Masukล้านนา รีสอร์ตที่พักของพ่อเลี้ยงวรเมธ ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นนิยามของความสง่างามและความมั่งคั่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินผืนงามในจังหวัดเชียงราย หากล้านนาคือรีสอร์ตหรู เชียงรายธาราวีก็เป็นโรงแรมที่ถูกสลักเสลาขึ้นด้วยรสนิยมอันเลิศหรูเช่นกัน
รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาจึงรายล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้ ให้ความรู้สึกเงียบสงบและเป็นส่วนตัว อากาศเย็นสบายตลอดปี ยิ่งช่วงหน้าหนาวที่พักของที่นี่ก็จะมีคิวจองเต็มยาวเหยียด ตัวรีสอร์ตและห้องพักเป็นสไตล์ล้านนาประยุกต์ถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ ผสมผสานกับความทันสมัย ถึงแม้จะเป็นกระท่อมไม้แบบชนบทก็ตามแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ สปา ฟิตเนส ร้านอาหาร และคาเฟ่
จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือ สวนดอกไม้และพฤกษชาติขนาดใหญ่ที่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม มีการจัดแต่งภูมิทัศน์แบบสไตล์อังกฤษ ทำให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว
พื้นที่บริเวณรีสอร์ตถูกจัดแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนโดยมีฝั่งของรีสอร์ตที่เอาไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว และฝั่งที่เป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัวของพ่อเลี้ยงวรเมธและครอบครัว
รีสอร์ตที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็นของตระกูลธาราวี และได้กลายมาเป็นมรดกตกทอดสู่สองพี่น้องตระกูลธาราวีหลังจากผู้เป็นบิดาและมารดาถึงแก่กรรมเมื่อหลายสิบปีก่อน จะว่าไปแล้วที่นี่ก็มีอดีตและความหลังมากมาย
วรมัญน้องชายของพ่อเลี้ยงวรเมธที่รักสนุกและสำมะเลเทเมา เขาคบผู้หญิงไม่เลือกหน้าและใช้เงินเป็นว่าเล่น ทั้ง ๆ ที่มีเขามีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว จนกระทั่งเขาเสียชีวิตไปเพราะกรณีชู้สาว วรมัญถูกคู่อริยิงจนเสียชีวิต
หลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยชีวิตและความสัมพันธ์อันซับซ้อนราวกับเชือกที่ผูกกันเอาไว้อย่างแน่นหนา วรเมธต้องแก้ปัญหาให้กับน้องชาย เมื่อปิ่นมณีได้ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางงานศพที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและโศกเศร้า
เธอมาร่วมงามศพพร้อมกับลูกสาวของเธอ ก่อนที่สองแม่ลูกจะเดินมาแนะนำตัวกับวรเมธอย่างน่าสงสาร แล้วอ้างว่าเด็กผู้หญิงที่เธอพามาด้วยคือลูกสาวของวรมัญ ปิ่นมณีอ้างว่าตนเองอยู่กินกันอย่างลับ ๆ กับวรมัญมาตลอดสิบกว่าปีตั้งแต่สมัยเรียน เธออ้างว่าเธอเป็นเมียของวรมัญอีกคน ในตอนแรกวรเมธยังคงไม่เชื่อ แต่ช่วงเวลานั้นพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ไม่ได้ซักถามเพื่อเอาความจริงเพราะเห็นแก่หลานสาว
ในสถานการณ์เช่นนั้นเขาต้องรักษาภาพพจน์ของวงศ์กระตูล ประกอบกับภรรยาตัวจริงของน้องชายก็ยังนั่งอยู่ในงาน เขาจะบอกความจริงนี้ได้อย่างไรกัน
ภายหลังต่อมาวรเมธยอมให้ปิ่นมณีเข้ามาทำงานในในรีสอร์ต เพราะเขาสงสารมะปรางลูกของน้องชายที่เธออ้างว่าคือหลานสาวคนเดียวของเขา ทั้งที่ความจริงแล้ว คำกล่าวอ้างนั้นยังคงเป็นปริศนาที่เขาสงสัยอยู่ลึก ๆ แต่เรื่องราวมันก็ไม่ได้จบลงแค่นั้น เมื่อปิ่นมณีต้องการครอบครองทุกอย่างแม้แต่หัวใจของวรเมธเองก็ตาม
พ่อเลี้ยงหนุ่มได้จัดการหาหน้าที่ที่เหมาะสมในรีสอร์ตให้ โดยช่วงแรกเธอทำงานเป็นแม่บ้านในรีสอร์ต เพราะปิ่นมณีไม่ค่อยมีความรู้มากมายนัก แต่ความทะเยอทะยานของปิ่นมณีก็มีสูง เมื่อเธอเห็นว่าวรเมธชอบพอกับหม้ายสาวคนหนึ่ง เธอชื่อว่าพราวมุกเป็นพนักงานนวดสปาอยู่ที่รีสอร์ต ปิ่นมณีจึงขอย้ายตัวเองไปทำงานนวดสปาบ้าง
เมื่อปิ่นมณีได้รู้จักกับพราวมุกแล้ว วันหนึ่งเธอก็ออกอุบายเพื่อขอไปนวดให้กับพ่อเลี้ยงแทนพราวมุก ซึ่งพราวมุกก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรและยินยอมที่จะแลกเปลี่ยน
มะปราง ลูกสาวของปิ่นมณีเธอเป็นเด็กมัธยมปลายซึ่งวรเมธก็ให้การส่งเสียเลี้ยงดู ไปพร้อม ๆ กับมิ่งฟ้าลูกสาวของพราวมุก ทั้งสองรุ่นราวคราวเดียวกัน
แต่แล้วไม่นานนักความสูญเสียก็ย่างกรายเข้ามาสู่รีสอร์ตแห่งนี้อีกครั้ง เมื่อพราวมุกผู้เป็นที่รักและเป็นเหมือนแสงสว่างในใจของวรเมธต้องจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุจากการถูกสิบล้อพุ่งชน การจากไปของเธอทิ้งไว้เพียงความเศร้าและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ไม่เคยแม้แต่จะเปิดเผยความในใจให้เธอได้รับรู้
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร
เขาทอดสายตาลงมองมือเรียวที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่ากลับมีร่องรอยของความอึดอัดใจที่ฉายวาบขึ้นมา“ไหนเพื่อน ๆ ของปรางล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนประเด็นไปอย่างช้าๆ โดยพยายามขยับแขนเล็กน้อยให้มือของเธอคลายออกอย่างสุภาพ แต่มะปรางก็ไม่สนใจ เธอออกแรงเกาะแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา“ปรางบอกให้มิ่งฟ้าไปตามพวกนั้นแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงไปรอกันที่ห้องจัดเลี้ยง” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ นัก และยิ้มหวานให้กับเขาราวกับจะบอกเขาว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของเธอวรเมธถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงฉายแววความกังวล ความห่างเหินที่เขาพยายามรักษาถูกรุกล้ำอีกครั้งเมื่อพาเธอมาถึงล๊อบบี้พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามนั่งลงและรักษาระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่วินาทีนั้นมะปรางก็ขยับมานั่งแนบชิดกับเขาทันที วรเมธใช้มือของตัวเองดึงมือเรียวของเธอออกพลางถอนหายใจอย่างอึดอัด แต่เธอก็ยังคงยึดไว้มั่นและซบลงมาที่ไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ถ้าเขาบอกเธอตอนนี้ว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิ
วรเมธนั่งผ่อนคลายอยู่ที่โซฟาหนังชั้นดีบริเวณล็อบบี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขากำลังนั่งพักสายตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอให้ถึงเวลางานเลี้ยงส่งที่จัดขึ้นสำหรับเด็กฝึกงานในจังหวะนั้นเอง ณิชาเลขาสาวที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยและพิถีพิถันกว่าทุกวัน ชุดเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธออย่างเย้ายวน เมื่อเห็นวรเมธนั่งอยู่เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเยื้องกรายมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจณิชายืนใบหน้าของวรเมธที่นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ เธอตั้งใจว่ายังไงก็ตามหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ เธอจะหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายเพื่อแก้ตัวจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้วรเมธไม่ยอมมีอะไรกับเธอและไม่สนใจเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นเขากำลังนั่งพักสายตาคล้ายคนหลับ ณิชาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตามองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลอย่างไม่มีวันเบื่อ ฉับพลันความคิดของเธอก็ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจดจำไม่มีวันลืมดวงตาของเลขาฯ สาวมองเจ้านายของเธอด้วยความรักและความเจ็บปวด เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจ







