Beranda / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / คิแพง - บทที่ 1 -- ดาเมจพ่อคุณเขา

Share

คิแพง - บทที่ 1 -- ดาเมจพ่อคุณเขา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-09 14:14:08

       

             สิ้นเสียงของพี่ยิ้ม น้ำผลไม้ที่แม็กเพิ่งทำให้ในมือถึงกับชะงัก เธอที่เพิ่งจะดูดเข้าไปเพียงครั้งเดียวหันไปมองตามเสียง พลันยื่นน้ำแก้วนั้นกลับคืนให้คนตรงหน้าทันทีที่หันกลับมา

            “อร่อยจริงๆด้วย แต่ฝากไว้ก่อนนะ”

           “อ่า...”

           คนตัวสูงรับมาถือไว้อย่างรู้งาน มองตามแผ่นหลังที่เดินเร็วออกไปแล้วอมยิ้ม จากนั้นจึงจะนำน้ำแก้วนั้นไปแช่ตู้ให้ เผื่อเธอจะมีโอกาสได้กินต่อ

           พะแพงพาตัวเองมายืนรวมกันกับเพื่อนร่วมงานในร้านอีกหกคน สองในหกเธอรู้จักส่วนที่เหลือแค่เคยเห็น และแน่นอนเพียงแค่ยืนไม่ทันได้เอ่ยปากทักทายใครก็รับรู้ถึงพลังงานด้านลบถูกส่งมาให้กันก่อนซะแล้ว หากแต่เธอไม่ได้สนใจสิ่งนั้นมากไปกว่ากลุ่มคนมากมายตรงหน้า ที่กำลังพากันเดินเข้ามา ทีละคนสองคน โดยมียิ้มเป็นคนนำทางพาไปยังห้องรับรองที่เปิดรอเอาไว้

           “ฟ้า แกดู..”

           “เห็น ฉันเห็น”

           “ใครอ่ะแกหล่อมาก ว้ายหล่อ”

           “อะไรจะขนาดนั้น เขาเป็นลูกรักพระเจ้าเลยป่ะ”

           เสียงซุบซิบลอยมาจากฝั่งซ้ายมือ ถึงไม่ได้อยากฟัง แต่ด้วยความที่ยืนใกล้กันจนเกินไปทำให้ได้ยินอย่างชัดเจน อาจเป็นเพราะแพ้เสียงในหัวบวกกับการอยากรู้อยากเห็นจึงต้องหันไปมองตาม และพบว่าสิ่งที่สองคนนั้นพูดไม่เกินจริง คนบางคนก็โดดเด่นซะจน...ไม่ยุติธรรมกับคนที่มาด้วย

           พะแพงพยายามจะไม่มองนานให้เป็นที่สังเกตของเพื่อนจนโดนเขม่น แต่กลับไม่สามารถละสายตาจากดวงตาคมกริบที่ส่งมาจังหวะเลี้ยวเข้าไปในห้องนั้นได้เลย

ถ้าไม่ได้คิดไปเอง เธอรู้สึกว่าจังหวะหมุนตัวผ่านประตูห้องเขามองมายังเธอด้วย

           “ส้ม เห็นไหมพี่เขามองฉันด้วยแหละ”

           “มองฉันต่างหากล่ะ”

           แต่แล้ว ความคิดนั้นเกิดสะดุดกลางคัน เมื่อคำถกเถียงของคนข้างๆที่ไม่มีใครยอมใครลอยมาปะทะหู คนตัวเล็กเผลอถอนหายใจแรง ซึ่งนั่นเป็นจังหวะที่ยิ้มเดินมาพอดี

           “แพง”

           “แพงต้องทำอะไรบ้างคะพี่ยิ้ม”

           คราวนี้วนกลับมาเรื่องเดิมที่เคยวิตกกังวลต่อ เพียงเห็นสายตาคมกริบนั้นที่ไม่ได้ออกมาจากความยินดียินร้าย แต่ว่างเปล่าซะจนคาดเดาไม่ออก ดาเมจรุนแรงชนิดที่ว่าสบตาเพียงเสี้ยววินาทีสามารถจดจำรายละเอียดของความรู้สึกได้แม่น หากแต่เธอเป็นมืออาชีพ ความประหม่าจึงถูกเก็บไว้อย่างดี

           “แขกมาหลายคน บางคนพาลูกและภรรยามาด้วย โซนห้องรับรองห้องเดียวคงไม่พอ เดี๋ยวพี่จะลองเข้าไปคุยกับเขาก่อน เผื่อเขาต้องการเปิดอีกห้อง รอเดี๋ยวนะ”

           “ค่ะพี่”

           คนตัวเล็กทำตามอย่างที่ยิ้มว่า บอกให้เธอรอเธอก็ยืนรอจริงๆ ส่วนคนอื่นๆและอีกสองคนตอนนี้เดินหายเข้าไปในกลุ่มลูกค้าแล้ว เธอยืนมองยิ้มที่กำลังพูดคุยกับแขกท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วเผลอเรียนรู้ไปในตัว เห็นเธอชี้ไปทางห้องอีกห้องที่ปิดเอาไว้แล้วพยักหน้า จึงเดาว่าแขกตกลงแยกห้องอย่างที่ยิ้มไปเสนอให้ เพื่อจะได้สะดวกต่อการดูแลอย่างทั่วถึง และไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพนักงาน

           “เดี๋ยวแพงดูแลโซนนี้นะน้อง ไม่มีอะไรมากจ้ะ แค่เห็นเครื่องดื่มแขกใกล้หมดก็ชงเพิ่ม แขกต้องการอะไรก็มาบอกพี่ พี่ต้องไปดูแลโซนอื่นด้วย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรจะเดินมาดูบ่อยๆนะ”

           “ให้แพงดูแลโซนนี้...เหรอคะ”

           คนตัวเล็กเผลอมองเข้าไปข้างใน จังหวะพูดเห็นคนตัวสูงนั่งมองอยู่ด้วยท่าทางนิ่งเฉยพลันสะดุ้งหันกลับมาหายิ้มแทบไม่ทัน

           “ใช่จ้ะ ทำไมเหรอ?” กลายเป็นยิ้มต้องมองตามเธอด้วย “แพงรู้จักเขาเหรอ”

           “ปะ เปล่าค่ะ แพงแค่เห็นว่าห้องนั้นคือผู้ชายหมดเลย แพงกลัวว่าจะทำให้เขาไม่ประทับใจ”

           “อย่าคิดมากสิ นั่นเป็นหัวหน้าช่างทั้งหมดเลยนะ ระดับนั้นเขาไม่มาสนใจเราหรอก แค่อย่าซุ่มซ่ามทำอะไรหกใส่เขาก็พอ”

           “อ่า.. ค่ะ”

           แม้จะเข้าใจที่ยิ้มพูด ถึงยังไงเธอก็กังวลอยู่ดี ทว่ามาถึงขนาดแล้วจะให้ทำตัวมีปัญหา งอแงใส่ก็คงไม่ใช่เรื่อง

           “โอเค ตามนั้นเนอะ เดี๋ยวพี่มา”

           “อ่าวพี่ยิ้ม แล้วพวกเราละคะ”

           ไม่ทันที่ร่างบางในชุดเดรสสั้นสุดเซ็กซี่จะเดินออก ส้มและฟ้าก็เดินเข้ามาขวางไว้ พะแพงเห็นรุ่นพี่ถอนหายใจด้วย จังหวะหันมองพวกนางสลับกับเธอ

           “พวกเราน่ะไปดูอีกโซนเถอะ แพงมันเพิ่งมาทำ ก็รู้ไม่ใช่เหรอลูกค้าที่มาเป็นครอบครัวมีเด็กด้วยเป็นแบบไหนเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาโดยที่พี่ไม่อยู่ พวกเรามืออาชีพกว่าสามารถแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้”

           ด้วยเหตุผลยาวเหยียดนี้ละมั้งที่ทำให้พวกนั้นไม่กล้าขัด แต่ก็ใช่ว่าจะเต็มใจ ก่อนไปยังเห็นหันมาแยกเขี้ยวใส่เธออยู่เลย

           “ไหวไหมแพง”

           “ไหวค่ะพี่”

           “โอเค ฝากด้วยนะ พี่ต้องไปแจงงานกับนักดนตรีด้วย วันนี้มีมาใหม่อีกสองวง”

           คนตัวเล็กส่งยิ้มกว้างให้ พอรุ่นพี่หันหลังก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเจื่อนทันที ความประหม่าที่มีอยู่ก่อนหน้ากลับเข้ามาแทรกอย่างเต็มที่ก็ตอนที่เธอยืนอยู่คนเดียว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึกเพื่อเรียกสติ พลันเดินเข้าไปในจังหวะที่อาหารซึ่งจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วทยอยลงโต๊ะพอดี

           “น้องดูแลพวกพี่เหรอครับ”

           เสียงหนึ่งในนั้นเรียกสติที่กำลังขาดห้วงฟื้นคืนกลับมา พะแพงหันไปตามเสียงแล้วยิ้มให้

           “ใช่ค่ะ คุณลูกค้ารับเครื่องดื่มเป็นอะไรดีคะ”

           “เรียกพี่ก็ได้น้อง คนกันเอง” คนนั่งฝั่งขวาแทรกเข้ามา ตอนเธอหันไปมองคนพูด สายตาแวบไปเห็นอีกคนหนึ่งด้วย ถ้ามองไม่ผิดเขากำลังนั่งดูอะไรสักอย่างในโทรศัพท์ “ว่าแต่น้อง เพิ่งมาใหม่เหรอครับ พี่ไม่เคยเห็น”

           เดาว่าสองคนที่กำลังคุยกับเธอนี่ขาประจำ ส่วนอีกคน... พะแพงเกือบลืมตัวเผลอสะบัดศีรษะ นาทีที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังสนใจอีกคนมากกว่าสองคนที่กำลังชวนเธอคุย

           “ปกติเป็นผู้ช่วยเชฟในครัวค่ะ วันนี้ขาดคนเลยมาช่วยพี่ๆ”

           “อ่า..” คนถามพยักหน้า และหันไปหาเพื่อน “ถึงว่า...ไม่เคยเห็น แต่สวยอย่างนี้ออกมาอยู่ข้างนอกดีกว่าครับ พี่เสียดาย”

           คนตัวเล็กไม่ทันเห็นว่าจังหวะที่อีกคนพูด มีอีกคนที่เงียบมาตลอดเหลือบตาขึ้นมามอง ทว่าแวบเดียวเท่านั้นก็กลับไปมองโทรศัพท์ต่อ ซึ่งในนั้นมีงานคั่งค้างที่เขาจะต้องเคลียร์ให้จบวันต่อวัน เผื่อเกิดเมาไม่ได้สติ

           “พวกพี่สองคนดื่มวิสกี้”

           “ค่ะ แล้วพี่อีกคน...”

           คนตัวเล็กพยักหน้ารับ พลันหันไปหาอีกคนที่เอาแต่เงียบ ก้มมองแต่โทรศัพท์ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เมื่อเห็นเขาไม่มีทีท่าว่าจะตอบความอึดอัดจึงมาตกอยู่ที่เธอ หญิงสาวหันมองเพื่อนของเขาคล้ายเป็นการขอความช่วยเหลือ

           “เอ่อ...หัวหน้าครับ”

           “...อืม”

            “ดื่มอะไรดีครับ”

            “อะไรก็ได้”

           ขนาดเพื่อนที่มาด้วยกันยังเกาสันจมูก นับประสาอะไรกับเธอที่เป็นแค่พนักงาน และคำตอบที่ได้รับคนตัวเล็กงงกว่าเดิม คราวนี้เธอถึงกับขบริมฝีปาก นั่นหมายความว่าความลำบากมาตกอยู่ที่เธอ เพราะนอกจากจะรับหน้าที่คนดูแลแล้ว ยังต้องคัดสรรเครื่องดื่มที่ดีให้อีกด้วย เธอกำลังจะอ้าปากเสนอตัวเลือก แต่พอเห็นคนที่ช่วยถามให้ก่อนหน้านี้พยักพเยิดหน้า จึงก้มศีรษะและเดินออกไปในที่สุด

           “รอสักครู่นะคะ”

           เธอคิดว่าควรจะไปถามแม็ก ให้เขาช่วยเลือกจะดีกว่า

           

           

      

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 152 แต่งงานสายฟ้าแลบ

    สองอาทิตย์ต่อมา งานแต่งของพวกเขาถูกแพลนไปไกลแล้ว และเหลืออีกไม่กี่อย่างก็พร้อม อาคีราเลือกที่จะเริ่มไปนอนที่บ้านของตัวเองในคืนพรุ่งนี้ เช้านี้จึงอยากจะพาครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวไปทำบุญก่อน ตกตอนเย็นก็ค่อยกลับบ้านตามลำพัง “คนมาทำทานเยอะเหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสะสวยยืนหันหน้าไปทางกระแสลม ให้พัดหน้าจนผมปลิวว่อน ตรงข้ามเป็นแม่น้ำค่อนข้างใหญ่มีไว้สำหรับปล่อยปลา ข้างกันคือพุนพินที่หน้าตาถัดไปทางสดใสและอิ่มบุญ หากแต่ด้วยกายหยาบไม่ค่อยเอื้ออำนวยจึงทำอะไรเชื่องช้าไปหมด หล่อนเหมือนคนเหนื่อยตลอดเวลา ทว่าเมื่อถามทุกครั้งกลับส่ายหน้าและตอบว่าไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน “แม่หมดห่วงเรื่องของแพงได้แล้วใช่ไหมลูก” จู่ๆหล่อนก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังมองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำที่ยืนห่างไปพอควร อยู่ในลักษณะท่ายืนเท้าเอวสอบ หันหลังให้กับทุกคน เบื้องหน้าคือแม่น้ำวิวเดียวกันกับเธอ เขากำลังยืนรับลมไม่ต่าง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายลมบางเบาพัดโบก เสมือนกำลังผ่อนคลายพลางหันมาทางผู้เป็นแม่ “แม

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 151 จะอยู่ในทุกช่วงเวลา

    “ครับ ผมจะทำให้เลย ทำทันที และเร็วที่สุด”ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมทันทีที่พุนพินเอ่ยจบ และค่อยๆเรียกรอยยิ้มของคนทั้งสามออกมาเปื้อนใบหน้า เมื่อคำขอนั้นแท้จริงไม่ได้ยากอะไรเลย กลับกันเป็นอีกเรื่องที่พวกเขากำลังครุ่นคิด และมีอยู่ในหัวอยู่ก่อนแล้ว“แต่งงานกับลูกสาวของน้าในตอนที่น้ายังแข็งแรงอยู่ได้ไหมคะ”“ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับแพงคิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอายังไง พอเป็นแบบนี้ก็ดีครับ งั้นจบทริปนี้ กลับไปผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอเลยละกัน แพงว่าไง..หนูโอเคไหม”คนถูกถามละสายตาจากมือบางที่แอบบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเขิน เงยหน้าขึ้น มองหน้าผู้เป็นแม่สลับกับเขาแล้วยิ้มกว้าง ถึงจะรู้สึกติดเรื่องเรียนอยู่เล็กน้อย เพราะรู้สึกเหมือนจะฉุกละหุกจนเกินไป แต่ถ้านี่คือความต้องการของแม่เธอ หญิงสาวก็ไม่ขัด ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องค้างคา เพราะถึงยังไงคนที่เธอคิดจะฝากชีวิตและอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่แล้ว“ได้ค่ะ แพงโอเค”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นครับ”“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากที่เอ็นดูและรักยัยแพง”“ครับ ผมยินดี”วันต่อมาด้านของปานดาวเช้านี้หล่อนได้รับข่าวดีที่ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่โลดเต้น

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 150 มีอะไรอยากทำไหม

    จุดหมายปลายทางคือบ้านสวนที่อาคีราซื้อทิ้งไว้แถวปริมณฑล เคยเป็นที่ดินเปล่ารกร้างมาก่อน แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ แน่นอนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ย่าของเขาชื่นชอบ แต่ไม่มีเวลาได้มาพักผ่อนเลยสักครั้ง เนื่องจากท่านเสียชีวิตไปซะก่อน เหตุการณ์ครานั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเขา หากคิดจะทำอะไรสักอย่างอย่ารอวันที่สาย อาทิเช่นตอนนี้กับว่าที่ภรรยาของเขาคือพะแพงและแม่ของเธอ ที่ไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจึงจัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้แม่ของเธอได้สูดอากาศที่มาจากธรรมชาติจริงๆบ้าง อีกนัยยะ ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่กับบ้าน ถึงมันจะใหญ่มากก็เถอะ“ซื้อไว้นานแล้วเหรอคะ”เสียงหวานกังวานหันมาถามทันทีที่เดินลงมาจากรถ โดยมีปุณและพยาบาลดูแลพุนพินอีกคนช่วยกันยกของ รวมถึงเขาและเธอที่ช่วยกันละไม้คนละมือ ไม่ได้เดินตัวเปล่าลงมา“ครับ หลายปีแล้ว ครั้งนี้ครั้งที่สามที่พี่มา”พะแพงเพิ่งสังเกตเห็นคนสวนเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน ทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นเดินไปเปิดประตู แล้วไปช่วยปุณยกของต่อ“คนนี้..”“ลุงพันอยู่เฝ้าที่นี่ตั้งแต่แรก” เขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status