เข้าสู่ระบบสนามบินเชียงใหม่
สกุณาในชุดเดรสรัดรูปสีขาวและเสื้อคลุมสวมทับสีน้ำตาล รองเท้าบูชสีน้ำตาล วันนี้เธอแต่งกายด้วยการคุมโทนสีเอิร์ทโทนพร้อมกับแว่นตาดำแบรนด์หรู เธอเดินลากกระเป๋าออกมาพร้อมกวาดสายตามองหาคนที่มารอรับด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“ดูสิเครื่องแลนด์ตั้งนานแล้ว ทำไมไม่โทรมาหา ไม่มารอรับ เดี๋ยวเถอะนะจะฟ้องพี่เมฆให้ตัดเงินเดือนเสียให้เข็ดเลยคอยดู”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ตอนแรกเธอตื่นเต้นที่จะได้พบกับว่าที่สามีสุดหล่อในอนาคต แต่ก็ต้องมาอารมณ์เสียเพราะทุกสิ่งอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดหรือตั้งใจไว้ โชคชะตาดันนำพาให้เธอต้องมาเจอกับคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้าก่อนเจอหน้าว่าที่สามีอีก
เหตุการณ์เมื่อสามชั่วโมงก่อน
“สวัสดีค่ะพี่เมฆ นิดนะคะ ตอนนี้นิดมาเช็กอินรอที่แอร์พอร์ตแล้วค่ะ อีกหนึ่งชั่วโมงเครื่องจะออก นิดจะไปถึงที่เชียงใหม่เวลา 11.45 น.นะคะ”
“เดี๋ยวพี่ให้เวย์ไปรับนะพอดีพี่มีธุระต้องทำนิดหน่อย อะ..นี่เบอร์ของเวย์061-xxx-xxxx”
“เอ่อ... โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวเราค่อยเจอกันก็ได้ค่ะ”
หลังจากที่เธอลงจากเครื่องมา รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีใครโทรหา เธอเดินออกมายืนรอหน้านิ่วด้วยความไม่สบอารมณ์ สุดท้ายก็ต้องเป็นเธอที่โทรหาเบอร์ที่เมฆาทิ้งไว้ให้ก่อนหน้านี้
“เครื่องลงจอดตั้งนานแล้วทำไมไม่มารอรับ”
“กำลังจะไปพอดี แสดงว่าคุณเดินออกมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยเดินออกมาด้านหน้าตัวอาคารหน่อย เดี๋ยวผมขับรถไปจอดรอรับคุณตรงทางออกก็แล้วกัน”
ยังไม่ทันที่สกุณาจะได้พูดต่อ อีกฝั่งก็ชิงกดวางสายใส่เธอไปแล้ว ยิ่งทำให้เธอโมโหอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม
“กล้าดียังไงมาตัดสายวางหูใส่ฉันเนี่ย อีตาบ้า ไอ้คนบ้านป่าเมืองเถื่อน”
สกุณาเคยเจอกับเมฆาและเวหามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ครอบครัวของเธอมาพักผ่อนที่ไร่ของเมฆา ซึ่งทั้งสองครอบครัวนี้สนิทกันโดยเฉพาะแม่ของเธอกับแม่ของเจ้าของไร่คนปัจจุบัน และเมื่อเธอได้มาเจอกับลูกชายเจ้าของไร่ในตอนนั้น เธอก็ตกหลุมรักเขาทันที มันเป็นเสมือนรักแรกเป็นป๊อบปี้เลิฟของคนที่พึ่งจะเริ่มแตกเนื้อสาว แต่ช่วงเวลาที่อยู่ที่ไร่นั้นเธอก็มักจะโดนหนุ่มอีกคนที่เป็นเพื่อนรักเจ้าของไร่อย่างเวหากลั่นแกล้งเป็นประจำและนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอจำฝังใจ และไม่ชอบหน้าเวหาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
สกุณาเดินลากกระเป๋าสองใบพร้อมสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมหรูที่ซื้อมาจากยุโรปเดินหน้าเง้ามาที่ประตูทางออก เธอกวาดสายตามองไปโดยรอบแล้วก็พบกับรถกระบะเก่าๆ ที่มีสติ๊กเกอร์ “ไร่เมฆา” ติดไว้ที่หน้ารถ
ผู้ชายวัยกลางคนผิวเข้มหนวดเครารกรุงรังใส่เสื้อลายสก๊อตสีแดงดำแขนยาวพับแขนถึงข้อศอกกับกางเกงยีนส์ตัวเก่าสีซีดขาดๆ ที่บ่งบอกถึงการผ่านการใช้งานมานาน ไม่ใช่ยีนส์ฟอกแบรนด์ดังที่วางขายในห้างสรรพสินค้าหรู เขายืนกอดอกหลังพิงรถมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ากระพุ้งแก้มถูกดุนด้วยลิ้นไปมา
“มองอะไร ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย แล้วทำไมไม่เข้าไปรับฉันข้างใน ดูสิให้ฉันลากกระเป๋าเดินมาตั้งไกล”
สกุณาพูดพลางผลักกระเป๋าล้อลากของตนเองไปทางเขา
“นี่คุณผมอายุมากกว่าคุณตั้งหลายปี พูดกับผมให้มันมีหางเสียงหน่อยสิ ใครกันแน่ที่ไม่มีมารยาท”
“ฉันจะพูดดีกับคนที่ดีด้วยเท่านั้นแหละ พวกแก่กะโหลกกะลาพูดดีไปด้วยก็เท่านั้น”
“ปากอย่างนี้น่าจะปล่อยทิ้งไว้ที่นี่แล้วให้หาทางเข้าไร่เอง หรือไม่ก็นั่งเครื่องกลับกรุงเทพไปเลย มาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้น”
“นายไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับฉันนะ ฉันเป็นแขกของพี่เมฆเป็นแขกของเจ้าของไร่ แล้วต่อไปฉันก็จะแต่งงานกับพี่เมฆ ถึงตอนนั้นฉันจะให้พี่เมฆไล่นายออก”
“ฮึ น่าไม่อายผู้ชายเขายังไม่ทันจะยอมรับ ก็โมเมจะไปเป็นเมียเขาเสียแล้ว ทำไมผู้ชายที่กรุงเทพไม่มีแล้วหรือไง ถึงได้เร่มาถวายตัวถึงที่นี่”
“พูดจาน่าเกลียด ถอยไปเอากระเป๋าขึ้นรถให้ฉันด้วย แล้วรถคันนี้มันยังวิ่งได้จริงๆ หรือนี่ ทำไมไม่เอาคันที่ดีกว่านี้มาหน่อยล่ะ”
สกุณามองสภาพรถกระบะที่น่าจะมีอายุมากกว่าตัวเธอสังเกตุที่บานประตู กระโปรงรถ และตัวรถที่มีสนิมกัดกินจนผุเป็นหย่อมๆ
“รถใช้งานในไร่มันก็แบบนี้แหล่ะ ไม่มีหรอกปอร์เซ โรลส์รอย เบนซ์น่ะ ถึงรถมันจะเก่ามันจะแก่แต่เครื่องมันยังแรงอยู่นะคุณ ถ้าลองได้ขับได้ลองควบรับรองจะติดใจ”
เวหาหรี่ตามองเลียริมฝีปากพูดจาสองแง่สองง่ามพลางใช้สายตาสำรวจเรือนร่างแม่สาวชาวกรุงที่ยืนเถียงเขาปากแจ๋วอยู่ตรงหน้าตอนนี้ เขายอมรับตามตรงเลยว่าสกุณาเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวย หุ่นเป๊ะ หน้าอกไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้แบนราบถือว่าสมส่วนกำลังดี เอวคอดรับกับสะโพกผายกลมกลึง ชวนให้น่ามอง
“นี่ปากหรืออะไร ชอบพูดแต่สิ่งน่าเกลียด แล้วก็ไม่ต้องมามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย ฉันจะฟ้องพี่เมฆ”
หญิงสาวก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหน้ารถเคียงข้างคนขับ ชุดเดรสที่ว่าสั้นอยู่แล้วเมื่อเธอนั่งชุดก็ร่นขึ้นเผยให้เห็นต้นขาอันขาวเนียน ถึงแม้ว่าเธอจะนำกระเป๋าถือมาปิดก็ไม่อาจปกปิดความขาวนวลเนียนชวนมองได้มิด เธอได้แต่นึกโทษนึกโกรธตัวเองที่เลือกชุดนี้มาใส่ ก็ใครจะไปคิดว่าเจ้าของไร่จะไม่ออกมารับว่าที่เจ้าสาวด้วยตัวเองล่ะ ไม่ออกมารับเองยังไม่เท่าไหร่ แต่กลับส่งอริเก่าเธอมารับแทนนี่สิมันชวนให้หงุดหงิดยิ่งนัก เธออุตส่าห์อยากจะทำให้เขาประทับใจ แต่กลับกลายมาเป็นเป้าสายตาของคนหื่นบ้ากามคนนี้ไปได้
“ถ้าไม่อยากให้มองแล้วใส่มาทำไม ใส่แบบนี้มาก็แปลว่าอยากโชว์อยากให้คนอื่นมามอง นี่ก็อุตส่าห์ช่วยมองแล้วนี่ไง น่าจะขอบคุณเสียด้วยซ้ำ”
เวหาพูดกวนประสาทไปเขารู้สึกสนุกที่ได้กลั่นแกล้งหญิงสาวชาวกรุง และแน่นอนที่เขาเลือกรถคันนี้ขับมารับหล่อนก็เพราะต้องการที่จะแกล้งหล่อนอีกนั่นแหละ ปกติรถคันนี้จะจอดทิ้งไว้ในโรงรถไม่เคยถูกนำมาใช้งานนานมากแล้ว ดีนะที่ยังสตาร์ตติด และแน่นอนที่สุดคือรถคันนี้ไม่มีแอร์ ต้องเปิดกระจกรับลมและมีของแถมเป็นฝุ่นดินแดงฟุ้งตามมาด้วย ฝุ่น PM2.5 ที่ว่าแน่ในเมืองกรุงมาเจอฝุ่นดินแดงที่เมืองเหนือดูเบาไปเลย ยิ่งช่วงทางก่อนเข้าไร่เป็นทางดินซึ่งพอรถขับผ่านฝุ่นก็จะฟุ้งตลบ จนตุ๊กตาหน้ารถต้องเอาผ้าพันคอที่พกมาเอาขึ้นมาพันหน้าปิดจมูกไว้ เวหามองแล้วอมยิ้มด้วยความพอใจ
“อู้ว... นิดพี่ขอ”“ขออะไรคะ”“ขอเข้าไปในตัวหนูได้ไหมคะ พี่ไม่ไหวแล้ว พี่จะแตกแล้ว”“ได้สิคะ แต่นิดขอทำเองนะคะ นิดอยากกระแทกพี่แรงๆ”พูดจบสกุณาก็ผลักให้เวหานอนราบไปพื้น แกนกลางกายของเขาชี้ตั้งขึ้น สกุณาคลานเข่าเข้าไปนั่งตรงกลางหว่างขาของเขา แล้วจัดการครอบงำเจ้าแท่งนั้นด้วยปากของตัวเอง เธอกดปากเธออมไปจนสุดโคนแล้วยกปากรูดขึ้นจนส่วนปลายอย่างช้าๆ ในช่วงแรก แล้วผงกหัวพร้อมดูดขึ้นลงเร็วขึ้น จนเวหาครางเสียงสั่น ส่ายสะโพกร่อนใส่ปากเธอ“อ๊ะ..น้องนิด”สกุณาถอนริมฝีปากออก แล้วมองเจ้าแท่งเนื้ออุ่นที่ถูกเคลือบด้วยน้ำลายของเธอทั้งแท่ง เธอลุกขึ้นไปนั่งคร่อมตัวเขาไว้ มือข้างหนึ่งจับแท่งเนื้อของเขาชี้จ่อที่ช่องทางรักของเธอ เธอค่อยๆ กดลงแล้วกลืนกินเจ้าท่อนเนื้อนั้นอย่างช้าๆ ความเสียวซ่านตอนที่แท่งเนื้อนั้นครูดผ่านผนังช่องทางของเธอ ทำให้สกุณาซูดปากเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียดเสียว“ซี้ด.....”เมื่อเธอกลืนเขาเข้าไปในร่างกายเธอจนมิดด้าม เธอค่อยๆ โยกสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะ สายตาทั้งคู่ประสานกัน มือข้างหนึ่งของเขาและเธอสอดประสานกันแน่น มืออีกข้างของเธอลูบไล้ไปตามเรือนกายยามโยกเอวขึ้นลง ส่วนมืออีกข้างของเขาก็ประค
คำว่า “นิด รัก พี่เวย์ นะคะ” ยังคงดังก้องในหูของเวหาตลอด หลังจากที่เขาจัดการร่วมรักกับคนที่เขารักสุดหัวใจด้วยความเต็มใจและความรู้สึกที่มีให้กันอย่างเปี่ยมล้นของทั้งคู่จนหมดเรี่ยวแรงไปด้วยกัน เธอหลับในอ้อมกอดเขา ส่วนเขาก็อยากมองแธออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ใช่แล้วเขาอยากเป็นคนแรกที่เธอมองเห็นยามที่เธอลืมตาขึ้นมา"พี่เวย์..""ขาที่รัก" เวหาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เขาคิดว่า เป็นเสียงที่หวานที่สุดแล้วกดจูบลงที่หน้าผากสวย"นิดไม่ค่อยชินกับพี่เวย์โหมดนี้เลยค่ะ""ทำไมละคะ""ก็ภาพผู้ชายปากร้ายยังคงติดในหัวนิดอยู่เลย""แล้วมีภาพไหนอีกคะ""ก็...ภาพผู้ชายหื่นๆ ...เอ่อ...""ผู้ชายหื่น .. และเอาเก่งด้วยใช่ไหมคะ แล้วน้องนิดชอบหรือเปล่าคะ""พี่เวย์อ่ะ .. ไม่คุยด้วยแล้ว""นิดไม่คุย แต่ตรงนี้พี่มันอยากคุยกับน้องอีกแล้วค่ะ"พูดจบเวหาก็จับมือสกุณาให้มาจับอาวุธลับประจำกายของเขาที่ตอนนี้มันถูกปลุกให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง"พี่เวย์ลามกอ่ะ ทำไมแข็งอีกแล้วละคะ"“นั่นสิ ทำไมแข็งอีกนะ อ่าห์...”“พี่เวย์.. ทำเสียงน่าเกลียดอ่ะ”“ดูสิ แค่น้องนิดกำของพี่ พี่ก็เสียวไปหมดแล้ว มันอยากเข้
“อืมใช่ วันมะรืน เพราะเห็นว่าหนูปลายฝนพรุ่งนี้จะกลับมาแล้ว ป้าก็จะรีบกลับไปเตรียมหาฤกษ์แต่งงานให้ตาเมฆใหม่ หรือหนูนิดอยากจะอยู่พักผ่อนที่นี่ต่อก็ได้นะ ป้าไม่ได้ว่าอะไร คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านตัวเองแล้วกัน จริงไหมเวย์” “เอ่อ.. ไม่เป็นไรค่ะ นิดกลับพร้อมคุณป้าเลยก็ดี คิดถึงคุณพ่อคุณแม่จะแย่แล้ว” สกุณาพูดเสียงเบาหลุบมองต่ำเพื่อหลบสายตาเว้าวอนของใครบางคน “ยังงั้นก็ได้ ถ้าหนูนิดกลับไปแล้วคนที่นี่คงจะเหงามากแน่เลย เวย์..วันมะรืนไปส่งแม่กับน้องด้วยนะ เพราะเมฆเขาคงไม่สนใจแม่แล้ว เฮ้อ.. ดูสิวันนี้ก็ออกไปแต่เช้ามืดสงสัยจะไปรอขึ้นตึกคนแรกเลยละมั้ง” “ได้ครับคุณหญิงแม่” บรรยากาศที่สนุกสนานเมื่อครู่เปลี่ยนไปไม่มีใครพูดอะไรกลายเป็นเดดแอร์ไปพัก จนกระทั่งอุษานำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ มื้อเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มหมูสับ ในระหว่างนั้นคุณหญิงก็ชวนคุย “นี่อุษากินเสร็จแล้วไปเดินเล่นในไร่เป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” “เอ่อ..” คุณหญิงมัณฑนาจ้องตาอุษาแล้วขยิบส่งสัญญาณบางอย่างที่อุษาไม่รู้จุดประสงค์แต่เมื่อนายสั่งเธอก็ต้องคล้อยตาม “ได้ค่ะค
จากเหตุการณ์ที่ปลายฝนถูกยิงจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทำให้ความลับอีกหนึ่งอย่างถูกเปิดเผยคือ “ปลายฝนท้องได้สองเดือน” ซึ่งไม่ก็ผิดไปจากที่คุณหญิงมัณฑนาคาดคิดไว้ เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไปแบบนี้คุณหญิงมัณฑนาจึงจำยอมรับสะใภ้คนใหม่ที่พ่วงหลานคนแรกของเธอมาด้วย มันก็ทำให้เธอยินดีไม่น้อยเพราะการที่เธอต้องการให้เมฆาแต่งงานมีคู่นั้นก็เป็นเพราะเธออยากอุ้มหลานในขณะที่ร่างกายของเธอยังแข็งแรงอยู่นี้ แต่ก็มีเรื่องที่เธออดจะลำบากใจไม่ได้นั่นคือ เรื่องของสกุณาที่เธอดึงเข้ามาพัวพันหมายหมั้นปั้นมืออยากได้เป็นลูกสะใภ้จนออกนอกหน้า แต่สุดท้ายเจ้าลูกชายตัวดีของเธอกลับทำงามหน้าไปแอบซุกเมียมีแถมลูกในท้องมาให้แบบไม่ทันตั้งตัว แล้วทีนี้เธอจะเอาหน้าที่ไหนไปบอกคุณหญิงนวลปรางค์เพื่อนรักของเธอล่ะ“คุณหญิงป้าไม่ต้องกังวลนะคะ นิดโอเคค่ะ แล้วที่สำคัญน้องปลายเป็นคนดีและน้องปลายก็รักพี่เมฆมากด้วย”“ขอบใจหนูนิดมากนะจ๊ะ นี่ถ้าพ่อตัวดีบอกป้าก่อนสักนิด หนูคงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้”“คุณหญิงป้าไม่ต้องคิดมากนะคะ นิดก็เหมือนได้มาเที่ยวได้มาพักผ่อนไปในตัวด้วยค่ะ ได้เรียนรู้ได้ประสบการณ์ที่ไร่นี้เยอะเลย”“ไม่ว่าจะอย่างไรป้าก็
“ปล่อยฉันนะไอ้คนชั่ว ไอ้คนเลว หยุดพูดอะไรอุบาทถ์แบบนี้ ปล่อยสิ ฉันบอกให้ปล่อยไง”สกุณาพยายามจะดิ้นแต่ดิ้นไม่หยุด“ส่วนอีแก่นี่คงเป็นแม่ไอ้พ่อเลี้ยงสินะ วันนี้แม่งโคตรคุ้มเลยว่ะ ได้ทั้งแม่ได้ทั้งเมียเท่าไหร่มันก็ต้องจ่ายสนุกจริงโว้ย ตอนแรกกูแค่จะกวนตีนไอ้พ่อเลี้ยงมันแค่เผาไร่มันเล่นๆ แต่ไม่คิดเลยว่าอยู่ดีดีจะมีลาภจากสัตว์สองใส่พานมาให้ถึงตรงหน้า เอาสักกี่ล้านดีวะ”“นี่พ่อหนุ่มปล่อยพวกฉันไปเถอะนะ ฉันกับลูกสาวแค่เป็นคนมาเที่ยวพักที่นี่เฉยๆ เราไม่ได้เป็นอะไรกับพ่อเลี้ยงเลย พ่อหนุ่มเข้าใจผิดแล้ว ฉันพอมีเงินติดตัวมาบ้างฉันยกให้พ่อหนุ่มหมดเลยปล่อยพวกฉันไปเถอะ”คุณหญิงมัณฑนาพยายามทำใจดีสู้เสือ หวังเจรจาเกลี้ยกล่อมให้กลุ่มโจรคล้อยตามแต่ไม่สำเร็จ“มึงนึกว่าพวกกูโง่หรือไงอีแก่”หนึ่งในโจรกระชากแขนคุณหญิงมัณฑนาแล้วผลักเธอออกไป ปลายฝนตกใจรีบโผเข้ามารับร่างคุณหญิงไว้ไม่ให้ล้มกระแทกลงพื้น คำขอบคุณถูกเอ่ยออกจากปากหญิงสูงวัยพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยน“ขอบใจ”“พี่จ๋า คุณสองคนนี้เขาเป็นแค่แขกที่มาเที่ยวพักที่ไร่จริงๆ จ้ะ ฉันสาบานได้ วันนี้ฉันก็อาสาพาคุณเขามาเที่ยวไร่จ้ะ พี่ๆ เข้าใจผิดแล้วปล่อยพวกคุณเขาไปเถอ
คุณหญิงมัณฑนามาพักอยู่ที่ไร่เมฆาได้สามสี่วัน เธอคิดว่าเธอน่าจะเจอสาเหตุที่ทำให้เมฆาไม่ยอมสานความสัมพันธ์กับสกุณาได้แล้ว ซึ่งสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะมาจากเด็กปลายฝนที่มาทำหน้าที่แม่บ้านคนใหม่ แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคงต้องคิดทบทวนดูอีกที เพราะถ้ามองตามเนื้อผ้าไม่ได้มองที่ฐานะหรือชาติตระกูลแล้วเด็กคนนี้ก็ไม่ได้แย่ จัดว่าเป็นเด็กดี ขยัน เรียบร้อย นิสัยซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม หน้าตาแม้ไม่ได้สวยจัดจ้านอย่างสาวชาวกรุงแต่ด้วยความสวยใสที่ทำให้ยิ่งมองก็ยิ่งน่าค้นหา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายของเธอถึงได้เอ็นดูเด็กคนนี้นัก เดี๋ยวเธอจะหาโอกาสจับสองคนนี้มาคาดคั้นหาความจริงทีละคนในระหว่างที่คุณหญิงมัณฑนากำลังคิดเรื่องเมฆาลูกชายของตนกับปลายฝนเด็กสาวชาวบ้านที่มาทำหน้าที่แม่บ้านอยู่นั้น ภาพเก่าในอดีตของเธอกับวศินพ่อของเมฆาก็ลอยเข้ามาทับซ้อนกันวศินเด็กหนุ่มบ้านไร่หน้าตาธรรมดา ดูซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัย เขามีความขยันหมั่นเพียร ทำให้สอบชิงทุนได้เป็นนักเรียนทุนไปเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพ และนั่นทำให้เขากับเธอได้พบเจอกัน เธอเจอเขาครั้งแรกในวันรับน้องมหาวิทยาลัย ด้วยความซื่อ เด๋อด๋าของเขาทำ







