Mag-log inเวลาอาหารเย็น
“วันนี้นิดดีใจและมีความสุขที่สุดเลยค่ะ ที่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว ตอนแรกคุณแม่บอกว่าคุณพ่อเข้ากระทรวงและมีนัดกินข้าวเย็นที่กระทรวงต่อ นิดก็คิดว่าจะได้นั่งกินข้าวกับแม่แค่สองคนเสียแล้ว”
หญิงสาวทำหน้าอ้อนคนเป็นพ่อ
“ใช่ตามตารางแผนการเดิมเป็นอย่างนั้น แต่พ่อขออนุญาตผู้ใหญ่ในกระทรวงแล้วว่าวันนี้ลูกสาวสุดที่รัก หัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของพ่อเดินทางกลับมาจากอเมริกา พ่อต้องรีบมากินข้าวด้วยเพราะไม่อยากให้คุณแม่ทำคะแนนเอาใจลูกไปคนเดียว”
คุณโกศลรัฐมนตรีประจำกระทรวงหลักพูดเอาใจลูกสาวคนเดียวของครอบครัว “วงษ์กิจเจริญผล” พวกเขามีกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก เนื่องจากคุณหญิงนวลปรางค์ช่วงสมัยสาวๆ มีสุขภาพไม่ค่อยดี มีลูกยาก กว่าจะมีสกุณาก็พลาดหลุดไปถึงสองครั้ง จนทั้งคู่เกือบจะถอดใจ และพอท้องสกุณาคนเป็นสามีอย่างคุณโกศลประคบประหงมคุณหญิงราวกับแก้วที่แสนเปราะบาง และเมื่อคลอดเสร็จก็ทำการปิดอู่ทันที
“หนูนิดลูกพ่อตอนอยู่ที่อเมริกามีฝรั่งตาน้ำข้าวคนไหนมาขายขนมจีบบ้างไหม”
ท่านรัฐมนตรีประจำกระทรวงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบลูกสาว
“ลูกสาวพ่อสวยขนาดนี้ถ้าบอกว่าไม่มีเลย ก็คงไม่มีใครเชื่อใช่ไหมคะ”
สกุณาตอบพร้อมทำหน้าทะเล้น
“นั่นสินะ ลูกสาวพ่อสวยแบบนี้ใครกันนะจะเป็นผู้โชคดีได้หัวใจไปครอบครอง”
“อะแฮ้ม!!”
คุณหญิงนวลปรางค์มองค้อนสองพ่อลูกพร้อมกระแอมเสียงดัง
“แม่ไม่เอาเขยฝรั่งตาน้ำข้าวนะ บอกไว้ก่อน”
“ใช่แม่ของลูกไม่อยากได้ลูกเขยเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว แต่อยากได้ลูกเขยเป็นชาวไร่”
“เอ๊ะ..คุณโกศล คุณนี่ยังไงกันนะ ลูกเขยชาวไร่แล้วเป็นอย่างไร ชาติตระกูลเขาก็ดี การศึกษาเขาก็ดี แถมเรายังรู้จักและคุ้นเคยกับครอบครัวเขา ถ้าเราได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ลูกเราจะสบายไปทั้งชีวิตเลยนะ”
“ดูสิยังไม่ทันไร แม่ของเราก็ออกตัวรับหน้าแทนเสียแล้ว ยัยหนูก็สานฝันแม่เขาหน่อยนะ ความจริงแล้วแม่เขาอยากเป็นแม่เลี้ยงเมืองเหนือ แต่ดันพลาดท่าเสียทีหลงคารมหนุ่มข้าราชการจนๆ คนนี้เสียก่อน เลยอดได้เป็นแม่เลี้ยงเลย”
“ถึงคุณแม่ไม่ได้เป็นแม่เลี้ยงเมืองเหนือ แต่คุณแม่ได้เป็นภริยาท่านรัฐมนตรีเลยนะคะ”
สกุณารีบพูดขึ้นสร้างบรรยากาศ เพราะเริ่มเห็นคุณหญิงนวลปรางค์เริ่มชักสีหน้าแล้ว เธอคิดในใจนี่ถ้าแม่ของเธอสมัยสาวๆ สุขภาพแข็งแรงดี ป่านนี้เธอคงมีน้อง ๆ เต็มบ้านแน่เลย
“นี่คุณยังจะมารื้อฟื้นพูดอะไรอีกเนี่ยคุณโกศล ถ้าย้อนเวลากลับไปได้นะ ฉันจะไม่มีทางหลงคารมคุณหรอก”
คุณหญิงนวลปรางค์แกล้งทำเสียงเข้มพร้อมกับทำหน้างอน คุณโกศลยื่นแขนเข้ามาโอบไหล่ภรรยาแล้วหันไปหอมแก้มดังฟอด
“ถ้าคุณหญิงย้อนเวลากลับไป ผมก็จะย้อนเวลาตามไปจีบคุณหญิงเหมือนเดิม จะไม่ยอมปล่อยคุณหญิงให้ใครไปหรอก”
สกุณามองพ่อและแม่สลับกันแล้วก็ยิ้ม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปีพ่อและแม่ของเธอก็ยังเหมือนเดิม ยังหาเรื่องมางอนให้ได้ง้อกันได้เหมือนเดิม คนหนึ่งชอบแหย่ อีกคนพอถูกแหย่ก็หงุดหงิดเปิดโอกาสให้คนที่แหย่มาโอ๋มาง้อ ภาพเหล่านี้ยิ่งทำให้เธอคิดว่าในอนาคตคู่ของเธอจะเป็นแบบนี้ไหมนะ คนที่จะมาเป็นสามีของเธอจะรัก จะดูแลและตามใจเธอเหมือนกับที่พ่อทำให้แม่หรือเปล่านะ
ใช่เธอกำลังคิดเลยไปถึงการแต่งงานของเธอกับเมฆาเจ้าของไร่เมืองเหนือลูกชายเพื่อนสนิทของพ่อและแม่ของเธอ สกุณาภายนอกอาจจะดูว่าเป็นคนที่แข็ง หัวสมัยใหม่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัวเป็นเรื่องของพ่อกับแม่เธอมักจะไม่ขัดใจท่าน
‘ว่าที่เจ้าบ่าวของฉันเขาจะดีกับฉันเหมือนที่พ่อดีกับแม่ไหมนะ’
ภาพเก่า ๆ ที่เธอจำได้ลาง ๆ เมื่อครั้งที่ครอบครัวของเธอไปเที่ยวไร่เมฆาที่อยู่ทางตอนเหนือของไทย เมฆาในวัยย่างเข้าสามสิบเขาเป็นหนุ่มหล่อ ร่างกายกำยำ เงียบขรึม มีอายุมากกว่าสกุณาสิบห้าปี ตอนนั้นสกุณาเริ่มเป็นสาวแรกรุ่นเธอเรียนชั้นมัธยมต้นอายุได้สิบห้าปี และการพบกันครั้งแรกของเธอและเขา รวมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เธออยู่ที่นั้นทำให้เธอตกหลุมรักเขาทันที มันเป็นรักแรกของเธอ เป็นแบบป๊อบปี้เลิฟของเด็กสาว
แล้วสิ่งที่ตอกย้ำความรักอันบริสุทธิ์ของเธอก็คือ วันนั้นวันที่เธอไปเดินเล่นที่น้ำตกแล้วพลัดตกน้ำ ด้วยความที่เธอว่ายน้ำไม่เป็นและตกใจ ร่างของเธอค่อย ๆ จมลงในน้ำจนเธอคิดว่าเธอคงจะไม่มีโอกาสได้กลับมาพบหน้าครอบครัวเธออีกแล้ว แต่แล้วก็มีเจ้าชายขี่ม้าขาวโดดน้ำมาช่วยดึงเธอขึ้นจากน้ำเธอตกใจกลัวมากหลับตาปี๋กอดเขาไว้แน่น จนได้ยินเสียงปลอบใจรับขวัญจากแม่และคุณหญิงป้า ภาพแรกที่เธอลืมตาขึ้นมาเห็นคือแม่ที่กอดเธอไว้ คุณหญิงป้าที่อยู่ข้างและพี่เมฆที่ตัวเปียกชุ่ม จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอสาบานกับตนเองว่า
“นิดจะเป็นเจ้าสาวของพี่เมฆให้ได้”
พอนึกถึงตอนนี้เธอก็อมยิ้ม “พี่เมฆ/พี่เมฆา” ชื่อนี้เธอเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำเพราะตั้งแต่เธอไปเรียนที่เมืองนอก เธอก็ต้องเรียนอย่างหนักแถมเธอยังแอบไปทำงานพิเศษตามร้านอาหารเพื่อหารายได้เสริมอีกด้วย ความจริงแล้วด้วยฐานะของเธอนั้น เธอไม่จำเป็นต้องไปทำงาน แต่เธอก็อยากหาประสบการณ์และอยากช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านด้วย
“นี่หนูนิดคิดอะไรอยู่หรือลูกนั่งใจลอยอมยิ้มอยู่คนเดียว พ่อเขาเรียกหนูตั้งสองครั้งแล้วนะ”
“เออ..หรือคะ แฮ่.. เมื่อกี้คุณพ่อว่าอย่างไรนะคะ พูดอีกทีสิคะ”
“อาการแบบนี้สงสัยนั่งคิดถึงคุณว่าที่เจ้าบ่าวแน่เลย”
“คุณแม่ก็พูดไปโน่น หนูจะไปคิดอะไรถึงพี่เขาละคะ หนูจำหน้าพี่เขาแทบจะไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ”
“จำหน้าพี่เขาไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้หน้าหนูอ่ะแดงหมดแล้วรู้ไหม”
คนเป็นแม่สัพยอกลูกสาวด้วยความเอ็นดู มื้ออาหารมื้อแรกที่รับประทานพร้อมกันทั้งครอบครัวอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น
“อู้ว... นิดพี่ขอ”“ขออะไรคะ”“ขอเข้าไปในตัวหนูได้ไหมคะ พี่ไม่ไหวแล้ว พี่จะแตกแล้ว”“ได้สิคะ แต่นิดขอทำเองนะคะ นิดอยากกระแทกพี่แรงๆ”พูดจบสกุณาก็ผลักให้เวหานอนราบไปพื้น แกนกลางกายของเขาชี้ตั้งขึ้น สกุณาคลานเข่าเข้าไปนั่งตรงกลางหว่างขาของเขา แล้วจัดการครอบงำเจ้าแท่งนั้นด้วยปากของตัวเอง เธอกดปากเธออมไปจนสุดโคนแล้วยกปากรูดขึ้นจนส่วนปลายอย่างช้าๆ ในช่วงแรก แล้วผงกหัวพร้อมดูดขึ้นลงเร็วขึ้น จนเวหาครางเสียงสั่น ส่ายสะโพกร่อนใส่ปากเธอ“อ๊ะ..น้องนิด”สกุณาถอนริมฝีปากออก แล้วมองเจ้าแท่งเนื้ออุ่นที่ถูกเคลือบด้วยน้ำลายของเธอทั้งแท่ง เธอลุกขึ้นไปนั่งคร่อมตัวเขาไว้ มือข้างหนึ่งจับแท่งเนื้อของเขาชี้จ่อที่ช่องทางรักของเธอ เธอค่อยๆ กดลงแล้วกลืนกินเจ้าท่อนเนื้อนั้นอย่างช้าๆ ความเสียวซ่านตอนที่แท่งเนื้อนั้นครูดผ่านผนังช่องทางของเธอ ทำให้สกุณาซูดปากเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียดเสียว“ซี้ด.....”เมื่อเธอกลืนเขาเข้าไปในร่างกายเธอจนมิดด้าม เธอค่อยๆ โยกสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะ สายตาทั้งคู่ประสานกัน มือข้างหนึ่งของเขาและเธอสอดประสานกันแน่น มืออีกข้างของเธอลูบไล้ไปตามเรือนกายยามโยกเอวขึ้นลง ส่วนมืออีกข้างของเขาก็ประค
คำว่า “นิด รัก พี่เวย์ นะคะ” ยังคงดังก้องในหูของเวหาตลอด หลังจากที่เขาจัดการร่วมรักกับคนที่เขารักสุดหัวใจด้วยความเต็มใจและความรู้สึกที่มีให้กันอย่างเปี่ยมล้นของทั้งคู่จนหมดเรี่ยวแรงไปด้วยกัน เธอหลับในอ้อมกอดเขา ส่วนเขาก็อยากมองแธออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ใช่แล้วเขาอยากเป็นคนแรกที่เธอมองเห็นยามที่เธอลืมตาขึ้นมา"พี่เวย์..""ขาที่รัก" เวหาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เขาคิดว่า เป็นเสียงที่หวานที่สุดแล้วกดจูบลงที่หน้าผากสวย"นิดไม่ค่อยชินกับพี่เวย์โหมดนี้เลยค่ะ""ทำไมละคะ""ก็ภาพผู้ชายปากร้ายยังคงติดในหัวนิดอยู่เลย""แล้วมีภาพไหนอีกคะ""ก็...ภาพผู้ชายหื่นๆ ...เอ่อ...""ผู้ชายหื่น .. และเอาเก่งด้วยใช่ไหมคะ แล้วน้องนิดชอบหรือเปล่าคะ""พี่เวย์อ่ะ .. ไม่คุยด้วยแล้ว""นิดไม่คุย แต่ตรงนี้พี่มันอยากคุยกับน้องอีกแล้วค่ะ"พูดจบเวหาก็จับมือสกุณาให้มาจับอาวุธลับประจำกายของเขาที่ตอนนี้มันถูกปลุกให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง"พี่เวย์ลามกอ่ะ ทำไมแข็งอีกแล้วละคะ"“นั่นสิ ทำไมแข็งอีกนะ อ่าห์...”“พี่เวย์.. ทำเสียงน่าเกลียดอ่ะ”“ดูสิ แค่น้องนิดกำของพี่ พี่ก็เสียวไปหมดแล้ว มันอยากเข้
“อืมใช่ วันมะรืน เพราะเห็นว่าหนูปลายฝนพรุ่งนี้จะกลับมาแล้ว ป้าก็จะรีบกลับไปเตรียมหาฤกษ์แต่งงานให้ตาเมฆใหม่ หรือหนูนิดอยากจะอยู่พักผ่อนที่นี่ต่อก็ได้นะ ป้าไม่ได้ว่าอะไร คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านตัวเองแล้วกัน จริงไหมเวย์” “เอ่อ.. ไม่เป็นไรค่ะ นิดกลับพร้อมคุณป้าเลยก็ดี คิดถึงคุณพ่อคุณแม่จะแย่แล้ว” สกุณาพูดเสียงเบาหลุบมองต่ำเพื่อหลบสายตาเว้าวอนของใครบางคน “ยังงั้นก็ได้ ถ้าหนูนิดกลับไปแล้วคนที่นี่คงจะเหงามากแน่เลย เวย์..วันมะรืนไปส่งแม่กับน้องด้วยนะ เพราะเมฆเขาคงไม่สนใจแม่แล้ว เฮ้อ.. ดูสิวันนี้ก็ออกไปแต่เช้ามืดสงสัยจะไปรอขึ้นตึกคนแรกเลยละมั้ง” “ได้ครับคุณหญิงแม่” บรรยากาศที่สนุกสนานเมื่อครู่เปลี่ยนไปไม่มีใครพูดอะไรกลายเป็นเดดแอร์ไปพัก จนกระทั่งอุษานำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ มื้อเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มหมูสับ ในระหว่างนั้นคุณหญิงก็ชวนคุย “นี่อุษากินเสร็จแล้วไปเดินเล่นในไร่เป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” “เอ่อ..” คุณหญิงมัณฑนาจ้องตาอุษาแล้วขยิบส่งสัญญาณบางอย่างที่อุษาไม่รู้จุดประสงค์แต่เมื่อนายสั่งเธอก็ต้องคล้อยตาม “ได้ค่ะค
จากเหตุการณ์ที่ปลายฝนถูกยิงจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทำให้ความลับอีกหนึ่งอย่างถูกเปิดเผยคือ “ปลายฝนท้องได้สองเดือน” ซึ่งไม่ก็ผิดไปจากที่คุณหญิงมัณฑนาคาดคิดไว้ เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไปแบบนี้คุณหญิงมัณฑนาจึงจำยอมรับสะใภ้คนใหม่ที่พ่วงหลานคนแรกของเธอมาด้วย มันก็ทำให้เธอยินดีไม่น้อยเพราะการที่เธอต้องการให้เมฆาแต่งงานมีคู่นั้นก็เป็นเพราะเธออยากอุ้มหลานในขณะที่ร่างกายของเธอยังแข็งแรงอยู่นี้ แต่ก็มีเรื่องที่เธออดจะลำบากใจไม่ได้นั่นคือ เรื่องของสกุณาที่เธอดึงเข้ามาพัวพันหมายหมั้นปั้นมืออยากได้เป็นลูกสะใภ้จนออกนอกหน้า แต่สุดท้ายเจ้าลูกชายตัวดีของเธอกลับทำงามหน้าไปแอบซุกเมียมีแถมลูกในท้องมาให้แบบไม่ทันตั้งตัว แล้วทีนี้เธอจะเอาหน้าที่ไหนไปบอกคุณหญิงนวลปรางค์เพื่อนรักของเธอล่ะ“คุณหญิงป้าไม่ต้องกังวลนะคะ นิดโอเคค่ะ แล้วที่สำคัญน้องปลายเป็นคนดีและน้องปลายก็รักพี่เมฆมากด้วย”“ขอบใจหนูนิดมากนะจ๊ะ นี่ถ้าพ่อตัวดีบอกป้าก่อนสักนิด หนูคงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้”“คุณหญิงป้าไม่ต้องคิดมากนะคะ นิดก็เหมือนได้มาเที่ยวได้มาพักผ่อนไปในตัวด้วยค่ะ ได้เรียนรู้ได้ประสบการณ์ที่ไร่นี้เยอะเลย”“ไม่ว่าจะอย่างไรป้าก็
“ปล่อยฉันนะไอ้คนชั่ว ไอ้คนเลว หยุดพูดอะไรอุบาทถ์แบบนี้ ปล่อยสิ ฉันบอกให้ปล่อยไง”สกุณาพยายามจะดิ้นแต่ดิ้นไม่หยุด“ส่วนอีแก่นี่คงเป็นแม่ไอ้พ่อเลี้ยงสินะ วันนี้แม่งโคตรคุ้มเลยว่ะ ได้ทั้งแม่ได้ทั้งเมียเท่าไหร่มันก็ต้องจ่ายสนุกจริงโว้ย ตอนแรกกูแค่จะกวนตีนไอ้พ่อเลี้ยงมันแค่เผาไร่มันเล่นๆ แต่ไม่คิดเลยว่าอยู่ดีดีจะมีลาภจากสัตว์สองใส่พานมาให้ถึงตรงหน้า เอาสักกี่ล้านดีวะ”“นี่พ่อหนุ่มปล่อยพวกฉันไปเถอะนะ ฉันกับลูกสาวแค่เป็นคนมาเที่ยวพักที่นี่เฉยๆ เราไม่ได้เป็นอะไรกับพ่อเลี้ยงเลย พ่อหนุ่มเข้าใจผิดแล้ว ฉันพอมีเงินติดตัวมาบ้างฉันยกให้พ่อหนุ่มหมดเลยปล่อยพวกฉันไปเถอะ”คุณหญิงมัณฑนาพยายามทำใจดีสู้เสือ หวังเจรจาเกลี้ยกล่อมให้กลุ่มโจรคล้อยตามแต่ไม่สำเร็จ“มึงนึกว่าพวกกูโง่หรือไงอีแก่”หนึ่งในโจรกระชากแขนคุณหญิงมัณฑนาแล้วผลักเธอออกไป ปลายฝนตกใจรีบโผเข้ามารับร่างคุณหญิงไว้ไม่ให้ล้มกระแทกลงพื้น คำขอบคุณถูกเอ่ยออกจากปากหญิงสูงวัยพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยน“ขอบใจ”“พี่จ๋า คุณสองคนนี้เขาเป็นแค่แขกที่มาเที่ยวพักที่ไร่จริงๆ จ้ะ ฉันสาบานได้ วันนี้ฉันก็อาสาพาคุณเขามาเที่ยวไร่จ้ะ พี่ๆ เข้าใจผิดแล้วปล่อยพวกคุณเขาไปเถอ
คุณหญิงมัณฑนามาพักอยู่ที่ไร่เมฆาได้สามสี่วัน เธอคิดว่าเธอน่าจะเจอสาเหตุที่ทำให้เมฆาไม่ยอมสานความสัมพันธ์กับสกุณาได้แล้ว ซึ่งสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะมาจากเด็กปลายฝนที่มาทำหน้าที่แม่บ้านคนใหม่ แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคงต้องคิดทบทวนดูอีกที เพราะถ้ามองตามเนื้อผ้าไม่ได้มองที่ฐานะหรือชาติตระกูลแล้วเด็กคนนี้ก็ไม่ได้แย่ จัดว่าเป็นเด็กดี ขยัน เรียบร้อย นิสัยซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม หน้าตาแม้ไม่ได้สวยจัดจ้านอย่างสาวชาวกรุงแต่ด้วยความสวยใสที่ทำให้ยิ่งมองก็ยิ่งน่าค้นหา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายของเธอถึงได้เอ็นดูเด็กคนนี้นัก เดี๋ยวเธอจะหาโอกาสจับสองคนนี้มาคาดคั้นหาความจริงทีละคนในระหว่างที่คุณหญิงมัณฑนากำลังคิดเรื่องเมฆาลูกชายของตนกับปลายฝนเด็กสาวชาวบ้านที่มาทำหน้าที่แม่บ้านอยู่นั้น ภาพเก่าในอดีตของเธอกับวศินพ่อของเมฆาก็ลอยเข้ามาทับซ้อนกันวศินเด็กหนุ่มบ้านไร่หน้าตาธรรมดา ดูซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัย เขามีความขยันหมั่นเพียร ทำให้สอบชิงทุนได้เป็นนักเรียนทุนไปเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพ และนั่นทำให้เขากับเธอได้พบเจอกัน เธอเจอเขาครั้งแรกในวันรับน้องมหาวิทยาลัย ด้วยความซื่อ เด๋อด๋าของเขาทำ







