Home / โรแมนติก / เด็ดปีกเวหา / บทที่ 5 คู่ปรับเก่า

Share

บทที่ 5 คู่ปรับเก่า

last update publish date: 2026-08-26 17:06:35

สนามบินเชียงใหม่

         สกุณาในชุดเดรสรัดรูปสีขาวและเสื้อคลุมสวมทับสีน้ำตาล รองเท้าบูชสีน้ำตาล วันนี้เธอแต่งกายด้วยการคุมโทนสีเอิร์ทโทนพร้อมกับแว่นตาดำแบรนด์หรู เธอเดินลากกระเป๋าออกมาพร้อมกวาดสายตามองหาคนที่มารอรับด้วยอารมณ์หงุดหงิด

         “ดูสิเครื่องแลนด์ตั้งนานแล้ว ทำไมไม่โทรมาหา ไม่มารอรับ เดี๋ยวเถอะนะจะฟ้องพี่เมฆให้ตัดเงินเดือนเสียให้เข็ดเลยคอยดู”

         หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ตอนแรกเธอตื่นเต้นที่จะได้พบกับว่าที่สามีสุดหล่อในอนาคต แต่ก็ต้องมาอารมณ์เสียเพราะทุกสิ่งอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดหรือตั้งใจไว้ โชคชะตาดันนำพาให้เธอต้องมาเจอกับคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้าก่อนเจอหน้าว่าที่สามีอีก

เหตุการณ์เมื่อสามชั่วโมงก่อน

         “สวัสดีค่ะพี่เมฆ นิดนะคะ ตอนนี้นิดมาเช็กอินรอที่แอร์พอร์ตแล้วค่ะ อีกหนึ่งชั่วโมงเครื่องจะออก นิดจะไปถึงที่เชียงใหม่เวลา 11.45 น.นะคะ”

         “เดี๋ยวพี่ให้เวย์ไปรับนะพอดีพี่มีธุระต้องทำนิดหน่อย อะ..นี่เบอร์ของเวย์061-xxx-xxxx”

         “เอ่อ... โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวเราค่อยเจอกันก็ได้ค่ะ”

         หลังจากที่เธอลงจากเครื่องมา รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีใครโทรหา เธอเดินออกมายืนรอหน้านิ่วด้วยความไม่สบอารมณ์ สุดท้ายก็ต้องเป็นเธอที่โทรหาเบอร์ที่เมฆาทิ้งไว้ให้ก่อนหน้านี้

         “เครื่องลงจอดตั้งนานแล้วทำไมไม่มารอรับ”

         “กำลังจะไปพอดี แสดงว่าคุณเดินออกมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยเดินออกมาด้านหน้าตัวอาคารหน่อย เดี๋ยวผมขับรถไปจอดรอรับคุณตรงทางออกก็แล้วกัน”

         ยังไม่ทันที่สกุณาจะได้พูดต่อ อีกฝั่งก็ชิงกดวางสายใส่เธอไปแล้ว ยิ่งทำให้เธอโมโหอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม

         “กล้าดียังไงมาตัดสายวางหูใส่ฉันเนี่ย อีตาบ้า ไอ้คนบ้านป่าเมืองเถื่อน”

         สกุณาเคยเจอกับเมฆาและเวหามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ครอบครัวของเธอมาพักผ่อนที่ไร่ของเมฆา ซึ่งทั้งสองครอบครัวนี้สนิทกันโดยเฉพาะแม่ของเธอกับแม่ของเจ้าของไร่คนปัจจุบัน และเมื่อเธอได้มาเจอกับลูกชายเจ้าของไร่ในตอนนั้น เธอก็ตกหลุมรักเขาทันที มันเป็นเสมือนรักแรกเป็นป๊อบปี้เลิฟของคนที่พึ่งจะเริ่มแตกเนื้อสาว แต่ช่วงเวลาที่อยู่ที่ไร่นั้นเธอก็มักจะโดนหนุ่มอีกคนที่เป็นเพื่อนรักเจ้าของไร่อย่างเวหากลั่นแกล้งเป็นประจำและนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอจำฝังใจ และไม่ชอบหน้าเวหาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

         สกุณาเดินลากกระเป๋าสองใบพร้อมสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมหรูที่ซื้อมาจากยุโรปเดินหน้าเง้ามาที่ประตูทางออก เธอกวาดสายตามองไปโดยรอบแล้วก็พบกับรถกระบะเก่าๆ ที่มีสติ๊กเกอร์ “ไร่เมฆา” ติดไว้ที่หน้ารถ

         ผู้ชายวัยกลางคนผิวเข้มหนวดเครารกรุงรังใส่เสื้อลายสก๊อตสีแดงดำแขนยาวพับแขนถึงข้อศอกกับกางเกงยีนส์ตัวเก่าสีซีดขาดๆ ที่บ่งบอกถึงการผ่านการใช้งานมานาน ไม่ใช่ยีนส์ฟอกแบรนด์ดังที่วางขายในห้างสรรพสินค้าหรู เขายืนกอดอกหลังพิงรถมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ากระพุ้งแก้มถูกดุนด้วยลิ้นไปมา

         “มองอะไร ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย แล้วทำไมไม่เข้าไปรับฉันข้างใน ดูสิให้ฉันลากกระเป๋าเดินมาตั้งไกล”

         สกุณาพูดพลางผลักกระเป๋าล้อลากของตนเองไปทางเขา

         “นี่คุณผมอายุมากกว่าคุณตั้งหลายปี พูดกับผมให้มันมีหางเสียงหน่อยสิ ใครกันแน่ที่ไม่มีมารยาท”

         “ฉันจะพูดดีกับคนที่ดีด้วยเท่านั้นแหละ พวกแก่กะโหลกกะลาพูดดีไปด้วยก็เท่านั้น”

         “ปากอย่างนี้น่าจะปล่อยทิ้งไว้ที่นี่แล้วให้หาทางเข้าไร่เอง หรือไม่ก็นั่งเครื่องกลับกรุงเทพไปเลย มาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้น”

         “นายไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับฉันนะ ฉันเป็นแขกของพี่เมฆเป็นแขกของเจ้าของไร่ แล้วต่อไปฉันก็จะแต่งงานกับพี่เมฆ ถึงตอนนั้นฉันจะให้พี่เมฆไล่นายออก”

         “ฮึ น่าไม่อายผู้ชายเขายังไม่ทันจะยอมรับ ก็โมเมจะไปเป็นเมียเขาเสียแล้ว ทำไมผู้ชายที่กรุงเทพไม่มีแล้วหรือไง ถึงได้เร่มาถวายตัวถึงที่นี่”

         “พูดจาน่าเกลียด ถอยไปเอากระเป๋าขึ้นรถให้ฉันด้วย แล้วรถคันนี้มันยังวิ่งได้จริงๆ หรือนี่  ทำไมไม่เอาคันที่ดีกว่านี้มาหน่อยล่ะ”

         สกุณามองสภาพรถกระบะที่น่าจะมีอายุมากกว่าตัวเธอสังเกตุที่บานประตู กระโปรงรถ และตัวรถที่มีสนิมกัดกินจนผุเป็นหย่อมๆ

         “รถใช้งานในไร่มันก็แบบนี้แหล่ะ ไม่มีหรอกปอร์เซ โรลส์รอย เบนซ์น่ะ ถึงรถมันจะเก่ามันจะแก่แต่เครื่องมันยังแรงอยู่นะคุณ ถ้าลองได้ขับได้ลองควบรับรองจะติดใจ”

         เวหาหรี่ตามองเลียริมฝีปากพูดจาสองแง่สองง่ามพลางใช้สายตาสำรวจเรือนร่างแม่สาวชาวกรุงที่ยืนเถียงเขาปากแจ๋วอยู่ตรงหน้าตอนนี้ เขายอมรับตามตรงเลยว่าสกุณาเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวย หุ่นเป๊ะ หน้าอกไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้แบนราบถือว่าสมส่วนกำลังดี เอวคอดรับกับสะโพกผายกลมกลึง ชวนให้น่ามอง

         “นี่ปากหรืออะไร ชอบพูดแต่สิ่งน่าเกลียด แล้วก็ไม่ต้องมามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย ฉันจะฟ้องพี่เมฆ”

         หญิงสาวก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหน้ารถเคียงข้างคนขับ ชุดเดรสที่ว่าสั้นอยู่แล้วเมื่อเธอนั่งชุดก็ร่นขึ้นเผยให้เห็นต้นขาอันขาวเนียน ถึงแม้ว่าเธอจะนำกระเป๋าถือมาปิดก็ไม่อาจปกปิดความขาวนวลเนียนชวนมองได้มิด เธอได้แต่นึกโทษนึกโกรธตัวเองที่เลือกชุดนี้มาใส่ ก็ใครจะไปคิดว่าเจ้าของไร่จะไม่ออกมารับว่าที่เจ้าสาวด้วยตัวเองล่ะ ไม่ออกมารับเองยังไม่เท่าไหร่ แต่กลับส่งอริเก่าเธอมารับแทนนี่สิมันชวนให้หงุดหงิดยิ่งนัก เธออุตส่าห์อยากจะทำให้เขาประทับใจ แต่กลับกลายมาเป็นเป้าสายตาของคนหื่นบ้ากามคนนี้ไปได้

         “ถ้าไม่อยากให้มองแล้วใส่มาทำไม ใส่แบบนี้มาก็แปลว่าอยากโชว์อยากให้คนอื่นมามอง นี่ก็อุตส่าห์ช่วยมองแล้วนี่ไง น่าจะขอบคุณเสียด้วยซ้ำ”

         เวหาพูดกวนประสาทไปเขารู้สึกสนุกที่ได้กลั่นแกล้งหญิงสาวชาวกรุง และแน่นอนที่เขาเลือกรถคันนี้ขับมารับหล่อนก็เพราะต้องการที่จะแกล้งหล่อนอีกนั่นแหละ ปกติรถคันนี้จะจอดทิ้งไว้ในโรงรถไม่เคยถูกนำมาใช้งานนานมากแล้ว ดีนะที่ยังสตาร์ตติด และแน่นอนที่สุดคือรถคันนี้ไม่มีแอร์ ต้องเปิดกระจกรับลมและมีของแถมเป็นฝุ่นดินแดงฟุ้งตามมาด้วย ฝุ่น PM2.5 ที่ว่าแน่ในเมืองกรุงมาเจอฝุ่นดินแดงที่เมืองเหนือดูเบาไปเลย ยิ่งช่วงทางก่อนเข้าไร่เป็นทางดินซึ่งพอรถขับผ่านฝุ่นก็จะฟุ้งตลบ จนตุ๊กตาหน้ารถต้องเอาผ้าพันคอที่พกมาเอาขึ้นมาพันหน้าปิดจมูกไว้ เวหามองแล้วอมยิ้มด้วยความพอใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 17 เสือกลายเป็นแมวแล้ว

    เช้าวันหยุด วันนี้สกุณาจะลองทำเมนูอาหารเช้าเป็นข้าวต้มหมู ซึ่งเธอได้ศึกษาวิธีการทำจากยูทูปและโทรถามรายละเอียดจากปลายฝนแล้วลองลงมือทำดู ครั้งนี้เธอได้ชิมแล้วก็ยิ้มอย่างภูมิใจ พลันคิดในใจว่า ‘อืมก็อร่อยเหมือนกันนะ’ จากการที่ได้มาอยู่กับเวหาสองต่อสอง สกุณาก็เรียนรู้การปรับตัวต่างๆ ลองทำอาหารเช้า ซึ่งไม่ว่าเธอจะทำอะไร รสชาติจะแย่แค่ไหน เวหาก็กินจนหมดจานทุกครั้ง อาจจะมีบ่นบ้าง แต่ก็เหมือนการให้ฟีดแบล็กมากกว่าเวหาเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร วันนี้กลิ่นหอมของมื้อเช้าดึงดูดให้เขาเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วสายตาเขาก็มองที่หญิงสาวที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่เธอใส่แล้วยาวมาถึงเขา เขามองด้วยความสงสัย“นี่เธอแต่งตัวอะไรกันเนี่ย .. เฮ้ย.. นี่เธอจะบ้าหรือเปล่า เอาเสื้อผ้าฉันมาใส่ทำไม”สกุณายิ้มแหย“ก็เสื้อผ้าฉันหมดแล้วนี่ ไม่มีใส่ ขอยืมใส่ก่อนอย่างกหน่อยเลยนะ วันนี้ก็เป็นวันหยุดไม่ต้องออกไปไหนด้วย”“แล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าเธอล่ะ ไปไหนหมด”“เอ่อ.. ก็มันยังไม่ได้ซักเลย”“อ้าวแล้วทำไมไม่ซัก จะหมักไว้ให้มันเน่าหรือไง”“ก็ที่นี่ไม่มีเครื่องซักผ้า นายพาฉันเอาผ้าไปซักที่เรือนใหญ่ของพี่เมฆทีสิ ฉันสัญ

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 16 เขาทำเพื่อเธองั้นหรือ

    “จะรีบไปไหนละคุณ”“อ้าวก็มันเที่ยงแล้วนี่ ฉันก็จะไปกินข้าวไง”“ไม่ต้องรีบ ไปตอนนี้ก็ต้องไปยืนต่อแถวรอร้อนเปล่าๆ รอให้คนซาลงหน่อยแล้วค่อยไป อีกอย่างเราควรให้คนงานเขากินก่อน เพราะพวกเขาต้องใช้แรงงาน”สกุณาหน้าหงิก เพราะตั้งแต่เธอต้องเข้ามาทำงานในไร่เธอก็กินข้าวพร้อมกับทุกคนจนร่างกายมันจำได้แล้วว่าตอนนี้ถึงเวลากินข้าวแล้ว เสียงท้องเริ่มร้องประท้วง“เอานี่ไปกินรองท้องไว้ก่อน”ฝรั่งลูกย่อม ๆ ผิวนวลถูกเด็ดจากต้นที่ปลูกไว้ข้างโรงเลี้ยงไก่ยื่นส่งให้สกุณา“แล้วจะให้กินยังไง ล้างก็ยังไม่ล้าง เปลือกก็ยังไม่ปอก”“จะยากอะไรคุณ แค่นี้ก็กินได้แล้ว” เวหาเอาฝรั่งมาถูที่เสื้อ ยกขึ้นมาเป่าสองทีแล้วกัดเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แล้วพยักหน้าให้หล่อนทำตาม“ไม่ล้างก่อนแล้วกินไปได้อย่างไร เปลือกก็ยังไม่ปอก อี๋ สกปรก”“ไม่ต้องมาอี๋เลยคุณ ฝรั่งนี่ผมใช้ถุงกระดาษห่อไว้อย่างดี ไม่มีแม้แต่ฝุ่นมาเกาะแค่เช็ด ๆ ถู ๆ ก็สะอาดแล้ว ทีแอปเปิ้ลเปลือกหนาพวกคุณยังกัดแทะกินได้เลย ฝรั่งก็เหมือนกันแหละ แถมเปลือกยังบางกว่าด้วย ทำไมจะกัดแทะกินไม่ได้ กินรองท้องไปก่อน อร่อยนะคุณ เด็ดกินจากต้นสดๆ เนี่ยมันหวานมากเลย ลองดู

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 15 ทำไมมีแต่คนอยากให้ฉันเป็นเมียเค้าคนนี้นะ

    หลังจากอาหารมื้อเช้าจบลง เสียงห้วนของเวหาก็ดังขึ้น“พร้อมหรือยัง”สกุณาวันนี้เธออยู่ในชุดที่ทะมัดทะแมง ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์โดยมีเสื้อคลุมแขนยาวของเวหาสวมทับอีกที เธอเริ่มคุ้นชินกับการแต่งตัวแบบสาวชาวไร่มากขึ้น เธอเดินตรงไปปีนขึ้นรถโดยที่ไม่ต้องรอให้อีกคนมาพูดอะไรต่อ เธอตั้งใจว่าจะพูดกับเขาให้น้อยที่สุดใช่เธอกำลังโกรธเขาอยู่ที่เขามาทำรุ่มร่ามกับเธอในวันก่อน แล้วยังทำตัวผีเข้าผีออกอีก เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวดี ทางที่ดีไม่ต้องยุ่งกันน่าจะดีที่สุดเวหามองท่าทางของหญิงสาวแล้วยกยิ้มที่มุมปากแล้วพูดไปพร้อมสตาร์ตรถ“เดี๋ยววันนี้จะพาไปดูฟาร์ม”พอได้ยินคำว่า “ฟาร์ม” สกุณาก็ลอบถอนหายใจเบาๆ พลางคิดในใจว่าวันนี้เธอคงโดนแกล้งให้ทำงานหนักในฟาร์มอีกเป็นแน่ ภาพที่เธอกำลังขัดทำความสะอาดคอกหมูและเล้าไก่ก็ลอยมาในหัว ‘ไม่เป็นไรยัยนิดอดทนไว้ เธอทำได้ อย่าให้นายคนนี้มาว่ามาดูแคลนเธอได้อีก’ สกุณาได้แต่คิดในใจ แต่เอ๊ะ.. ทำไมต้องไปคิดถึงคนบ้าคนนั้นด้วยนะ รถขับไปตามเส้นทางดินขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้รถโยกสั่นสะเทือนส่งผลให้ตุ๊กตาหน้ารถคนสวยนั่งตัวสั่นคลอนตามแรงโยกของรถไปด้วย หางตาของเวหาสังเกตเห็นทรวงอกท

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 14 ไม่อายผีบ้านผีเรือนบ้างหรือไง

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังลั่นปลุกให้สกุณาต้องจำใจลืมตาขึ้น บรรยากาศรอบตัวยังคงมืดมิด อากาศเย็นจนเธอไม่อยากลุกออกจากผ้านวมผืนหนา แต่ถ้าไม่ลุกเจ้าเสียงเคาะประตูนั่นก็คงไม่หยุดง่ายๆ “จะเคาะทำไมนักหนาเนี่ย คนจะหลับจะนอน” เธอเดินมาเปิดประตูด้วยดวงตาที่ยังลืมขึ้นไม่เต็มตาดีนัก เมื่อประตูถูกเปิดออกร่างใหญ่ของใครคนหนึ่งก็แทรกเข้ามายืนท้าวแขนขวางประตูไว้ เมื่อสกุณาเห็นว่าเป็นใครเธอตกใจรีบถอยหลังครูดออกไป แต่ก็ช้ากว่าวงแขนแกร่งที่คว้าเกี่ยวเอวบางมาไว้ในอ้อมกอด อกนุ่มสัมผัสเข้ากับอกแกร่ง ภาพและรสสัมผัสเมื่อวานไหลเวียนเข้ามาในหัวของสกุณาอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเธอได้รัวเร็วขึ้น “นี่นายจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ” “อ้าว.. เห็นแต่งตัวแบบนี้ก็นึกว่าติดใจฉัน แล้วแต่งมายั่ว อยากให้ฉันกอด อยากให้ฉันจูบอีก วันนี้อยากให้จูบตรงไหนก่อนดีล่ะ” “ปล่อยเลยไอ้คนบ้า ไอ้คนลามก ที่มันห้องส่วนตัวของฉัน ฉันจะแต่งตัวยังไงก็ได้ นายนั่นแหละออกไปเลย” “ไหนพูดอีกสิ ว่านี่ห้องใคร” “ก็ห้อง... เอ่อ.ห้องฉันไง ก็นายยกให้ฉันอยู่แล้วมันก็ต้องเป็นของฉันสิ”

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 13 คำสบประมาท

    เรือนพักหลังเล็กท้ายไร่เมฆา “นี่นายพาฉันมาที่นี่ทำไม นายไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้นะ ปล่อยปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ บอกให้ปล่อยไงล่ะ” ใบหน้าสวยตื่นตระหนก เมื่อโดนใครบางคนฉุดกระชากลากเหวี่ยงดึงเธอให้ลงจากรถ แล้วผลักให้เข้าไปในเรือนพักหลังเล็ก “ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือ แล้วเธอล่ะมีสิทธิ์อะไรที่ไปทำร้ายคนอื่นเขาแบบนั้น ปลายฝนไปทำอะไรให้เธอโกรธแค้น เธอถึงต้องทำแบบนี้ พูดมาสิ พูด บอกให้พูดไงเล่า” เวหาตวาดลั่น ใบหน้าบูดบึ้งกับดวงตาที่แข็งกร้าวทำให้สกุณารู้สึกกลัวจนปากคอสั่นแต่เธอก็พยายามข่มความรู้สึกนั้นไว้ “ฉันบอกให้พูดไงล เธอตั้งใจทำมันจริงๆ สินะสกุณา ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” “ไม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุจะต้องให้ฉันพูดอีกสักกี่รอบ” “ปากแข็งจริงๆ ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้นะสกุณา เด็กน้อยน่ารักคนนั้นหายไปไหนแล้ว” เวหาคว้าเอวบางรวบดึงเข้ามาประชิดตัว ใบหน้าคมเข้มยื่นเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบสบตาเธอราวกับว่าจะมองให้ลึกไปถึงห้องของหัวใจ ดวงตาคู่สวยตื่นตระหนก ริมฝีปากสั่นระริกเตรียมจะเปิดป

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 12 อุบัติเหตุ

    บนโต๊ะอาหาร หลังจากที่ทุกคนจัดการกับมื้อเช้าของตัวเองเรียบร้อยแล้ว สกุณาหันไปสบตากับปลายฝนทั้งคู่พยักหน้าให้กัน แล้วเธอจึงหันมาชวนเมฆาคุย “พี่เมฆคะ วันนี้นิดขออยู่หยุดงานในไร่หนึ่งวันนะคะ นิดจะมาเรียนทำอาหารกับปลายฝนค่ะ” สกุณาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เมฆาหันมาสบตาแต่ยังไม่ได้พูดอะไร เสียงของเวหาก็แทรกดังขึ้นมาก่อน “ไม่ได้ แค่นี้ก็คิดจะอู้แล้วหรือไง อีกอย่างไปก็เกะกะปลายเปล่าๆ” “ฉันขออนุญาตพี่เมฆไม่ได้ขออนุญาตนาย” “แต่ฉันเป็นคนที่ต้องดูแลเธอ ฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาต” ทั้งสกุณาและเวหาต่างเถียงกันคอเป็นเอ็นเหมือนเด็กน้อยทะเลาะกันโดยไม่มีใครยอมใคร จนเมฆาต้องกระแอมไอห้ามทัพทั้งคู่ “ไม่ต้องเถียงกัน” แล้วเขาหันไปสบตาปลายฝน “แล้วปลายล่ะ ว่าไง” สกุณาหยุดหันไปมองเมฆาพลันคิดในใจว่า ‘พี่เมฆนี่เป็นเจ้านายที่ดีจริงๆเลย ให้เกียรติลูกน้อง ขนาดปลายฝนเป็นแค่แม่บ้านยังให้เกียรติเลย ไม่เหมือนอีตาเวหานั่นบ้าและป่าเถื่อนชะมัด’ “ให้คุณนิดมาเรียนงานครัวกับปลายก็ได้ค่ะ เมื่อเช้าคุณนิดก็ลงมาช่วยงานปลายในค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status