Home / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / คิแพง - บทที่ 2 -- มารยาทจากไหนอีก

Share

คิแพง - บทที่ 2 -- มารยาทจากไหนอีก

last update Last Updated: 2025-11-09 14:15:05

       

พะแพงเดินออกมาที่บาร์น้ำ แม็กเข้าใจว่าเธอจะกลับมาเอาน้ำเตรียมจะเดินไปที่ตู้เย็น แต่พอเห็นเธอขยับปากพูดซึ่งแข่งกับเสียงดนตรีสดที่เล่นเพลงแนว Acoustic ถึงกับต้องหันกลับไปเท้าบาร์ใหม่ เพื่อตั้งใจฟังสิ่งที่เธอพูด

           “ห๊ะ ขออีกที”                            

           “ถามว่า พอจะมีเมนูเหล้าแนะนำไหม”

           “ทำไมอ่า”

“แขกอีกคนโคตรตึงเลย ไม่ยอมบอกว่าตัวเองจะดื่มอะไร แต่ให้แพงคิดแทน”

         พะแพงอธิบาย ถึงแม็กจะฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ทว่าเดาจากสีหน้าของเธอก็พอจะรู้กำลังหงุดหงิด จึงเลี่ยงที่จะมองไปยังห้องนั้นไม่ได้ แม้ไม่เห็นบุคคลที่เธอพูดถึงเพราะกระจกค่อนข้างขุ่นและทึบแต่สัญชาตญาณกลับทำงานไปก่อนแล้ว

           “แล้วเพื่อนเขาเอาอะไร”

           “วิสกี้”

           “วิสกี้?”

           “อืม ทั้งสองคนเลย ส่วนอีกคนมีปัญหา ไม่น่าจะพาวิญญาณมา ...เอาอะไรให้เขาดี?”

           “ก็ให้ดื่มเหมือนเพื่อนไปไง”

           พะแพงคิดตาม น่าแปลกที่ความเห็นของแม็กทำให้คิ้วของเธอขมวด เผลอไปนึกถึงสรรพนามที่เพื่อนเขาเรียก จึงรู้สึกไม่เห็นด้วยขึ้นมา

           “เขาน่าจะเป็นหัวหน้าของอีกสองคนนะแม็ก แพงได้ยินเขาเรียกแบบนั้น ถ้าเหมือนกันมันจะดีเหรอ”

           “แปลกตรงไหน ก็เขาไม่เลือกเอง”

            มันก็จริง.. ทว่าเธอยังรู้สึกแปลกๆอยู่ อย่างน้อยก็ต้องมีอะไรพิเศษขึ้นมาสักนิด ถึงฤทธิ์ของเหล้ามันจะเหมือนกันทุกตัว แต่เอกลักษณ์ของมันต่างกันโดยสิ้นเชิง

           “บรั่นดีแม็ก ของเขาเอาบรั่นดี”

           “หืม?”

           เพราะอยากให้ดูพิเศษขึ้นมา เธอถึงเลือกบรั่นดีที่หมักจากผลไม้ มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์มากกว่าวิสกี้ที่หมักจากธัญพืช

           “ตามนั้นล่ะ”

           “โอเค วิสกี้สอง บรั่นดีหนึ่งนะ”

           “อืม..”

           “รับทราบ”

           ระหว่างรอ พะแพงกวาดสายตามองไปรอบๆ เธอเห็นยิ้มกำลังวุ่นอยู่กับการดูแลลูกค้า ดูก็ออกว่าหล่อนแสนจะเหนื่อย เนื่องจากลูกค้าเยอะจนหัวหมุน กลับต้องยิ้มกว้างเพราะงานบริการ เมื่อย้อนมาถามตัวเองถ้าต้องไปยืนจุดนั้นจะทำได้ดีเท่าหล่อนไหม คำตอบมาแบบไม่ต้องคิดนานเลยคือ ตอนนี้พาเครื่องดื่มสามแก้วไปหาเจ้าของอย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเสี่ยงสะดุดล้มระหว่างทางให้ได้ก่อน น่าจะดีกว่า

           “เฮ้อ...”

           “อะ เสร็จแล้ว เครื่องดื่มสามแก้วครับ ถือดีๆล่ะ”

           พะแพงพยักหน้ามองเครื่องดื่มที่ถูกผสมกับมิกเซอร์แล้วเผลอยิ้ม มองหน้าคนชงอย่างชื่นชมอย่างเผลอไผล เนื่องจากทั้งสีและการตกแต่งของมันออกมา ดูน่ากินไม่เลวเลย

           “อ่า..”

           “เดี๋ยวอีกสักพักก็น่าจะยกขวดแล้ว ทรงนี้ออนเดอะร็อก น่าจะเหมาะกับพวกเขามากกว่า”

           อยากจะหัวเราะ แต่จังหวะนั้นคนตัวเล็กสอดแขนยกถาดขึ้นมาเตรียมจะเดินแล้ว จึงทำได้แค่ยักคิ้ว แสดงออกว่าเห็นด้วย แน่นอนภาพนั้นคงติดตาแม็กไปอีกนาน เพราะไม่คิดว่าการได้อยู่ใกล้ๆ เห็นเธอแสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้าแบบหลากหลายอารมณ์ จะดีขนาดนี้

           “คนบ้าอะไร สวยแม่งทุกมุม”

           เครื่องดื่มสามแก้วถูกยกเข้ามาโดยคนตัวเล็ก หนึ่งในนั้นรีบลุกมาเปิดประตูให้ทันทีที่เห็น เธอย่อเข่าแทนการขอบคุณ พลันวางลงบนโต๊ะทีละแก้ว ตรงหน้าเจ้าของทีละคน จนกระทั่งแก้วสุดท้ายไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ร่างสูงซึ่งกำลังนั่งคุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้าที่ตายสนิท หันมาเลิกคิ้วสูงให้กับเธอ เมื่อเห็นว่าเป็นเครื่องดื่มที่สั่งมาจึงพยักหน้ารับรู้ เดาว่าคงกำลังหงุดหงิดคนปลายสาย  คนตัวเล็กเห็นว่าบรรยากาศในห้องตอนนี้ ทั้งสามคนได้เปลี่ยนไปเป็นหมวดพระจันทร์แล้ว จึงถอยออกมาหลบมุม ที่อยู่ห่างกันพอสมควร แต่สามารถเรียกหาได้ตลอด

           เวลาผ่านไปนานพอสมควร พื้นที่ที่ยิ้มดูแลทิ้งช่วง แขกเริ่มเข้าหมวดสนุกกันเอง จึงมีเวลาว่างแวะเวียนมาหา เทียวมาถามเธออยู่บ่อยๆว่าแขกเอ็นจอยมีปัญหาตรงไหนไหม เธอจะบอกอย่างไรดี พวกเขานั้นเข้าสู่หมวดเครื่องบินไปตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว

           “เขาเปลี่ยนเป็นเพียวกันแล้วเหรอ”

           “ค่ะพี่ยิ้ม”

           “คอแข็งน่าดูเลยนะ”

           อย่างที่แม็กบอกไม่มีผิด เธอได้เดินเพียงรอบเดียวเท่านั้น รอบที่สองพวกเขาก็ขอเปลี่ยนจากแก้วเป็นขวด กลายเป็นเธอจากที่ยืนสบายๆในทีแรกต้องมาคอยเติมให้ ทว่านั้นก็เพียงครั้งคราวเมื่อพวกเขาพากันรินเองในช่วงหลัง อาจเพราะไม่ทันใจ

           “แขกบางส่วนที่มาด้วยกันทยอยกลับบ้างแล้ว น่าจะเหลือแค่ห้องนี้ล่ะมั้งที่อยู่ดึก คงไม่มีอะไรมากแล้วล่ะ ถ้าถึงเวลาปกติที่แพงเลิกงานก็กลับได้เลยนะ เดี๋ยวพี่ดูแลต่อเอง”

           ถึงว่าเธอเห็นหลายคนเดินเข้ามาในห้องรับรองที่เธอดูแล และมักจะตรงไปหาเขา บางคนยกมือไหว้ บางคนจับมือ มากสุดคือโค้งตัวคล้ายคำนับ เพื่อบอกลาเขานั่นเอง เช่นนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะทำตัวสุขุมดูนิ่งสงบ สมกับเป็นระดับหัวหน้า หากแต่อีกสองคนในห้องไม่ค่อยเกรงกลัวเท่าไหร่ น่าจะสนิทกับเขามากกว่าคนอื่นๆ  

           “ได้ค่ะพี่ยิ้ม”

           คนตัวเล็กเผลอยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะพรุ่งนี้เธอมีนัดดูหนังกับม่อนและบาสเพื่อนที่มหาลัย ได้กลับเวลาปกติก็คงดีมากๆ จะได้ไม่ผิดนัดอีก เดือนนี้เธอผิดนัดพวกเขามาแล้วถึงสามครั้ง หากมีอีกครั้งคงพากันน้อยใจเลิกคบเธอเป็นแน่  

“ถือว่าเก่งมากเลยนะ ขนาดครั้งแรก หรืออันที่จริงเพราะแพงสวยก็ไม่รู้ แขกถึงดูสบายใจ”

คราวนี้ยิ้มเขิน ซึ่งตอนนั้นเธอคงไม่รู้ว่ารอยยิ้มหวานราวกับน้ำผึ้งของตัวเองได้ไปสะดุดเข้ากับคนเมาถึงสองคน กำลังมองมาทางนี้ เป็นลูกค้าโซนอื่นที่จะต้องเดินผ่านหน้า จุดมุ่งหมายคือห้องน้ำนั่นเอง

           “ใครวะ ไม่เคยเห็น โคตรน่ารักเลยว่ะ”

           “เด็กใหม่มั้ง ไปห้องน้ำก่อน ขากลับค่อยมาจีบไปโต๊ะเรา”

ท่ามกลางการมองอยู่ของคิระเช่นกัน เขาเห็นเหตุการณ์นั้นทั้งหมด และสามารถอ่านความคิดคนเมาเหล่านั้นผ่านสายตาตอนมองเธอได้ด้วย แต่กลับนั่งเฉยยกบรั่นดีขึ้นกระดก หันไปพูดคุยกับลูกน้องในทีมต่อ

           

           จวนห้าทุ่ม ครัวร้อนถูกปิด เหลือโซนข้างนอกที่มีแขกบางส่วนถูกปล่อยไหล เธอเห็นบางโต๊ะลุกขึ้นเต้น บางโต๊ะเพื่อนร่วมวงคอพับหลับคาแก้ว บางคนถูกเพื่อนที่มีสติมากกว่าแบกกลับ โดยรอบคือไฟเลเซอร์ที่ถูกเปิดให้ไขว้กันไปมาจนตาลาย พร้อมกับเพลงแนว  EDM ที่ถูกเปิดจนดังสนั่นทิ้งช่วงสุดท้าย แต่พอหันมาทางโต๊ะที่เธอดูแลกลับพบว่าพวกเขา..นั่งเล่นโทรศัพท์ แถมเหลือสองคน เพราะอีกคนเดินออกไปคุยสายข้างนอกแล้ว  

เหมือนแอลกอฮอล์ที่หายไปมากกว่าครึ่งขวดจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย

“แพง”

“ค่ะ พี่ยิ้ม”

“กลับเลยก็ได้นะน้อง เหลือโซนผับแล้ว เดี๋ยวให้พีอาร์เขาดูแลต่อ”

“ค่ะพี่”

คนตัวเล็กยกมือไหว้ เตรียมตัวจะเดินออก ทว่ากลับถูกมือของยิ้มฉุดเอาไว้

“เดี๋ยวสิจ๊ะ เธอจะต้องไปบอกลาแขกที่ดูแลด้วย ตามกฎของร้าน บอกเขาว่าเธอจะกลับแล้ว”

“ตะ ต้องด้วยเหรอพี่?”

ยิ้มไม่ได้ตอบคำถาม แต่สายตาที่มองกลับมาของหล่อนกำลังจะถามว่าทำงานในครัวคงไม่รู้กฎข้อนี้ใช่ไหม เธอจึงได้เงียบไปแล้วพยักหน้าเป็นอันว่าตกลงทันที

“ไม่ต้องกลัว ดูก็รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าหม้อ ไปเถอะ”

คงเพราะเห็นเธอยืนนิ่งไม่เดินไปสักที ราวกับท่องบทสวด ยิ้มถึงได้เข้ามากระซิบข้างหูอีกรอบ และเพราะเชื่อผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมีประสบการณ์อย่างรุ่นพี่ถึงได้ทำตามอย่างว่าง่าย เธอสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึกเดินกล้าๆกลัวๆไปหาพวกเขา

“พี่คะ..”

“ครับ?”

“หนูกลับก่อนนะคะ พอดีว่า..ถึงเวลาเลิกงานแล้วค่ะ”

เธอเลือกที่จะบอกหนึ่งในสองของลูกน้องเขา เพราะตลอดการทำงานทำเธออึดอัดน้อยที่สุด

“อ่าว ทำไมกลับเร็วล่ะ”

“ใช้กะผู้ช่วยเชฟเป็นหลักค่ะ”

“อ๋อ มาช่วยพี่ๆนี่เนอะ โอเคครับกลับดีๆ ว่าแต่กลับกับใคร”

เมื่อเข้าสู่บทสัมภาษณ์เธอแทบจะถอนคำพูดที่นึกชมเขาเมื่อกี้ทิ้ง ทว่าทำได้เพียงยิ้มเจื่อนด้วยความประหม่ากลับไป  ไม่ใช่เขาคนที่คุยด้วย ทว่าเป็นอีกคนที่มองอยู่ ถึงจะเห็นไม่ชัด แต่รังสีจู่โจมแรงกล้าส่งมาขนาดนี้ เห็นเพียงหางตาก็รู้แล้ว

“กะ กลับคนเดียวค่ะ”

“รถยนต์?”

“มอเตอร์ไซค์...”

“โห อันตรายมากน้อง กลับแบบนี้ทุกวัน?”

“ใช่ค่ะ”

ณ ตอนนี้เหมือนคนตัวเล็กนับเลขในใจอยู่ก็ไม่ปาน ตอนนี้ถ้าให้เดาสีหน้าไม่พอใจของเธอคงออกมาแล้ว เขาถึงได้พยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจไม่ถามต่อ เธอเลยคำนับบอกลาอีกครั้ง แต่จังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเดิน อยู่ๆมารยาทมากมายแต่ใดมาไม่อาจรู้ สั่งให้เธอหมุนตัวไปหาอีกคน แล้วยกมือไหว้เขาเฉยเลย

“กลับแล้วนะคะ...พี่”

   

       

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 152 แต่งงานสายฟ้าแลบ

    สองอาทิตย์ต่อมา งานแต่งของพวกเขาถูกแพลนไปไกลแล้ว และเหลืออีกไม่กี่อย่างก็พร้อม อาคีราเลือกที่จะเริ่มไปนอนที่บ้านของตัวเองในคืนพรุ่งนี้ เช้านี้จึงอยากจะพาครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวไปทำบุญก่อน ตกตอนเย็นก็ค่อยกลับบ้านตามลำพัง “คนมาทำทานเยอะเหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสะสวยยืนหันหน้าไปทางกระแสลม ให้พัดหน้าจนผมปลิวว่อน ตรงข้ามเป็นแม่น้ำค่อนข้างใหญ่มีไว้สำหรับปล่อยปลา ข้างกันคือพุนพินที่หน้าตาถัดไปทางสดใสและอิ่มบุญ หากแต่ด้วยกายหยาบไม่ค่อยเอื้ออำนวยจึงทำอะไรเชื่องช้าไปหมด หล่อนเหมือนคนเหนื่อยตลอดเวลา ทว่าเมื่อถามทุกครั้งกลับส่ายหน้าและตอบว่าไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน “แม่หมดห่วงเรื่องของแพงได้แล้วใช่ไหมลูก” จู่ๆหล่อนก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังมองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำที่ยืนห่างไปพอควร อยู่ในลักษณะท่ายืนเท้าเอวสอบ หันหลังให้กับทุกคน เบื้องหน้าคือแม่น้ำวิวเดียวกันกับเธอ เขากำลังยืนรับลมไม่ต่าง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายลมบางเบาพัดโบก เสมือนกำลังผ่อนคลายพลางหันมาทางผู้เป็นแม่ “แม

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 151 จะอยู่ในทุกช่วงเวลา

    “ครับ ผมจะทำให้เลย ทำทันที และเร็วที่สุด”ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมทันทีที่พุนพินเอ่ยจบ และค่อยๆเรียกรอยยิ้มของคนทั้งสามออกมาเปื้อนใบหน้า เมื่อคำขอนั้นแท้จริงไม่ได้ยากอะไรเลย กลับกันเป็นอีกเรื่องที่พวกเขากำลังครุ่นคิด และมีอยู่ในหัวอยู่ก่อนแล้ว“แต่งงานกับลูกสาวของน้าในตอนที่น้ายังแข็งแรงอยู่ได้ไหมคะ”“ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับแพงคิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอายังไง พอเป็นแบบนี้ก็ดีครับ งั้นจบทริปนี้ กลับไปผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอเลยละกัน แพงว่าไง..หนูโอเคไหม”คนถูกถามละสายตาจากมือบางที่แอบบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเขิน เงยหน้าขึ้น มองหน้าผู้เป็นแม่สลับกับเขาแล้วยิ้มกว้าง ถึงจะรู้สึกติดเรื่องเรียนอยู่เล็กน้อย เพราะรู้สึกเหมือนจะฉุกละหุกจนเกินไป แต่ถ้านี่คือความต้องการของแม่เธอ หญิงสาวก็ไม่ขัด ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องค้างคา เพราะถึงยังไงคนที่เธอคิดจะฝากชีวิตและอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่แล้ว“ได้ค่ะ แพงโอเค”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นครับ”“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากที่เอ็นดูและรักยัยแพง”“ครับ ผมยินดี”วันต่อมาด้านของปานดาวเช้านี้หล่อนได้รับข่าวดีที่ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่โลดเต้น

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 150 มีอะไรอยากทำไหม

    จุดหมายปลายทางคือบ้านสวนที่อาคีราซื้อทิ้งไว้แถวปริมณฑล เคยเป็นที่ดินเปล่ารกร้างมาก่อน แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ แน่นอนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ย่าของเขาชื่นชอบ แต่ไม่มีเวลาได้มาพักผ่อนเลยสักครั้ง เนื่องจากท่านเสียชีวิตไปซะก่อน เหตุการณ์ครานั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเขา หากคิดจะทำอะไรสักอย่างอย่ารอวันที่สาย อาทิเช่นตอนนี้กับว่าที่ภรรยาของเขาคือพะแพงและแม่ของเธอ ที่ไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจึงจัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้แม่ของเธอได้สูดอากาศที่มาจากธรรมชาติจริงๆบ้าง อีกนัยยะ ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่กับบ้าน ถึงมันจะใหญ่มากก็เถอะ“ซื้อไว้นานแล้วเหรอคะ”เสียงหวานกังวานหันมาถามทันทีที่เดินลงมาจากรถ โดยมีปุณและพยาบาลดูแลพุนพินอีกคนช่วยกันยกของ รวมถึงเขาและเธอที่ช่วยกันละไม้คนละมือ ไม่ได้เดินตัวเปล่าลงมา“ครับ หลายปีแล้ว ครั้งนี้ครั้งที่สามที่พี่มา”พะแพงเพิ่งสังเกตเห็นคนสวนเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน ทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นเดินไปเปิดประตู แล้วไปช่วยปุณยกของต่อ“คนนี้..”“ลุงพันอยู่เฝ้าที่นี่ตั้งแต่แรก” เขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status