Home / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / บทที่ 7 -- โดนหลอก

Share

บทที่ 7 -- โดนหลอก

last update publish date: 2025-11-11 11:43:30

เกียรติชะลอรถช้าลงขณะถึงที่หมายและกำลังเลี้ยวเข้าซองจอดที่ประจำของตัวเอง หน้าจอโทรศัพท์กะพริบถี่แจ้งหมายเลขของคนคุ้นเคย ที่พักนี้โทรบ่อยซะจนน่าใจหาย เริ่มเป็นห่วงชีวิตของตัวเองและกังวลมากขึ้น ถึงชะตากรรมที่เสี่ยงขาดสะบั้นในไม่ช้านี้

ทันทีที่เขาเห็นชื่อถึงกับใช้เกียร์ถอยไม่ถูก กว่าจะหาองศาจอดให้เรียบร้อย สายนั้นก็ถูกตัดไปเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะโทรกลับในเวลาไล่เลี่ยกัน

“ขอโทษทีครับคุณปุณ ผมกำลังจอดรถถึงร้านพอดี มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”

(เปล่า แค่จะบอกว่านายกูอยู่ร้านมึง)

ได้ยินอย่างนั้นเจ้าของร้านถึงกับหูดับทันที พร้อมใบหน้าร้อนวูบ ใจสั่นอัตโนมัติราวกับคนหิวจัดแต่ไม่มีเวลากิน

“ครับ? ตอนนี้นะเหรอครับ”

(ใช่ นายพาเพื่อนไปจัดงานวันเกิด กูรอรับอยู่ข้างนอก ส่วนข้างในยกให้เป็นหน้าที่ของมึง ดูแลดีๆ ล่ะ ถ้าเป็นไปได้อย่าขัดใจนาย เขาเพิ่งจะทะเลาะกับพี่ชายมา)

นี่ไม่ใช่การขู่ แต่เป็นการบอกกล่าวและตักเตือน ประหนึ่งว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ ถ้ามีบางอย่างผิดพลาด เผลอทำนายเขาไม่พอใจ เกียรติหน้าเสีย จังหวะนั้นการพาตัวเองไปข้างหน้าแทบจะลอยไปมากกว่าเดิน โชคดีที่ขาไม่สะดุดจนพาตัวเองล้มลงให้ขายขี้หน้าลูกน้องในร้าน

กลายเป็นว่าช่วงเวลาดีๆ ของเกียรติในคืนนี้ ที่ควรจะราบรื่นถูกพรากไปอีกหนึ่งคืนด้วยอิทธิพลด้านมืดของอาคีรา ผู้ที่ไม่เคยยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง มักจะโทษคนอื่นก่อน และคิดบัญชีกับคนเหล่านั้นเสมอ ถ้าเรื่องที่เขาหวังไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง

โซนวีไอพี เจ้าของร้านเดินเร็วเข้ามาในร้าน ต้องการให้ถึงจุดที่จะไปให้เร็วที่สุด พลางภาวนาอย่าให้เขานั้นหงุดหงิดที่รอเขานาน

อาคีรา หรือเสี่ยคิระที่แวดวงนี้เรียกกันติดปาก ดูแปลกไปกว่าทุกๆ วัน เขาไม่ได้แต่งตัวเป็นทางการ อาทิการใส่สูทหรือเสื้อเชิ้ตราคาแพงที่คนธรรมดาอย่างเกียรติยังเอื้อมถึงยาก แต่เป็นชุดลำลองเหมือนคนทั่วไปหากแต่เด่นกว่าคนทั่วไป นั่นบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มาทำงาน แต่มาเพื่อปลดปล่อยและเมาโดยเฉพาะ

ทันทีที่เห็นทำให้เกียรติฉุกคิดไปถึงพะแพง พนักงานก้นครัวคนที่เขาหมายปอง ถึงขั้นขอไปเลี้ยงดู แลกกับข้อเสนอบางอย่าง และเงินปึกหนาก้อนหนึ่ง หากแต่พะแพงไม่ยอม และเขาเองก็ไม่กล้าบังคับเธอ ถึงได้โทรไปรายงานผ่านลูกน้องของเขา เห็นเงียบไป เหตุใดวันนี้ถึงหวนกลับมาอีก แถมทำตัวตามสบายราวกับมีเวลาเหลือเฟือ ทั้งที่เขาไม่เคยว่างเลย ยุ่งถึงขนาดใครอยากจะมาสังสรรค์กับเขาจะต้องจองร้านรอเป็นอาทิตย์ เนื่องจากนั่นคือเวลาที่เขาสามารถเจียดให้ได้ ทว่าวันนี้ไม่ได้รีบร้อน ไม่มีการจอง แถมมากับเพื่อนอีกสอง

“สวัสดีครับเสี่ย จะมาทำไมไม่บอกกันก่อน ผมจะได้บอกเด็ก เตรียมต้อนรับให้ดีกว่านี้”

ร่างสูงเดินเข้ามาทักทายอย่างนอบน้อม เช่นเคยสายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ด้วย ราวกับหาใครบางคน เกี่ยวกับงานบริการว่าวันนี้เป็นกะของใคร และเมื่อพบว่าเป็นยิ้มที่เดินเร็วมาทางนี้ทันทีที่เห็นเขา จึงกับถอนหายใจพรืด โล่งอก อย่างน้อยก็มีหล่อนที่เป็นมืออาชีพ จะได้ไม่ต้องกังวลมาก ทว่าในใจก็ยังแอบภาวนาอย่าให้เขาเอ่ยถามหาใครอีกคน

“คนนี้เหรอเจ้าของร้าน”

เสียงหวานใสกังวานเอ่ยฝ่าเสียงเพลงที่ดังอยู่ห่างไกลแต่ก็ยังเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินบ้าง เกียรติหันไปทางนั้นพลันโน้มตัวทักทายอย่างเป็นมิตร และไม่ลืมที่จะทักทายอีกคนซึ่งพยักหน้ากลับมาให้ จากนั้นจึงจะหันไปหาอีกคนที่ตอนนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นขรึม ดวงตาหลุบต่ำไร้ซึ่งการคาดเดา มองบรั่นดีในมือที่ถูกเขย่าไปมา หลังจากกระดกลงคอไปแล้วก่อนหน้านี้ถึงสองแก้ว พลันเหลือบตามองเจ้าของร้าน

“เหล้า ครั้งก่อนไม่ใช่ตัวนี้”

เกียรติถึงกับหน้าถอดสี เข้าใจเขากำลังสื่อถึงอะไร ต่างจากลลิสาและเหนือเมฆที่ตอนนี้พากันมองหน้ากันเองและเลิกคิ้วระคนสงสัย

“คราวที่แล้วน้องเอาอะไรให้เสี่ยดื่มครับ”

“กูไม่รู้”

“ถ้างั้นผมจะไปถาม..”

“ไปตามมา”

เสียงนั้นเต็มไปด้วยความคุกรุ่นปนหงุดหงิด บวกสีหน้าที่ใครเห็นเป็นต้องไม่สบายใจ สร้างความงุนงงให้เพื่อนอีกสองทวีคูณ ต่างจากคู่สนทนาที่ตอนนี้ทั้งสั่นทั้งร้อน ทั้งที่ในห้องนี้เปิดเครื่องปรับอากาศด้วยอุณหภูมิที่เย็นพอสมควร

“เสี่ยครับ แต่ว่าพะแพง..”

“เลือกเอา ระหว่างทำให้เด็กนั่นยอมกู กับสาขานี้ของมึงโดนยุบ”

“ครับ?”

ในครัว สถานที่ที่เต็มไปด้วยคนทำอาหารในชุดยูนิฟอร์มขาวสะอาดกับผ้ากันเปื้อนสีดำคาดเอว พวกเขากำลังวุ่นอยู่กับเคลียร์รายการอาหารที่ถูกส่งมาจากแผนกส่วนหน้า ผ่านเครื่อง POS ประเภท Thermal Printer

พะแพงกำลังนวดแป้ง สีหน้าเรียบเฉยที่เปี่ยมไปด้วยความสงบสุข ทว่าไม่นานกลับถูกแย่งไปกลางคันด้วยใครบางคน ที่อุตส่าห์เดินเข้ามาตามกันถึงในครัว

“แพง”

“อ้าวพี่ยิ้ม มีอะไรเหรอคะ”

เจ้าของร่างเล็กในชุดเดรสสีดำเดินหน้าซีดเข้ามา แวบแรกเธอเห็นหล่อนเหลือบตามองไปยังเชฟน้อย เมื่อเห็นว่าแกมองอยู่ จึงเดินเข้ามาใกล้อีกหน่อยเพื่อกระซิบ

“เฮียเกียรติให้มาตาม ออกไปช่วยข้างนอกอีกแล้ว”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเธอถึงกับตกใจ แต่คนมาส่งข่าวเหมือนจะตกใจมากกว่า สังเกตจากมือกำลังสั่น พะแพงขมวดคิ้วมองหน้าหล่อนผ่านหน้ากากอนามัยและหมวก ที่เหลือเพียงดวงตาคู่หวาน แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนถูกมองรู้ตัว ถึงได้เบือนหน้าหลบแสร้งทำเป็นมองอย่างอื่น

“คนไม่พออีกแล้วเหรอพี่”

ความน่าเวทนาที่รุ่นพี่ที่มีให้รุ่นน้องก็คือเธอมักจะมองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่ตัดสินใครมั่วๆ ซึ่งนั้นทำให้หล่อนรู้สึกผิดไม่น้อย

“อะ อือ” ยิ้มอยากจะบอกความจริงใจจะขาด แต่พอนึกถึงความซวยที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง จำต้องโกหกต่อไป “แขกมาจากไหนไม่รู้เต็มเลย”

ไม่กล้าบอกเธอว่าแท้จริงแล้ว ใครบางที่มีอำนาจมากกว่า ชนิดที่เฮียของหล่อนยังต้องสยบ กำลังต้องการตัวเธออยู่ และเหมือนจะมากซะด้วย ไม่อย่างนั้นเกียรติคงไม่มาบีบเธอ ระบายความอัดอั้นภายในใจกับเธอ ซึ่งได้รับมาจากบุคคลนั้นอีกที

“แล้วในครัวละพี่ ยุ่งเหมือนกันนะ”

หล่อนเห็น ถึงได้หนักใจแทนอยู่ตอนนี้ เข้าใจสายตาคู่นั้นของเชฟน้อยเป็นอย่างดี แต่ไม่รู้ความหมายของมันมาจากข้อไหน ระหว่างไม่พอใจที่รู้ว่าหล่อนมาหลอกพะแพง หรือว่าเอาตัวพะแพงไปทั้งที่หล่อนกำลังยุ่งกันแน่ หล่อนดูออกเชฟน้อยจับได้ไล่ทันเกี่ยวกับเรื่องที่หล่อนปิดบังพะแพงอยู่ นั่นเพราะพนักงานเก่าแก่คนนี้รู้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่คล้ายกับความฉาวโฉ่ของที่นี่มามากมายนัก

รู้แม้กระทั่ง กว่าจะมาเป็นยิ้มมือโปร เมื่อนานมาแล้วก็เคยตกอยู่ในสภาพเดียวกับพะแพงเช่นกัน เพียงแต่บุคคลในอดีตไม่ใช่เสี่ยคนนี้ แต่เป็น..เจ้าของร้านนั่นเอง

“ป้าน้อยโอเคนะคะ ข้างนอกต้องการตัวแพงน่ะค่ะ”

ยิ้มพูดผ่านตัวเธอไปยังร่างท้วมข้างหลัง ที่ในตอนนี้ยืนทำหน้าตึง หล่อนไม่ได้มองหน้าหากแต่ปากโต้ตอบกลับมาแบบไม่ตายไมค์

“เปลี่ยนตำแหน่งในใบสมัครให้น้องเลยไหมล่ะ อย่าลืมว่าเงินเดือนต่างกัน ทำแบบนี้น้องมันจะเสียเปรียบเอา”

ทันทีที่เชฟน้อยกระแนะกระแหนจบ เธอได้ยินเสียงถอนหายใจของยิ้มด้วย เพียงแต่หล่อนไม่ได้ต่อปากคำ นอกจากหันมากระตุกแขนคนตัวเล็กเบาๆ

“พี่ไปรอที่ห้องแต่งตัวนะ”

“แล้วชุด..”

“ไม่ต้องห่วง พี่มีให้เปลี่ยน”

คราวนี้มาจากเธอ เสียงลมหายใจถูกพ่นออกมาพร้อมกับภาพเชฟน้อยเหลือบตามองบน จังหวะหันไปมองพอดี ใบหน้านี้ที่ปกติเธอเห็นเป็นต้องขำ แต่ ณ เวลานี้เธอขำไม่ออก เครียดที่จะต้องฝืนใจทำตำแหน่งที่ตัวเองไม่ค่อยจะถูกชะตาอีกแล้ว

“นี่ชุดนะแพง เปลี่ยนเสร็จบอกพี่ เดี๋ยวจะทำผมให้”

ทันทีที่มาถึงห้องแต่งตัวชุดเดรสสีแดงก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ หญิงสาวถึงกับหน้าเหวอ เพราะเมื่อคลี่ออกมาดูแล้วมันค่อนข้างโป๊

“โหพี่ยิ้ม แพงไม่กล้าใส่”

“เอาน่า วันนี้แขกค่อนข้างมีระดับ ใส่เหมือนพี่จะได้ทีมเดียวกัน”

“ได้สิ ก็พี่ยิ้มใส่จนชินแล้วนี่นา แพงใส่คงไปยืนดึงชายกระโปรงแน่ๆ ไม่มั่นใจเลย”

“ถือว่าช่วยพี่นะแพง”

ยิ้มไม่รู้จะหว่านล้อมเธอด้วยประโยคไหนแล้ว บวกกับตอนนี้ร้อนใจสุดๆ เนื่องจากเธอหายมานาน กลัวว่าเสี่ยคนนั้นจะไม่พอใจเกียรติ แล้วเกียรติจะมาลงกับเธออีก จึงได้เอ่ยประโยคนั้นออกไป พร้อมสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ พะแพงเห็นแบบนั้นถึงกับงุนงง แต่ด้วยความเห็นใจถึงได้พยักหน้ายินยอม

“ก็ได้พี่ ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วนะ ถ้ามีครั้งหน้าอีก แพงจะลาออก”

คำพูดทิ้งท้ายของรุ่นน้องก่อนจะเดินหายไป ทำคนฟังใจหายวาบ สัญชาตญาณบอกว่าจะต้องมีครั้งหน้าอีก หรือบางทีคืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายของเธอก็ได้

“ขอโทษนะ..”

ระหว่างรอเพื่อจะทำผมให้เธอที่จะต้องยืนอยู่คนเดียว ความเงียบกำลังทำให้เธอสับสน บีบบังคับให้ไตร่ตรองใหม่ระหว่างเป็นรุ่นพี่ที่ดีบอกความจริงกับเธอหรือยอมเห็นแก่ตัวเพื่อเอาตัวรอดจากพวกเขา

เกร็ก!

เสียงเปิดประตูทำให้หล่อนหลุดออกจากความคิดกะทันหันจนเกิดการเลิ่กลั่ก หันไปหาเธอเตรียมจะพูดบางอย่าง

แต่แล้ว...

“เป็นไงบ้างพี่ โป๊หรือเปล่า”

ภาพของคนตรงหน้าในตอนนี้ทำให้ต้องกลืนคำนั้นกลับไป คนตัวเล็กในชุดเดรสสีแดงที่ความสดของมันขับผิวที่เนียนของเธออยู่แล้วให้กระจ่างมากยิ่งขึ้นมาอีก ขาวสว่างชนิดที่หล่อนเป็นผู้หญิงยังต้องยอมรับ

“สะ สวยมากเลยแพง”

“อย่าแกล้งนะ”

“สวยจริงๆ แพง”

ยิ้มชมจากใจ และสิ่งนั้นก็ทำให้หล่อนคิดขึ้นมาว่าบางทีความสวยที่มีมากเกินไปก็ทำร้ายเราได้เช่นกัน กลายเป็นหายนะทำลายเจ้าของของมันโดยไม่รู้ตัว มั่นใจเลยว่าคนที่ต้องการตัวเธอมากที่สุดเห็นคราวนี้จะต้องไม่ปล่อยไปง่ายๆ แน่

“โป๊ไหมคะ”

“ไม่จ้ะ กำลังน่ารัก” ยิ้มคลี่ริมฝีปากหยัก “มาจ้ะ พี่ทำผมให้”

“ทำผม?”

“หมายถึงปล่อยลงมา แล้วม้วนให้มันลอนปลายอีกสักหน่อย”

“อ๋อ...”

พะแพงพยักหน้า เดินไปนั่งที่ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง ที่มีไว้สำหรับพนักงานส่วนหน้าแต่งตัว ใช้เวลาไม่นานก็ทำผมเสร็จ ภาพในกระจกสะท้อนความไม่เป็นตัวตนของเธอ สะกดให้จ้องอยู่เป็นพัก ก่อนเจ้าตัวจะหลุดยิ้มออกมาเพราะมันสวยอย่างที่ยิ้มว่าจริงๆ เธอเพิ่งจะเห็นตัวเองในมุมนี้ มุมที่ดูดีไปทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“สวยมาก โอเค ไปกันเถอะ”

รุ่นพี่ยิ้มกว้างรู้สึกภูมิใจในผลงานของตัวเอง ก่อนจะพากันออกจากห้องไป และเมื่อถึงที่หมาย ทันทีที่ทั้งคู่มาหยุดยืนอยู่ตรงบานประตู สิ่งแรกที่คนตัวเล็กทำคือหันมามองหล่อน

“พี่...”

ทว่าไม่มีคำพูดใดออกมาจากปาก นอกจากใบหน้าที่ซีดเผือด และประตูบานนั้นที่ถูกหล่อนผลักเข้าไป เผยให้เห็นสายตาคมกริบในวินาทีแรก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กเสี่ย    ตอนพิเศษ 3

    หนึ่งปีต่อมากับชีวิตหลังแต่งงาน อย่างไรก็ตามเธอก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีเสมอ เป็นส้มหล่นที่แท้จริง หลังพบเจอกับอาคีรา แม้ไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าคุ้มค่า หากต้องแลกกับสิ่งที่เสียไป เพราะถ้าหากเลือกได้คงไม่มีใครอยากจะสูญเสีย ยิ่งเป็นคนที่รักมากแล้ว ก็ยิ่งแล้วใหญ่ กระนั้นก็เถียงไม่ได้ว่า สำหรับเธอเด็กผู้หญิงในอดีตที่เหมือนจะหลงทาง กลับพบเจอแสงสว่างที่มาจากคนคนเดียวกัน ไม่เพียงความอดทนของเธอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความรักของเขาด้วย เพราะถ้าไม่รักเขาคงไม่เปลี่ยนแปลงความเป็นเขาได้ขนาดนี้ แบบว่า..จากหน้ามือเป็นหลังมือ เหตุผลเพื่อที่จะมีเธออยู่ในชีวิต ช่างเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ ราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง “คิดอะไรอยู่” ร่างเล็กกำลังนั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หลังจากอาบน้ำเสร็จหมาด หลับตาพริ้มให้กับปลายจมูกโด่งที่ยื่นเข้ามาแนบกับแก้มนิ่มของตัวเอง จนมันยุบบุบไปตามแรง และถูกสูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอดฟอดใหญ่ ให้อีกฝ่ายรู้สึกชื่นอกชื่นใจด้วย “แพงรักพี่คีจังเลยค่ะ” กลับกลายเป็นเขาที่ถูกรวบซะงั้น หลั

  • เด็กเสี่ย    ตอนพิเศษ 2

    เสียงหวานบอกเสียงเบา ทั้งดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องงานอยู่ ภาพนั้นสร้างรอยยิ้มให้คนที่หนุนตักอยู่ไม่น้อย ช่างน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอมในคราวเดียวกัน พลางเปลือกตาค่อยๆปิดทั้งที่รอยยิ้มยังคงเปื้อนหน้าคืนเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษ อาคีราขับรถพาเจ้าสาวป้ายแดง และว่าที่บัณฑิตมาหาอะไรทานอย่างที่เขารับปากไว้ และนั่นก็หนีไม่พ้นร้านอาหารหรู “หาอะไรกิน?” พะแพงย้อนถามใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อยๆ ให้กับความเล่นใหญ่ของสามีหลังเห็นโรงแรมหรูตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซึ่งในนั้นบนดาดฟ้าเป็นร้านอาหารชั้นนำยอดนิยมของคนรวย “เอาน่า นาทีนี้เมียพี่ต้องยิ้มเยอะๆครับ” “ขุนกันขนาดนี้ ระวังแพงจะใส่ชุดครุยไม่สวยเอานะคะ” “ไม่มีทางหรอก” “ไม่มีทางสวย?” “ไม่มีทางอ้วน กินเหมือนแมวดมซะขนาดนั้น” เพี้ยะ! “พี่คีอ่ะ” เสียงหัวเราะดังลั่นรถทิ้งท้ายหลังมือบางตีเบาๆตรงแขนแกร่ง ก่อนคนทั้งคู่จะพากันเดินลงมา และควงตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นสูงสุดวันรับปริญญา วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของมหาวิทยาลัย พะ

  • เด็กเสี่ย    ตอนพิเศษ 1

    งานแต่งผ่านไปแล้ว เธอและเขายังต้องพักเรื่องฮันนีมูน เนื่องจากเธอยังต้องทำโปรเจคจบ ไหนจะเรื่องป่วยของมารดาอีก ที่ยังคงต้องดูแลเอาใจใส่ ฮันนีมูนที่ว่าจึงกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย “ใกล้หรือยังครับ” ร่างเล็กที่กำลังใช้ดวงตาจับจ้องจอคอมตรงหน้า หากแต่บนตักนั้นมีศีรษะของสามีหนุนอยู่ ละสายตาจากเนื้อหาบนจอก้มลงมาหาเขา ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเขาจะติดสกินชิพไปถึงเมื่อไหร่ ทว่าไม่กล้าขัด เพราะเธอเองก็ชอบแบบนี้ “อืม เหลือเช็คความเรียบร้อยอีกนิดค่ะ” หลังจากแต่งงานอาคีราขี้อ้อนมากๆ เขาแทบไม่เข้าบริษัทเลย ถ้าไม่จำเป็นก็จะนำเอกสารมาทำที่บ้าน ทำข้างๆกันในห้องทำงานกว้างใหญ่ที่ถูกตกแต่งสำหรับสิ่งนี้โดยเฉพาะ ภายใต้ชายคาเดียวกันกับแม่ของเธอ พุนพินซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่รักษาตัวถัดไปอีกห้องหนึ่ง โดยมีกล้องวงจรปิดขนาดเท่าจอโปรเจคเตอร์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เป็นกล้องติดตามภายในบ้านสำหรับสอดส่องติดตามมารดา เผื่อเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มไปจะได้ช่วยเหลือทัน ทั้งที่อันที่จริงก็มีพยาบาลส่วนตัวคอยดูแลไม่ห่างอยู่แล้ว “วันรับปริญญานอกจากดอกไม้ช่อใหญ่ อ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 139 การเปลี่ยนแปลงที่ดี

    หกวันต่อมา เพนท์เฮาส์ที่เงียบกริบกว่าปกติ เพราะเจ้าของเอาแต่นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน จะโผล่หน้าออกมาเดินไปห้องอื่นสักทีก็เฉพาะตอนที่หิว เขากำลังเขียนแบบแผนการเกี่ยวกับบริษัทที่กำลังจะเปิดใหม่ของตัวเอง และคงจะอัจฉริยะบวกกับไอคิวสูงมากเกินไป แผนการที่วางไว้ว่าจะต้องเสร็จภายในสอ

    last updateLast Updated : 2026-04-03
  • เด็กเสี่ย    บทที่ 142 ความรักของหนูไง

    เพียงแค่เห็นหน้าเขา ความตื่นเต้นที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดก็ยิ่งทวีคูณ ทำให้เธอต้องเอาแขนไพล่หลังเพื่อบีบมือตัวเอง ระบายสิ่งนั้นให้ออกมาผ่านสิ่งนี้ อาคีรามีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเธอ เขาดูไม่ประหม่า แถมยังทำตัวสบายๆ ราวกับคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ “สวัสดีครับ” และนี่คือประ

    last updateLast Updated : 2026-04-03
  • เด็กเสี่ย    บทที่ 132 น้ำกรด

    “มีคนจะสาดน้ำกรดแพง” แน่นอนด้วยความตกใจจนมึนงง พาให้คนทั้งสามทำอะไรไม่ถูกนอกจากยืนตัวแข็งทื่อ เพราะคิดไปต่างๆนานาว่าหากโดนเป้าที่พวกมันเล็งไว้เต็มๆจะเป็นอย่างไร ป่านนี้พะแพง กับม่อนที่โดนสะเก็ดจากลูกหลงคงปวดแสบปวดร้อนดิ้นทุรนทุราย เพียงแค่คิดคนตัวเล็กก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ถึงขั้นยกมือบา

    last updateLast Updated : 2026-04-02
  • เด็กเสี่ย    บทที่ 134 ถึงกับคลั่ง

    เช้าของอีกวัน ลูกน้องมือขวาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาหลังจากเปิดให้เข้าเยี่ยมได้เพียงห้านาที ราวกับรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นเจ้านายของเขามองอยู่จึงเดินเร็วเข้าไปยื่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ หลังจากเครื่องเก่าโดนฉกไปขณะได้รับบาดเจ็บ “ได้ตัวคนทำแล้วครับนาย ตอนนี้อยู่ที่

    last updateLast Updated : 2026-04-02
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status