LOGINร่างกายของเธอแอ่นสะโพกโค้งตัวขึ้นรับแรงกระแทกจากเขาอย่างเต็มใจ ยิ่งเขาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากเท่านั้นในสายตาของเขา
“ลึกจังเลยค่ะ เมธขา...อร๊ายยย...ที่รัก อื้ยยย” เธอพูดอย่างขาดห้วง เมื่อเขาเร่งเร้าจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้น จนร่างกายของเธอแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา
“คุณจะได้หายร่านซะทีลิตา มันต้องแรง ๆ ลึก ๆ แบบนี้แหละ” วรเมธกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและการสั่งสอน แต่ก็เจือด้วยความรัญจวนอย่างที่สุด
“ชอบจัง!!!...เวลาที่คุณพูดแบบนี้ อร๊ายย!!! งั้นลิตาไม่เกรงใจแล้วนะคะ” ลลิตาไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกอดรัดเขาไว้แน่น และยอมจำนนต่อการกระทำที่รุนแรง เป็นสิ่งหอมหวานที่เธอยอมแลกเพื่อให้ได้หัวใจของผู้ชายคนนี้
“ลงโทษลิตาเลยค่ะ... ผัวขา!!!... ลงโทษเมียให้หนัก ๆ เลยนะคะ ผัวขา..อื้อ!”
“ผมให้คุณเรียกผมว่าผัวได้แค่บนเตียงเท่านั้นนะลิตา”
“ลิตารู้ค่ะ ก็ลิตารักคุณนี่คะ อร๊ายยย!!!”
ตั่บ...ตั่บ...ตั่บ...
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง สะท้อนความหิวกระหายที่เขาเก็บงำมานาน การขึ้นเตียงกับลลิตา คือการปลดปล่อยตัวตนที่ดิบเถื่อนและไม่สุภาพออกมาได้มากที่สุดกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ของพ่อเลี้ยงผู้สูงส่งและสุขุมนั่นเอง
“ลิตาขอมาหาคุณทุกวันได้มั้ยคะ...เมธ อื้อ!” ด้วยความเสน่หาและความพลุ่งพล่านที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ลิตารีบบอกความต้องการทันที วรเมธชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขามองลงมาที่เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจในอำนาจที่เขามีเหนือเธอ
“ไม่ได้ลิตา คุณจะมาหาผมทุกวันไม่ได้” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่งการอย่างชัดเจน กำหนดขอบเขตความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไว้อย่างเด็ดขาด ลลิตาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเจ็บปวดปรากฏบนใบหน้า
“ก็ได้ค่ะ งั้น...ขอเป็นสักอาทิตย์ละครั้งได้มั้ยคะ” เธอเอ่ยอย่างออดอ้อน พร้อมกับใช้เรือนร่างสาวรัดความเป็นชายของเขาอย่างจงใจ เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อรองให้วรเมธยอมรับเงื่อนไขของเธอ เพียงเพื่อแลกกับการได้เห็นหน้าเขาบ่อย ๆ
วรเมธไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่ตอบด้วยการกระทำอันเร่าร้อนที่เร่งเร้าให้ลลิตาสูญเสียการควบคุมอีกครั้ง เขาขยับกายอย่างรุนแรงและลึกซึ้ง เป็นการเตือนให้เธอรู้ว่าอำนาจสูงสุดในห้องนี้ยังคงเป็นของเขา
“อ๊า... เมธขา...... อื้มมมม...” ลลิตาครวญครางอย่างยอมจำนนต่อการกระทำอันดุดันของเขา วรเมธกดสะโพกลงหนักหน่วง แล้วจึงเอ่ยตอบอย่างเชือดเฉือนในจังหวะที่เร่งเร้า
“ก็ได้ลิตา แต่ก่อนมา...คุณต้องบอกผมล่วงหน้านะ” เขายอมผ่อนปรนให้เพียงเล็กน้อย แต่ก็กำหนดเงื่อนไขที่รัดกุม
“คุณก็หัดรับโทรศัพท์ของลิตาบ้างสิคะ อ่านไลน์บ้างก็ยังดี” ลลิตาตอบกลับอย่างตัดพ้อเมื่อเขาหยุดพักหายใจ แม้จะยอมรับในข้อตกลง แต่ก็อดน้อยใจในความเย็นชาของเขาไม่ได้ วรเมธไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ ที่นอกเหนือจากนั้น ก่อนจะตอบกลับอีกครั้งด้วยการกระทำที่รุนแรงและเร่งเร้าเข้าสู่จังหวะสุดท้าย
ตั่บ... ตั่บ... ตั่บ...
แรงปรารถนาที่พุ่งทะยานอย่างรุนแรง หลังจากพ่อเลี้ยงหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้มีการเจรจาใด ๆ อีกต่อไป ลลิตายอมถูกกลืนกินด้วยความเร่าร้อนของเขาอย่างเต็มใจ ปล่อยให้ร่างกายได้สัมผัสกับความสุขสมครั้งแล้วครั้งเล่า โดยรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้จะจบลงทันทีที่เธอเดินออกจากประตูห้องนี้ไป
“อื้มมม!!! เมธขา อร๊ายยยย!!” เสียงครวญครางของลลิตาดังขึ้นอย่างแผ่วเบาเมื่อเธอเสร็จสมมาแล้วหลายคราจนแทบจะไม่มีแรง แต่เขายังคงไม่ยอมที่จะปลดปล่อยมันออกมาเลยสักครั้ง และนั่นมันคือความพึงพอใจอย่างหนึ่งของเธอ เมื่อทุกสัมผัสของพ่อเลี้ยงหนุ่มตอบสนองต่อความต้องการของเธอได้อย่างถึงใจจนกลายเป็นความหลงใหล ทุกอณูในร่างกายของเธอได้รับการเติมเต็มด้วยความอึดและแข็งแกร่งของเขา
เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนดังก้องอยู่ในห้องหรูหรานั้น เป็นการยืนยันว่า สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจคู่นี้ แรงปรารถนามักจะนำหน้าการเจรจาธุรกิจเสมอ
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร
เขาทอดสายตาลงมองมือเรียวที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่ากลับมีร่องรอยของความอึดอัดใจที่ฉายวาบขึ้นมา“ไหนเพื่อน ๆ ของปรางล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนประเด็นไปอย่างช้าๆ โดยพยายามขยับแขนเล็กน้อยให้มือของเธอคลายออกอย่างสุภาพ แต่มะปรางก็ไม่สนใจ เธอออกแรงเกาะแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา“ปรางบอกให้มิ่งฟ้าไปตามพวกนั้นแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงไปรอกันที่ห้องจัดเลี้ยง” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ นัก และยิ้มหวานให้กับเขาราวกับจะบอกเขาว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของเธอวรเมธถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงฉายแววความกังวล ความห่างเหินที่เขาพยายามรักษาถูกรุกล้ำอีกครั้งเมื่อพาเธอมาถึงล๊อบบี้พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามนั่งลงและรักษาระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่วินาทีนั้นมะปรางก็ขยับมานั่งแนบชิดกับเขาทันที วรเมธใช้มือของตัวเองดึงมือเรียวของเธอออกพลางถอนหายใจอย่างอึดอัด แต่เธอก็ยังคงยึดไว้มั่นและซบลงมาที่ไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ถ้าเขาบอกเธอตอนนี้ว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิ
วรเมธนั่งผ่อนคลายอยู่ที่โซฟาหนังชั้นดีบริเวณล็อบบี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขากำลังนั่งพักสายตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอให้ถึงเวลางานเลี้ยงส่งที่จัดขึ้นสำหรับเด็กฝึกงานในจังหวะนั้นเอง ณิชาเลขาสาวที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยและพิถีพิถันกว่าทุกวัน ชุดเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธออย่างเย้ายวน เมื่อเห็นวรเมธนั่งอยู่เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเยื้องกรายมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจณิชายืนใบหน้าของวรเมธที่นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ เธอตั้งใจว่ายังไงก็ตามหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ เธอจะหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายเพื่อแก้ตัวจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้วรเมธไม่ยอมมีอะไรกับเธอและไม่สนใจเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นเขากำลังนั่งพักสายตาคล้ายคนหลับ ณิชาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตามองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลอย่างไม่มีวันเบื่อ ฉับพลันความคิดของเธอก็ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจดจำไม่มีวันลืมดวงตาของเลขาฯ สาวมองเจ้านายของเธอด้วยความรักและความเจ็บปวด เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจ







