LOGINวรเมธเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะ เขาหยุดการกระทำนั้นไว้ชั่วขณะ เพื่อให้เธอได้เพลิดเพลินกับความรู้สึกที่ค้างคา
“ต่อสิคะ เอาของคุณเข้ามาเลย ลิตาพร้อมแล้ว”
“เสียใจ!!! คุณต้องอ้อนวอนผม ลิตา...” เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำและแฝงอำนาจ
“บอกมา...ว่าคุณชอบแบบไหน” ลลิตาไม่อาจทนต่อการรอคอย มือเรียวบางขึ้นยกโอบรอบลำคอแกร่งอย่างอ้อนวอน ไม่เหลือความหยิ่งทะนง
“แบบเถื่อน ๆ ค่ะ... แบบที่คุณถนัด... ได้โปรด...... อื้อ! ได้โปรดค่ะ เมธขา!” เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนที่น่าพอใจ วรเมธจึงสานต่อความปรารถนานั้นให้กับแม่เลี้ยงสาวด้วยความรุนแรง...ปั๊กกก!!!!
“อะอร๊่ยยยยย อืยยยย” ลลิตากัดริมฝีปากตัวเองแน่น รับรู้ถึงความดิบเถื่อนที่ถาโถมเข้ามาเสียงหวาน ๆ ที่เคยควบคุมได้ดี บัดนี้แตกพร่าเป็นคำครวญครางที่ไม่เป็นภาษา พ่อเลี้ยงจอมหื่นชะงักเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อจ้องมองแววตาของคู่ขา ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุขสมปนความเจ็บปวด
“อย่าบอกนะ....ว่าคุณเจ็บ!!!” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและท้าทาย
“ไม่เจ็บค่ะ ลิตาชอบ อร๊่อยยยย ผัวววาาขาา” ลลิตาหลุดปากทันควันเมื่อความยาวใหญ่อัดกระแทกเข้าไปพร้อม ๆ กับน้ำเสียงของเธอที่กำลังโต้ตอบกับเขา ยืนยันว่าความรุนแรงของเขานั้นคือสิ่งที่เธอต้องแลกมาเพื่อให้ได้ขึ้นเตียงกับเขา
ปิ่นมณีเดินออกมาจากบริเวณที่พักของรีสอร์ตได้ไม่นานนัก ความร้อนรุ่มในใจก็ยังคงแผดเผาอยู่ในอก เธอต้องรีบหาทางระบายและหาข้อมูลเพื่อยืนยันความจริง มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ลูกสาวที่กำลังฝึกงานอยู่ที่โรงแรมทันที
เธอเดินมาหยุดยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อซ่อนตัวจากสายตาผู้คน และเริ่มการสนทนาอย่างเร่งรีบที่สุด ปลายสายรับทันทีด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน
“ค่ะแม่... มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงหวานที่เคยสดใสของมะปรางเอ่ยตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา แสดงถึงอารมณ์เซ็ง ๆ จากการทำงาน
“แม่มีเรื่องสำคัญอยากจะถามแกยัยปราง... พ่อเลี้ยงเมธอยู่ที่โรงแรมมั้ย” น้ำเสียงของปิ่นมณีแฝงความเร่งรีบและความกระหายใคร่รู้
“ไม่เห็นเลยค่ะแม่... นี่ปรางก็เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพร้อมกับมิ่งฟ้า คุณณิชาสั่งงานหนูสองคนมาเป็นตั้งเลย น่าเบื่อชะมัด!” มะปรางบ่นอย่างหงุดหงิด น้ำเสียงแสดงถึงความไม่พอใจที่ถูกเลขาฯ ของวรเมธใช้ให้ทำงานมากมาย
“งานมันก็ต้องมีหนักบ้างสิยัยปราง...อดทนเอาหน่อย! แล้วแกแน่ใจนะว่าไม่เห็นคุณลุงของแกน่ะ” ปิ่นมณีพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แสดงความหึงหวงออกมามากเกินไป
“หนูไม่เห็นคุณลุงตั้งแต่เช้าแล้วค่ะแม่” มะปรางยืนยัน
“แกลองแอบไปดูที่ห้องทำงานเค้าสิ” เธอสั่งด้วยความกระวนกระวายใจ
“ค่ะ ๆ เดี๋ยวเสร็จงานแล้วหนูจะแวบไปดูให้นะคะ” มะปรางตอบแบบขอไปที
“ม่าย!!!...ต้องเดี๋ยวนี้สิ! แกต้องไปดูให้แม่เดี๋ยวนี้เลยมะปราง!” น้ำเสียงของปิ่นมณีเริ่มแข็งกร้าวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“โห!!!...นี่แม่จะอะไรกับคุณลุงเค้านักหนาล่ะเนี่ย” มะปรางเริ่มออกอาการรำคาญที่แม่วุ่นวายกับเรื่องของวรเมธไม่เลิก
“ก็แม่.... เออ ๆ” ปิ่นมณีชะงักคำพูดไว้ เธอรู้ตัวว่ากำลังเปิดเผยพิรุธมากเกินไป
“ก็แม่มีธุระจะคุยกับเค้า ถ้าไม่อยากไปดูให้แม่ แกก็ถามเอากับยัยเลขาฯ นั่นสิ” เธอเบนเป้าหมายไปที่เลขาฯ ของวรเมธอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าณิชารู้ว่าวรเมธมาที่นี่ เธอก็คงเป็นเดือนเป็นร้อนแน่ ๆ เผลอ ๆ ก็อาจจะออกมาตามก็เป็นได้
“ค่ะ ๆ งั้นเดี๋ยวหนูจะรีบโทรกลับไปบอกแม่นะคะ” มะปรางรับคำอย่างจำนน
“อื้ม!!!...อย่านานล่ะ” ปิ่นมณีทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เธอกดตัดสายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้ามองยอดไม้ที่เขียวชอุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยา... หากวรเมธไม่ได้อยู่ที่โรงแรม นั่นก็หมายความว่าผู้หญิงที่มาด้วยคือลลิตา!
ความร้อนรุ่มในตัวของวรเมธพุ่งสูงขึ้นเมื่อแม่เลี้ยงสาวนอนครวญครางอย่างออดอ้อนอยู่บนเตียง มันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่เติมให้ไฟปรารถนาของเขาลุกโชน
“แรงอิีกสิคะ อื้ยยยยย...เมธขา..” ลลิตาอ้อนวอนอย่างขาดสติ
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร
เขาทอดสายตาลงมองมือเรียวที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนของเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่ากลับมีร่องรอยของความอึดอัดใจที่ฉายวาบขึ้นมา“ไหนเพื่อน ๆ ของปรางล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนประเด็นไปอย่างช้าๆ โดยพยายามขยับแขนเล็กน้อยให้มือของเธอคลายออกอย่างสุภาพ แต่มะปรางก็ไม่สนใจ เธอออกแรงเกาะแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นี้ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา“ปรางบอกให้มิ่งฟ้าไปตามพวกนั้นแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงไปรอกันที่ห้องจัดเลี้ยง” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ นัก และยิ้มหวานให้กับเขาราวกับจะบอกเขาว่าช่วงเวลานี้คือเวลาทองของเธอวรเมธถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงฉายแววความกังวล ความห่างเหินที่เขาพยายามรักษาถูกรุกล้ำอีกครั้งเมื่อพาเธอมาถึงล๊อบบี้พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามนั่งลงและรักษาระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่วินาทีนั้นมะปรางก็ขยับมานั่งแนบชิดกับเขาทันที วรเมธใช้มือของตัวเองดึงมือเรียวของเธอออกพลางถอนหายใจอย่างอึดอัด แต่เธอก็ยังคงยึดไว้มั่นและซบลงมาที่ไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ถ้าเขาบอกเธอตอนนี้ว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิ
วรเมธนั่งผ่อนคลายอยู่ที่โซฟาหนังชั้นดีบริเวณล็อบบี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน เขากำลังนั่งพักสายตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอให้ถึงเวลางานเลี้ยงส่งที่จัดขึ้นสำหรับเด็กฝึกงานในจังหวะนั้นเอง ณิชาเลขาสาวที่วันนี้เธอแต่งตัวสวยและพิถีพิถันกว่าทุกวัน ชุดเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธออย่างเย้ายวน เมื่อเห็นวรเมธนั่งอยู่เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเยื้องกรายมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจณิชายืนใบหน้าของวรเมธที่นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ เธอตั้งใจว่ายังไงก็ตามหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ เธอจะหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายเพื่อแก้ตัวจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้วรเมธไม่ยอมมีอะไรกับเธอและไม่สนใจเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นเขากำลังนั่งพักสายตาคล้ายคนหลับ ณิชาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตามองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลอย่างไม่มีวันเบื่อ ฉับพลันความคิดของเธอก็ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจดจำไม่มีวันลืมดวงตาของเลขาฯ สาวมองเจ้านายของเธอด้วยความรักและความเจ็บปวด เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เธอจ







