LOGINมิ่งฟ้าเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานจางหายไปเล็กน้อย เมื่อเห็นมะปรางเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ปราง... ไปไหนมาน่ะ?” มิ่งฟ้าถามขึ้นด้วยความสงสัย
“แม่ให้ไปดูว่าพ่อเลี้ยงเมธอยู่ที่ห้องทำงานหรือเปล่าน่ะสิ?” มะปรางตอบอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
มิ่งฟ้าอมยิ้ม ก่อนจะแกล้งตอบด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
“แล้วเจอมั้ยล่ะ”
“ไม่เจอหรอก” มะปรางตอบพร้อมกับยักไหล่
“สงสัยคงออกไปหาสาว ๆ แถวนี้ละมั้ง” มิ่งฟ้าเอ่ยแซวตามประสา ก่อนจะมองหน้ามะปรางที่เริ่มแสดงสีหน้าจริงจัง
“ถามจริ้ง!” มะปรางเลิกคิ้วสูง ไม่เชื่อในทันที
“ล้อเล่นน่ะ!” มิ่งฟ้าหัวเราะเบา ๆ
“ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้วเหมือนกัน ลองไปถามคุณณิชาดูสิ เธอน่าจะรู้ว่า...พ่อเลี้ยงเมธไปไหน” มิ่งฟ้าว่าพลางจัดเอกสารบนโต๊ะที่ตัวเองทำเสร็จแล้วให้เรียบร้อย มะปรางมองเห็นกองเอกสารที่ถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบของมิ่งฟ้า ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“งานของมิ่งฟ้าทำเสร็จแล้วเหรอ?”
“เสร็จแล้ว” มิ่งฟ้าตอบพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นฝากช่วยทำหน่อยสิ พอดีแม่...จะให้ปรางไปถามเรื่องคุณลุงน่ะ” มะปรางกล่าวพร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารของตนเองส่งให้มิ่งฟ้าอย่างรวดเร็ว
“อ๋อ ได้สิ” มิ่งฟ้าตอบรับอย่างว่าง่าย
มะปรางเดินเข้าไปในห้องทำงานของวรเมธก่อนจะพบกับณิชา เลขาฯ คนสนิทของเขากำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง ณัชชารีบเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นมะปราง
“อ้าว!!! มะปราง งานที่พี่สั่งไป ทำเสร็จแล้วเหรอ?” ณัชชาถามด้วยความแปลกใจ ก่อนจะก้มลงไปเขียนงานต่อ
“เกือบจะเสร็จแล้วค่ะ! แต่แม่ให้หนูมาหาคุณลุง คุณณิชาเห็นคุณลุงมั้ยคะ” เด็กสาวรีบบอกทันทีด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“คุณเมธน่ะเหรอ? อ๋อ!!... เค้าไม่อยู่หรอก” มะปรางทำสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ก่อนจะเอ่ยถามต่อไป ทำให้ณัชชาวางปากกาลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิดอยู่ลึก ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว เธอเก็บอารมณ์ฉุนเฉียวที่เล็กน้อยนั้นได้อย่างแนบเนียน เพราะถึงยังไง มะปรางก็ได้ชื่อว่าเป็นหลานสาวของชายหนุ่มที่เธอหมายปอง ซึ่งเรื่องนี้วรเมธไม่เคยบอกใครเลย ว่ามะปรางนั้นไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของเขา
“แล้วพี่ณิชา พอจะรู้มั้ยคะ ว่าคุณลุงเค้าไปไหน?” ณัชชาถอนหายใจเบา ๆ
“เค้าบอกว่าจะกลับไปดูงานที่รีสอร์ตน่ะ แต่ก็ไปตั้งนานแล้วไม่เห็นกลับมาสักที สงสัยคงจะแวะพักเที่ยงอยู่แถวนั้นแหละ” เลขาฯ สาวตอบพลางมองนาฬิกาข้อมือของเธอ
“ปรางมีอะไรกับคุณลุงหรือเปล่าล่ะ” ณัชชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่มีค่ะ แต่ว่า....แม่ปรางให้มาถามดูน่ะค่ะ”
“แสดงว่าแม่ของปรางมีธุระที่จะคุยกับคุณเมธ...งั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“งั้น...ก็ไม่ต้องห่วงหรอก ป่านนี้คงได้คุยกันแล้วล่ะ เพราะคุณเมธเค้ากลับไปที่รีสอร์ตตั้งแต่ช่วงสาย ๆ แล้วนิ” ณิชาตอบตามความเป็นจริง วันนี้วรเมธหงุดหงิดใส่เธอจนเธอเข้าหน้าเขาไม่ได้ติด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
“แล้ว... เค้าไปกับใครคะ?” มะปรางรีบถามต่อทันที แววตาแฝงความสงสัยที่อยากได้คำตอบ คำถามที่เซ้าซี้นั้นทำให้เลขาฯ สาวฉุกกึก ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเบา
“พี่เห็นเค้าออกไปคนเดียวนะ” ณัชชาตอบอย่างหนักแน่นและรู้สึกรำคาญเล็กน้อยสำหรับคำถามแต่ไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมา
“อย่าบอกนะว่า... แม่ของปรางยังไม่เจอคุณเมธอีก” เธอแกล้งแหย่ เพราะรู้ดีว่าปิ่นมณียังคงหวังในตัววรเมธพอ ๆ กับเธอ และบ่อยครั้งที่ต้องปะทะคารมกับปิ่นมณีบ่อย ๆ เวลาที่เธอมาหาเขา จนวรเมธสั่งห้ามไม่ให้ปิ่นมณีมาที่โรงแรมนี้อีก ราวกับว่าแยกปิ่นมณีและณัชชาออกจากกัน ส่วนณัชชาเองวรเมธก็สั่งห้ามไม่ให้ไปที่รีสอร์ตเช่นกัน
“ค่ะยังไม่เจอ พอดีแม่ปรางมีธุระด่วนกับคุณลุง” ณัชชาถึงกับนิ่งไปเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการและตอบกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยที่สุด
“ก็คงจะอยู่แถวนั่นแหละมั่ง รีสอร์ตออกจะกว้าง บอกให้แม่ปรางหาดี ๆ สิ เดี๋ยวก็เจอ” ณิชาตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อไป
หลังจากออกมาจากห้องทำงานของวรเมธแล้ว มะปรางก็ไม่รอช้า รีบโทรศัพท์ไปรายงานมารดาในทันที น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้
“แม่คะ!!!... หนูไปถามคุณณิชาให้แล้ว... เธอยืนยันว่าคุณลุงไปที่รีสอร์ตจริง ๆ ค่ะ” มะปรางรายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“งั้นเหรอ... ปกติยัยณิชามันตามคุณลุงของแกอย่างกะอะไร แต่ทำไมหลัง ๆ มานี้มันไม่ยอมมาด้วยล่ะ แม่ล่ะแปลกใจจริง ๆ หรือว่าลุงของแกจะเขี่ยมันทิ้งแล้ว เป็นแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน ศัตรูของฉันจะได้เหลือน้อย ๆ หน่อย” ปิ่นมณีบ่นอุบ
“อันนี้หนูก็ไม่กล้าถามให้แม่หรอก”
“อือ ๆ ...แกจะไปทำงานต่อก็ไปเถอะ แค่นี้แหละ”
“ค่ะแม่”
ล้านนารีสอร์ต
หยาดเหงื่อจากเรือนกายที่ประสานกันไหลรวมกับหยาดน้ำตาแห่งความสุขที่เอ่อคลอเบ้าของลลิตา... ทว่าความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างบ้าคลั่งไม่ได้ทำให้เธอคิดจะหนี... เธอเลือกที่จะกอดรัดแผงอกแกร่งของวรเมธไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ยอมรับในโชคชะตาที่เธอเลือก... และเลือกที่จะเป็นเพียงของเล่นชิ้นโปรดที่วรเมธจะนึกถึงในยามที่ต้องการปลดปล่อย
“ลิตารักคุณค่ะ... ได้แค่นี้ลิตาก็ยอม... อร๊ายยย! ผัวขา! อื้มมม! จะเสร็จหรือยังคะ”
เธอใช้คำสรรพนามที่ต้องห้ามและบาดใจเช่นนี้...เพื่อย้ำเตือนเขาถึงสถานะชั่วคราวอันแสนมีค่าของเธอ... สถานะที่ทำให้เธอได้อยู่ใกล้ชิดกับบุรุษที่เธอเฝ้าฝันถึง... เมื่อแรงปรารถนาของวรเมธที่ถาโถมเข้าใส่เริ่มคลายลงชั่วขณะ ลลิตาจึงเอ่ยขออย่างออดอ้อน... น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความหวัง... เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์... ให้เธอได้เป็นผู้ควบคุมเกมรักและมอบความสุขสุดยอดแก่เขาบ้าง
“ลิตาขอทำให้คุณบ้างได้มั้ยคะ... เมธ!!!”
วรเมธไม่ตอบคำ... เขาดึงรวบเอวคอดกิ่วของเธอออกจากการเกาะเกี่ยวแล้วปล่อยร่างนุ่มนิ่มของเธอลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี... แววตาคมกริบฉายแววท้าทาย
“เอาสิ!!” เขายอมรับข้อเสนออย่างง่ายดาย เพราะเขารู้ดีว่าลลิตาจะทุ่มเททุกสิ่งอย่างและใช้ทักษะทั้งหมดที่เธอมี เพื่อทำให้เขามีความสุขถึงขีดสุด... เธอคือนางบำเรอชั้นดีที่เขาไม่ต้องเสียเวลาสั่งสอน...
เมื่อได้รับอนุญาตจากพ่อเลี้ยงหนุ่ม... ลลิตาก็ไม่รอช้า... เธอพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของวรเมธอย่างรวดเร็ว... กิริยาท่าทางที่แฝงความโหยหาและเร่งรีบเผยออกมาอย่างชัดเจน...
มือเรียวของแม่เลี้ยงสาวสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นเต้นก่อนจะเอื้อมไปจับแท่งรักที่ยังคงร้อนผ่าวและแข็งขืนของเพื่อนำมันสอดเข้าสู่ร่องหลืบอันอ่อนนุ่มของเธออย่างชำนาญด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม
ลลิตานั่งยอง ๆ คร่อมร่างของวรเมธก่อนจะกดสะโพกตัวเองลงไปช้าๆ... พยายามที่จะควบคุมจังหวะและดื่มด่ำกับสัมผัสที่เธอเป็นผู้กำหนดเองบ้าง แต่ทว่า... การกระทำที่เชื่องช้าและละเมียดละไมของเธอก็ยังไม่ทันใจของบุรุษใต้ร่าง...
วรเมธไม่ต้องการความอ่อนโยนใด ๆ ทั้งนั้น เขาต้องการเพียงการเร่าร้อนและดิบเถื่อน ก่อนที่จะระเบิดความต้องการให้ถึงที่สุด...
พรวด!!!
วรเมธช่วงชิงการควบคุมด้วยการกระแทกสะโพกขึ้นมา มันลึกจนถึงด้านในแหวกความกระชับแน่นของร่องสวาทอย่างรุนแรงจนร่างกายของลลิตาที่อยู่ด้านบนถึงกับสะท้านเฮือก... มันจุกขึ้นไปจนถึงช่องท้อง แม่เลี้ยงสาวถึงกับต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง แต่เธอก็กลั้นมันเอาไว้ไม่ได้นาน
“อร๊อยยย! อย่าเพิ่งสิคะ... ไหนคุณจะให้ลิตาทำเองไม่ใช่เหรอ!” ลลิตาโอดครวญอย่างไม่พอใจที่เกมรักถูกช่วงชิงไปอย่างกะทันหัน... แววตาตัดพ้อจับจ้องไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความป่าเถื่อนที่ไม่อาจยับยั้งได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงก้มลงบดเบียดเนินอกเข้ากับใบหน้าของเขาเป็นการออดอ้อน
วรเมธทั้งดูดกลืนและบีบขยำสองเต้าของเธออย่างเมามัน แม้การควบคุมจะถูกช่วงชิงไปแต่เธอก็สามารถใช้ความสวยงามในร่างกายหยิบยื่นให้เขาเพื่อฆ่าเวลา รอคอยให้เธอพร้อม ก่อนจะโยกสะโพกขึ้นลงเบา ๆ วรเมธดันลึกลุกขึ้นตามมา เขายังคงดูดเต้านมของเธอไม่เลิก ลลิตาเองก็ชื่นชอบในความดิบเถื่อนของเขาอยู่ไม่น้อย เธอยอมเป็นเพียงนางบำเรอถูกเขาลากขึ้นเตียงตามอารมณ์ปรารถนาเท่านั้น
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร
เขาทอดสายตาลงมองมือเรียวที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่ากลับมีร่องรอยของความอึดอัดใจที่ฉายวาบขึ้นมา“ไหนเพื่อน ๆ ของปรางล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนประเด็นไปอย่างช้าๆ โดยพยายามขยับแขนเล็กน้อยให้มือของเธอคลายออกอย่างสุภาพ แต่มะปรางก็ไม่สนใจ เธอออกแรงเกาะแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา“ปรางบอกให้มิ่งฟ้าไปตามพวกนั้นแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงไปรอกันที่ห้องจัดเลี้ยง” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ นัก และยิ้มหวานให้กับเขาราวกับจะบอกเขาว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของเธอวรเมธถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงฉายแววความกังวล ความห่างเหินที่เขาพยายามรักษาถูกรุกล้ำอีกครั้งเมื่อพาเธอมาถึงล๊อบบี้พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามนั่งลงและรักษาระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่วินาทีนั้นมะปรางก็ขยับมานั่งแนบชิดกับเขาทันที วรเมธใช้มือของตัวเองดึงมือเรียวของเธอออกพลางถอนหายใจอย่างอึดอัด แต่เธอก็ยังคงยึดไว้มั่นและซบลงมาที่ไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ถ้าเขาบอกเธอตอนนี้ว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิ
วรเมธนั่งผ่อนคลายอยู่ที่โซฟาหนังชั้นดีบริเวณล็อบบี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขากำลังนั่งพักสายตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอให้ถึงเวลางานเลี้ยงส่งที่จัดขึ้นสำหรับเด็กฝึกงานในจังหวะนั้นเอง ณิชาเลขาสาวที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยและพิถีพิถันกว่าทุกวัน ชุดเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธออย่างเย้ายวน เมื่อเห็นวรเมธนั่งอยู่เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเยื้องกรายมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจณิชายืนใบหน้าของวรเมธที่นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ เธอตั้งใจว่ายังไงก็ตามหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ เธอจะหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายเพื่อแก้ตัวจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้วรเมธไม่ยอมมีอะไรกับเธอและไม่สนใจเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นเขากำลังนั่งพักสายตาคล้ายคนหลับ ณิชาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตามองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลอย่างไม่มีวันเบื่อ ฉับพลันความคิดของเธอก็ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจดจำไม่มีวันลืมดวงตาของเลขาฯ สาวมองเจ้านายของเธอด้วยความรักและความเจ็บปวด เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจ







