LOGINสะโพกสอบของวรเมธยังคงตอกย้ำจังหวะหนักหน่วงบนเรือนกายอ่อนนุ่มอย่างไม่ลดละ ทุกการเสียดสีทำให้ลลิตาครางในลำคอ ซบใบหน้าหวานซบลงกับหมอนสีครีมอ่อน กลิ่นสาบสางของความใคร่และเหงื่อผสมปนเปอยู่ในอากาศ
ใบหน้าของเขาดูห่างเหินไร้ร่องรอยแห่งความอ่อนโยนใด ๆ คล้ายกับว่ากิจกรรมที่เขากำลังทำอยู่นี้เป็นเพียงการระบายความใคร่ตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่เรื่องราวของความรัก
“คุณยอมรับความจริงเถอะลิตา...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างหูของเธอ มือใหญ่จับเอวคอดของเธอไว้แน่น พร้อมทั้งขยับสะโพกให้เร่งจังหวะขึ้นอีก การกระทำสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็นคนตั้งกฎแห่งความสัมพันธ์นี้ขึ้นมาเอง
“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก” คำพูดนั้นกรีดลึกลงในใจของลลิตา ขณะที่ความรู้สึกสุขสมจากปลายประสาทกำลังพุ่งทะยาน เธอรู้ดีว่านี่คือการย้ำสถานะของเธออย่างเจ็บปวด ว่าเธอเป็นเพียงของเล่นชั่วคราว เป็นเพียงคนสนิทที่เขาเรียกหาในยามต้องการ... เธอโอบรัดเขาไว้แน่นขึ้นอีก กัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางที่อาจจะดังเกินไป เธอพยายามคว้าความรู้สึกทั้งหมดที่เขามอบให้ในวินาทีนี้ เพื่อเก็บมันไว้ในความทรงจำ แม้จะเป็นแค่เศษเสี้ยวความรักที่ไม่มีวันเป็นจริงได้ก็ตาม
ภายหลังคำปฏิเสธที่เย็นชาของวรเมธ ความหึงหวงและความสงสัยพุ่งเข้าสู่จิตใจของลลิตาอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ได้เสร็จสิ้นในตัวเธอทุกครั้งเวลาที่มีอะไรกัน ยกเว้นในตอนที่เขาสวมถุงยางเท่านั้น นั่นก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการให้เธอผูกมัด
“พูดแบบนี้ คุณมีใครในใจแล้วงั้นเหรอคะ” ลลิตาแกล้งถามออกไปอย่างท้าทาย ทั้งที่รู้ดีว่าคำถามนี้จะนำมาซึ่งความไม่พอใจของเขา
“คุณไม่มีสิทธิ์ถาม” วรเมธตอบกลับอย่างเฉียบขาดทันที น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่เธอละเลยคำเตือนเรื่องขอบเขตและพยายามก้าวล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขา
ลลิตาจำต้องถอย เธอตระหนักว่าการเผชิญหน้าจะยิ่งทำให้สถานะของเธอย่ำแย่ลง เธอเปลี่ยนยุทธวิธีจากความต้องการทางกายไปสู่การร้องขอที่ลดระดับลงอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ได้ครอบครองส่วนหนึ่งของเขาไว้เป็นการส่งท้าย
“ลิตาขอกินน้ำของคุณก็ได้ คุณไม่ต้องหลั่งเข้ามาก็ได้...นะคะเมธ นะคะ!!!” เธอยอมลดคุณค่าในตัวเองลง เพื่อความพึงพอใจของเขา
วรเมธจ้องมองเธอครู่หนึ่ง เห็นความรักที่ผสมผสานกับความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ เขาผ่อนคลายสีหน้าลงเล็กน้อย
“ก็ได้ ผมยอมคุณ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ เพราะผมยังสนุกอยู่เลย” เขาตอบอย่างเย็นชา ในขณะที่ร่างกายของเธอยังคงถูกตรึงไว้กับเขาอย่างแน่นหนา ทุกย่างก้าวคือแรงกระแทกที่รุนแรงและสะเทือนเลือนลั่น ซึ่งเป็นความรู้สึกใหม่ที่ทั้งท้าทายและน่าหวาดกลัวสำหรับลลิตา
ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของวรเมธ ร่างกายของลลิตาถูกพาไปตามแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ทุกย่างก้าวของเขาสั่นสะเทือนไปถึงห้วงลึกที่สุดของเธอ
“อร๊ายยย เมธขา ท่านี้ลิตาเจ็บ อร๊ายยยยย อร๊อยยย” ลลิตาร้องออกมาด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนระหว่างความทรมานและความสุขสมที่แยกกันไม่ออก เธอพยายามโอบรัดเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวเอง แต่มันก็ทำได้เพียงให้เธอยิ่งรู้สึกถึงความรุนแรงของการครอบครองนี้
วรเมธไม่ได้หยุด เขาจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนา
“งั้นพักก่อนมั้ย” เขาถามด้วยเสียงพร่าที่ยั่วเย้า
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอเพียงคุณบอกแค่ว่า...จะรับผิดชอบลิตาก็พอ” ลลิตาเอ่ยเรื่องความรับผิดชอบออกมาอย่างหวังลึก ๆ ว่าความร้อนแรงครั้งนี้จะนำไปสู่ความผูกพันที่แท้จริง วรเมธหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน การกระทำของเขายังคงหนักแน่นและไม่ลดราวาศอก
“ผมก็รับผิดชอบคุณแล้วไง คุณเป็นเมียผม...ลิตา แต่ในเวลานี้เท่านั้นนะ ออกจากห้องนี้ไปเราเป็นแค่คู่ค้ากันเท่านั้น...ที่รัก คุณจำข้อตกลงของเราไม่ได้หรือไง...หืมม์!!” คำพูดของเขากรีดลึกลงไปในหัวใจของลลิตา แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้
“ทำไมคะ” เธอถามออกไปอย่างตัดพ้อ
“เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วลิตา คุณยอมรับข้อเสนอผมเองนะ แต่ถ้าคุณอยากจะยกเลิกข้อตกลงของเราก็ได้ ผมจะไม่ฝืนใจคุณเลย” วรเมธย้ำถึงข้อตกลงที่แสนเย็นชา ซึ่งเขาเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง ในขณะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจอมหื่นพาเธอเดินชมไปรอบ ๆ ห้องนอนเพื่อเป็นการแสดงอำนาจเหนือที่เหนือกว่า ปล่อยให้เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องหรูหรานั้น เป็นการตอกย้ำว่า บนเตียงนี้... เขาคือผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียว
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร
เขาทอดสายตาลงมองมือเรียวที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่ากลับมีร่องรอยของความอึดอัดใจที่ฉายวาบขึ้นมา“ไหนเพื่อน ๆ ของปรางล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนประเด็นไปอย่างช้าๆ โดยพยายามขยับแขนเล็กน้อยให้มือของเธอคลายออกอย่างสุภาพ แต่มะปรางก็ไม่สนใจ เธอออกแรงเกาะแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา“ปรางบอกให้มิ่งฟ้าไปตามพวกนั้นแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงไปรอกันที่ห้องจัดเลี้ยง” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ นัก และยิ้มหวานให้กับเขาราวกับจะบอกเขาว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของเธอวรเมธถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงฉายแววความกังวล ความห่างเหินที่เขาพยายามรักษาถูกรุกล้ำอีกครั้งเมื่อพาเธอมาถึงล๊อบบี้พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามนั่งลงและรักษาระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่วินาทีนั้นมะปรางก็ขยับมานั่งแนบชิดกับเขาทันที วรเมธใช้มือของตัวเองดึงมือเรียวของเธอออกพลางถอนหายใจอย่างอึดอัด แต่เธอก็ยังคงยึดไว้มั่นและซบลงมาที่ไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ถ้าเขาบอกเธอตอนนี้ว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิ
วรเมธนั่งผ่อนคลายอยู่ที่โซฟาหนังชั้นดีบริเวณล็อบบี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขากำลังนั่งพักสายตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอให้ถึงเวลางานเลี้ยงส่งที่จัดขึ้นสำหรับเด็กฝึกงานในจังหวะนั้นเอง ณิชาเลขาสาวที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยและพิถีพิถันกว่าทุกวัน ชุดเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธออย่างเย้ายวน เมื่อเห็นวรเมธนั่งอยู่เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเยื้องกรายมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจณิชายืนใบหน้าของวรเมธที่นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ เธอตั้งใจว่ายังไงก็ตามหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ เธอจะหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายเพื่อแก้ตัวจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้วรเมธไม่ยอมมีอะไรกับเธอและไม่สนใจเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นเขากำลังนั่งพักสายตาคล้ายคนหลับ ณิชาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตามองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลอย่างไม่มีวันเบื่อ ฉับพลันความคิดของเธอก็ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจดจำไม่มีวันลืมดวงตาของเลขาฯ สาวมองเจ้านายของเธอด้วยความรักและความเจ็บปวด เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจ







