Short
ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา

ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา

By:  สโนว์Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
20Chapters
1.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ตลอดแปดปี ฉันเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนในอาณาจักรของ ลอเรนโซ่ วาเลนติ ในตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นกลไกลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจมืดของเขา แต่ในตอนกลางคืน ฉันเป็นเพียงนกที่เชื่องที่สุดในกรงทองของเขา และเป็นร่างไร้ชื่อที่อยู่ใต้เงาของเขา… บนเตียงของเขา ฉันรักเขาด้วยความทุ่มเทที่ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่ง เป็นเปลวไฟโง่ ๆ ที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่วันที่ฉันเป็นแค่นักเรียนทุนที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนของเขา ฉันเคยเชื่อว่าความรักที่เงียบงันของฉันจะสามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขาได้สักวันหนึ่ง... แต่ฉันคิดผิด วันที่อิซาเบลล่า รักแรกที่เขาไม่มีวันลืมกลับมา ชายที่ฉันรู้จักก็หายไป รอยยิ้มแสนหายากที่เคยมีให้ฉัน กลายเป็นของเธอทั้งหมด การมีตัวตนของฉันข้างกายก็ถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเธอ แม้กระทั่งตอนที่เธอใส่ร้ายฉัน เขาก็ยังเลือกที่จะเชื่อเธออย่างไม่ลังเล เขาเลือกเธอ... ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันยื่นใบลาออก และเขาเซ็นมันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขาคิดว่าฉันจะต้องคลานกลับมา โดยที่แตกสลาย และอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา เขาคิดผิด ในขณะที่เขามัวแต่เล่นบทครอบครัวแสนหวานกับ "ที่รัก" ของเขา ฉันก็ค่อย ๆ เก็บชีวิตที่เคยมีไว้ข้างกายเขาใส่กล่องทีละชิ้น เตรียมที่จะหายตัวไปจากโลกของเขาตลอดกาล

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1

ตลอดแปดปี ฉันเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนในอาณาจักรของ ลอเรนโซ่ วาเลนติ ในตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นกลไกลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจมืดของเขา แต่ในตอนกลางคืน ฉันเป็นเพียงนกที่เชื่องที่สุดในกรงทองของเขา และเป็นร่างไร้ชื่อที่อยู่ใต้เงาของเขา… บนเตียงของเขา

ฉันรักเขาด้วยความทุ่มเทที่ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่ง เป็นเปลวไฟโง่ ๆ ที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่วันที่ฉันเป็นแค่นักเรียนทุนที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนของเขา ฉันเคยเชื่อว่าความรักที่เงียบงันของฉันจะสามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขาได้สักวันหนึ่ง... แต่ฉันคิดผิด

วันที่อิซาเบลล่า รักแรกที่เขาไม่มีวันลืมกลับมา ชายที่ฉันรู้จักก็หายไป รอยยิ้มแสนหายากที่เคยมีให้ฉัน กลายเป็นของเธอทั้งหมด การมีตัวตนของฉันข้างกายก็ถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเธอ แม้กระทั่งตอนที่เธอใส่ร้ายฉัน เขาก็ยังเลือกที่จะเชื่อเธออย่างไม่ลังเล

เขาเลือกเธอ... ครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉันยื่นใบลาออก และเขาเซ็นมันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

เขาคิดว่าฉันจะต้องคลานกลับมา โดยที่แตกสลาย และอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา

เขาคิดผิด

ในขณะที่เขามัวแต่เล่นบทครอบครัวแสนหวานกับ "ที่รัก" ของเขา ฉันก็ค่อย ๆ เก็บชีวิตที่เคยมีไว้ข้างกายเขาใส่กล่องทีละชิ้น เตรียมที่จะหายตัวไปจากโลกของเขาตลอดกาล

(มุมมองของเอมีเลีย)

"คุณอีแวนส์ครับ เอกสารการลาออกของคุณได้รับการลงนามจากคุณวาเลนติแล้ว" เสียงของผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลดังซ่า ๆ ผ่านโทรศัพท์ เจือด้วยความลังเลอย่างไม่คุ้นเคย "แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ทันสังเกตว่าแฟ้มของคุณคือแฟ้มที่เขากำลังอนุมัติ มันอยู่ในกองรวมกับแฟ้มอื่น ๆ เอ่อ... ผมควรจะนำเรื่องนี้เรียนให้เขาทราบเป็นพิเศษดีไหมครับ?"

"ไม่ค่ะ" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนผิดปกติ ซึ่งขัดแย้งกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งอยู่ในอก "ไม่ต้องพูดถึงมัน ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไป"

"แต่คุณอีแวนส์ครับ" ผู้อำนวยการพยายามต่อรอง น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงจนเกือบจะเป็นความสงสาร "คุณเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณวาเลนติมาสี่ปีแล้ว เขาไม่เคยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านี้มาก่อน เขาพึ่งพาคุณในทุกเรื่อง คุณแน่ใจแล้วจริง ๆ เหรอครับเรื่องการลาออกนี้?"

รอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ขมขื่นผุดขึ้นที่ริมฝีปากฉัน ในตระกูลวาเลนติ ความจงรักภักดีคือสกุลเงินที่มูลค่าตกฮวบในชั่วข้ามคืน

"ไม่มีใครที่ขาดไม่ได้หรอกค่ะ" ฉันท่องประโยคที่เตรียมไว้ คำโกหกที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเรียบเนียน

"ฉันเรียนจบปริญญาโทแล้ว และครอบครัวของฉันต้องการให้ฉันกลับบ้าน มี... ธุระที่ต้องไปจัดการ เมื่อคุณวาเลนติอนุมัติแล้ว ฉันก็จะทำตามขั้นตอน คือส่งมอบงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน แค่นั้นค่ะ"

ฉันรีบวางสายก่อนที่ความจงรักภักดีที่ผิดที่ผิดทางของเขาจะทำให้ความตั้งใจของฉันสั่นคลอน

เจ็ดปีก่อน ฉัน เอมีเลีย อีแวนส์ นักเรียนทุนจากเมืองเล็ก ๆ ที่ซบเซา สอบเข้าได้ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่นั่น ฉันได้พบกับโซเฟีย วาเลนติ ผู้มาพร้อมกับความมั่นใจและความกล้าบ้าบิ่น เป็นลูกสาวสุดที่รักของตระกูลอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง

แม้พื้นเพจะต่างกันสุดขั้ว แต่เรากลายเป็นเพื่อนรักที่แยกจากกันไม่ได้ โลกของฉันมีแต่ตำราเรียน พาร์ทไทม์งานเสิร์ฟ และหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา ส่วนโลกของเธอมีแต่บอดี้การ์ดลับ บัตรเครดิตสีดำ และอำนาจเงียบอันที่น่ากลัว

แต่เราก็หาจุดที่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านการอ่านหนังสือยามดึก การแบ่งพิซซ่าเลี่ยน ๆ กันกิน และความฝันที่ดูเหมือนจะอยู่คนละโลก

ค่อย ๆ อย่างระมัดระวัง เธอดึงฉันเข้าสู่วังวนของเธอ ฉันได้พบพ่อของเธอ ชายผู้มีอำนาจที่เย็นชาและน่าขนลุก สายตาของเขาเป็นสายตาที่แบกรับชีวิตในโลกใต้ดินมาตลอด ฉันได้พบแม่ของเธอ หญิงผู้สง่างามแต่ห่างเหินเหมือนพระจันทร์ในฤดูหนาว และฉันก็ได้พบพี่ชายของเธอ... ลอเรนโซ่

ลอเรนโซ่ วาเลนติ เขาค่อนข้างเป็นคนที่หล่อ และดูอันตราย มันทำให้คนอื่นค่อนข้างกลัวเขา แต่สำหรับฉัน เขากลับอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ หัวใจใสซื่อที่มาจากบ้านนอกของฉัน ไม่เคยเตรียมใจจะรับมือกับพายุลูกนี้มาก่อน แต่มันก็ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

ฉันเก็บความรู้สึกนั้นไว้ลึกที่สุดในใจ เหมือนเป็นสมบัติที่น่าอาย ฉันได้ไม่บอกใครเลย แม้กระทั่งโซเฟีย

หลังจากเรียนจบ โซเฟียก็ถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ยุโรปตามธรรมเนียมของตระกูลวาเลนติ ส่วนฉันยังคงอยู่ในเมือง ส่งใบสมัครงาน และด้วยความสามารถของฉันเองบวกกับการช่วยเหลือเงียบ ๆ ของโซเฟีย ฉันก็ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหารลอเรนโซ่ วาเลนติ ภาพลักษณ์ภายนอก มันคือโอกาสที่จะได้สร้างอาชีพให้ก้าวหน้า แต่ในใจของฉัน มันคือโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้เขา ได้สูดอากาศเดียวกันกับเขา

"เหตุการณ์" นั้นเกิดขึ้นหลังจากฉันเริ่มงานได้หกเดือน การเจรจากับฝ่ายคู่แข่งกลายบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ลอเรนโซ่ถูกซุ่มโจมตีและถูกวางยาจนเสียการควบคุม ฉันพบเขาในห้องทำงานส่วนตัว เหงื่อท่วม รูม่านตาขยาย ความเย็นชาที่เป็นตำนานของเขาพังทลายอย่างสิ้นเชิง ฉันคว้าโทรศัพท์เพื่อโทรหาหมอประจำตระกูล มือของฉันสั่นไม่หยุด

เขาเคลื่อนตัวเร็วจนน่าตกใจ จับฉันตรึงไว้กับผนังกำแพงที่เย็นเฉียบ จูบของเขาเร่าร้อนแทบจะกลืนกินฉัน เขาเอามือกระชากเสื้อผ้าของฉันออกด้วยความหิวกระหายที่ควบคุมไม่อยู่

ค่ำคืนหนึ่งที่เต็มไปด้วยแขนขาที่พันกัน ผิวกายที่ร้อนระอุ และเสียงกระซิบที่สับสน—ค่ำคืนที่ทำลายโลกอันเงียบสงบของฉันแตกสลาย

ฉันตื่นขึ้นมาในตอนรุ่งสาง พบว่าเขาตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง คีบบุหรี่อยู่ระหว่างนิ้ว เมื่อฉันขยับตัว เขาก็หันมามอง สายตาของเขากลับมาเย็นชาเหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกจากเมื่อคืนหลงเหลืออยู่

คำถามแรกของเขาที่ถามออกมาด้วยความชัดเจนที่โหดร้ายและเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดคือ "เธอรักฉันเหรอ?"

ฉันอ้าปากค้าง คำปฏิเสธจ่ออยู่ที่ปลายลิ้น แก้มของฉันร้อนผ่าวด้วยความอายที่แทบแทรกแผ่นดินหนี แต่เขาตัดบทฉัน น้ำเสียงของเขาเย็นเรียบและเด็ดขาด "เธอหน้าแดงทุกครั้งเวลาที่ฉันเดินเข้าห้อง เธอจำออเดอร์กาแฟ ตารางงาน รวมถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันไม่ชอบได้หมด โดยที่ฉันไม่เคยต้องบอก เธอตั้งใจสมัครงานนี้ ตำแหน่งนี้ ‘โดยเฉพาะ’ ทันทีที่เธอเรียนจบ..." เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย จ้องฉันแบบตาไม่กระพริบ ราวกับมองทุกอย่างออกอย่างทะลุปรุโปร่ง "อย่าดูถูกสติปัญญาของฉันด้วยการเสแสร้งว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ"

เขาได้ผ่าแยกความหลงใหลที่น่าสมเพชของฉันออกทีละชิ้น เปิดโปงหลักฐานแต่ละชิ้นจนหน้าฉันร้อนเป็นไฟ ถูกเผาด้วยความอับอาย และความหวังที่พังทลายไปพร้อมกัน

ท่ามกลางความเงียบที่อึดอัดและเต็มไปด้วยการตัดสิน เขาไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ต แต่กลับเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ เขาเลื่อนบัตรใบสีดำข้ามโต๊ะที่ถูกขัดจนเงาระหว่างเรา

"เมื่อคืนมันเป็นความผิดพลาด เป็นผลจากยา ฉันมีคนของฉันอยู่แล้ว ฉันตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้ และฉันจะไม่ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ ให้เธอ" เขาพูดประโยคนั้นราวกับเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน เป็นคำตัดสิน "โซเฟียเคยพูดถึง... สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวเธอ เงินในบัญชีนี้มากพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องกังวลอีก รับมันไปซะ ถือว่าเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น"

ฉันช็อกจนพูดไม่ออก หัวฉันหมุนเหมือนลูกข่าง จากนั้นฉันก็นึกขึ้นได้—ในช่วงเวลาที่เร่าร้อนเมื่อคืน ตอนที่เกราะป้องกันของเขาพังทลายลง เขากระซิบชื่อหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาแบบแนบชิดผิวกายฉัน "อิซาเบลล่า"

จากคำบ่นของโซเฟียตอนเธอเมาไวน์ ฉันรู้มาว่าอิซาเบลล่าคือรักแรกที่ลอเรนโซ่ไม่มีวันลืม เป็นเหมือนดอกบัวสีขาวที่เขาไม่ให้ใครแตะต้อง เขารักเธอจนถึงขั้นแทบบ้า

แม้เธอจะไปต่างประเทศเพื่อ "เรียนศิลปะ" แม้ว่าจะมีข่าวลือที่ฉาวโฉ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับหนุ่มไฮโซทั่วยุโรป เขาก็ยังสาบานว่าจะรอเธอกลับมา เขาคืออนุสรณ์ของความรักที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้

โซเฟียเคยถอนหายใจพลางซดไวน์ราคาถูกในห้องพักแคบ ๆ ของฉันแล้วบ่นว่า "ครอบครัวฉันขึ้นชื่อเรื่องจิตใจที่เย็นชา นี่คือวิธีที่เราอยู่รอดมาได้หลายชั่วรุ่น แต่ทำไมพี่ชายฉันถึงกลายเป็นไอ้บ้าแสนโรแมนติกนี่ได้นะ? เขารอเธอมาหลายปี เคยบอกว่าถ้าคบกับผู้หญิงคนอื่นก็เหมือนการลดมาตรฐาน และเขาไม่ยอมลดตัวไปอยู่จุดนั้น"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก้องอยู่ในหัว ขณะที่ฉันยืนเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา ความกล้าบ้าบิ่นประหลาดก็พุ่งเข้ามาในตัวฉัน ในจังหวะที่เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกไป ฉันก็หาเสียงของตัวเองเจอ

"ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ" คำพูดนั้นสั่นจนฟังแทบไม่ออก ฉันกลืนน้ำลาย ฝืนให้ตัวเองพูดด้วยความหนักแน่น "ฉันอยากให้คุณให้โอกาสฉัน คุณวาเลนติ ได้โปรด อยู่กับฉัน ลองดูสักครั้ง หรือถ้าเธอกลับมา พบว่าความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอมันเปลี่ยนไป…วันนั้นฉันจะไป ฉันสัญญา ฉันจะเดินจากไปและไม่หันกลับมาอีกเลย”

เขาหยุดชะงัก มือวางอยู่บนลูกบิดประตู เขาหันกลับมามองฉัน และเพียงเสี้ยววินาที สายตาของเขาก็อ่อนลง มีบางสิ่งที่อ่านไม่ออก คล้ายความหวั่นไหวที่โผล่ให้เห็นบนใบหน้าของเขา แล้วมันก็หายไป ถูกปิดกั้นไว้หลังกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันเจาะทะลุได้ เขาพูดเพียงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเฉยชาเกือบจะเบื่อหน่ายว่า “ตามใจ” แล้วเดินออกไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นกับบัตรสีดำของเขา และเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่แตกสลาย

และด้วยเหตุนี้ ชีวิตของฉันก็กลายเป็นคำโกหกที่ถูกแบ่งแยกอย่างเป็นระเบียบ ตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ไร้ที่ติของเขา พอกลางคืน ฉันคือคนรักลับ ๆ ที่ไม่มีใครรู้จักของเขา บนโต๊ะทำงานของเขา ภายในรถเบนซ์มายบัคกันกระสุนสุดหรู หรือแม้ตรงริมหน้าต่างบานนี้ที่มองเห็นเมืองทั้งเมืองอยู่แทบเท้า... เราทิ้งร่องรอยความบุ่มบ่ามไร้สติของเราไว้ทุกที่

เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องความรักสักครั้ง แต่ฉันคือผู้หญิงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกงานเลี้ยง เมื่อผู้หญิงคนอื่นพยายามจะดึงดูดสายตาเขา เขาก็ปล่อยให้ฉันจัดการ ของใช้หรูหราราคาแพงถูกมอบให้ฉันโดยที่เขาไม่ต้องคิดซ้ำสอง ทุกคนต่างคิดว่าฉันจะเป็นภรรยาในอนาคตของเขา และในช่วงเวลาที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความเร่าร้อน เวลาที่เขาครางชื่อฉันออกมา แม้แต่ฉันเองก็เริ่มเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะประกาศว่าฉันเป็นของเขา

สี่ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครในตระกูลหรือในธุรกิจเอะใจเลย ในสายตาพวกเขาเห็นฉันเป็นผู้ช่วยที่ภักดีและมีความสามารถสูง และฉันเป็นคนโง่ที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด กลับหาทางหลอกตัวเองว่าช่วงเวลาลับ ๆ เหล่านั้น สายตาเข้มข้นที่เขามองฉันในความมืดนั้น มันต้องมีความหมาย ว่าฉันกำลังค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งในใจเขา

จนกระทั่งวันเกิดของเขา เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันวางแผนดินเนอร์เล็ก ๆ ที่เป็นส่วนตัว ไวน์โปรดสุดหายากของเขา นาฬิการาคาแพงแบบไร้เหตุผลที่ฉันเก็บเงินซื้อมานานหลายเดือน ฉันแค่อยากสร้างค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบ คืนที่เราจะแกล้งทำเป็นคู่รักธรรมดาแค่ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ว่าฉันเป็นมากกว่าความลับของเขา

ฉันรอจนกระทั่งเทียนไหม้จนเหลือแต่ตอ อาหารบนจานเย็นชืดจนแข็ง แชมเปญในแก้วก็หมดฟองไปนานแล้ว เขาไม่มา และเมื่อเข็มนาฬิกาเลยผ่านเที่ยงคืน เสียงแจ้งเตือนหนึ่งก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์—เป็นโพสต์จากลอเรนโซ่ วาเลนติ ชายที่เคยมองว่าโซเชียลมีเดียเป็นความอ่อนแอไร้สาระ

เพียงประโยคเดียวที่ทำลายล้างฉันทั้งคน: "ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดคือโอกาสครั้งที่สอง"

ใต้ประโยคนั้นนั้นคือภาพถ่าย ลอเรนโซ่กับอิซาเบลล่า กอดกันอย่างแนบแน่น มือของเขาปัดผมของเธอออกเบา ๆ ขณะที่ทั้งคู่สบตากันท่ามกลางแสงพลุสีสันเจิดจ้า ที่ต้องใช้เงินมหาศาล เธอกลับมาแล้ว

เลือดไหลออกจากหน้าฉันอย่างรวดเร็วจนโลกหมุน ความหนักอึ้งถาโถมทับลงบนอก ราวกับถูกคีมเหล็กรัดแน่น เป็นความเจ็บปวดที่ทำให้ฉันแทบหายใจไม่ออก

ฉันยึดมั่นในเศษความหวังสุดท้ายอันน่าสมเพช—ว่ามันอาจเป็นความผิดพลาด เป็นภาพที่ถูกตัดต่อ หรืออะไรก็ตาม—นิ้วมือฉันที่สั่นระริกก็กดโทรออกหาเขา

อิซาเบลล่าเป็นคนรับสาย เสียงของเธอใส นุ่มนวล และหวานอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ หวานจนรู้สึกเหมือนถูกฟาดเข้าที่หน้า “ฮัลโหล?” เธอเว้นจังหวะ “ฮัลโหล? ใครคะ?” เมื่อคอของฉันยังแน่นจนพูดไม่ออก เธอก็เรียกออกไป น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาปลอม ๆ “ลอเรนโซ่ ที่รักคะ? โทรศัพท์คุณดังค่ะ เป็นใครสักคนชื่อ… เอมีเลีย? แต่เธอไม่ยอมพูดอะไรเลยค่ะ”

ครู่หนึ่งต่อมา เสียงที่ทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้น เย็นชา ไม่แยแส และถูกเสียงลำโพงกลบจนฟังได้ยินแบบไกล ๆ สลักฝังลงในความทรงจำของฉัน “ไม่ใช่คนสำคัญ ไม่ต้องสนใจนะ 'ที่รักของผม' นอนต่อเถอะ”

ไม่ใช่คนสำคัญ

โทรศัพท์หลุดออกจากมือที่ชาไร้ความรู้สึกของฉัน และตกลงกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดัง และในวินาทีนั้นเอง… ฉันก็รู้แล้ว

ม่านได้ปิดลง สัญญาเช่าจบลง บทบาทของฉันในชีวิตเขาสิ้นสุดแล้ว ถึงเวลาเดินออกจากเวที
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
20 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status