LOGINด้วยความรักและความรู้สึกดี ๆ ที่พ่อเลี้ยงวรเมธมีต่อพราวมุก เขาจึงตัดสินใจรับมิ่งฟ้าลูกสาวของพราวมุกเข้ามาอยู่ในความดูแลภายในรีสอร์ต แต่ปิ่นมณีเกิดความอิจฉา เธอจึงไปขอร้องกับวรเมธ เพื่อให้ตัวเองและลูกสาวได้เข้ามาอยู่ในรีสอร์ตแห่งนี้ด้วยเช่นกัน โดยอ้างว่าบ้านของเธอไกลจากที่ทำงาน ซึ่งวรเมธก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่เรื่องราวยังคงไม่จบลงเท่านั้นเมื่อปิ่นมณีไม่เคยละทิ้งความโลภและความปรารถนาที่จะครอบครองวรเมธและทรัพย์สินของเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว และในคืนหนึ่งโอกาสของเธอก็มาถึง
ขณะที่อินกับแสน เพื่อนสนิทของพ่อเลี้ยงมานั่งสังสรรค์วันเกิดกันที่รีสอร์ต และนั่นก็ทำให้ปิ่นมณีก็ฉวยโอกาสในการเข้าถึงตัวพ่อเลี้ยงหนุ่ม เธอปรนนิบัติดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ก่อนจะสร้างเรื่องราวให้วรเมธเชื่อว่าเธอนั้นได้ตกเป็นของเขาแล้ว
หลังจากสร่างเมา วรเมธก็ไร้ซึ่งทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องเผชิญหน้ากับความจริง และปิ่นมณีก็ยืนยันว่าเธอไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากขอแค่ได้อยู่รับใช้และปรนนิบัติเขาก็พอ ซึ่งนั่นก็คือการเสนอตัวเป็นภรรยาลับ ๆ นั่นเอง วรเมธตกหลุมพรางนั้น
ในตอนแรกพ่อเลี้ยงหนุ่มปฏิเสธรับข้อเสนอของเธออย่างเด็ดขาด และบอกว่าเขาทำเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะเธอคือภรรยาของวรมัญน้องชายของเขา จนในที่สุดปิ่นมณีก็ยอมสารภาพว่าเธอเองนั้นได้เลิกรากับวรมัญน้องชายของเขาไปตั้งนานแล้ว และมะปรางก็ไม่ใช่บุตรสาวของวรมัญน้องชายของเขา ความจริงที่เปิดเผยสร้างความเจ็บปวดให้กับวรเมธอย่างที่สุด
วรเมธ เคยคิดที่จะไล่ปิ่นมณีออกจากบ้าน เพื่อชดเชยความผิดที่เธอหลอกลวงเขา แต่เขาก็สงสารมะปราง และมิ่งฟ้าก็จะต้องเหงา และความยับยั้ยชั่งใจของเขาก็จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ หากต้องอยู่กับมิ่งฟ้าในบ้านหลังนี้ตามลำพัง พ่อเลี้ยงหนุ่มใจอ่อนในเวลาต่อมา และสร้างกฏเหล็กเอาไว้เพื่อไม่ให้ปิ่นมณีทำผิดซ้ำเดิมอีก สุดท้ายวรเมธจึงยอมให้ปิ่นมณีและลูกสาวอยู่ที่รีสอร์ตต่อไป
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น...ก็เป็นแรงผลักดันให้วรเมธไม่อยากพักอยู่ที่รีสอร์ตจนต้องมาสร้างโรงแรมเชียงรายธาราวี เพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่ห่างจากปิ่นมณี แต่หลายครั้งวรเมธก็พลาดท่าให้ปิ่นมณี แต่ยังดีว่าเธอนั้นไม่เคยเรียกร้องอะไร
สองปีต่อมา
มิ่งฟ้าเด็กสาวมัธยมรุ่นราวคราวเดียวกับมะปรางก็โตเป็นสาวสะพรั่งและได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เธอมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับพราวมุก แม่ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งรูปร่างและผิวพรรณดูดีอวบสวย เธอเป็นหญิงงามตามแบบฉบับสาวเหนือตรงสเปคของพ่อเลี้ยงหนุ่มทุกอย่าง ทำให้วรเมธตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังจนถอนตัวไม่ขึ้น ความรักที่มีต่อเด็กสาวได้ก่อตัวขึ้นในใจของพ่อเลี้ยงหนุ่มเรื่อยมา แม้เขาจะพยายามเก็บซ่อนมันไว้ภายใต้ความเมตตาก็ตาม แต่ปิ่นมณีก็พอจะมองความรู้สึกนั้นออกได้ไม่ยาก
ปิ่นมณีคิดว่าอีกไม่นานนี้...เธอคงจะต้องให้มะปรางลูกสาวของเธอ สานต่อความตั้งใจเดิมด้วยการจับพ่อเลี้ยงมาเป็นสามีให้ได้ เพื่ออาณาจักรแห่งนี้จะได้เป็นของเธอและลูกตลอดไป แต่เธอก็ยังหนักใจอยู่เรื่องหนึ่ง เพราะเธอเองยังไม่เคยบอกความจริงกับลูกสาวเลยว่าวรเมธนั้นไม่ได้เป็นลุงแท้ ๆ ของมะปราง
หนำซ้ำตอนนี้ปิ่นมณีก็เริ่มเข้าตาจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อลลิตาแม่เลี้ยงสาวโสดที่มาทำตัวสนิทสนมกับวรเมธอยู่บ่อย ๆ ปิ่นมณีจึงตั้งใจว่า อีกไม่นานนี้เธอจะสารภาพความจริงกับลูกสาวให้ได้ และยุให้มะปรางอ่อยวรเมธจนลูกสาวของเธอได้เป็นเมียของพ่อเลี้ยงอย่างที่เธอตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ทีแรก
หลังจากนั้นวันเวลาก็ผ่านมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมิ่งฟ้าและมะปรางได้เข้าไปฝึกงานที่โรงแรมของพ่อเลี้ยงวรเมธ ด้วยใบหน้าของมิ่งฟ้าที่ละม้ายคล้ายกับพราวมุก จึงเป็นภาพสะท้อนให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวของพ่อเลี้ยงหนุ่มได้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ปัญหามันติดอยู่ที่ว่า พ่อเลี้ยงหนุ่มจะหาทางบอกความในใจที่มีต่อมิ่งฟ้าได้อย่างไร และสลัดหญิงสาวที่พัวพันอยู่นี้ออกไปได้อย่างไร เพราะในทีแรกเขาตั้งใจแค่ว่าจะให้สาว ๆ เหล่านั้นช่วยกันไม่ให้เขาใจอ่อนกับปิ่นมณี ไม่ว่าจะเป็นเลขาฯ หรือว่าคู่ค้าแสนสวยอย่างลลิตาก็ตาม
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร
เขาทอดสายตาลงมองมือเรียวที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่ากลับมีร่องรอยของความอึดอัดใจที่ฉายวาบขึ้นมา“ไหนเพื่อน ๆ ของปรางล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนประเด็นไปอย่างช้าๆ โดยพยายามขยับแขนเล็กน้อยให้มือของเธอคลายออกอย่างสุภาพ แต่มะปรางก็ไม่สนใจ เธอออกแรงเกาะแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา“ปรางบอกให้มิ่งฟ้าไปตามพวกนั้นแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงไปรอกันที่ห้องจัดเลี้ยง” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ นัก และยิ้มหวานให้กับเขาราวกับจะบอกเขาว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของเธอวรเมธถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงฉายแววความกังวล ความห่างเหินที่เขาพยายามรักษาถูกรุกล้ำอีกครั้งเมื่อพาเธอมาถึงล๊อบบี้พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามนั่งลงและรักษาระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่วินาทีนั้นมะปรางก็ขยับมานั่งแนบชิดกับเขาทันที วรเมธใช้มือของตัวเองดึงมือเรียวของเธอออกพลางถอนหายใจอย่างอึดอัด แต่เธอก็ยังคงยึดไว้มั่นและซบลงมาที่ไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ถ้าเขาบอกเธอตอนนี้ว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิ
วรเมธนั่งผ่อนคลายอยู่ที่โซฟาหนังชั้นดีบริเวณล็อบบี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขากำลังนั่งพักสายตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอให้ถึงเวลางานเลี้ยงส่งที่จัดขึ้นสำหรับเด็กฝึกงานในจังหวะนั้นเอง ณิชาเลขาสาวที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยและพิถีพิถันกว่าทุกวัน ชุดเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธออย่างเย้ายวน เมื่อเห็นวรเมธนั่งอยู่เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเยื้องกรายมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจณิชายืนใบหน้าของวรเมธที่นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ เธอตั้งใจว่ายังไงก็ตามหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ เธอจะหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายเพื่อแก้ตัวจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้วรเมธไม่ยอมมีอะไรกับเธอและไม่สนใจเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นเขากำลังนั่งพักสายตาคล้ายคนหลับ ณิชาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตามองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลอย่างไม่มีวันเบื่อ ฉับพลันความคิดของเธอก็ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจดจำไม่มีวันลืมดวงตาของเลขาฯ สาวมองเจ้านายของเธอด้วยความรักและความเจ็บปวด เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจ







