Home / โรแมนติก / เด็ดปีกเวหา / บทที่ 6 ไร่เมฆา

Share

บทที่ 6 ไร่เมฆา

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-26 17:09:40

         ทันทีที่รถจอดสกุณาก็รีบรุดลงจากรถมายืนปัดฝุ่นที่เกาะตามตัวจนฝุ่นแดงฟุ้งไปหมด เธอกวาดสายตามองไปโดยรอบ ภาพที่เห็นเป็นเรือนไม้สักหลังใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้และแปลงไม้ดอกนานาชนิด เท่าที่สังเกตไม้ดอกส่วนใหญ่ที่ปลูกส่วนมากจะเป็นไม้ดอกที่มีกลิ่นหอม ส่วนตัวเรือนไม้สักนั้นยังคงเหมือนภาพความทรงจำของเธอเมื่อสิบปีก่อนที่เธอและครอบครัวได้มาพักผ่อนที่นี่ ด้านข้างมีเรือนหลังเล็กสกุณายิ้มอย่างพอใจ

         กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกยกมาวางไว้ข้างๆ ตัวเธอ โดยคนที่ยกลงจากรถจงใจวางกระแทกเฉียดใกล้ๆ ขาของเธอ

         “โอ๊ย.. นี่นายระวังหน่อยสิกระเป๋าของฉันไม่ได้ราคาบาทสองบาทนะ วางกระแทกมาได้เกือบโดนขาฉันแล้ว”

         “ก็แค่เกือบยังไม่โดนสักหน่อย แล้วไม่มายกเองล่ะ”

         “จิ๊”

         สกุณาจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดพร้อมก้มมองสำรวจกระเป๋าที่อยู่ข้างตัว เธอครุ่นคิดอยู่พัก ถ้าให้เธอลากกระเป๋าเข้าที่พัก เกรงว่าล้อจะเลอะจะหักหรือพังเสียก่อน แต่ถ้าจะให้เธอยกเข้าไปในเรือนเธอคงยกไม่ไหว จึงพูดเสียงอ่อยๆ ว่า

         “เอ่อ.. นี่นายช่วยยกเข้าไปในเรือนให้หน่อยสิ ยกนะอย่าลาก คือฉันยกไม่ไหว”

         เสียงช่วงท้ายบางเบาแทบไม่ได้ยิน เธอก้มหน้ามองพื้นไม่อยากสบสายตาเขา เวหาได้ยินก็ยิ้มแต่ด้วยความหมั่นไส้คนตัวเล็กที่ยังคงวางฟอร์มอยู่ เขาจึงก้มไปกระซิบข้างหูว่า

         “ถ้าอยากให้ช่วยก็พูดดีๆ ทำตัวน่ารักหน่อยสิ แบบนี้พูดเป็นมั้ย พี่เวย์ขาช่วยยกกระเป๋าให้น้องนิดหน่อยสิคะ”

         สกุณาหันหน้าขวับแล้วต้องตกใจเมื่อแก้มใสของเธอเฉี่ยวปลายจมูกของเวหาไปนิดเดียว

         “ว้าย.. แล้วฉันพูดไม่ดีตรงไหน”

         ปากพูดมือก็ผลักหน้าอกคนโรคจิตให้ออกห่างตัว

         “ก็แล้วแต่นะ .. งั้นก็ยกเอง”

         เวหาทำท่าจะก้าวเข้าเรือนแล้วก็มีมือน้อยๆ มาดึงที่แขนเสื้อเขายิ้มมุมปากแล้วหันหน้ามามอง

         “เดี๋ยว .. ก็ได้.. เอ่อ พี่เวย์คะยกกระเป๋าให้นิดด้วยค่ะ”

         ถึงแม้ว่าสกุณาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ห้วน แต่ก็ทำให้เวหาพอใจอยู่ไม่น้อย เขาคิดในใจว่า ‘ไม่เป็นไรวันแรกเอาแค่นี้ก่อน ดูทรงแล้วคงจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน เดี๋ยวเขาจะดัดนิสัยที่เย่อหยิ่งของสาวเมืองกรุงคนนี้เอง’

เวหาเดินเข้าไปยกกระเป๋าสองใบด้วยมือสองทั้งข้างพร้อมกันแล้วเดินนำหน้าสกุณาเข้าไปในเรือน เขายกเหมือนกับการยกของเบาๆ เลย สกุณาได้แต่มองค้อนแล้วเดินตามขึ้นไปในใจก็บ่นพึมพำ

         “นี่มันแรงคนหรือแรงควายนะเนี่ย .. ฮึ”

         พอก้าวเข้ามาภายในเรือนพัก สกุณาพยายามมองหาว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าของเรือนหลังนี้แต่ก็ไม่พบ มีเพียงเด็กสาวใบหน้าสะสวย ผิวขาวเหลืองสะอาดสะอ้านมองดูก็รู้ว่าเป็นสาวพื้นเมืองชาวเหนือ จากการประมาณด้วยสายตาเธอคนนี้น่าจะอายุอ่อนกว่าเธอไม่กี่ปี เธอเดินถือถาดที่มีแก้วน้ำส้มและน้ำเปล่าออกมาพร้อมรอยยิ้มหวาน มาหยุดยืนที่ตรงหน้าเธอ

         “น้ำกับน้ำส้มคั้นเย็น ๆ ค่ะ”

         “ขอบใจจ้ะ ว้าว..คนรับใช้บ้านพี่เมฆนี่ทั้งสาวทั้งสวยเลย เธอชื่ออะไรหรือจ๊ะ”

         “หนูชื่อปลายฝนค่ะ”

         “ฉันชื่อสกุณานะ เรียกฉันว่านิดก็ได้เราน่าจะอายุใกล้ๆกัน เธออายุเท่าไหร่แล้ว”

         “หนูอายุ 19 ปีค่ะ”

         “อุ๊ย.. ฉันนึกว่าเราจะอายุใกล้กันมากกว่านี้เสียอีกนะ ฉัน 24 จ้ะเป็นพี่เธอตั้งหลายปี”

         สกุณาหยิบแก้วน้ำส้มยกขึ้นจิบแล้วยิ้มให้เด็กสาว สายตายังคงมองสำรวจไปรอบๆ ส่วนเด็กสาวเดินไปเสิร์ฟให้เวหาต่อ

         “น้ำค่ะ พี่เวย์”

         “ขอบใจจ้ะ น้องปลาย”

         น้ำเสียงของเวหาทำให้สกุณาย่นปากไปเกือบชนปลายจมูกด้วยความหมั่นไส้ พลันนึกในใจดูสิทำเป็นพูดเสียงอ่อนเสียงหวานไม่เหมือนที่พูดกับเธอทำเสียงกระโชกโฮกฮาก อย่าบอกนะว่าสองคนนี้มีซัมติงกัน เธอกรอกตามองบนไปหนึ่งที

         “หนูเอาของไปเก็บให้นะคะ ห้องของคุณนิดอยู่ทางนี้ค่ะ”

         ปลายฝนลากกระเป๋าไปส่งที่ห้องรับรองชั้นล่าง สกุณาเดินตามมา

         “ห้องน่ารักจัง แล้วห้องนี้ห้องใครอ่ะ”

         สกุณาเอ่ยปากชมพร้อมชี้ถามไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามห้องเธอ

         “เมื่อก่อนห้องนี้ใช้เป็นห้องรับรองและว่างอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้เป็นห้องของพี่เวย์ค่ะ”

         สกุณาเบะปากทันทีที่ได้ยินว่าเธอต้องอยู่ห้องตรงข้ามกับอริคนนี้ แล้วถามปลายฝนต่อ

         “มีห้องอื่นอีกไหม ฉันไม่อยากอยู่ใกล้อีตานี่เลย”

         เด็กสาวยิ้มบางๆพร้อมส่ายศีรษะไปมา

         “ไม่มีค่ะ เชิญคุณนิดพักผ่อนก่อนนะคะ หนูขอตัวไปทำงานก่อนค่ะ”   

         “เอ่อ..เดี๋ยวสิปลายฝน ให้ฉันเรียกเธอสั้นๆ ว่าอะไรดี เธอมีชื่อเล่นไหม”

         “เรียกหนูว่าปลายก็ได้ค่ะ”

         “โอเคปลาย แล้วพี่เมฆไปไหนอ่ะ เขาจะกลับมาตอนไหน”

         “พ่อเลี้ยงเข้าไปดูงานในไร่ จะกลับมาตอนเย็นค่ะ”

         “แล้วพี่เมฆใจดีไหม ดุหรือเปล่า ฉันไม่ได้เจอพี่เขานานแล้วตื่นเต้นจัง”

         “เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้เจอกันแล้วค่ะ ปลายขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

         สกุณาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปห้องพัก เธอสำรวจสภาพห้องที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องน้ำในตัว ภายในห้องตกแต่งสไตล์ล้านนา นี่ถ้าถ่ายรูปโพสต์ลงโซเซียลต้องไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่านี่คือห้องในบ้าน ต้องนึกว่าเป็นห้องพักในรีสอร์ตหรูแน่เลย เธอหยิบโทรศัพท์ถ่ายสภาพห้องไว้แล้วกดโพสต์ลงสตอรี่อินสตาแกรม ก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำชำระคราบฝุ่นที่เกาะมาตามตัว

         หลังจากที่อาบน้ำชำระคราบฝุ่นที่ติดมาตามตัวเรียบร้อยแล้ว สกุณาก็เผลอตัวงีบหลับด้วยความเพลีย

         ก๊อก ก๊อก ก๊อก

         “นี่แม่คุณยังอยู่ดีอยู่หรือเปล่า หรือว่าตายไปแล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”

         เสียงเคาะประตูเสียงดังลั่น ทำให้สกุณาลืมตาขึ้นพร้อมบิดแขนไปมาหมายจะสลัดเจ้าตัวขี้เกียจให้หลุดออก มือข้างหนึ่งยกมาขยี้ตา ขาเดินไปปากก็บ่นพึมพำไป มืออีกข้างหนึ่งบิดลุกบิดเปิดประตู

         “ใครมาเคาะประตูเสียงดังเนี่ยไม่มีมารยาทเอาเสียเลย คนกำลังนอนหลับสบายสบาย”

         เมื่อเปิดประตูออก จากที่กำลังสลึมสลือดวงตาก็เบิกโพลงเมื่อเห็นคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใคร เธอลืมไปสนิทเลยว่าที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านของเธอ แต่เป็นบ้านของเมฆาพ่อเลี้ยงหนุ่มเมืองเหนือว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตของเธอ

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ 

เวลาพลบค่ำทุกคนนั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหารขาดก็แต่สกุณาแขกผู้มาเยือน

“เดี๋ยวปลายไปตามคุณนิดให้เองค่ะ”

         ปลายฝนเตรียมลุกจากโต๊ะอาหารจะไปตามแขกวีไอพีให้ แต่เวหาห้ามไว้ก่อน

         “ปลายนั่งกินข้าวเถอะ เดี๋ยวพี่ไปตามเอง น้องปลายทำงานก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

         เวหาจึงเดินมาแล้วเคาะประตูพร้อมเรียกเบาๆ แต่ก็ไร้เสียงตอบกลับจากภายใน เขาจึงเคาะดังขึ้น สักพักประตูห้องก็เปิดออกมา หญิงสาวร่างบางเดินขยี้ตาออกมา เธอสวมใส่เสื้อยืดตัวบางคอกว้าง ทำให้เขาที่ตัวสูงกว่าสามารถมองผ่านคอเสื้อลึกลงไปเห็นเนินอกขาว ซึ่งนั่นทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นจู๋ปิดแก้มก้นพอดี เขากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างอย่างจงใจ

         เมื่อสกุณาได้สติเธอก็ตกใจรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกตัวเอง ซึ่งในตอนแรกเธอแค่อยากผ่อนคลายจึงแต่งตัวสบายๆ แล้วนอนพัก คิดไว้ว่าเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แต่งตัวใหม่ตอนออกจากห้องแล้วเธอก็เผลอหลับไป พอมีคนมาเคาะเรียกเธอจึงลืมไปสนิทว่าตัวเองแต่งตัวไม่เรียบร้อย

         “ว้าย.. มองอะไร หันหน้าไปทางอื่นเลย” 

         “ก็ไม่ได้อยากมอง มันเห็นเอง ดูสิเล็กนิดเดียวไม่เห็นมีอะไรให้ดูเลย”

         “หยาบคาย แล้วมาเคาะเสียงดังทำไมเนี่ย ฉันหลับอยู่ดีดีก็ตกใจนะสิ”

         “ก็มันถึงเวลากินข้าวแล้ว ถ้าไม่อยากมากินก็ตามใจเพราะอาหารหมดแล้วหมดเลยไม่มีให้เติมนะ แถวนี้ไม่มีเซเว่นด้วย”

         “กี่โมงแล้วเนี่ย”

         “หกโมงกว่าแล้ว อ้อ.. ช่วยแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้ด้วยก่อนออกมา แต่ถ้าอยากโชว์ก็ไม่ต้องเปลี่ยนชุดก็ได้ เฮ้อ.. มีนิดเดียวก็ยังอยากจะโชว์”

         “กรี๊ด อีตาบ้า พูดจาน่าเกลียด ไปเลย ออกไปเดี๋ยวนี้เลย”

         สกุณาผลักอกเวหาแล้วดึงประตูปิดดัง “ปัง” ส่วนเวหาได้แต่อมยิ้มแล้วเดินไปที่โต๊ะอาหาร

        

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 17 เสือกลายเป็นแมวแล้ว

    เช้าวันหยุด วันนี้สกุณาจะลองทำเมนูอาหารเช้าเป็นข้าวต้มหมู ซึ่งเธอได้ศึกษาวิธีการทำจากยูทูปและโทรถามรายละเอียดจากปลายฝนแล้วลองลงมือทำดู ครั้งนี้เธอได้ชิมแล้วก็ยิ้มอย่างภูมิใจ พลันคิดในใจว่า ‘อืมก็อร่อยเหมือนกันนะ’ จากการที่ได้มาอยู่กับเวหาสองต่อสอง สกุณาก็เรียนรู้การปรับตัวต่างๆ ลองทำอาหารเช้า ซึ่งไม่ว่าเธอจะทำอะไร รสชาติจะแย่แค่ไหน เวหาก็กินจนหมดจานทุกครั้ง อาจจะมีบ่นบ้าง แต่ก็เหมือนการให้ฟีดแบล็กมากกว่าเวหาเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร วันนี้กลิ่นหอมของมื้อเช้าดึงดูดให้เขาเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วสายตาเขาก็มองที่หญิงสาวที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่เธอใส่แล้วยาวมาถึงเขา เขามองด้วยความสงสัย“นี่เธอแต่งตัวอะไรกันเนี่ย .. เฮ้ย.. นี่เธอจะบ้าหรือเปล่า เอาเสื้อผ้าฉันมาใส่ทำไม”สกุณายิ้มแหย“ก็เสื้อผ้าฉันหมดแล้วนี่ ไม่มีใส่ ขอยืมใส่ก่อนอย่างกหน่อยเลยนะ วันนี้ก็เป็นวันหยุดไม่ต้องออกไปไหนด้วย”“แล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าเธอล่ะ ไปไหนหมด”“เอ่อ.. ก็มันยังไม่ได้ซักเลย”“อ้าวแล้วทำไมไม่ซัก จะหมักไว้ให้มันเน่าหรือไง”“ก็ที่นี่ไม่มีเครื่องซักผ้า นายพาฉันเอาผ้าไปซักที่เรือนใหญ่ของพี่เมฆทีสิ ฉันสัญ

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 16 เขาทำเพื่อเธองั้นหรือ

    “จะรีบไปไหนละคุณ”“อ้าวก็มันเที่ยงแล้วนี่ ฉันก็จะไปกินข้าวไง”“ไม่ต้องรีบ ไปตอนนี้ก็ต้องไปยืนต่อแถวรอร้อนเปล่าๆ รอให้คนซาลงหน่อยแล้วค่อยไป อีกอย่างเราควรให้คนงานเขากินก่อน เพราะพวกเขาต้องใช้แรงงาน”สกุณาหน้าหงิก เพราะตั้งแต่เธอต้องเข้ามาทำงานในไร่เธอก็กินข้าวพร้อมกับทุกคนจนร่างกายมันจำได้แล้วว่าตอนนี้ถึงเวลากินข้าวแล้ว เสียงท้องเริ่มร้องประท้วง“เอานี่ไปกินรองท้องไว้ก่อน”ฝรั่งลูกย่อม ๆ ผิวนวลถูกเด็ดจากต้นที่ปลูกไว้ข้างโรงเลี้ยงไก่ยื่นส่งให้สกุณา“แล้วจะให้กินยังไง ล้างก็ยังไม่ล้าง เปลือกก็ยังไม่ปอก”“จะยากอะไรคุณ แค่นี้ก็กินได้แล้ว” เวหาเอาฝรั่งมาถูที่เสื้อ ยกขึ้นมาเป่าสองทีแล้วกัดเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แล้วพยักหน้าให้หล่อนทำตาม“ไม่ล้างก่อนแล้วกินไปได้อย่างไร เปลือกก็ยังไม่ปอก อี๋ สกปรก”“ไม่ต้องมาอี๋เลยคุณ ฝรั่งนี่ผมใช้ถุงกระดาษห่อไว้อย่างดี ไม่มีแม้แต่ฝุ่นมาเกาะแค่เช็ด ๆ ถู ๆ ก็สะอาดแล้ว ทีแอปเปิ้ลเปลือกหนาพวกคุณยังกัดแทะกินได้เลย ฝรั่งก็เหมือนกันแหละ แถมเปลือกยังบางกว่าด้วย ทำไมจะกัดแทะกินไม่ได้ กินรองท้องไปก่อน อร่อยนะคุณ เด็ดกินจากต้นสดๆ เนี่ยมันหวานมากเลย ลองดู

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 15 ทำไมมีแต่คนอยากให้ฉันเป็นเมียเค้าคนนี้นะ

    หลังจากอาหารมื้อเช้าจบลง เสียงห้วนของเวหาก็ดังขึ้น“พร้อมหรือยัง”สกุณาวันนี้เธออยู่ในชุดที่ทะมัดทะแมง ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์โดยมีเสื้อคลุมแขนยาวของเวหาสวมทับอีกที เธอเริ่มคุ้นชินกับการแต่งตัวแบบสาวชาวไร่มากขึ้น เธอเดินตรงไปปีนขึ้นรถโดยที่ไม่ต้องรอให้อีกคนมาพูดอะไรต่อ เธอตั้งใจว่าจะพูดกับเขาให้น้อยที่สุดใช่เธอกำลังโกรธเขาอยู่ที่เขามาทำรุ่มร่ามกับเธอในวันก่อน แล้วยังทำตัวผีเข้าผีออกอีก เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวดี ทางที่ดีไม่ต้องยุ่งกันน่าจะดีที่สุดเวหามองท่าทางของหญิงสาวแล้วยกยิ้มที่มุมปากแล้วพูดไปพร้อมสตาร์ตรถ“เดี๋ยววันนี้จะพาไปดูฟาร์ม”พอได้ยินคำว่า “ฟาร์ม” สกุณาก็ลอบถอนหายใจเบาๆ พลางคิดในใจว่าวันนี้เธอคงโดนแกล้งให้ทำงานหนักในฟาร์มอีกเป็นแน่ ภาพที่เธอกำลังขัดทำความสะอาดคอกหมูและเล้าไก่ก็ลอยมาในหัว ‘ไม่เป็นไรยัยนิดอดทนไว้ เธอทำได้ อย่าให้นายคนนี้มาว่ามาดูแคลนเธอได้อีก’ สกุณาได้แต่คิดในใจ แต่เอ๊ะ.. ทำไมต้องไปคิดถึงคนบ้าคนนั้นด้วยนะ รถขับไปตามเส้นทางดินขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้รถโยกสั่นสะเทือนส่งผลให้ตุ๊กตาหน้ารถคนสวยนั่งตัวสั่นคลอนตามแรงโยกของรถไปด้วย หางตาของเวหาสังเกตเห็นทรวงอกท

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 14 ไม่อายผีบ้านผีเรือนบ้างหรือไง

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังลั่นปลุกให้สกุณาต้องจำใจลืมตาขึ้น บรรยากาศรอบตัวยังคงมืดมิด อากาศเย็นจนเธอไม่อยากลุกออกจากผ้านวมผืนหนา แต่ถ้าไม่ลุกเจ้าเสียงเคาะประตูนั่นก็คงไม่หยุดง่ายๆ “จะเคาะทำไมนักหนาเนี่ย คนจะหลับจะนอน” เธอเดินมาเปิดประตูด้วยดวงตาที่ยังลืมขึ้นไม่เต็มตาดีนัก เมื่อประตูถูกเปิดออกร่างใหญ่ของใครคนหนึ่งก็แทรกเข้ามายืนท้าวแขนขวางประตูไว้ เมื่อสกุณาเห็นว่าเป็นใครเธอตกใจรีบถอยหลังครูดออกไป แต่ก็ช้ากว่าวงแขนแกร่งที่คว้าเกี่ยวเอวบางมาไว้ในอ้อมกอด อกนุ่มสัมผัสเข้ากับอกแกร่ง ภาพและรสสัมผัสเมื่อวานไหลเวียนเข้ามาในหัวของสกุณาอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเธอได้รัวเร็วขึ้น “นี่นายจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ” “อ้าว.. เห็นแต่งตัวแบบนี้ก็นึกว่าติดใจฉัน แล้วแต่งมายั่ว อยากให้ฉันกอด อยากให้ฉันจูบอีก วันนี้อยากให้จูบตรงไหนก่อนดีล่ะ” “ปล่อยเลยไอ้คนบ้า ไอ้คนลามก ที่มันห้องส่วนตัวของฉัน ฉันจะแต่งตัวยังไงก็ได้ นายนั่นแหละออกไปเลย” “ไหนพูดอีกสิ ว่านี่ห้องใคร” “ก็ห้อง... เอ่อ.ห้องฉันไง ก็นายยกให้ฉันอยู่แล้วมันก็ต้องเป็นของฉันสิ”

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 13 คำสบประมาท

    เรือนพักหลังเล็กท้ายไร่เมฆา “นี่นายพาฉันมาที่นี่ทำไม นายไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้นะ ปล่อยปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ บอกให้ปล่อยไงล่ะ” ใบหน้าสวยตื่นตระหนก เมื่อโดนใครบางคนฉุดกระชากลากเหวี่ยงดึงเธอให้ลงจากรถ แล้วผลักให้เข้าไปในเรือนพักหลังเล็ก “ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือ แล้วเธอล่ะมีสิทธิ์อะไรที่ไปทำร้ายคนอื่นเขาแบบนั้น ปลายฝนไปทำอะไรให้เธอโกรธแค้น เธอถึงต้องทำแบบนี้ พูดมาสิ พูด บอกให้พูดไงเล่า” เวหาตวาดลั่น ใบหน้าบูดบึ้งกับดวงตาที่แข็งกร้าวทำให้สกุณารู้สึกกลัวจนปากคอสั่นแต่เธอก็พยายามข่มความรู้สึกนั้นไว้ “ฉันบอกให้พูดไงล เธอตั้งใจทำมันจริงๆ สินะสกุณา ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” “ไม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุจะต้องให้ฉันพูดอีกสักกี่รอบ” “ปากแข็งจริงๆ ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้นะสกุณา เด็กน้อยน่ารักคนนั้นหายไปไหนแล้ว” เวหาคว้าเอวบางรวบดึงเข้ามาประชิดตัว ใบหน้าคมเข้มยื่นเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบสบตาเธอราวกับว่าจะมองให้ลึกไปถึงห้องของหัวใจ ดวงตาคู่สวยตื่นตระหนก ริมฝีปากสั่นระริกเตรียมจะเปิดป

  • เด็ดปีกเวหา   บทที่ 12 อุบัติเหตุ

    บนโต๊ะอาหาร หลังจากที่ทุกคนจัดการกับมื้อเช้าของตัวเองเรียบร้อยแล้ว สกุณาหันไปสบตากับปลายฝนทั้งคู่พยักหน้าให้กัน แล้วเธอจึงหันมาชวนเมฆาคุย “พี่เมฆคะ วันนี้นิดขออยู่หยุดงานในไร่หนึ่งวันนะคะ นิดจะมาเรียนทำอาหารกับปลายฝนค่ะ” สกุณาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เมฆาหันมาสบตาแต่ยังไม่ได้พูดอะไร เสียงของเวหาก็แทรกดังขึ้นมาก่อน “ไม่ได้ แค่นี้ก็คิดจะอู้แล้วหรือไง อีกอย่างไปก็เกะกะปลายเปล่าๆ” “ฉันขออนุญาตพี่เมฆไม่ได้ขออนุญาตนาย” “แต่ฉันเป็นคนที่ต้องดูแลเธอ ฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาต” ทั้งสกุณาและเวหาต่างเถียงกันคอเป็นเอ็นเหมือนเด็กน้อยทะเลาะกันโดยไม่มีใครยอมใคร จนเมฆาต้องกระแอมไอห้ามทัพทั้งคู่ “ไม่ต้องเถียงกัน” แล้วเขาหันไปสบตาปลายฝน “แล้วปลายล่ะ ว่าไง” สกุณาหยุดหันไปมองเมฆาพลันคิดในใจว่า ‘พี่เมฆนี่เป็นเจ้านายที่ดีจริงๆเลย ให้เกียรติลูกน้อง ขนาดปลายฝนเป็นแค่แม่บ้านยังให้เกียรติเลย ไม่เหมือนอีตาเวหานั่นบ้าและป่าเถื่อนชะมัด’ “ให้คุณนิดมาเรียนงานครัวกับปลายก็ได้ค่ะ เมื่อเช้าคุณนิดก็ลงมาช่วยงานปลายในค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status