองของเอมีเลีย)ทุกอณูในร่างกายของฉันกรีดร้องต่อต้าน เป็นการประท้วงจากสัญชาตญาณต่อชื่อที่แปลกปลอมกำลังห่อหุ้มตัวตนของฉันอยู่ นี่ไม่ใช่พิธีชำระล้างด้วยน้ำ หากแต่เป็นการล้างบาปด้วยเถ้าถ่านของผู้หญิงที่ฉันเคยเป็น เอมีเลีย อีแวนส์ เด็กสาวที่มีหัวใจเปี่ยมด้วยความหวัง ความภักดีอันเงียบงัน และความรักที่ถูกบดขยี้จนแหลกเป็นผุยผงใต้เท้าของลอเรนโซ่ทุกวินาทีที่ผ่านไป ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังเลือนหายไป ราวกับผีที่จางหายเข้าสู่หมอกของอดีตซึ่งฉันไม่อาจมีสิทธิ์คร่ำครวญถึงได้อีก ตัวตนใหม่นี้คือกรงขังที่ฉันเลือกเอง แต่ซี่กรงของมันถูกหล่อขึ้นจากความจำเป็นอันเย็นชาและแข็งกระด้าง บทเรียนที่ลอเรนโซ่สอนฉันด้วยตัวเขาเองว่า ในโลกใบนี้ ความรู้สึกคือความฟุ่มเฟือย และความรักคือภาระที่ใหญ่ที่สุด หากจะมีชีวิตรอด ฉันต้องกลายเป็นใครบางคน…แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้จักลมหายใจแรกที่ฉันสูดเข้าไปในฐานะ เอวา รอสซี่ ราวกับการหายใจเอาเศษแก้วเข้าไปในปอดทุกครั้งที่หายใจเข้า มันเหมือนการทรยศต่อผู้หญิงที่ฉันเคยเป็น เป็นการแตกหักอย่างเจ็บปวดของจิตวิญญาณเอมีเลีย เอแวนส์มาเตโอ จัดการวางแผนทุกอย่างอย่างแนบเนียน บ่งบอกถึงการวา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status