LOGINห้องน้ำในเพนต์เฮาส์นี้ใหญ่โตจนแทบจะเท่าห้องนอนเดิมของเธอ รดาใช้เวลาอยู่ในนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง เธอปล่อยให้สายน้ำอุ่นจากฝักบัวเรนชาวเวอร์รดรินผ่านร่างกายนวลเนียน เพื่อชะล้างความเหนื่อยล้าและความวิตกกังวล และที่สำคัญคือ... เพื่อยืดเวลาอันน่าหวาดหวั่นนี้ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายเธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้น รดาก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีขาวตัวบางที่ทางคอนโดเตรียมไว้ ซึ่งมันยาวเลยเข่ามาเพียงเล็กน้อยและเน้นสัดส่วนโค้งเว้าของเธอให้เด่นชัดขึ้น
เมื่อก้าวกลับเข้ามาในห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีเตียงคิงไซส์สีเทาเข้มตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง รดาพบว่าภากรนั่งรออยู่บนเตียงก่อนแล้ว ในมือของเขามีไอแพดเครื่องหรูที่กำลังแสดงหน้าจอธุรกรรมทางการเงินของธนาคารต่างประเทศ นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่เพิ่งเดินเข้ามา
“เงินห้าล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเธอเรียบร้อยแล้ว รดา”
คำพูดของเขาทำให้รดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ เธอรีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองในกระเป๋าที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมาเปิดดูด้วยมือนิ้วที่สั่นเทา และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้เธอน้ำตาไหลพราก... ตัวเลขเจ็ดหลักพร้อมเครื่องหมายคอมมาปรากฏเด่นชัด หนี้สินทั้งหมดของครอบครัวเธอจะหมดไปในคืนนี้! แม่จะได้รับการรักษา และน้องชายจะมีเงินเรียนต่อ!
ความโล่งอกอย่างมหาศาลถาโถมเข้ามาจนรดากลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่ เธอลดโทรศัพท์ลงแล้วเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะย่อตัวคุกเข่าลงบนพรมหน้านุ่ม ยกรวมมือไหว้เขาด้วยความซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ
“ขอบคุณค่ะคุณภากร ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ... เงินก้อนนี้ช่วยชีวิตครอบครัวของหนูไว้จริง ๆ บุญคุณครั้งนี้หนูจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ”
ภากรจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้า แววตาที่เคยเย็นชาของเขาสั่นไหวไปวับหนึ่งด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ มือหนาวางไอแพดลงช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมไปจับข้อมือเล็กของเธอแล้วออกแรงดึงเบา ๆ บังคับให้เธอลุกขึ้นมานั่งบนขอบเตียงเคียงข้างเขา
“ไม่ต้องขอบคุณฉันรดา... เพราะนี่คือธุรกิจ และนั่นคือ ‘ค่าตัว’ ของเธอในคืนนี้” ภากรพูดเสียงพร่า นัยน์ตาคู่คมแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและร้อนแรงจนรดาแทบจะสำลักความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
มือหนาเลื่อนขึ้นไปลูบไล้แก้มเนียนที่ยังคงมีคราบน้ำตาอย่างเบามือ นิ้วโป้งของเขาเช็ดหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้รดาใจสั่นสะท้านราวกับต้องกระแสไฟฟ้า
“จำเงื่อนไขของเราได้ใช่ไหม?” เขาถามชิดใบหูเล็ก กลิ่นกายชายหนุ่มและกลิ่นสบู่จาง ๆ ของเขาหลอมรวมกันจนทำให้สมองของรดาเริ่มเบลอ
“จ... จำได้ค่ะ” รดาตอบเสียงสั่น พยายามสะกดกั้นความตื่นตระหนก
“ดีมาก...” ภากรยกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป “และจำไว้ด้วยว่า เวลาที่อยู่บนเตียงนี้... เวลาที่อยู่กับฉันสองคน เธอห้ามเรียกฉันว่าคุณภากร”
“แล้ว... แล้วให้หนูเรียกว่าอะไรคะ?” รดาช้อนตาขึ้นมองอย่างซื่อบริสุทธิ์
“เรียกฉันว่า...แดดดี้... ฉันคือแดดดี้ของเธอ รดา”
คำสั่งเสียงพร่านั้นมาพร้อมกับริมฝีปากหยักลึกที่ทาบลงมาปิดปากบางของเธอทันที ภากรบดจูบอย่างลงทัณฑ์ทว่าแฝงไปด้วยความเว้าวอน รสจูบที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำเอารดาแทบหลอมละลาย มือหนาเลื่อนไปกระชากปมเชือกผูกชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมให้หลุดออกอย่างง่ายดาย ตลบเนื้อผ้าออกเผยให้เห็นผิวกายขาวผ่องนวลตาและทรวงอกอวบอิ่มชูชันแก่สายตา
ภากรครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ แววตาของเขามืดบอดลงด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า เขาผลักร่างบางให้นอนราบไปกับเตียงนุ่ม ก่อนจะซุกใบหน้าคมคายลงไปที่ทรวงอกคู่สวย ลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียยอดอกสีหวานอย่างหิวกระหายสลับกับความดูดดึงจนเกิดเสียงดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด
“อ๊ะ... แดดดี้... หนูเสียว...” รดาแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว มือเล็กขยำเส้นผมหนาของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบเจอ
ภากรไม่ปล่อยให้เธอได้พัก เขาเลื่อนกายลงต่ำ จับขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกัน เผยให้เห็นกุหลาบงามใจกลางความเป็นหญิงที่ปิดสนิทและฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานจาง ๆ ตามธรรมชาติ ชายหนุ่มหนุ่มไม่รังเกียจแม้แต่น้อย เขาโน้มใบหน้าลงไปชิด ก่อนจะใช้ลิ้นร้อนชิมน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาจากรอยแยกนั้นทันที
“อ๊าย! แดดดี้... อย่าตรงนั้นมันสกปรก...” รดาสะดุ้งสุดตัว เรียวขาบางสั่นระริกเมื่อสะโพกมนถูกมือหนาล็อกไว้แน่น ลิ้นแกร่งของภากรทั้งดูดทั้งเลีย ตวัดระรัวบนจุดกระสันอย่างช่ำชอง เขาละเลียดชิมน้ำหวานรสเลิศราวกับมันเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ ยิ่งเธอกระตุกเกร็ง เขายิ่งดูดกลืนมันอย่างตะกราม จนกระทั่งร่างบางกระตุกเกร็งเสร็จสมไปล่วงหน้าหนึ่งครั้ง
ภากรเงยหน้าขึ้นมา มุมปากของเขาเปื้อนคราบน้ำหวานใส แววตาดุดันราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกเผยให้เห็นตัวตนอันใหญ่โตตระหง่านที่พร้อมรบ
เมื่อคืนนี้กว่าพายุสวาทสองระลอกใหญ่จะสงบลงก็เกือบเกลือกเข้าสู่รุ่งสาง ร่างกายของเธอระบมและอ่อนเพลีย ทว่าหัวใจกลับฟูฟ่องและเต็มตื้นไปด้วยความรักอันมหาศาลที่เขามอบให้ไม่เคยเปลี่ยน"ตื่นนานแล้วเหรอครับคนดี" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าตามธรรมชาติยามตื่นนอนดังขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งที่กระชับรัดเอวคอดกิ่วของเธอให้บดเบียดเข้าหาแผงอกอุ่นร้อนยิ่งขึ้น"เพิ่งตื่นค่ะพี่กร... วันนี้เราต้องรีบเดินทางกลับบ้านกันแล้วนะคะ หนูคิดถึงสามแสบจะแย่แล้ว" รดาเงยหน้าขึ้นสบสายตาคู่คมที่บัดนี้ทอประกายอบอุ่นละมุนภากรหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางก้มลงกดจุมพิตที่หน้าผากมนเนิ่นนาน "ครับ... แด๊ดดี้ก็คิดถึงหัวหน้าทีมพะแพง กับเจ้าสองแฝดพุกพาสเหมือนกัน ป่านนี้คงวิ่งวุ่นป่วนคุณย่าคุณยายจนคฤหาสน์แทบแตกแล้วมั้ง"สองสามีภรรยาพากันลุกขึ้นชำระล้างร่างกายและเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับสู่บ้านริมน้ำวรโชติเมธี รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสุขเคล้าคลอไปตลอดเส้นทาง ข้ามผ่านเวลาฮันนีมูนรอบสองอันแสนสั้น ทว่าเติมเต็มพลังใจให้พวกเขาพร้อมกลับไปทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีที่สุดอีกครั้งสองชั่วโมงต่อมา...รถสปอร์ตคันหรูของภากรแล่นเข้ามาจอดสนิทท
แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงทไวไลท์สีม่วงครามโพล้เพล้เหนือผืนน้ำทะเลอ่าวไทยอันเงียบสงบ รถสปอร์ตคันหรูของภากรเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่หน้าพูลวิลล่าระดับลักชัวรีบนเกาะส่วนตัวแห่งหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มสั่งปิดทั้งรีสอร์ตเพื่อความเป็นส่วนตัวในการฮันนีมูนรอบสองของเขากับภรรยา"ถึงแล้วครับคนดี"ภากรดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มละมุนให้รดาที่นอนหลับตาพริ้มอยู่เบาะข้าง ๆ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มเนียนเพื่อปลุกเธอ"อื้อ... ถึงแล้วเหรอคะพี่กร" รดาปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อชวนมอง ชายหนุ่มไม่ตอบทว่าเดินลงจากรถมาเปิดประตูให้ พร้อมกับช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบตักในท่าเจ้าสาวทันทีโดยไม่ฟังเสียงประท้วง"พี่กร! ปล่อยหนูลงเถอะค่ะ หนูเดินเองได้" รดายกมือขึ้นคล้องคอหนาพัลวัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวเมื่อพนักงานต้อนรับแอบอมยิ้มและค้อมตัวทำความสะอาดหลีกทางให้ท่านรองประธานผู้คลั่งรัก"ไม่ปล่อยครับ พี่บอกแล้วไงว่าทริปนี้พี่จะดูแลหนูทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ให้เท้าหนูแตะพื้นเลยยังได้" ภากรพึมพำเสียงทุ้ม แววตาคู่คมกริบวิบวับพราวระยับยามก้าวสับเท้าฉับ ๆ พาร่าง
"แด๊ดดี้! หม่าม้า! พะแพงแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ!"เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบในชุดเดรสฟูฟ่องสีชมพูวิ่งตุบตับลงบันไดมาอย่างร่าเริง ผมยาวถักเปียสองข้างเด้งดึ๋งตามจังหวะก้าวอย่างน่าเอ็นดู 'น้องพะแพง' ลูกสาวคนโตของบ้าน ผู้ถอดแบบรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจของรดามาราวกับพิมพ์แกะ แต่กลับได้ความนิ่ง สุขุม และนัยน์ตาคมกริบของภากรมาเต็ม ๆ ชนิดที่เวลาหนูน้อยกอดอกทำหน้านิ่ง คมกริบเลขาส่วนตัวยังต้องแอบสะดุ้ง"เดินช้า ๆ สิคะลูก" รดารีบลุกจากโซฟาไปดักรอประคองลูกสาวทันที "หม่าม้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามวิ่งลงบันได เดี๋ยวตกลงมาจะเจ็บนะคะ"พะแพงย่นจมูกกลม ๆ พลางทำตาปริบ ๆ "หนูไม่ได้วิ่งนะคะหม่าม้า... หนูบินลงมาต่างหาก""หือ..." ภากรที่กำลังยืนผูกนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมเรือนหรูอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับหลุดขำก๊ากออกมา ชายหนุ่มหันไปยิ้มล้อเลียนภรรยา "แถเก่งแบบนี้... เหมือนแด๊ดดี้ตอนเด็กไม่มีผิดเลยใช่ไหมครับ""ไม่จริงค่ะ" รดารีบหันไปเถียงทันควัน "คุณแม่แอบกระซิบเล่าให้หนูฟังว่า พี่กรตอนเด็กดื้อและเจ้าเล่ห์กว่าพะแพงเยอะค่ะ"ภากรยกมือขึ้นเกาจมูก ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี ทว่ายังไม่ทันที่สถาบันครอบครัวจะได้แซวกันต่อ..."แงงงง... แอ้!"เ
แด๊ดดี้ขา! พะแพงกลับมาแล้วค่ะ!"เสียงใสแจ๋วของพี่สาวคนโตดังขึ้น พร้อมกับร่างของหนูน้อยพะแพงที่สะพายกระเป๋านักเรียนวิ่งตื๋อเข้ามาในบ้าน โดยมี ‘คุณหญิงอรอนงค์’ และ ‘แม่พิมพ์’ ที่วันนี้จับมือกันไปรับหลานสาวที่โรงเรียน เดินยิ้มแย้มตามหลังมา"โอ้โห... สภาพห้องนั่งเล่น ทำไมเหมือนผ่านสงครามโลกมาเลยล่ะลูก" คุณหญิงอรอนงค์เอ่ยแซวขำ ๆ มองดูของเล่นเด็กที่กระจายเกลื่อนพื้นพรม"คุณย่าคุณยายขา! ดูแด๊ดดี้สิคะ อุ้มน้องชายไม่แบ่งพะแพงเลย!" เด็กหญิงตัวน้อยเดินไปกอดขาพ่อ แกล้งทำหน้ามุ่ยงอนภากรหัวเราะร่วน ชายหนุ่มย่อตัวลงวางสองแฝดลงบนเบาะนุ่ม ก่อนจะดึงลูกสาวคนโตเข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่ "โถ... แด๊ดดี้จะลืมเจ้าหญิงคนแรกได้ยังไงครับ วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้างลูก""สนุกมากค่ะ พะแพงวาดรูปครอบครัวของเรามีห้าคน มีแด๊ดดี้ หม่าม้า พะแพง ตาพุก ตาพาส แล้วก็... มีน้องหมาด้วยค่ะ!""เก่งมากครับคนดีของพ่อ" ภากรลูบหัวลูกสาวด้วยความละมุนแม่พิมพ์เดินเข้ามานั่งข้างรดา พลางยื่นน้ำสมุนไพรเย็น ๆ ให้ลูกสาวดื่ม "เหนื่อยหน่อยนะรดา เลี้ยงเด็กผู้ชายพร้อมกันสองคนแถมยังมีพะแพงอีกคน แต่แม่เห็นพวกแกมีความสุขแบบนี้ แม่ก็หมดห่วงนอนตายตาหลับแ
"แด๊ดดี้ขา! หม่าม้าพาพะแพงไปหาคุณหมอมาค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วภากรรีบถลันตัวเข้าไปหาภรรยาทันที ท่าทางลนลานจนแทบจะสะดุดขาตัวเอง "รดา... เอกสารนั่น..."รดายิ้มกว้าง ยื่นซองเอกสารใส่ในมือหนาของสามี "ยินดีด้วยนะคะพี่กร... ผลตรวจครรภ์ออกมาแล้วค่ะ หนูท้องได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แล้วคุณหมอบอกว่า..." รดาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แววตาสดใส "รอบนี้... เป็นลูกแฝดค่ะพี่กร!""แฝด?!" ภากรทวนคำเสียงหลง หัวใจแกร่งเต้นระรัวราวกับกลองรบ ความดีใจประดังประเดเข้ามาจนเนื้อตัวสั่นเทา "แฝด... แฝดจริง ๆ เหรอรดา""ค่ะ แฝดชายหนุ่มรูปหล่อทั้งสองคนเลยค่ะ พี่กรได้น้องชายให้พะแพงสมใจอยากแล้วนะ""ไชโย! พะแพงจะมีน้องชายสองคนเลย! จะเอาไปวิ่งไล่จับคุณน้าต้น!" หนูน้อยพะแพงชูมือไชโยโห่ร้องตามแม่ภากรถึงกับน้ำตาซึม ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าภรรยา โอบกอดเอวคอดของเธอไว้หลวม ๆ ซบหน้าลงกับหน้าท้องที่ยังคงราบเรียบ ทว่าบัดนี้มีสองชีวิตน้อย ๆ กำลังเติบโตอยู่ด้านใน "ขอบคุณนะรดา... ขอบคุณที่ให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกับพี่ พี่สัญญาลูกเขยตระกูลวรโชติเมธีคนนี้ จะดูแลหนูกับลูกแฝดให้ดีที่สุด... อึก... โอ๊ย... อ้วก!"ยัง
"พี่กร... อื้อ... พอแล้วค่ะ" รดาครางประท้วงเสียงสั่นเครือ ร่างกายขาวผ่องชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเนียนละเอียด ผิวเนื้อขึ้นสีชมพูระเรื่อดั่งผลเชอร์รี่สุกปลั่ง แผ่นหลังบางแนบสนิทอยู่กับฟูกนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่กำยำของสามีทาบทับอยู่ด้านบนอย่างคุกคามภากรไม่ฟังคำทัดทาน ชายหนุ่มจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แววตาคมกริบฉายประกายความหิวกระหายอันลึกล้ำ ลำแขนแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกักขังเรือนร่างของภรรยาไว้ใต้พันธนาการ มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นมาสบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนรดาต้องเบี่ยงหน้าหนีด้วยความเสียวซ่าน"จะพอได้ยังไงครับรดา... ในเมื่อพะแพงก็อนุญาตแล้ว ยี่ห้อวรโชติเมธีถ้าจะทำอะไรแล้วต้องทำให้อิ่ม" น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นประชิดใบหูบาง มือหนาลูบไล้จากหน้าท้องแบนราบลงไปบีบเค้นสะโพกมนอย่างย่ามใจ"แต่... แต่เราเพิ่งทำไปสองรอบเองนะคะ พี่กรแข็งแรงเกินไปแล้ว อ๊ะ!"รดาสะดุ้งเฮือกเมื่อความใหญ่โตที่ร้อนผ่าวและแข็งขืนขยายขนาดขึ้นอีกครั้ง ดุนดันอยู่ตรงกึ่งกลางความงดงามที่ยังฉ่ำเยิ้ม ชายหนุ่มจับเรียวขาเสลาของเธอให้แยกออกกว้าง แทรกร่างกายหนาแน่นเข้าประจำที่โดย
“ทีนี้... ของจริงแล้วนะเด็กดี”เขาจับเรียวขาของเธอพาดบ่าแกร่ง จ่อส่วนหัวเข้ากับช่องทางรักที่ยังคงคับแน่น แม้จะมีน้ำหวานช่วยหล่อลื่น แต่ความใหญ่โตของเขาก็ทำให้รดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ภากรดันสะโพกสอบเข้าใส่รวดเดียวจนสุดความยาว ความสาวที่แตกสลายทำให้รดากรีดร้องและหลั่งน้ำตาออกมา“ฮึก... เจ็บ... หนูเจ็
ชายหนุ่มช้อนต้นขาเรียวสวยของรดาขึ้นข้างหนึ่ง พาดไว้กับเอวสอบของเขา มืออีกข้างเลื่อนลงไปเอารั้งขอบแพนตี้ตัวจิ๋วให้เบี่ยงออกไปด้านข้าง นิ้วเรียวยาวสะกิดเข้าที่จุดซ่อนเร้นที่ยามนี้เปียกชื้นแฉะเยิ้มไปด้วยน้ำหวานใสหล่อลื่นจนล้นทะลัก“ซี้ด... รดา แฉะไปหมดแล้ว หืม? อยากให้แดดดี้กระแทกแล้วใช่ไหม”“อื้อ...
ทุกย่างก้าวที่รดาเดินตามหลังการ์ดชุดดำไปช่างยาวนานและหนักอึ้ง ความเงียบรอบตัวเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเธอเข้าใกล้โซน VVIP จนกระทั่งร่างบางหยุดยืนลงตรงหน้าโซฟากำมะหยี่สีแดงตัวนั้น ภากรไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ เขาเพียงแค่เอนหลังพิงพนักพิง สายตาคมกริบไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผยสายตาของเขาไล่ตั้งแต่
เสียงสายฝนกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกนิรภัยบานยักษ์ของ 'The Grand Zenith' คลับหรูระดับ VVIP ใจกลางเมืองหลวงดังระงมอย่างไม่ลืมหูลืมตา สภาพอากาศด้านนอกช่างหม่นหมองและเยือกเย็น ไม่ต่างจากหัวใจของ ‘รดา’ ในเวลานี้เลยสักนิด ทว่าบรรยากาศด้านในกลับตรงกันข้าม เสียงเพลงบีทหนัก ๆ สไตล์เลาจน์หรูลอยคลอเคล้าไปกับแสง







