Masukทุกย่างก้าวที่รดาเดินตามหลังการ์ดชุดดำไปช่างยาวนานและหนักอึ้ง ความเงียบรอบตัวเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเธอเข้าใกล้โซน VVIP จนกระทั่งร่างบางหยุดยืนลงตรงหน้าโซฟากำมะหยี่สีแดงตัวนั้น ภากรไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ เขาเพียงแค่เอนหลังพิงพนักพิง สายตาคมกริบไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย
สายตาของเขาไล่ตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่ดัดเป็นลอนธรรมชาติตกลงมาปะบ่า ใบหน้าหวานที่มีดวงตากลมโตสุกใสทว่าฉายแววตื่นตระหนก ลำคอระหงขาวเนียน ลงมาจนถึงมือเล็ก ๆ ที่กำลังกำชายกระโปรงเดรสสีขาวแน่นจนยับยู่ยี่
“นั่งลงสิ” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นสั้น ๆ ทว่ามีพลังกดดันอย่างมหาศาล
รดานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เธอพยายามนั่งหลังตรงทว่าแผ่นหลังกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ “ส... สวัสดีค่ะคุณภากร หนูชื่อรดาค่ะ”
ภากรวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะกระจก เสียงดัง แกร๊ก เบา ๆ แต่ในความเงียบนั้นมันกลับทำให้รดาสะดุ้งสุดตัว
“ฉันรู้แล้วว่าเธอชื่ออะไร และรู้ด้วยว่าเธอมาหาฉันทำไม... รดา” ภากรเอ่ยเสียงเรียบ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ดูอันตรายและน่าค้นหาขั้นสุด เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือไว้บนเข่า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแนวซีดาร์วูดผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาโชยมาปะทะจมูกของรดา ทำให้อากาศรอบตัวเธอร้อนระอุขึ้นมาทันตา “เธอต้องการเงินห้าล้านบาทเพื่อไปใช้หนี้พนันที่พ่อเลี้ยงเธอสร้างไว้ และต้องการเงินส่งเสียรายเดือนอีกต่างหาก... ใช่ไหม?”
“ค่ะ... ใช่ค่ะ” รดาก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นตรง ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสินค้าที่กำลังถูกประเมินราคา “แต่หนูรับรองนะคะว่าหนู... หนูไม่เคยมีแฟน และไม่เคย... เออ... ทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ” ประโยคหลังเธอพูดออกมาด้วยความอายจนใบหน้าลามไปถึงใบหูขึ้นสีแดงระเรื่อ
ภากรหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นทำให้ใจของคนฟังสะท้าน “เรื่องนั้นฉันให้คนไปเช็กประวัติของเธอมาหมดแล้วรดา ถ้าเธอไม่สะอาดอย่างที่พูด... เธอไม่มีโอกาสได้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับฉันในคืนนี้หรอก ฉันเป็นนักธุรกิจ และฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร”
มือหนาเอื้อมข้ามโต๊ะมา นิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งเชยคางมนของเธอขึ้นอย่างเบามือทว่าหนักแน่น บังคับให้ดวงตากลมโตที่สั่นระริกของเธอต้องสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบสีนิลของเขา
“ข้อเสนอของฉันคือ เงินห้าล้านฉันจะโอนเข้าบัญชีให้เธอทันทีคืนนี้ ส่วนค่าเลี้ยงดูรายเดือน รถยนต์ และคอนโดใจกลางเมืองฉันจะจัดการให้ทั้งหมด แลกกับการที่เธอต้องมาเป็นผู้หญิงของฉัน... เป็นเด็กเลี้ยงของฉันแต่เพียงผู้เดียว” ภากรเว้นจังหวะ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นราวกับเสือร้ายที่กำลังกางกรงเล็บตะปบเหยื่อที่ถูกใจ “เงื่อนไขของฉันมีแค่สามข้อ หนึ่ง... ห้ามรักฉัน สอง... ห้ามหึงหวงหรือก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว และสาม... เธอต้องพร้อมเสมอเมื่อฉันต้องการ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม... ทำได้ไหม?”
รดารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกสูบออกไปจากร่าง เงื่อนไขสามข้อนั้นช่างใจร้าย ทว่าจำนวนเงินและข้อเสนอของเขามันคือปาฏิหาริย์ที่สามารถต่อชีวิตครอบครัวของเธอได้ในพริบตา ศักดิ์ศรีที่เธอเคยยึดมั่นถูกทุบทำลายลงในค่ำคืนที่ฝนตกหนักนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
รดากลั้นใจ พยักหน้ารับคำเบา ๆ “ทำได้ค่ะ... หนูตกลงจะเป็นเด็กเลี้ยงของคุณค่ะ”
ภากรยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แววตาเนิบนาบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกระหายวับหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกว่า 185 เซนติเมตร ขยับกระดุมสูทให้เข้าที่ ก่อนจะยื่นมือหนามาตรงหน้ารดา
“ดีมาก... งั้นไปขึ้นรถ คืนนี้เริ่มงานวันแรกของเธอได้เลย”
-----------------------
รถลีมูซีนคันหรูเคลื่อนตัวผ่านสายฝนและแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ส่วนจัดสรรเฉพาะของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมืองหลวง ลิฟต์ระบบความเร็วสูงที่มีเพียงผู้ถือการ์ดชั้นพ้นสภาพบุคคลทั่วไปเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้ พาราดาและภากรทะยานขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างรวดเร็ว
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ ‘เพนต์เฮาส์’ ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งชั้น ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่เน้นโทนสีเทา ดำ และหินอ่อนสีขาวราคาแพง ทุกอย่างดูเนี๊ยบ กว้างขวาง ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเงียบสงบและโดดเดี่ยวจนน่าอึดอัด ผนังฝั่งหนึ่งของห้องนั่งเล่นเป็นกระจกใสบานยักษ์ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เผยให้เห็นทัศนียภาพของตึกระฟ้าและแสงไฟระยิบระยับราวกับทะเลดาวของเมืองหลวงในคืนฝนตก
รดายืนเคว้งอยู่กลางห้องโถงอันโอ่อ่า เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือวางกระเป๋าผ้าใบเก๋าลงบนโซฟาหนังแท้ราคาหลักล้าน ร่างบางสั่นสะท้านน้อย ๆ ด้วยความประหม่าและความกลัวในสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าสม่ำเสมอดังขึ้นจากทางด้านหลัง ภากรเดินเข้ามาหยุดอยู่ไม่ไกล มือหนาเอื้อมไปถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วพาดไว้กับพนักเก้าอี้อย่างลวก ๆ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งรำไรและลำคอแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามประสาผู้ชายที่ดูแลตัวเองอย่างดี แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลีนสวย
“ไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเสียก่อนสิ เสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ในห้องแต่งตัวด้านใน” ภากรสั่งเสียงเรียบ ใบหน้าคมคายยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่าสายตาคู่นั้นกลับจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วางตา
“ค่ะ... คุณภากร” รดารับคำเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องนอนใหญ่ตามที่การ์ดเคยบอกไว้ล่วงหน้า
เมื่อคืนนี้กว่าพายุสวาทสองระลอกใหญ่จะสงบลงก็เกือบเกลือกเข้าสู่รุ่งสาง ร่างกายของเธอระบมและอ่อนเพลีย ทว่าหัวใจกลับฟูฟ่องและเต็มตื้นไปด้วยความรักอันมหาศาลที่เขามอบให้ไม่เคยเปลี่ยน"ตื่นนานแล้วเหรอครับคนดี" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าตามธรรมชาติยามตื่นนอนดังขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งที่กระชับรัดเอวคอดกิ่วของเธอให้บดเบียดเข้าหาแผงอกอุ่นร้อนยิ่งขึ้น"เพิ่งตื่นค่ะพี่กร... วันนี้เราต้องรีบเดินทางกลับบ้านกันแล้วนะคะ หนูคิดถึงสามแสบจะแย่แล้ว" รดาเงยหน้าขึ้นสบสายตาคู่คมที่บัดนี้ทอประกายอบอุ่นละมุนภากรหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางก้มลงกดจุมพิตที่หน้าผากมนเนิ่นนาน "ครับ... แด๊ดดี้ก็คิดถึงหัวหน้าทีมพะแพง กับเจ้าสองแฝดพุกพาสเหมือนกัน ป่านนี้คงวิ่งวุ่นป่วนคุณย่าคุณยายจนคฤหาสน์แทบแตกแล้วมั้ง"สองสามีภรรยาพากันลุกขึ้นชำระล้างร่างกายและเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับสู่บ้านริมน้ำวรโชติเมธี รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสุขเคล้าคลอไปตลอดเส้นทาง ข้ามผ่านเวลาฮันนีมูนรอบสองอันแสนสั้น ทว่าเติมเต็มพลังใจให้พวกเขาพร้อมกลับไปทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีที่สุดอีกครั้งสองชั่วโมงต่อมา...รถสปอร์ตคันหรูของภากรแล่นเข้ามาจอดสนิทท
แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงทไวไลท์สีม่วงครามโพล้เพล้เหนือผืนน้ำทะเลอ่าวไทยอันเงียบสงบ รถสปอร์ตคันหรูของภากรเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่หน้าพูลวิลล่าระดับลักชัวรีบนเกาะส่วนตัวแห่งหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มสั่งปิดทั้งรีสอร์ตเพื่อความเป็นส่วนตัวในการฮันนีมูนรอบสองของเขากับภรรยา"ถึงแล้วครับคนดี"ภากรดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มละมุนให้รดาที่นอนหลับตาพริ้มอยู่เบาะข้าง ๆ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มเนียนเพื่อปลุกเธอ"อื้อ... ถึงแล้วเหรอคะพี่กร" รดาปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อชวนมอง ชายหนุ่มไม่ตอบทว่าเดินลงจากรถมาเปิดประตูให้ พร้อมกับช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบตักในท่าเจ้าสาวทันทีโดยไม่ฟังเสียงประท้วง"พี่กร! ปล่อยหนูลงเถอะค่ะ หนูเดินเองได้" รดายกมือขึ้นคล้องคอหนาพัลวัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวเมื่อพนักงานต้อนรับแอบอมยิ้มและค้อมตัวทำความสะอาดหลีกทางให้ท่านรองประธานผู้คลั่งรัก"ไม่ปล่อยครับ พี่บอกแล้วไงว่าทริปนี้พี่จะดูแลหนูทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ให้เท้าหนูแตะพื้นเลยยังได้" ภากรพึมพำเสียงทุ้ม แววตาคู่คมกริบวิบวับพราวระยับยามก้าวสับเท้าฉับ ๆ พาร่าง
"แด๊ดดี้! หม่าม้า! พะแพงแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ!"เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบในชุดเดรสฟูฟ่องสีชมพูวิ่งตุบตับลงบันไดมาอย่างร่าเริง ผมยาวถักเปียสองข้างเด้งดึ๋งตามจังหวะก้าวอย่างน่าเอ็นดู 'น้องพะแพง' ลูกสาวคนโตของบ้าน ผู้ถอดแบบรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจของรดามาราวกับพิมพ์แกะ แต่กลับได้ความนิ่ง สุขุม และนัยน์ตาคมกริบของภากรมาเต็ม ๆ ชนิดที่เวลาหนูน้อยกอดอกทำหน้านิ่ง คมกริบเลขาส่วนตัวยังต้องแอบสะดุ้ง"เดินช้า ๆ สิคะลูก" รดารีบลุกจากโซฟาไปดักรอประคองลูกสาวทันที "หม่าม้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามวิ่งลงบันได เดี๋ยวตกลงมาจะเจ็บนะคะ"พะแพงย่นจมูกกลม ๆ พลางทำตาปริบ ๆ "หนูไม่ได้วิ่งนะคะหม่าม้า... หนูบินลงมาต่างหาก""หือ..." ภากรที่กำลังยืนผูกนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมเรือนหรูอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับหลุดขำก๊ากออกมา ชายหนุ่มหันไปยิ้มล้อเลียนภรรยา "แถเก่งแบบนี้... เหมือนแด๊ดดี้ตอนเด็กไม่มีผิดเลยใช่ไหมครับ""ไม่จริงค่ะ" รดารีบหันไปเถียงทันควัน "คุณแม่แอบกระซิบเล่าให้หนูฟังว่า พี่กรตอนเด็กดื้อและเจ้าเล่ห์กว่าพะแพงเยอะค่ะ"ภากรยกมือขึ้นเกาจมูก ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี ทว่ายังไม่ทันที่สถาบันครอบครัวจะได้แซวกันต่อ..."แงงงง... แอ้!"เ
แด๊ดดี้ขา! พะแพงกลับมาแล้วค่ะ!"เสียงใสแจ๋วของพี่สาวคนโตดังขึ้น พร้อมกับร่างของหนูน้อยพะแพงที่สะพายกระเป๋านักเรียนวิ่งตื๋อเข้ามาในบ้าน โดยมี ‘คุณหญิงอรอนงค์’ และ ‘แม่พิมพ์’ ที่วันนี้จับมือกันไปรับหลานสาวที่โรงเรียน เดินยิ้มแย้มตามหลังมา"โอ้โห... สภาพห้องนั่งเล่น ทำไมเหมือนผ่านสงครามโลกมาเลยล่ะลูก" คุณหญิงอรอนงค์เอ่ยแซวขำ ๆ มองดูของเล่นเด็กที่กระจายเกลื่อนพื้นพรม"คุณย่าคุณยายขา! ดูแด๊ดดี้สิคะ อุ้มน้องชายไม่แบ่งพะแพงเลย!" เด็กหญิงตัวน้อยเดินไปกอดขาพ่อ แกล้งทำหน้ามุ่ยงอนภากรหัวเราะร่วน ชายหนุ่มย่อตัวลงวางสองแฝดลงบนเบาะนุ่ม ก่อนจะดึงลูกสาวคนโตเข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่ "โถ... แด๊ดดี้จะลืมเจ้าหญิงคนแรกได้ยังไงครับ วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้างลูก""สนุกมากค่ะ พะแพงวาดรูปครอบครัวของเรามีห้าคน มีแด๊ดดี้ หม่าม้า พะแพง ตาพุก ตาพาส แล้วก็... มีน้องหมาด้วยค่ะ!""เก่งมากครับคนดีของพ่อ" ภากรลูบหัวลูกสาวด้วยความละมุนแม่พิมพ์เดินเข้ามานั่งข้างรดา พลางยื่นน้ำสมุนไพรเย็น ๆ ให้ลูกสาวดื่ม "เหนื่อยหน่อยนะรดา เลี้ยงเด็กผู้ชายพร้อมกันสองคนแถมยังมีพะแพงอีกคน แต่แม่เห็นพวกแกมีความสุขแบบนี้ แม่ก็หมดห่วงนอนตายตาหลับแ
"แด๊ดดี้ขา! หม่าม้าพาพะแพงไปหาคุณหมอมาค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วภากรรีบถลันตัวเข้าไปหาภรรยาทันที ท่าทางลนลานจนแทบจะสะดุดขาตัวเอง "รดา... เอกสารนั่น..."รดายิ้มกว้าง ยื่นซองเอกสารใส่ในมือหนาของสามี "ยินดีด้วยนะคะพี่กร... ผลตรวจครรภ์ออกมาแล้วค่ะ หนูท้องได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แล้วคุณหมอบอกว่า..." รดาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แววตาสดใส "รอบนี้... เป็นลูกแฝดค่ะพี่กร!""แฝด?!" ภากรทวนคำเสียงหลง หัวใจแกร่งเต้นระรัวราวกับกลองรบ ความดีใจประดังประเดเข้ามาจนเนื้อตัวสั่นเทา "แฝด... แฝดจริง ๆ เหรอรดา""ค่ะ แฝดชายหนุ่มรูปหล่อทั้งสองคนเลยค่ะ พี่กรได้น้องชายให้พะแพงสมใจอยากแล้วนะ""ไชโย! พะแพงจะมีน้องชายสองคนเลย! จะเอาไปวิ่งไล่จับคุณน้าต้น!" หนูน้อยพะแพงชูมือไชโยโห่ร้องตามแม่ภากรถึงกับน้ำตาซึม ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าภรรยา โอบกอดเอวคอดของเธอไว้หลวม ๆ ซบหน้าลงกับหน้าท้องที่ยังคงราบเรียบ ทว่าบัดนี้มีสองชีวิตน้อย ๆ กำลังเติบโตอยู่ด้านใน "ขอบคุณนะรดา... ขอบคุณที่ให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกับพี่ พี่สัญญาลูกเขยตระกูลวรโชติเมธีคนนี้ จะดูแลหนูกับลูกแฝดให้ดีที่สุด... อึก... โอ๊ย... อ้วก!"ยัง
"พี่กร... อื้อ... พอแล้วค่ะ" รดาครางประท้วงเสียงสั่นเครือ ร่างกายขาวผ่องชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเนียนละเอียด ผิวเนื้อขึ้นสีชมพูระเรื่อดั่งผลเชอร์รี่สุกปลั่ง แผ่นหลังบางแนบสนิทอยู่กับฟูกนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่กำยำของสามีทาบทับอยู่ด้านบนอย่างคุกคามภากรไม่ฟังคำทัดทาน ชายหนุ่มจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แววตาคมกริบฉายประกายความหิวกระหายอันลึกล้ำ ลำแขนแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกักขังเรือนร่างของภรรยาไว้ใต้พันธนาการ มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นมาสบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนรดาต้องเบี่ยงหน้าหนีด้วยความเสียวซ่าน"จะพอได้ยังไงครับรดา... ในเมื่อพะแพงก็อนุญาตแล้ว ยี่ห้อวรโชติเมธีถ้าจะทำอะไรแล้วต้องทำให้อิ่ม" น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นประชิดใบหูบาง มือหนาลูบไล้จากหน้าท้องแบนราบลงไปบีบเค้นสะโพกมนอย่างย่ามใจ"แต่... แต่เราเพิ่งทำไปสองรอบเองนะคะ พี่กรแข็งแรงเกินไปแล้ว อ๊ะ!"รดาสะดุ้งเฮือกเมื่อความใหญ่โตที่ร้อนผ่าวและแข็งขืนขยายขนาดขึ้นอีกครั้ง ดุนดันอยู่ตรงกึ่งกลางความงดงามที่ยังฉ่ำเยิ้ม ชายหนุ่มจับเรียวขาเสลาของเธอให้แยกออกกว้าง แทรกร่างกายหนาแน่นเข้าประจำที่โดย
ชายหนุ่มช้อนต้นขาเรียวสวยของรดาขึ้นข้างหนึ่ง พาดไว้กับเอวสอบของเขา มืออีกข้างเลื่อนลงไปเอารั้งขอบแพนตี้ตัวจิ๋วให้เบี่ยงออกไปด้านข้าง นิ้วเรียวยาวสะกิดเข้าที่จุดซ่อนเร้นที่ยามนี้เปียกชื้นแฉะเยิ้มไปด้วยน้ำหวานใสหล่อลื่นจนล้นทะลัก“ซี้ด... รดา แฉะไปหมดแล้ว หืม? อยากให้แดดดี้กระแทกแล้วใช่ไหม”“อื้อ...
ทว่า บรรยากาศอันแสนหวานกลับถูกขัดจังหวะเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาในโซนวีไอพี“อ้าว... ภากรจริง ๆ ด้วย บังเอิญจังเลยค่ะ” เสียงแหลมสูงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ‘ดลยา’ ไฮโซสาวตระกูลดังที่เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ผู้ใหญ่พยายามจับคู่ให้ภากร เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกลุ่มเพื่อน สายตาของหล่อนตวัดมองรดาตั้งแ
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนหรู รดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกระบมไปทั้งกาย โดยเฉพาะใจกลางความเป็นหญิงที่บวมช้ำจากบทลงโทษอันยาวนานเกือบทั้งคืน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องชะงักคือ วงแขนแกร่งของภากรที่ยังคงโอบกอดเอวบางของเธอไว้หลวม ๆ ใบหน้าคมคายยามหลับใหลดูซอฟต์ลงกว่าตอนตื่นมาก
ทันทีที่ประตูเพนต์เฮาส์หรูเปิดออกในเวลาเกือบสองทุ่ม รดายังไม่ทันจะได้ถอดรองเท้าส้นสูงออกด้วยซ้ำ ร่างบางก็ถูกวงแขนแกร่งของภากรช้อนอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวทันที รดาอุทานด้วยความตกใจ มือเล็กสองข้างรีบคว้ากอดลำคอแกร่งเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ“แดดดี้คะ... ให้หนูลงก่อนค่ะ หนูยังไม่ได้เก็บของเลย” รดาอ้อนวอนเสีย







