Beranda / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / บทที่ 9 -- หนูยังได้อีกนะพี่ว่า

Share

บทที่ 9 -- หนูยังได้อีกนะพี่ว่า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-12 12:42:56

     

เอาเข้าจริงเธอก็เกร็งไม่ใช่น้อย เมื่อมาอยู่ตรงจุดนี้ จุดที่ตอบตกลงเขาไปแล้ว ร่างบางยืนประจันหน้ากับเขา ด้วยชุดเดรสสั้นสีแดงที่ระดับของชายผ้าพ้นเข่ามาคืบนึง เธอจำได้ชุดนี้ยิ้มเคยใส่ และเธอก็เอ่ยปากชมว่าหล่อนสวย แต่หารู้ไม่เมื่อมาอยู่บนตัวเธอกลับสวยยิ่งกว่า มันทั้งเซ็กซี่และเย้ายวนในเวลาเดียวกัน

ท่ามกลางการมองอยู่ของชายชุดดำที่แค่นั่งเฉยๆ ยังดูน่าค้นหา เขามองเธอนับตั้งแต่เดินเข้ามา มองตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตากัน ด้วยสายตานี้ แววตานี้ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนตอนนี้ที่เธอได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขา ไม่ว่าด้วยกลอุบายใดของใคร นั่นหมายความว่าไปเปิดทางให้เขาได้เดินเข้ามาแล้วกึ่งหนึ่ง

“จะ จะให้นั่งตรงไหนคะ”

เสี่ยคิระเลิกคิ้วสูง คำถามของเธอราวกับปลุกเขาตื่นจากภวังค์ ขณะจ้องมองคนตรงหน้าแบบตาไม่วางตา เธอสวยมาก สวยชนิดที่ว่าไม่สามารถละสายตาไปไหนได้

“ตรงนี้ก็ได้”

มือหนาตบเบาะตรงที่ว่างข้างๆ พลางกระเถิบไปฝั่งซ้ายที่มีลลิสานั่งอยู่และหล่อนก็กระเถิบหลีกให้ตามสัญชาตญาณไปประชิดกับอีกคน ปลุกให้อีกคนหลุดจากการเหม่อลอยตื่นตามกัน ละสายตาจากการมองแก้วบรั่นดีในมือมาสนใจพวกเขาทั้งหมด แต่พอสายตาไปปะทะกับคนคู่นั้น ถึงกับแสะยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าเพื่อนผู้หญิงของเขาถูกเขี่ยตกข้างทางซะแล้ว โชคดีที่หล่อนมัวแต่เล่นโทรศัพท์จึงไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก หากเป็นก่อนหน้ายังไม่ตึงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ป่านนี้อาคีราคงโดนบ่นแล้ว ที่เห็นคนอื่นสำคัญกว่าเพื่อนสนิท แถมเป็นถึงเจ้าของวันเกิด

ใช่ ก่อนหน้าเธอจะมา พวกเขาทั้งสามคนได้ตะลุมบอนวิสกี้ขวดเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะหมดไปแล้วหนึ่งขวด และขวดใหม่เพิ่งจะเปิดก็ถูกลดลงไปอีกครึ่งหนึ่งเช่นกัน แน่นอนว่าสภาพตอนนี้ควบคุมตัวเองให้นั่งตัวตรงกันได้ก็ถือเก่งมากแล้ว

พะแพงเดินช้าเข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ นี่คงจะเป็นการทำงานในตำแหน่งใหม่ที่ตราตรึงใจเป็นที่สุด ทันทีที่หย่อนก้นนั่งเธอหันไปมองเกียรติอย่างคาดโทษ แต่อีกฝ่ายกลับละสายตาไปทางอื่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ความอึดอัดมีถึงขั้นทำให้เขาต้องลุกขึ้น บอกลาเสี่ยคิระเป็นครั้งที่สอง ซึ่งแน่นอนครั้งนี้เขายินยอม นั่นเพราะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว

พะแพงเพิ่งจะเข้าถึงแก่นแท้ของคำว่าประหม่า เพราะทันทีที่นั่งลง รัศมีแห่งความอันตรายของเขาก็แผ่ออกมาจากตัว ร่างสูงที่ไม่ว่าจะหยิบจะจับอะไรก็ดูนุ่มนิ่มไปหมด ราวกับเป็นคนใจเย็น ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่!

ทั้งคำพูดทั้งแววตาก่อนหน้านี้ ช่างย้อนแย้ง ต่างกันลิบลับ

“ปกติดื่มอะไรครับ”

เสียงทุ้มดังอยู่ข้างกกหู ถึงได้รู้เข้าขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นกว่าเดิม

นาทีนั้น คนตัวเล็กรับรู้ถึงความหรูหราของน้ำหอม เป็นกลิ่นที่เหมาะกับตอนกลางคืนและคนดื่มเหล้าเป็นที่สุด ซึ่งถูกเจ้าของจงใจหยิบมาราวกับรู้ว่าถ้าได้คลุกเคล้ากับกลิ่นเหล้าก็จะเพิ่มความดาร์กมากขึ้น หนึ่งเลยคือคนที่ถูกล็อคเป้าอย่างเช่นเธอที่นั่งอยู่ข้างกายในตอนนี้ จะถูกยั่วยวนโดยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่ต่อให้เจอกันข้างนอก หรือบังเอิญโชยมาจากที่ไหนสักที่หากได้กลิ่นนี้ แวบแรกจะนึกทันทีว่าเป็นเขา

แถมความไม่ยุติธรรมอยู่ตรงที่ว่าต่อให้เธอไม่เต็มใจเลยสักนิด ต่อต้านเสียงในหัวค่อนข้างหนัก แต่เธอจะไม่สามารถต่อต้านความรู้สึกได้ ว่าเขานั้นช่างมีเสน่ห์ เร่าร้อน และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

และนี่คือหลุมพราง หลุมที่หนึ่ง!

“อะ อะไรก็ได้ค่ะ” เสียงของเธอเริ่มสั่น “แพง.. ไม่ค่อยดื่ม เลยไม่รู้ควรดื่มอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นที่ผ่านมาเคยดื่มเหล้าอะไร ต้องเอาที่หนูถนัดสิ” เขาออกความเห็น เหลือบตาจากบรั่นดีบนโต๊ะมาหาเธอ “จะได้ไม่เมาเร็ว”

เหล้าไหนก็เมาเหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอ คราวนี้เป็นเสียงในหัวของหญิงสาว จังหวะหัวคิ้วถูกบีบเข้าหาจนยุ่งเหยิง ที่ทำให้คนมองอยู่นึกเอ็นดู

“อะไรก็ได้จริงๆ ค่ะ เสี่ยเลือกมาได้เลย”

เขาชอบเสียงตอนนี้ของเธอมาก ที่ฟังดูคล้ายคนกำลังเดินถอยหลัง ถอยเรื่อยๆ จนจนตรอก ซึ่งเป็นตรอกที่ปิดตายสนิท ทำจากกำแพงเหล็กหนาที่ถ้าคนต้อนไม่อนุญาตก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ใช่..และเขานั่นแหละที่เป็นผู้ต้อน!

“อยากให้พี่เลือก? ..” เขาเลิกคิ้วสูง จงใจโน้มลงมาหาเธอ “งั้นตัวเดียวกับพี่ก็แล้วกัน”

หญิงสาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นมารดแก้ม ความประหม่ายิ่งเพิ่มพูนอีกเท่าทวี ทำร่างกายแข็งทื่อ โชคดีจังหวะปลายจมูกเลื่อนมาใกล้จะถึงเนื้อ ค้นพบวิธีเอาตัวรอดซะก่อน

“เดี๋ยวแพงรินเหล้าให้นะคะ”

เธอเบี่ยงตัวหลบโน้มไปข้างหน้า ไม่สนใจว่าคนข้างๆ จะชะงักอยู่ในท่าพร้อมหลับตาลง กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอทำเขาไม่พอใจเข้าให้แล้ว ก็ตอนหันกลับมายื่นแก้วแล้วเขาไม่รับ

“เอาเลขบัญชีมา”

“คะ?”

ไม่พูดเปล่าเขาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ของเขามาด้วย พลางมองหน้าเธอ กลายเป็นหญิงสาวที่ต้องลนลานควานหาโทรศัพท์ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเก็บไว้กับกระเป๋าในล็อคเกอร์จึงยิ้มเจื่อน

“ไม่ได้เอามาค่ะ งั้นแพงไปเอานะ”

คนตัวเล็กทำท่าจะลุก กลับถูกอุ้งมือหนารั้งไว้ซะก่อน เพียงแค่จับตรงต้นแขนบีบเบาๆ ไม่ได้ออกแรงกระชาก คนตัวเล็กกลับปลิวไปทั้งตัว ความตกใจทำให้เธอขึงตากว้าง ได้สติอีกทีก็ตอนนั่งอยู่บนตักของเขาแล้ว

“เสี่ยคะ!”

ความตกใจบวกกับเสียงร้องทำให้อีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันหันมามอง ทิ้งสิ่งที่กำลังสนใจอยู่ไปชั่วขณะ ลลิสาอ้าปากค้างไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ ส่วนอีกคนเหมือนจะชินแล้ว ถึงได้ส่ายหน้าเอือมระอาสุดๆ

“ปวดฉี่ไหมสา”

ลลิสาหันขวับ พลันคิ้วที่ขมวดด้วยความงุนงงอยู่ก่อนยิ่งขมุกขมัวคูณสอง เมื่อเห็นคนถามขึงตาใส่ ราวกับบอกสัญญาณอะไรสักอย่าง

“ไม่อ่ะ”

“สา..”

กว่าจะรู้ตัวก็ตอนได้ยินเสียงคำรามของเขา พลางบุ้ยปากไปทางคนสองคนกับพยักพเยิดหน้าไปทางประตู เธอจึงเป็นฝ่ายขึงตาบ้าง คล้ายถามว่าทำไม แต่ไม่ทันได้รับคำตอบกลับถูกเหนือเมฆดึงไปซะก่อน ด้วยแรงมหาศาลที่คนตัวเล็กอย่างหล่อนสู้ไม่ได้

“เห็นบ่นว่าปวดฉี่ ไปเถอะ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน”

พะแพงเหลือบมองเห็นอยากจะอ้าปากทักท้วงว่าอย่าทอดทิ้งเธอ ฉุกนึกขึ้นได้ภายหลังว่าเขาเป็นพวกเดียวกัน แหกปากไปก็เท่านั้น

“ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ เราตกลงกันแล้วว่าแค่นั่งดื่ม”

เธอจึงหันไปต่อรองกับเขาพลางดิ้นขลุกขลัก แต่ผลที่ได้รับคือยิ่งเรียกร้องยิ่งเหมือนดันทุรังให้วงแขนแกร่งกระชับเอวคอดมากขึ้น จากที่มันหลวมๆ ตอนนี้เริ่มกระชับ

“บอกว่าแค่นั่งดื่ม ดื่มเสร็จก็กลับ แต่ไม่มีคำว่าห้ามนั่งตักสักคำ”

“...!!!”

บอกตามตรงเธอเกือบจะไม่สนใจเงินนั้นแล้ว เมื่อเขาทำรุ่มร่ามกับเธอแบบนี้ แต่เพราะข้อเสนอของเขาหลุดออกมาปะทะหู เธอจึงหยุดดิ้น และอ่อนลงชั่วคราว

“ดื่มแก้วที่หนูรินมารวดเดียวหมด แล้วพี่จะปล่อย”

อาจด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่กระซิบบอกว่าเธอจะยิ่งไม่ปลอดภัยหากขัดใจเขา สังเกตจากเกียรติเจ้าของร้านที่กลัวซะจนไม่รู้ผิดถูก แถมเพื่อนของเขาที่พร้อมสนับสนุนอย่างเป็นทางการตลอดเวลา ราวกับรู้ใจโดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากอะไรเลย

เขาน่ากลัวมาก ชนิดที่ว่าเธอเริ่มจะเห็นถึงหายนะแล้ว

หากตอนนี้วิ่งหนีไป จะเป็นยังไง เขาจะให้ใครวิ่งตาม จับเธอทุ่มลงกับพื้นหรือเปล่า ถ้าหากจับตัวได้! แค่คิดยังสยอง

“พูดจริงนะคะ”

เพราะความกลัวจะเจ็บตัว จำต้องเชื่อเขาอีกครั้ง ปลอบใจตัวเองให้อดทนผ่านคืนนี้ไปให้ได้ แล้วพรุ่งนี้จะไม่มาทำงานอีก

“อืมฮึ..”

เขาพยักหน้า เอื้อมมือไปหยิบแก้วที่เธอหยิบมายื่นให้เขาก่อนหน้านี้ แต่ถูกวางลงตอนลุกกะจะไปเอาโทรศัพท์มาให้เธอ คนตัวเล็กหลุบตามอง จังหวะเหลือบขึ้นมาประสานตา ถึงกับเย็นเชียบไปทั้งตัว ราวกับยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งดึงดูด

เธอรับแก้วนั้นมาด้วยมือที่สั่น ก่อนจะกระดกลงคอรวดเดียวหมด แน่นอนว่าตอนเธอแหงนหน้าขึ้น จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจนั้น

“หมดแล้วค่ะ”

ถึงจะคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติได้ แต่สีหน้าคุมไม่ได้ เมื่อรสชาติของเหล้าที่ทั้งร้อนและขม บาดคอซะจนถึงนิ่วหน้า

“เก่งมากครับ”

ทันทีที่เธอทำสำเร็จ อาคีราเปลี่ยนสีหน้าที่เคร่งขรึมเป็นรอยยิ้มเจือจาง พลางเอ่ยปากชม และทำตามอย่างที่พูด คือยกตัวเธอไปวางบนเบาะข้างกันอย่างเบามือ จากนั้นจึงจะจัดแจงตัวเขาเองให้นั่งในท่าที่ถนัด แต่ท่าที่ถนัดของเขากำลังจะทำให้ไก่ตื่น เนื่องจากเขานั่งเอนหลังพิง แขนพาดพนัก กินพื้นที่มาหาเธอ กลายเป็นว่าคนตัวเล็กต้องยืดตัวขึ้น ตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

“แก้วเดียวเองหรือ?”

“คะ?”

“หนูยังได้อีกนะพี่ว่า..”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 152 แต่งงานสายฟ้าแลบ

    สองอาทิตย์ต่อมา งานแต่งของพวกเขาถูกแพลนไปไกลแล้ว และเหลืออีกไม่กี่อย่างก็พร้อม อาคีราเลือกที่จะเริ่มไปนอนที่บ้านของตัวเองในคืนพรุ่งนี้ เช้านี้จึงอยากจะพาครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวไปทำบุญก่อน ตกตอนเย็นก็ค่อยกลับบ้านตามลำพัง “คนมาทำทานเยอะเหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสะสวยยืนหันหน้าไปทางกระแสลม ให้พัดหน้าจนผมปลิวว่อน ตรงข้ามเป็นแม่น้ำค่อนข้างใหญ่มีไว้สำหรับปล่อยปลา ข้างกันคือพุนพินที่หน้าตาถัดไปทางสดใสและอิ่มบุญ หากแต่ด้วยกายหยาบไม่ค่อยเอื้ออำนวยจึงทำอะไรเชื่องช้าไปหมด หล่อนเหมือนคนเหนื่อยตลอดเวลา ทว่าเมื่อถามทุกครั้งกลับส่ายหน้าและตอบว่าไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน “แม่หมดห่วงเรื่องของแพงได้แล้วใช่ไหมลูก” จู่ๆหล่อนก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังมองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำที่ยืนห่างไปพอควร อยู่ในลักษณะท่ายืนเท้าเอวสอบ หันหลังให้กับทุกคน เบื้องหน้าคือแม่น้ำวิวเดียวกันกับเธอ เขากำลังยืนรับลมไม่ต่าง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายลมบางเบาพัดโบก เสมือนกำลังผ่อนคลายพลางหันมาทางผู้เป็นแม่ “แม

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 151 จะอยู่ในทุกช่วงเวลา

    “ครับ ผมจะทำให้เลย ทำทันที และเร็วที่สุด”ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมทันทีที่พุนพินเอ่ยจบ และค่อยๆเรียกรอยยิ้มของคนทั้งสามออกมาเปื้อนใบหน้า เมื่อคำขอนั้นแท้จริงไม่ได้ยากอะไรเลย กลับกันเป็นอีกเรื่องที่พวกเขากำลังครุ่นคิด และมีอยู่ในหัวอยู่ก่อนแล้ว“แต่งงานกับลูกสาวของน้าในตอนที่น้ายังแข็งแรงอยู่ได้ไหมคะ”“ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับแพงคิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอายังไง พอเป็นแบบนี้ก็ดีครับ งั้นจบทริปนี้ กลับไปผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอเลยละกัน แพงว่าไง..หนูโอเคไหม”คนถูกถามละสายตาจากมือบางที่แอบบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเขิน เงยหน้าขึ้น มองหน้าผู้เป็นแม่สลับกับเขาแล้วยิ้มกว้าง ถึงจะรู้สึกติดเรื่องเรียนอยู่เล็กน้อย เพราะรู้สึกเหมือนจะฉุกละหุกจนเกินไป แต่ถ้านี่คือความต้องการของแม่เธอ หญิงสาวก็ไม่ขัด ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องค้างคา เพราะถึงยังไงคนที่เธอคิดจะฝากชีวิตและอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่แล้ว“ได้ค่ะ แพงโอเค”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นครับ”“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากที่เอ็นดูและรักยัยแพง”“ครับ ผมยินดี”วันต่อมาด้านของปานดาวเช้านี้หล่อนได้รับข่าวดีที่ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่โลดเต้น

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 150 มีอะไรอยากทำไหม

    จุดหมายปลายทางคือบ้านสวนที่อาคีราซื้อทิ้งไว้แถวปริมณฑล เคยเป็นที่ดินเปล่ารกร้างมาก่อน แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ แน่นอนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ย่าของเขาชื่นชอบ แต่ไม่มีเวลาได้มาพักผ่อนเลยสักครั้ง เนื่องจากท่านเสียชีวิตไปซะก่อน เหตุการณ์ครานั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเขา หากคิดจะทำอะไรสักอย่างอย่ารอวันที่สาย อาทิเช่นตอนนี้กับว่าที่ภรรยาของเขาคือพะแพงและแม่ของเธอ ที่ไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจึงจัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้แม่ของเธอได้สูดอากาศที่มาจากธรรมชาติจริงๆบ้าง อีกนัยยะ ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่กับบ้าน ถึงมันจะใหญ่มากก็เถอะ“ซื้อไว้นานแล้วเหรอคะ”เสียงหวานกังวานหันมาถามทันทีที่เดินลงมาจากรถ โดยมีปุณและพยาบาลดูแลพุนพินอีกคนช่วยกันยกของ รวมถึงเขาและเธอที่ช่วยกันละไม้คนละมือ ไม่ได้เดินตัวเปล่าลงมา“ครับ หลายปีแล้ว ครั้งนี้ครั้งที่สามที่พี่มา”พะแพงเพิ่งสังเกตเห็นคนสวนเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน ทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นเดินไปเปิดประตู แล้วไปช่วยปุณยกของต่อ“คนนี้..”“ลุงพันอยู่เฝ้าที่นี่ตั้งแต่แรก” เขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status