Masuk@Moonlight Club
“หน้าตาน่ารักดีหนิ สวยน่ารักแถมยังดูไร้เดียงสา เสี่ย ๆ ชอบเลยแบบนี้...” โคลอี้มองรอบ ๆ ตัวใบชาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
“...แต่ไม่ใช่สำหรับเสี่ยชยุตม์ รายนั้นชอบคนจัดจ้านมีประสบการณ์ ลองมองหาคนอื่นดีกว่าไหม?” ก่อนจะเอ่ยบอกสิ่งที่ทำให้ใบชาและเพื่อนสาวอย่างนาเดียร์หน้างอผิดหวังไปตาม ๆ กัน
“เอ่อ” ใบชาอ้ำอึ้งเพราะเธอเตรียมใจมาเป็นเด็กให้แค่เสี่ยชยุตม์ เท่านั้น
เพราะสืบประวัติเขามาแล้วว่าเสี่ยคนนี้เป็นคนดีและไม่มีพันธะใด ๆ เขายังโสดและยังหนุ่ม
อีกอย่างเสี่ยชยุตม์ เลี่ยงเด็กหลายคนและดูท่าสำหรับเขาแล้วเธอคงไม่ใช่คนโปรด ถ้าไม่ใช่คนโปรด ก็จะได้ไม่เรียกใช้เธอบ่อย ๆ
“สำหรับเสี่ยคนอื่น ๆ ถ้าหนูบอกว่ายังบริสุทธิ์อาจจะได้มากกว่าที่เสี่ยชยุตม์ จะให้อีกนะ” โคลอี้เกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผล
สองเพื่อนรักหันหน้าจ้องมองสบตากันเพื่อตัดสินใจ
“แต่ว่า” นาเดียร์เอ่ยเพื่อจะขัดเพราะไม่เป็นอย่างที่หวัง
แต่ทว่า...
“ค่ะ พี่โคลี้ช่วยแนะนำให้ใบชาหน่อยนะคะ” ใบชาที่ไม่มีทางเลือก ในเมื่อเสี่ยชยุตม์ ไม่ได้เธอก็ต้องหาคนใหม่
“ใบชา!” นาเดียร์ที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนด้วยความตกใจ
“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนะนาเดียร์” ใบชาเอ่บอกกับเพื่อนด้วยความจำนนท์ต่อสถานะการณ์
โคลอี้ที่ยืนอยู่เห็นสองเพื่อนสนิทเถียงกันไปมาด้วยความขืนใจในสถานการณ์ที่บีบบังคับ ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างนั้น เธอก็รู้สึกสงสาร
พร้อมกับเห็นใจเธอเองก็รู้สึกเสียดายความน่ารักภาพลักษณ์สวยไร้เดียงสาของใบชา
ถ้าเกิดเธอไปเจอเสี่ยที่ไม่ดีเข้าก็แย่เลย
“เอางี้ พี่จะพาเราไปหาเสี่ยชยุตม์ ไปให้เสี่ยดูตัวก่อน เห็นหนูแล้วเสี่ยอาจจะเปลี่ยนใจ แต่หนูต้องยอมให้เสี่ยแตะต้องตัวอย่าขัดขืนอย่าไร้เดียงสาล่ะ” โคลอี้คิดหาทางให้ใบชา
“ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่โคลอี้” ใบชาได้ยินดังนั้นก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณ
เธอมีหวังแล้ว คราวนี้หน้าที่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่ที่เธอแล้วว่าจะทำมันได้ไหม
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกมันคืองานของพี่ นาเดียร์พาเพื่อนไปแต่งตัวไป” โคลี้เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเอ็นดูใบชาเป็นอย่างมาก
เธอเองก็แอบเชียร์ใบชาให้กับเสี่ยชยุตม์ เพราะเพียงแค่ไม่กี่นาทีใบชาก็ทำให้เธอเอ็นดูได้ เธอก็เชื่อว่าใบชาจะทำให้เสี่ยชยุตม์ เอ็นดูเธอได้เช่นกัน
“ค่ะ” นาเดียร์ตอบรับคำสั่งก่อนจะรีบพาใบชาเข้าไปเปลี่ยนชุด
ทางด้านเสี่ยชยุตม์
“โคลอี้บอกจะพาเด็กมาแนะนำให้มึงรู้จัก ชื่อใบชา” เนมเดินเข้ามานั่งลงกับน้องชายของเขาที่มักจะมาที่นี่เป็นประจำนั่นก็คือชยุตม์ หรือเสี่ยชยุตม์ ที่เด็ก ๆ ในผับเรียกกัน
“ชื่อคุ้น ๆ เหมือนคนที่เคยให้ดูรูปเมื่อวันก่อน” ชยุตม์ กระดกยกแก้วขึ้นดื่มก่อนคิ้วหนาจะขมวดเมื่อคุ้นชื่อคนที่พี่ชายเอ่ยถึง
“ใช่ คนเดียวกัน” เนมพยักหน้าเอ่ยตอบพร้อมกับยกแก้วกระดกขึ้นดื่มอย่างชิว ๆ
“ไม่ใช่ว่ากูปฏิเสธไปแล้ว” ชยุตม์ เอ่ยพูดติดหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะเขาเคยปฏิเสธเด็กคนนี้ไปแล้วจากคราวก่อนที่นำรูปมาให้ดู
เพราะรู้สึกเหมือนโดนบังคับซึ่งเขายิ่งไม่ชอบ
“ช่วยรับเลี้ยงน้องเขาหน่อยดิ” เนมวางแก้วก่อนจะยื่นมือไปตักกับแกล้มอย่างคนหิวไม่สนภาพลักษณ์
“อยากเลี้ยงทำไมไม่เลี้ยงเอง กูไม่ได้เปิดสถานสงเคราะห์รับเลี้ยงเด็กมหาลัย” ชยุตม์ เอ่ยบอกพร้อมกับกระดกดื่มน้ำเมาในมืออย่างคนกระหาย
“ก็ถ้ากูทำได้กูทำไปแล้ว ก็มีแต่มึง เห็นชอบเลี้ยงเด็กไม่ใช่เหรอว่ะ อีกสักคนจะเป็นอะไรไป ขนหน้าแข้งมึงไม่ร่วงหรอก” เนมพยายามเกลี้ยกล่อม
“ไม่เอา ไร้เดียงสาแบบนั้น มึงก็รู้ไม่ใช่เทสกู” ชยุตม์ ปฏิเสธอีกรอบ เขาเห็นรูปเธอก็รู้แล้วว่าเธอเป็นคนยังไงและใช่ เขาไม่นิยมเลี้ยงเด็กหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสาแบบใบชา
“เอาหน่าลองดูอาจจะชอบก็ได้ ลองหน่อยสักคนจะได้ไม่จำเจซ้ำกับที่มีอยู่” เนมเคี้ยวอาหารเต็มปากพร้อมกับเอ่ยคะยั้นคะยอน้องชายที่ห่างกันเพียงหนึ่งปี
”เอาเสร็จแล้วมานั่งร้องไห้เสียใจขี้มูกโป่งกูต้องนั่งปลอบนั่งโอ๋อีก มึงคิดว่ากูจะรู้สึกยังไง” ชยุตม์ เอ่ยบอกเหตุผล เพราะเหตุนี้เขาถึงชอบเด็กที่เป็นงานมากกว่า
“ไม่ขนาดนั้นหรอกสัส น้องเขาเต็มใจอยากเป็นเด็กมึง...” เนมก็พูดเชียร์เต็มที่ เมื่อเห็นชยุตม์ เงียบไปเขาจึงพูดต่อ
“...แค่รับเลี้ยงเฉย ๆ ไม่ต้องเอาก็ได้ เผื่อวันไหนมึงเหงาอยากเปลี่ยนเทส” เนมกล่อมสุดความสามารถ
“เผื่อมึงลืมว่ากูไม่ใช่นักบุญ” แต่ชยุตม์ ไม่หลงในคำของพี่ชาย ทว่า สายตาของเนมก็เหลือบไปเห็นใบชากำลังมุ่งมายังพวกเขาโดยมีโคลอี้พามา
“มาโน้นแล้ว น่ารักสัส” เนมเพยิดหน้าไปทางใบชาที่กำลังเดินเข้ามา
ชยุตม์ หันไปตามสายตาของเนมเมื่อเขาเห็นใบชาตัวจริงที่ไม่ใช่ในรูปก็มองเธอตาค้างไม่กระพริบ
ตัวจริงสวยกว่าในรูป น่ารัก และน่าถนุถนอมกว่า ซึ่งมันขัดกับสิ่งที่เขาต้องการ
จนในที่สุดใบชาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“นี่น้องใบชาค่ะ เข้าไปนั่งกับเสี่ยสิ” โคลอี้แนะนำใบชาสั้น ๆ ก่อนจะสั่งให้เธอเข้าไปนั่งกับเสี่ยชยุตม์ ในทันที
“ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินไปนั่งลงข้าง ๆ เขา
“เอ่อ สวัสดีค่ะเสี่ยชยุตม์ ใบชาค่ะ” มือเล็กพนมมือยกขึ้นไหว้เขาด้วยรอยยิ้มหวานแต่ติดประหม่าเล็กน้อยเมื่อโดนสายตาคมจ้องมองอย่างไม่กระพริบ
ชยุตม์ ขมวดคิ้วให้กับท่าทางของคนตัวเล็กที่ก้มศีรษะไหว้เขาอย่างกับไหว้ญาติผู้ใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังนั่งหลังตรงเกร็งตัวตลอดเวลา
“เธอพาฉันเกร็งไปด้วยเลย” ชยุตม์ หัวเสียหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“นะ หนูขอโทษค่ะ” ใบชารีบเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ชอบเธอไปมากกว่านี้
“มึงก็อย่าดุนักดิว่ะ ครั้งแรกของน้อง” เนมพยายามช่วย
“เพราะแบบนี้ กูถึงไม่ชอบคนที่ไม่เป็นงาน” สายตาคมมองคนตัวเล็กด้านข้างด้วยสายตาดุ ก่อนยกกระดกแก้ว
“ยังไม่หยุดทำหน้าดุอีก น้องอาจจะเขินกู งั้นกูไปตรวจร้านก่อน ตามสบายเลยค่ะ” เนมเอ่ยดุชยุตม์ ในประโยคแรก ก่อนที่ท้ายประโยคจะเอ่ยบอกกับใบชาและลุกเดินออกไป
“ไปอาบน้ำได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแต่ใบหน้าของเขายังไม่ละจากอกอวบคู่หน้ามือแกร่งก็พลางลูบไล้ที่ขาอ่อนจนกระโปรงพลีสเลิกขึ้นสูงแทบจะไม่ปกปิดขาเรียว“คุณก็ปล่อยหนูสิคะ” ใบชาเอ่ยบอกอย่าตะกุกตะกัก“สั่งฉันเหรอ” ใบหน้าหล่อละจากอกอวบเงยหน้าขึ้นมองสบตาหวาน“ก็คุณไม่ปล่อยหนู อีกอย่างคุณดูเหนื่อย ๆ นอนพักไปก่อนนะคะใบชาขอไปอาบน้ำก่อน” ใบชาอธิบายอย่างไร้เดียงสา และคิดว่าเขาคงเดินทางมาเหนื่อยมาก ๆ หลังจากที่สังเกตุมาเพราะเอาแต่ซุกหน้ากอดเธอนิ่ง“อือ ฉันเหนื่อยมาก ๆ แต่เธอช่วยฉันให้หายเหนื่อยได้นะใบชา” ชยุตม์ ยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรออก“เดี๋ยวคืนนี้ใบชานวดให้นะคะ” นวดที่เธอหมายถึงคือนวดจริง ๆ“แต่ฉันต้องการเดี๋ยวนี้” แต่สิ่งที่เขาต้องการนั้นกลับเป็นอีกอย่างที่ลึกซึ้งกว่าไม่รอช้าแขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กในท่าเจ้าสาวเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำในทันที“คะ คุณทำอะไรคะ” ใบชาตาโตตกใจ แขนเรียวรีบคล้องคอแกร่งเพราะกลัวตก“ก็พาเธอไปอาบน้ำไง แล้วก็…นวดให้ฉันด้วย” รอบยิ้มร้ายเผยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางก้มกระซิบบอกที่ข้างแก้มนวลเมื่อมาถึงเขาก็วางเธอนั่งบนฝาชักโครก โดยที่ระดับใบหน้าสวยพอดีกับเป้านูนท
“หรือเธอไม่อยากได้” ชยุตม์ เลิกคิ้วถาม พร้อมกับใช้นิ้วแกร่งเขี่ยปรอยผมที่ปรกแก้มนวลเล่น“ใบชาว่ามันมากเกินไปค่ะ ใบชาเกรงใจ”“เกรงใจไม่เข้าเรื่อง” ฝ่ามือหนาลูบแก้มนวลอย่างหลงใหล ก่อนจะช้อนคางมนขึ้นเพื่อสบตา“แค่คุณเลี้ยงดูใบชาต่อเดือนแค่นั้นก็มากพอแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล“โคลอี้ไม่สอนเธอเลยหรือไง ว่าช่วงที่ฉันกำลังหลงเธอให้เธอรีบกอบโกย”ใบชาแก้มแดง เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่เมื่อกี้ เขาพูดว่ากำลังหลงเธออยู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะกลับมาเจอกันได้อยู่ใกล้กันแบบนี้เป็นครั้งที่สองเอง“สอนค่ะ แต่ใบชาไม่อยากทำอย่างนั้น ใบชาแค่…””ต้องการเงิน” เขารู้ดีถึงเรื่องนี้“ค่ะ””แล้วที่ฉันให้ไม่พอหรือไงเธอถึงต้องทำงานเสริม” ได้โอกาสเขาจึงเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้“ใบชาต้องเก็บเงินไว้เยอะ ๆ ค่ะ เพราะว่าพ่อใบชากำลังป่วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาการจะทรุดอีก ต้องใช้เงินรักษาพ่ออีกเยอะค่ะ” เธอเอ่ยบอกอย่างไม่ลังเล และไม่คิดจะปิดบัง“จะใช้อีกเมื่อไหร่ เท่าไหร่ก็บอกฉันมา” ได้ฟังเหตุผลเขาก็สงสารขึ้นมาทันทีเพราะใบชาเป็นเด็กคนแรกของเขาที่เลือกทำแบบนี้ ไม่ใช่เหตุผลเพื่อตัวเอง เด็กตัวแค่นี้แต่แบกความรับผิดชอบใหญ
“รู้ดีนักนะเรื่องคนอื่นเนี้ย” ชยุตม์ หรี่เสียงจ้องสบสายตาคืนอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูพี่มึง เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้” เนมจ้องมองลึกในสายตาน้องชายปกติเขาไม่เคยสนใจไปรับไปส่งเด็กคนไหนแบบใบชาเพราะเขารู้นิสัยน้องชายดี อย่างมากก็แค่ไปหาพวกเด็ก ๆ ที่คอนโดในเฉพาะเวลาที่ต้องการแต่สำหรับใบชา ถึงขนาดไปรับที่มหาลัยและพามาที่นี่ มันเป็นเรื่องแปลกเพราะชยุตม์ ไม่เคยเอาเวลาที่เขาคิดว่ามีค่าให้หมดไปกับเด็กคนไหน“มีอะไรอีกไหม กูจะรีบทำงาน” ชยุตม์ ละจากสายตาคมที่กำลังรู้ทันเขามากกว่าที่เขารู้ทันตัวเองเสียอีก กลับมาจ้องอ่านยังเอกสารตรงหน้าดังเดิม“รีบไปไหนว่ะเสี่ย เด็กไม่หนีมึงไปไหนหรอก” รอยยิ้มร้ายยกยิ้ม ก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟากลาง“ใบชามีทำงานพาร์ทไทม์ต่อ เวลากูมีน้อยพอใจมึงยัง” เขาเอ่ยบอกหมดเปลือก ส่งสายตาดุหงุดหงิดออย่างจริงจังให้กับพี่ชายไปหนึ่งทีห่างกันแค่ปีเดียวแค่มองตาก็รู้ไปถึงไส้ถึงพุงกันไปหมด ชยุตม์ จึงไม่คิดจะกั๊กหรือปิดบังอะไร“มึงเลี้ยงเด็กเดือนเท่าไหร่ เด็กยังต้องไปหาทำงานอีกเนี้ย ไอ้เสี่ยขี้งก” เนมขมวดคิ้วสงสัยเอ่ยถามพร้อมตำหนิ“สามหมื่นก็ไม่น้อย” ชยุตม์ เอ่ยบอกเสียงแผ่วแม้ปากจะบอกออกไป
ใบหน้าสวยตั้งใจหันมามองเขา ยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็ถูกมือแกร่งโน้มรั้งท้ายทอยเข้าหน้าใบหน้าที่ยื่นมาพร้อมกับริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวใบชาตาโตตกใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเผยอปากปล่อยให้ร้อนเข้ามาดูดดึงช่วงชิมเรียวลิ้นหวานของเธออย่างตามใจจากเนิบช้า ค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นเขารู้ตัวว่าโหยหาริมฝีปากนุ่มและรสจูบอันแสนหวานจากคนตัวเล็กมาตลอดสามเดือนจากวันนั้นวันแรกและวันสุดท้ายที่ผับ เขาก็เอาแต่นึกถึงรสสัมผัสและกลิ่นกายหอมของใบชาอยู่ตลอด“ไฟเขียวแล้วค่ะ” ใบชาผละริมฝีปากออกมือเล็กดันอกแกร่งให้ถอยห่างชยุตม์ ที่ได้สติก็หันมาขับรถต่อ หัวใจของเขาเต้นแรง ทั้งรู้ว่าคิดถึงแต่เมื่อได้สัมผัสมันอีกครั้งยิ่งโหยหาและต้องการแทบจะหยุดไม่อยู่“ฉันต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับก่อน เย็น ๆ ค่อยออกไปหาอะไรทานกัน”“หนูแล้วแต่คุณชยุตม์ ค่ะ ตะ แต่ว่าสองทุ่มหนูมีทำงานพาร์ทไทม์ต่อนะคะ” ใบชาเอ่ยบอกเสียงอ่อนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“ค่อยว่ากัน” ชยุตม์ หันมาตอบก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าไปยังผับ@Moonlight Club“หนูขอแวะไปหาพี่โคลอี้ได้ไหมคะ” เมื่อเข้ามาด้านในผับใบชาก็เกิดอยากเข้าไปหาโคลอี้จึงเอ่ยปากขอ“แล้วอย่าเ
“เธอแน่ใจนะใบชา” เสียงเข้มถามอย่างจริงจัง เพราะถ้าเธอคิดจะเปลี่ยนใจหลังจากนี้ไม่ได้“ค่ะ ใบชาพร้อมเป็นเด็กของคุณชยุตม์ ค่ะ” แขนเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง พร้อมกับส่งสายตาอ้อนไร้เดียงสาออกมาหัวใจแกร่งเต้นรัวเมื่อเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น เป็นความรู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็กคนไหนมาก่อนแต่กับใบชาตรงหน้า ถ้าให้พูดตามความจริงเธอไม่สเปกที่เขาต้องการ แต่กลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกถูกใจกับทางท่า เสียงหวาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอมากกว่าใคร ๆ“อื้อ” เสียงหวานร้องครางออกจากลำคอ เมื่อริมฝีปากของเธอถูกประกบด้วยริมฝีปากหนาจากเขาลิ้นร้อนเริ่มแทรกเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากเล็ก ใบชาก็เผยอปากต้อนรับลิ้นร้อนอย่างเต็มใจสามเดือนต่อมา...ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนเรียกความสนใจให้คนที่นั่งเรียนอยู่ละจากอาจารย์ที่สอนตรงหน้าเอื้อมมือหยิบเพื่อเปิดอ่าน“ข้อความจากที่บ้านอีกแล้วเหรอ?” เพื่อนสาวเอ่ยถามอย่างอยากรู้“ข้อความจากคุณชยุตม์ คุณชยุตม์ กลับมาแล้ว” ใบชายิ้มร่าเมื่อเห็นว่าข้อความที่ส่งมานั้นมาจากคนที่หายไปสามเดือนเต็ม ๆตั้งแต่วันนั้นเธอและเขาไม่แม้จะได้พูดคุยกันอีกเลยเพราะอีกฝ่ายไปทำงานที่ต่างประเท
เมื่ออยู่กันสองคนเพียงลำพังใบชาก็ยิ่งรู้สึกประหม่า“นะ หนูชงเหล้าให้นะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกทั้งที่ยังไม่ได้สำรวจภายในโต๊ะดีข“ฉันดื่มไวน์” ชยุตม์ เอ่ยพูดขึ้นมาทันที พร้อมกับจ้องมองดุ“อะ เอ่อ ขอโทษค่ะ” ทั้งที่ตรงหน้าเป็นขวดไวน์ แท้ ๆ แต่ไม่รู้จักสังเกตุก่อนใบชาก้มหน้าเอ่ยขอโทษสองมือประสานกันเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด“ขอโทษอะไรหนักหนา…” คิ้วหนาขมวดยุ่งเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็ก”…รินไวน์ให้ฉันสิ แล้วเขยิบมาใกล้ ๆ สักที” ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเข้ม“ค่ะ อ๊ะ!” ใบชาพยักหน้าและกำลังเขยิบเข้าใกล้ตามที่เขาบอก แต่ทว่าเธอชักช้าเกินไปไม่ทันใจเขา“ชักช้า” แขนแกร่งช้อนเอวคอดรวบรั้งให้เข้ามาใกล้เสียเองใบชาได้แต่เม้มปากแน่น เพราะทำอะไรไปก็ไม่ถูกใจเขาไปเสียทุกอย่าง ได้แต่นั่งรินไวน์ให้อย่างตั้งใจรินไวน์เสร็จเธอก็ยื่นให้เขา เป็นจังหวะให้ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรกใบชาหัวใจเต้นแรงเพราะใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงคืบ และยิ่งได้เห็นว่าเขาหล่อมากแค่ไหนก็ยิ่งใจเต้นแรงทำตัวไม่ถูก“ทำให้ตัวเองด้วย” ชยุตม์ รับแก้วไวน์มาถือในมือ ยกขึ้นจิบพร้อมกับเอ่ยบอก“ค่ะ” ใบชาหลุดออกจากภวังค์เมื่อครู่ที่เผลอมองใบหน้าหล่อน







