LOGINหนึ่งทุ่มครึ่งของวันเดียวกัน หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นกันแล้ว วายุก็เข้าห้องทำงานเพื่อเช็กอีเมลและทำงานต่อ เมื่อคาดว่าน่าจะได้เวลาที่ลูก ๆ จะเข้านอนกันแล้ว เขาก็เดินออกจากห้องทำงานด้วยใจที่กระฉับกระเฉง ด้วยเพราะว่าเมื่อตอนเย็นเมียรักอนุญาตไว้แล้วว่าคืนนี้จะให้เขากอดสองน้ำ ตั้งแต่คลอดลูกคนที่สอง เขาก็จะรอให้เมียรักพร้อมสำหรับเรื่องบนเตียงทุกครั้ง จะไม่บังคับให้เธอยอมเหมือนกับที่ผ่านมา เพราะรู้ว่าการเลี้ยงลูกนั้นเหนื่อยแสนเหนื่อย เมียรักก็ต้องอยากพักผ่อน จะมาตามใจเขาตลอดไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เคยให้เขาอดเกินหนึ่งสัปดาห์เลยสักครั้ง เธอคงจะเห็นใจเขาเหมือนกันที่คนเซ็กซ์จัดต้องมาอด ๆ อยาก ๆ แกรก.. "อ้าว ยังไม่หลับกันอีกเหรอ?" วายุเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องสลัวแล้วเจอลูกทั้งสองยังนั่งเล่นกันอยู่ น้ำเสียงนั้นมีความผิดหวังเจือปน หันไปทางประตูห้องน้ำเมื่อเห็นแม่ของพวกแกกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ "พอดีหนูปวดท้องเลยยังไม่ได้กกลูกนอน" แป้งร่ำบอกสามีพร้อมกับยิ้มขอโทษ เธอรู้ว่าทำไมสามีถึงได้ทำหน้าผิดหวังขนาดนั้น วันนี้เธอกับเขานัดจะทำเรื่องเสียวสุขด้วยกัน แต่ทว่าผิดแผนเมื่อเธอรู้สึกปวดท้อ
สองปีต่อมา "แม่จ๋า น้อนปีมกินนมเสร็จยาง.. พ่อตะพาไปขี่ยดแย้ว.." เสียงใสพูดไม่ชัดของเด็กชายเปรมวัยสองขวบเจ็ดเดือนที่ดังอยู่นอกห้องทำเอาแป้งร่ำคลี่ยิ้มเอ็นดู ก้มมองเด็กน้อยที่คนเป็นพี่เอ่ยถึงซึ่งตอนนี้อยู่ในอ้อมอกของเธอ ก็พบว่าเด็กหญิงปรีณาพรรณ หรือ เด็กหญิงปริมอายุหนึ่งขวบรีบปล่อยปากให้หลุดจากยอดถันทันควัน ก่อนจะหันขวับมองไปทางประตูรอคอยการปรากฏของพี่ชายด้วยความตื่นเต้น "โยะ!(รถ)" พร้อมกับออกเสียงไม่เป็นคำตามประสาเสียงดัง แววตาเป็นประกายจนคนมองนึกหมั่นไส้ "พอพี่มาชวนไปเที่ยวล่ะอิ่มเลยนะ" แป้งร่ำว่าให้ลูกสาวตัวกลมพลางใช้ผ้าซับหยดน้ำนมที่มุมปากให้ด้วยความรัก "แอ๊" เด็กหญิงปริมร้องราวกับต้องการตอบโต้กับคุณแม่ หันกลับมามองใบหน้าใจดีของแม่เดี๋ยวเดียวก็หันไปมองประตูต่อ รออย่างใจจดใจจ่อให้คนข้างนอกเปิดประตูเข้ามารับเสียที แกรก.. "น้อนปีม.." พี่ชายเปรมเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเรียกน้องสาวเสียงยานคาง ใบหน้ากลมของเด็กชายยิ้มแป้นที่เห็นน้องสาวกินนมแม่เสร็จแล้ว ในที่สุดก็จะไปขี่รถเล่นได้สักที "แอ๊ะ!" เด็กน้อยปริมส่งเสียงขานรับพร้อมกับยิ้มกว้างจนเห็นฟันสี่ซี่ให้พี่ชาย รีบพลิกตัวออกจากอกแม่แ
"ไม่ต้องจับเลย อันนี้นมพ่อนะ" วายุรีบคว้ามืออวบที่กำลังจะล้วงเข้าไปในเสื้อยืดอีกครั้ง "อื้อ!" เด็กน้อยเปรมร้องประท้วงขณะที่ปากไม่ยอมปล่อยนมแสนอร่อยของแม่ มืออวบขืนแรงดึงของพ่อไว้ ก่อนจะปากเล็กก็ตั้งท่าเบะจะร้องเมื่อโดนขัดใจ "พี่ยุ แกล้งลูกทำไมเนี่ย!" แป้งร่ำเห็นว่าลูกน้อยจะร้องจึงได้ดุสามีตัวโตแต่นิสัยราวกับเด็กน้อย ลูกก็กินนมอยู่ดี ๆ ดันมาแกล้งลูกให้จะร้องเสียนี่ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตัวโตพยายามจะให้ลูกน้อยเลิกจับนมอีกข้างขณะที่กำลังดูดกินอีกข้าง ส่วนลูกน้อยก็ขัดขืนเต็มกำลัง แต่ทว่าแกก็ไม่อาจจะสู้แรงพ่อได้จึงจบด้วยการตั้งท่าจะร้องอยู่ร่ำไป และเธอก็ต้องห้ามสงครามของสองพ่อลูกทุกครั้ง "พี่ก็อยากกินบ้างนี่นา คืนนี้ขอกินบ้างนะ" วายุตีหน้าเศร้าออเซาะเมียรัก หวังว่าเมียรักจะเห็นใจเขาบ้าง คนที่ได้ดูดนมนอนแทบทุกคืนแต่ตอนนี้ต้องยกให้ลูกทั้งกลางวันกลางคืน เขาก็น่าสงสารไม่น้อยเลยนะ "น่าสงสารจัง" แป้งร่ำยิ้มหวานเอ็นดูสามีที่ทำตัวออดอ้อนสามี ไม่ได้ปฏิเสธคำขอของเขาเพราะเธอก็อยากให้เขากอดเหมือนกัน หลังจากที่โดนกอดครั้งล่าสุดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "ขอสี่น้ำ" วายุต่อรองพร้อมกับยกมือขึ้น
เจ็ดเดือนต่อมา เด็กทารกที่แรกเกิดมาตัวขาวแดงตอนนี้ได้กลายเป็นเด็กตัวขาวตุ้ยนุ้ยแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงหัดคืบคลาน ช่วงนี้ทั้งแม่และพี่เลี้ยงจึงไม่ปล่อยให้คลาดสายตา จะต้องมีคนอยู่ด้วยตลอด เพราะช่วงแรกที่เด็กน้อยเปรมเริ่มเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองได้ใหม่ ๆ เด็กน้อยเกือบจะกลิ้งตกบันไดสามขั้นหน้าบ้านไปแล้ว เนื่องจากว่าพี่เลี้ยงได้พามาเล่นหน้าบ้านเพื่อรับลมอ่อน ๆ โดยให้เด็กน้อยนอนบนเบาะนุ่ม แต่พี่เลี้ยงเกิดปวดท้องเบาขึ้นมาเลยลุกไปเข้าห้องน้ำโดยปล่อยให้เด็กน้อยอยู่คนเดียว เพราะคิดว่าเด็กน้อยยังไปไหนไม่ได้ ครั้นพอเสร็จธุระกลับมาก็แทบจะหัวใจวายเมื่อนายน้อยคืบคลานไปอยู่ใกล้ ๆ บันไดแล้ว นั่นคือการคืบครั้งแรกของเด็กชายเปรมที่เกือบทำให้พี่เลี้ยงของเขาตกงาน นับแต่นั้นมาเด็กน้อยไม่เคยได้อยู่ตามลำพังอีกเลยเวลาบ่ายสามโมงกว่า ๆ เป็นเวลาประจำที่รถคันโตของเจ้าของบ้านจะแล่นเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ หลังจากที่เขาออกไปทำงานที่ออฟฟิศของรีสอร์ตตั้งแต่เช้า ตั้งแต่ที่เมียรักคลอดลูกชายตัวน้อยออกมาแล้ว วายุก็ย้ายไปทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิมเนื่องจากสะดวกกว่าทำงานที่บ้าน เพราะบางครั้งมีคณะทัวร์มาลงก็จะได้ดูแลด้วยตัวเ
ไปถึงโรงพยาบาล หมอผู้รับผิดชอบก็รออยู่แล้ว คุณหมอรีบให้พยาบาลพาแป้งร่ำเข้าห้องคลอดทันทีเพราะดูแล้วน่าจะคลอดคืนนี้แน่ ๆ "คุณพ่ออยากเข้าไปในห้องคลอดด้วยไหมคะ?" คุณหมอหันกลับมาถามวายุที่หน้าซีดไม่แพ้คนใกล้คลอด ซึ่งเป็นอาการตื่นเต้นปกติของพ่อที่เพิ่งมีลูกคนแรก "อยากครับ" วายุตอบโดยไม่ลังเล เขาเป็นห่วงทั้งลูกทั้งเมียใจจะขาด คงไม่ให้ทั้งคู่ต่อสู้กันตามลำพัง เขาจะต้องเข้าไปให้กำลังใจ "งั้นเดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลมาเรียกนะคะ หมอขอไปตรวจปากมดลูกก่อน" คุณหมอยิ้มใจดีให้คุณพ่อ นึกว่าจะกลัวจนไม่อยากเข้าไปลุ้นเมียคลอดเสียแล้ว ประมาณสองชั่วโมงต่อมา พยาบาลก็ออกมาเรียกวายุและพาไปเปลี่ยนชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ เข้าไปในห้องคลอดวายุก็เห็นเมียรักนอนเหงื่อซึม ใบหน้าสวยเหยเกเจ็บปวด ขาของเธอถูกยกขึ้นบนขาหยั่งเพื่อรอคลอดแล้ว เห็นแบบนั้นวายุก็รีบเข้าไปหาเธอแล้วจับมือนุ่มเป็นการส่งกำลังให้เธอ ก่อนที่หมอจะดำเนินการตามขั้นตอนทำคลอด "อุแว้! อุแว้!" และแล้วเสียงใส่ก้องกังวาลก็ดังขึ้นลั่นห้องคลอดเมื่อเด็กชายได้พ้นออกมาจากท้องแม่สู่โลกภายนอก เสียงร้องจ้าของเด็กน้อยทำเอาพ่อและแม่ถึงกับน้ำตาซึม ในที่สุดทาร
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายการตั้งครรภ์ของแป้งร่ำ ตอนนี้คุณแม่ท้องแก่เดินอุ้ยอ้ายเต็มทีเนื่องด้วยน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาตั้งยี่สิบกิโลกรัม แม้ว่าเธอจะพยายามคุมน้ำหนักแล้ว แต่เวลาหิวขึ้นมาทีไรก็มักจะคุมปากตัวเองไม่ค่อยได้ ประกอบกับด้วยความเห่อหลานคนแรกของบ้าน ทั้งพ่อแม่ของเธอ ทั้งพ่อปู่แม่ย่าที่มักจะหอบของกินมาฝาก โดยเฉพาะฝั่งปู่กับย่าของลูกในท้อง หากพวกท่านไม่ได้มาเองก็มักจะสั่งและใช้บริการขนส่งเอกชนให้มาส่งถึงที่ ซึ่งทำแบบนี้ทุกสัปดาห์จนบางครั้งเธอรับประทานไม่ทันก็มี "อูย.." แป้งร่ำที่นั่งอยู่ขอบเตียงเพื่อจะเตรียมเข้านอนร้องออกมาเบา ๆ เมื่อรู้สึกเจ็บปั้นในท้องก่อนจะคลายไปเธอจึงได้ถอนใจโล่งอกที่หลุดพ้นจากอาการเจ็บปวด มือเล็กยกขึ้นลูบเบา ๆ ตรงบริเวณที่ท้องปั้นแข็งเพราะมดลูกทำงานตามธรรมชาติของกระบวนการของการใกล้คลอด คุณแม่ท้องแก่เจ็บแบบนี้มาสองวันได้แล้ว แต่ว่าจะเจ็บไม่ถี่ เจ็บนิดเดียวก็หายไป ด้วยความเป็นกังวลเธอก็ได้โทรไปถามคุณหมอประจำการฝากครรภ์ คุณหมอบอกว่าการเจ็บแบบนี้เป็นลักษณะของการเจ็บเตือนไม่ใช่การเจ็บคลอด แต่ถ้าเจ็บถี่และเจ็บมากให้มาโรงพยาบาลทันที "เจ็บท้อง







