แชร์

ตอนที่ 10 ความรู้สึก

ผู้เขียน: ปิ่นปภัส
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-07 21:20:14

ตัวแทนเกษตรการเลี้ยงไข่ไก่ในตำบลที่ลุงแจ่มเป็นสมาชิกอยู่ ได้กำหนดวาระการประชุมไว้ในวันนี้ และกิ่งกานดาต้องเข้าไปประชุมแทนผู้เป็นพ่อ ด้วยเพราะอาการป่วยของลุงแจ่มนั้นยังไม่ค่อยสู้ดีนัก

ส่วนพิพัฒน์ใช้ช่วงเวลาว่างในตอนกลางวันตรวจรายละเอียดของรูปคดี หารือกับผู้กองและทนายเกษม

เมื่อต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ยังมีข้อความที่ส่งหากัน เป็นการรายงานตัวอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว  และดูเหมือนจะซึมซับเข้าไปในการใช้ชีวิตแบบไม่รู้ตัว ทั้งที่ชายหนุ่มก็เป็นแค่คนที่มาขอเช่าห้องอยู่แค่ชั่วคราวเพียงเท่านั้น

ลุงแจ่มผู้เฝ้ารอการกลับบ้านของกิ่งกานดา เดินออกมาเปิดประตูรั้วหน้าบ้านพร้อมเจ้าขนุนทันทีที่หญิงสาวขับรถมาถึงในตอนเย็น หญิงสาวเดินลงจากรถพร้อมกับใบหน้าซีดเซียวและดูอิดโรย

“ทำไมหน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” ผู้เป็นพ่อจ้องหน้าและถามด้วยความเป็นห่วง

“กิ่งปวดหัวนิดหน่อยจ้ะพ่อ ไม่เป็นไรหรอก”

“สงสัยอากาศร้อน ไปอาบน้ำไป แล้วมากินข้าวจะได้กินยาพักผ่อน” ชายชราบอกหญิงสาวด้วยความห่วงใย

กิ่งกานดาหายเข้าไปในห้องน้ำ สักพักก็มีเสียงอาเจียนแว่วออกมาให้ได้ยินถึงด้านนอก ลุงแจ่มเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ

ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูห้องน้ำ

“กิ่งเป็นอะไรหรือเปล่าลูก?” ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว เธอยังคงโก่งคออาเจียนจนน้ำตาไหนอยู่ข้างในนั้น

“กิ่ง” ลุงแจ่มเคาะประตูซ้ำอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรพ่อ กิ่งคลื่นไส้ ดีขึ้นแล้ว” เสียงแหบขึ้นจมูก กับคำโกหกที่ดังออกมาจากห้องน้ำเพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง ล้างหน้าล้างตาก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกมา พิพัฒน์ที่ได้ยินเสียงสนทนาของสองพ่อลูก เดินออกมาจากห้องทันที

“คุณเป็นยังไงบ้าง?” ถามด้วยความห่วงใย เมื่อใบหน้าที่เขาคุ้นเคยนั้นตอนนี้ซีดเซียวเหมือนสีไก่ต้ม บวกกับท่าทีอิดโรยและอ่อนแรงของเธอ นายแจ่มพยุงบุตรสาวออกมานั่งรับลมด้านหน้า หายาดมมาจ่อที่ปลายจมูกเธอ พิพัฒน์นั่งลงข้างๆ

“ท้องไส้มันปั่นป่วนไปหมด พะอืดพะอมเหมือนจะอ้วกอยู่ตลอดเวลา”

บอกอาการของตัวเอง ขณะที่นั่งพัก ท่าทีของเธอบ่งบอกว่าไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย ว่าแล้วก็ขมวดคิ้ว หน้าตาเหยเก ลุกขึ้นยืนมือปิดปากเดินกึ่งวิ่งเข้าห้องน้ำไป พิพัฒน์และลุงแจ่มมองตามร่างที่หายเข้าไปในห้องน้ำ สองหนุ่มต่างวัยยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูด้วยความเป็นห่วง

“ผมว่าไปหาหมอดีกว่าไหม?” เอ่ยปากทันทีที่เธอเปิดประตูห้องน้ำออกมา ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะตอบ ร่างบางก็อ่อนยวบลงไปกองอยู่กับพื้น พิพัฒน์คว้าร่างเธอไว้ได้ทันท่วงที กิ่งกานดาหลับตาลงเพราะภาพในหัวมันหมุนเคว้งชวนคลื่นไส้ เธอหายใจแรงจนตัวโยน หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน

“กิ่ง”

“หายใจไม่ออก” เสียงแหบพร่า ตาปรือของคนที่อยู่ในอ้อมแขน

พิพัฒน์ช้อนร่างของเธออุ้มขึ้น เดินไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

หน้าห้องตรวจฉุกเฉินในโรงพยาบาล ชายชรานั่งรอฟังผลตรวจอยู่ด้านหน้า พิพัฒน์เดินกลับไปกลับมาเหมือนหนูติดจั่น พลางยกข้อมือขึ้นมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกา และทำซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นจนนายแจ่มมองการกระทำของชายหนุ่มด้วยความสงสัย

“พัฒน์ มีธุระที่ไหนก็ไปทำก่อนได้เลยนะ ลุงอยู่คนเดียวได้ไม่เป็นไรหรอก”

“อ๋อ ไม่มีครับ”

เขาตอบไปส่งๆ แทบไม่ได้สนใจคำพูดของชายชราเลย พร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ กัน สายตาคอยมองไปที่หน้าห้องตรวจอยู่เป็นระยะ นิ้วเคาะที่หน้าขาอยู่อย่างนั้นเหมือนคนสมาธิสั้น สลับกับลุกขึ้นยืนไปมาจนน่าเวียนหัว พร้อมกับชายชราที่ขมวดคิ้วมองตามเขาอยู่

“ญาติคุณกิ่งกานดาค่ะ”

เสียงที่รอคอยก็ดังขึ้น ลุงแจ่มพยุงตัวลุกขึ้นยืน แต่ช้ากว่าพิพัฒน์ที่ตอนนี้ไปหยุดอยู่ที่หน้าพยาบาลแล้ว

“ครับ” เขาเอ่ยขึ้นทันที

หญิงสาวในชุดผู้ป่วยนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียง มีสายน้ำเกลือระโยงระยางเข็มเสียบบนหลังมือของเธอ นายแจ่มและพิพัฒน์นั่งอยู่ข้างเตียง

“คุณเป็นยังไงบ้าง”

“หมอว่ายังไงบ้าง?”

“ดีขึ้นกว่าเดิมไหม?”

“หายใจสะดวกขึ้นหรือเปล่า”

หญิงสาวพยักหน้า เมื่อไม่รู้ว่าจะตอบคำถามไหนก่อน

“ยังคลื่นไส้อยู่อีกไหม?”

พิพัฒน์ยิงคำถามเป็นชุด โดยที่ผู้เป็นพ่อยังไม่มีโอกาสได้ถามเลย

พอจะอ้าปากจะพูด พิพัฒน์ก็ชิงพูดขึ้นก่อน สุดท้ายก็ต้องหุบปากลงเพราะพูดไม่ทันเขา

ผื่นแดงเป็นจ้ำเห่อขึ้นตามตัวหญิงสาวจนเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยก็เช่นกันตอนนี้เห่อและบวมแดงไปทั้งหน้า

พิพัฒน์จับแขนเธอพลิกไปมา สำรวจตามใบหน้าและลำคอของหญิงสาวอย่างลืมตัว นายแจ่มนั่งนิ่งมองการกระทำของชายหนุ่มเหมือนไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น กิ่งกานดามองหน้าเขาและผู้เป็นพ่อสลับกันไปมา พิพัฒน์เริ่มรู้ตัวก่อนจะวางแขนเธอลงและรีบปรับสีหน้าทันที

“หมอบอกว่าน่าจะแพ้อะไรสักอย่าง” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับนึกทบทวนถึงกิจกรรมของตัวเองในวันนี้

“คุณไปกินอะไรแปลก ๆ จากที่เคยกินมาหรือเปล่า?”

หญิงสาวเอียงหน้าครุ่นคิด

“ตอนไปประชุมก็กินแค่กาแฟตอนเช้ากับคุกกี้ แต่ก็เคยกินประจำนะไม่เห็นจะแพ้ ตอนกลางวันกินข้าวกะเพราแค่นั้นเอง ช่วงบ่ายก็ยังไม่รู้สึกอะไร เพิ่งจะเป็นตอนใกล้ถึงบ้านนี่แหละ”

เธอพูดและนึกภาพตามลำดับเหตุการณ์ของตัวเองในวันนี้

“แล้วระหว่างทางคุณได้กินอะไรหรือเปล่า?”

“อ๋อ...มีซื้อขนมตรงปั๊มน้ำมัน กินในรถแต่มันไม่อร่อยฉันเลยกินแค่นิดเดียว ตอนเข้าห้องน้ำที่ปั๊มก็ทิ้งขยะไปแล้ว หรือจะเป็นเพราะขนมนั่นหรือเปล่า” เธอนึกถึงเหตุการณ์และบ่นพึมพำ

“ทีหลังก็ไม่ต้องไปกินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีกนะ พ่อเป็นห่วงแกแทบแย่”

ลุงแจ่มเอ่ยขึ้น

“ดีนะแค่ชิมนิดเดียวเอง” เธอพึมพำ

“กิ่งไม่เป็นไรแล้วพ่อ หมอฉีดยาให้แล้วดีขึ้นมากแล้ว”

ก่อนจะหันมามองหน้าชายหนุ่ม

“คุณพาพ่อกลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”

“ผมโทรบอกโหน่งแล้วกำลังมารับลุงแจ่ม” และหันไปหาชายชรา

“ลุงแจ่มยังไม่หายดี กลับไปพักผ่อนดีกว่าครับเดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน ผมจะเฝ้ากิ่งเองครับไม่ต้องเป็นห่วง”

จากสายตาของชายชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดู มองตาเดียวก็พอจะเข้าใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจทิ้งอย่างโล่งอก เหมือนยกภูเขาทั้งลูกออกจากอกเมื่อรู้ว่าลูกปลอดภัยดี อีกทั้งมีพิพัฒน์ที่คอยดูแลทำให้ชายชราคลายความกังวลลงไปได้

พิพัฒน์กวาดตามองบรรยากาศรอบบริเวณ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ห้องผู้ป่วยพิเศษมีจำนวนจำกัด ถึงแม้ชายหนุ่มจะมีเงินมากมาย แต่ในเวลาแบบนี้ เขากลับไม่สามารถขอห้องพักฟื้นพิเศษให้เธอได้ ทำให้เธอต้องมาอยู่ห้องรวมในบรรยากาศที่ชายหนุ่มไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่ มันช่างแตกต่างกับเขามากนัก

หันกลับมามองคนป่วยที่หลับสนิทแล้วเพราะฤทธิ์ยา ดวงตากลมโตของเธอตอนนี้ปิดสนิท เสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ ชายหนุ่มเพิ่งเข้าใจตัวเองดีก็วันนี้ เขาไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยหญิงสาวคนใดแบบนี้มาก่อน แม้แต่ดาวิกาความรู้สึกนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาเลย

กิ่งกานดาลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนดึกกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หญิงสาวปรับจูนสายตามองไปทั่วบริเวณ ภายในบรรยากาศที่เงียบสงัดของห้องพักผู้ป่วย มีเสียงกรนที่ดังแว่วมาเป็นระยะ หากไม่ได้ยาที่คุณหมอจัดให้เธอคงหลับไม่ลงเป็นแน่ หันมามองคนข้าง ๆ ที่นั่งพิงเก้าอี้คอเอียงคอพับหลับสนิทอยู่ข้างเตียง ที่บ้านนอนสบาย ๆ ไม่ชอบ จะมานั่งเฝ้าให้ตัวเองลำบากทำไมกัน

ก่อนจะถือโอกาสสำรวจกรอบหน้าเข้มของเขาอย่างละเอียด และเผลออมยิ้มน้อย ๆ อย่างลืมตัว เสียงคนไข้ข้างเตียงที่ขยับลุกและพูดคุยกันปลุกชายหนุ่มให้ลืมตาตื่น กิ่งกานดาขยับจะลุกขึ้น

“คุณจะเอาอะไร?”

“อยากเข้าห้องน้ำ”

“ผมไปส่ง”

พิพัฒน์ลากเสาน้ำเกลือเดินตามหญิงสาวไปส่งที่ห้องน้ำ

หลังจากหมอตรวจดูอาการแล้วว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนจนน่าเป็นห่วง ผื่นตามร่างกายของกิ่งกานดายุบลงแล้ว แม้จะมีรอยจาง ๆ ให้เห็นอยู่ แต่ก็ให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

“อยากกินกาแฟจัง”

เธอบอกเขาหลังจากนั่งรถออกมาจากโรงพยาบาลได้สักพัก

“หมอบอกให้กินได้แต่อาหารอ่อนๆ ไม่ใช่เหรอ?”

“มันปวดหัวตุบๆ ร่างกายต้องการคาเฟอีนอย่างแรง นิดเดียวไม่เป็นไรหรอก...นะ...” เผลอลากเสียงยาวอ้อนเขาอย่างลืมตัว พร้อมทำตาละห้อยเหมือนเด็กที่อยากได้ของเล่น และลุ้นคำตอบ

“งั้นไปหาอะไรรองท้องก่อน ค่อยจิบกาแฟตาม คุณต้องกินยาด้วยไม่ใช่เหรอ”

พิพัฒน์พาหญิงสาวแวะสวนอาหารริมทางเขาเลือกที่บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและดูร่มรื่น

“ข้าวต้มอีกแล้ว” กิ่งกานดาบ่นหน้างอ

“ที่โรงพยาบาลก็กินแต่ข้าวต้ม ยังจะสั่งข้าวต้มมาอีก”

“รอให้คุณหายดีก่อนจะกินน้ำพริกสักสิบถ้วยยังได้” เขายิ้ม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 17 เติมรักให้เต็ม

    แซนเดอเลียร์คริสตัลสาดแสงระยิบระยับอยู่เหนือศีรษะ ในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวของโรงแรมหรูทรัพย์เทวากุล เสียงดนตรีแจ๊ซเปิดคลอเบา ๆ ในอากาศ บวกกับเสียงแก้วไวน์กระทบกันอย่างสุภาพ โต๊ะยาวถูกปูด้วยผ้าขาวสะอาด รายล้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและสุภาพสตรีในชุดหรูหราราคาแพง พร้อมกับเสียงสนทนาหัวเราะประสานกันอยู่เป็นระยะพิพัฒน์ยืนอยู่ด้านหน้าในลุคสุดสมาร์ต ใบหน้าสุขุมแต่แววตาคมนิ่ง ฉายความมั่นคงในแบบนักธุรกิจที่หลายคนให้การยอมรับ เขาเอ่ยคำทักทายสั้น ๆ แนะนำโครงการที่จะร่วมลงทุนกับคู่ค้าธุรกิจรายใหม่ในปีนี้ ให้แขกที่มาร่วมงานได้รับทราบ และจบลงด้วยการดื่มฉลองต้อนรับความสำเร็จที่กำลังจะมาถึง“ขอให้ทุกท่านสนุกให้เต็มที่กับงานเลี้ยงในคืนนี้นะครับ”บทสนทนาของธุรกิจที่ฟังดูราบรื่นไปหมด แต่อีกหนึ่งสิ่งที่แขกในงานต่างจับตามองไม่แพ้กัน คือหญิงสาวข้างกายพิพัฒน์นั่นเอง เขาโอบรอบเอวกิ่งกานดาไว้หลวม ๆ เป็นสัมผัสที่ไม่ต้องประกาศในความสัมพันธ์แต่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ว่าเธอคนนี้คือคนที่เขาเลือกแล้ว เมื่อเดินทักทายพูดคุยกับแขกในงานด้วยรอยยิ้ม“พัฒน์” เสียงเรียกจากด้านหลัง ชายหนุ่มหันกลับไปมองตามเสียงนั้นวราลี แม่ห

  • เติมรักให้เต็มใจ    ตอนที่ 16 ความสุข

    รถตู้หรูวิ่งมาจอดที่หน้าบ้านสวน สองหนุ่มสาวพิพัฒน์และกิ่งกานดา ลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากรถ และกดกริ่งที่หน้าบ้าน เสียงเห่าเจ้าขนุนดังลั่นบ้าน เมื่อเห็นหน้าเจ้านายของมัน ครางอิ๋ง ๆ แกว่งหางดิก วิ่งไปมาอย่างตื่นเต้น สลับกับกระโดดเกาะรั้วเมื่อเห็นหน้าหญิงสาว“ว่าไงขนุน” เสียงที่ทักมาทำให้เจ้าขนุนส่งเสียงตอบ แม้จะพูดไม่เข้าใจนาวินเดินออกมาจากในครัวและเปิดประตูรั้วให้ ยกมือไหว้พิพัฒน์ และอดไม่ได้ที่จะประชดประชันผู้เป็นพี่ทันทีที่เห็นหน้า“กะว่าจะส่งนักสืบออกตามหาอยู่เลย นึกว่าจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้ว” ปากพูดไปมือก็รับกระเป๋าจากหญิงสาวลากเข้าไปด้านใน“ปากดี” กิ่งกานดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นที่เป็นการฉลองเล็ก ๆ ต้อนรับการกลับบ้านของกิ่งกานดา โดยมีเชอรี่มาร่วมวงดินเนอร์ด้วยในวันนี้นาวินที่ดูเหมือนจะสดใสเป็นพิเศษกับการกลับมาบ้านของผู้เป็นพี่ กระเซ้าเย้าแหย่คนนั้นคนนี้อย่างอารมณ์ดี นี่แหละคือนาวินคนเดิมที่เธอคุ้นเคย กิ่งกานดามองหน้าน้องชายพร้อมเรื่องราวมากมายที่ผุดขึ้นในหัว ตอนนี้ไม่มีพ่ออยู่ข้างกายเขาและเธอแล้ว นาวินเองก็โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คบหากับเชอรี่ก็นานพอสมควร เธอเองต้องไป

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 15 ผลประโยชน์

    ชัชชาติเฝ้าครุ่นคิดจนไม่เป็นอันหลับอันนอน กับข้อเสนอที่ทนายเกษมส่งให้ก่อนหน้า และสุดท้ายเขาก็ปฏิเสธที่จะเซ็นถอนหุ้น อีกทั้งดาวิกาก็เช่นเดียวกัน เธอปฏิเสธที่จะเซ็นใบหย่าตามคำแนะนำของชัชชาติ เพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์โดยอ้างถึงสินสมรสส่วนมาตรการตอบโต้พิพัฒน์นั้นคือการใช้ช่องทางโชเชียลมีเดียเป็นตัวช่วย โดยจะดึงกิ่งกานดาเข้ามาร่วมเอี่ยวด้วย จากภาพถ่ายที่นักสืบได้ส่งให้ และหากพิพัฒน์จะทำให้ตัวเองใสบริสุทธิ์ไร้มลทินนั้น เขาสาบานได้เลยว่าอย่าได้หวัง“คุณอยู่คนเดียวได้นะ” พิพัฒน์เอ่ยถามกิ่งกานดา หลังจากชวนให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านจะได้มีแม่บ้านคอยดูแล แต่หญิงสาวปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เขาต้องกังวล เพราะดาวิกาเองก็ยังไม่เซ็นใบหย่าให้ เดี๋ยวจะไปสร้างประเด็นให้เขาต้องยุ่งยากเสียเปล่า“ไม่ต้องเป็นห่วงกิ่งหรอกค่ะ คุณไปทำงานเถอะ”“อยากได้อะไรก็โทรบอกผมเดี๋ยวให้คนจัดการให้”“ค่ะ”เดินมาส่งเขาที่หน้าประตู เธอเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าขึ้นจูบปลายคางสากพร้อมรอยยิ้ม“แล้วผมจะรีบกลับ” พิพัฒน์ก้มลงจุ๊บที่ข้างแก้ม ที่เจ้าของแก้มเอียงรออยู่“ขับรถดี ๆ นะคะ” ส่งยิ้มให้เขาก่อนจะปิดประตูลงทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากคอน

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 14 การเริ่มต้นใหม่

    แสงอรุณยามเช้าที่แทรกผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีทึบ ทาบทอลงมาเป็นริ้วอ่อนบนผ้าปูเตียงสีขาว ห้องทั้งห้องเงียบสงบ แต่บรรยากาศสีชมพูยังกระจายอยู่ทั่วบริเวณ กิ่งกานดาลืมตาขึ้นช้า ๆ แย้มริมฝีปากยิ้มบาง ๆ ต้อนรับเช้าวันใหม่ หันไปมองที่นอนข้าง ๆ ที่ว่างเปล่า มีเพียงรอยยับยู่ยี่ของผ้าปูที่นอนและความวาบหวามสีชมพูเท่านั้นที่ยังไม่จางหายไป วันนี้ไม่ใช่วันทำงาน แต่ทำไมเขารีบตื่นจังเสียงผิวปากเป็นจังหวะเพลงคุ้นหูที่ดังออกมาจากโซนในครัว พร้อมกับกลิ่นหอมของขนมปังปิ้ง บวกกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกจากที่นอนเดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย ก่อนจะเดินออกมาด้านนอก“วันหยุดทำไมตื่นเช้าจังคะ?” เดินมายืนข้างเขาเกาะแขนชายหนุ่มไว้ แนบหน้าลงที่ต้นแขนแข็งแรง ชะโงกหน้ามองขนมปังปิ้งที่อยู่บนเตาอบเล็ก ๆ ตรงหน้า กลิ่นขนมปังและเนยสดหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา“ตื่นมาทำอาหารเช้าให้คุณนายไงครับ” ตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมจูบลงที่หน้าผาก กิ่งกานดาหลับตาพริ้มรับจูบด้วยรอยยิ้ม“มีอะไรให้กิ่งช่วยไหมคะ?”“ไม่เป็นไรผมจัดการเอง” ดึงเอวบางเข้ามากอด โน้มหน้าลงไปจุ๊บหนัก ๆ ที่ริมฝีปาก“คุณเก็บแรงไว้ทำงานตอนเ

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 13 มีเจ้าของแล้วนะ

    “คุณเดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปพักผ่อนก่อนดีกว่านี่ก็ดึกมากแล้ว”กิ่งกานดาเอ่ยปากบอกชายหนุ่ม มากมายเรื่องราวที่เขานำมาเป็นหัวข้อสนทนา เพียงเพราะอยากให้เธอสลัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ออกจากหัวไป พิพัฒน์ยกข้อมือขึ้นดูเวลาที่หน้าปัดนาฬิกา พยักหน้าและลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเดินทางมาถือไว้ ยื่นมือให้หญิงสาว กิ่งกานดายื่นมือไปสัมผัสมือเขาและลุกขึ้นยืน“ผมมีบางอย่างจะให้คุณดู”“อะไรเหรอคะ?” ถามและยิ้มน้อย ๆ เมื่อคลายความตื่นตระหนกลงแล้ว“ไปส่งก่อนแล้วจะบอก” พร้อมกับจูงมือเธอเดินมาด้วยกันพิพัฒน์วางกระเป๋าลงบนเตียงนอนและเปิดออก หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เธอ กิ่งกานดารับกล่องจากมือเขามาถือไว้ ขมวดคิ้วแทนคำถาม“เปิดดูสิ” พูดเสียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มเธอเปิดกล่องในมือ สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในคือกล่องกำมะหยี่สีหวาน และทันทีที่เปิดฝาออก แสงไฟอ่อน ๆ ก็สะท้อนกับผิวเพชรเม็ดงาม เปล่งประกายระยิบระยับเล่นแสง อวดความหรูหราและทรงคุณค่าของตัวมันเอง แม้ไม่ใช่ไฮโซไฮซ้อมีระดับ แต่เธอก็พอจะรู้ว่าแหวนวงนี้ราคาคงไม่ใช่เล่น กิ่งกานดาเงยหน้าขึ้นมองเขา พิพัฒน์เดินมานั่งข้างเธอ“คุณชอบไหม?” ไม่มีเวลาให้คิดหรือตั้ง

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 12 จูบแรก

    ซุ้มดอกไม้และพวงหรีดของผู้คนที่มาร่วมไว้อาลัยการจากไปของลุงแจ่ม วางเรียงรอบโลงศพที่ตั้งอยู่บนศาลา รูปถ่ายของชายชราที่อยู่ในกรอบตั้งอยู่ข้างกระถางธูป กิ่งกานดาอยู่ในชุดไว้ทุกข์สีดำยืนต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมอาลัยในงาน ก่อนพิธีสวดอภิธรรมจะเริ่มขึ้น พิพัฒน์นั่งเก้าอี้ข้างเธอไม่ยอมห่างดวงตาของหญิงสาวแดงก่ำและช้ำบวม ใบหน้าของเธอปราศจากเครื่องสำอางใด ๆ แต่งแต้ม มีเพียงลิปกลอสสีชมพูอ่อนๆ ที่ทาทับบนปากเพียงเท่านั้น แต่ก็ไม่ทำให้ความเศร้าหายไปจากใบหน้าสวยเลย เสร็จสิ้นพิธีสวดอภิธรรม หญิงสาวยืนส่งแขกผู้ใหญ่ที่ทยอยกลับ ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหลายรายยังคงอยู่ในงานต่อเป็นเพื่อนเจ้าภาพ ต่างเคยสนิทสนมกับนายแจ่มสมัยยังมีชีวิตอยู่“เสียใจด้วยนะกิ่ง” เอกภพเอ่ยขึ้น หญิงสาวพยักหน้า“ส่งสการวันไหนเหรอ?” เขาถามต่อ“มะรืน”เธอตอบสั้น ๆ ด้วยใบหน้าที่ยังไม่คลายความเศร้า เขาอยากจะโอบกอดปลอบใจเธอเป็นที่สุด บวกกับความคิดถึงเต็มหัวใจ แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น“กิ่ง” เธอหันไปตามเสียงเรียก พิพัฒน์กำลังเดินตรงมาหาและหยุดยืนอยู่ข้างเธอ พร้อมกับตวัดสายตามองเอกภพที่ยืนอยู่ถัดไป เอื้อมไปดึงมือหญิงสาวมากุมไว้“แขกถามหาค

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 6 ฤทธิ์สาโท

    “ไอ้ขนุน” เสียงดุของกิ่งกานดาที่ไม่มีผลกับสุนัขตัวโปรดเลยสักนิด ไม่เพียงแค่ไม่ฟังแต่มันกลับวิ่งอย่างคึกคะนองไปรอบบ้าน ทั้งที่ร่างเต็มไปด้วยฟองของครีมอาบน้ำ โดยมีพิพัฒน์ที่ฉีดน้ำไล่เล่นกับมันอย่างสนุก เจ้าขนุนวิ่งกระโจนใส่เขาจนเสื้อผ้าเปียกเลอะเทอะไปทั้งร่าง“มาล้างตัวก่อน” หญิงสาวดุเสียงเข้มเมื่อมั

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 5 เปิดใจ

    ครบกำหนดการถอดเฝือกของพิพัฒน์ในวันนี้ นายแจ่มต้องไปธุระในเมือง ส่วนนาวินต้องเฝ้าสวน จึงเป็นหน้าที่กิ่งกานดาที่ต้องดูแลเขาในวันนี้“ขอซื้อของแป๊บนึงนะคุณรีบหรือเปล่า?” เธอเอ่ยถามชายหนุ่มขณะที่เดินมาด้วยกันหลังจากเสร็จธุระที่โรงพยาบาลแล้ว พิพัฒน์กำลังจะอ้าปากตอบ แต่คนถามก็ชิงตอบก่อนเสียอย่างนั้น“จะร

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 4 ชีวิตชนบท

    พิพัฒน์ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมานั่งรอกิ่งกานดาและนาวินอยู่หน้าบ้าน หลังจากที่เขาสังเกตในทุกเช้า สองพี่น้องจะออกไปเก็บไข่ไก่และหน่อไม้หวานในฟาร์ม กลับมาในช่วงสาย เพื่อปล่อยวัวออกลานหญ้าในทุ่งและทำความสะอาดคอกวัว จากนั้นก็กลับมากินข้าวที่บ้านโดยนายแจ่มจะเตรียมอาหารไว้รอช่วงบ่ายเธอและนาวินจะคัดเบอร

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 3 ค่าจ้าง

    “ผมอยากได้โทรศัพท์สักเครื่อง และก็ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย”พิพัฒน์เอ่ยขึ้น เมื่อขอให้สองพี่น้องพาออกมาทำธุระข้างนอก หลังจากที่ก้องเกียรติโอนเงินเข้าบัญชีให้เรียบร้อยแล้ว โดยผ่านบัญชีของนาวิน เมื่อชายหนุ่มไม่ไว้ใจคนที่อยู่ในมุมมืด และจะไม่ใช้บัตรและช่องทางการเงินของตัวเอง เขาปิดสัญญาณมือถือเครื่องเก่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status