LOGINพิพัฒน์ ทนายเกษม และผู้กองก้องเกียรติ รวมตัวกันในสำนักงานของทนายอีกครั้ง เพื่อแจ้งความคืบหน้าและหารือรายละเอียดจากข้อมูลที่สืบค้นมาได้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดี
“นี่เป็นเส้นทางการเงินที่คุณวรรณยักยอกไปตั้งแต่สมัยนายยังอยู่ครับ”
ทนายเกษมวางเอกสารลงที่โต๊ะ พร้อมกับนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับพิพัฒน์
“และเพิ่มจำนวนมากขึ้นตอนนายไม่สบายและเข้าบริษัทไม่ได้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในครั้งนั้นได้เงินก้อนโตไปเพื่อปิดปาก”
“ทรัพย์เทวากุล 1 นายเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวและโอนให้คุณพิพัฒน์เรียบร้อยแล้ว”
“ทรัพย์เทวากุล 2 ผู้เป็นเจ้าของกิจการมีทั้งหมดสามราย คือ นาย คุณวรรณ และคุณชัยวัฒน์”
“คุณวรรณแอบโอนหุ้นในส่วนของตัวเองให้ชัชชาติ และคุณชัยวัฒน์โอนให้ดาวิกาไว้ก่อนตาย เพราะเหตุนี้คุณดาวิกาและชัชชาติถึงแอบคบกัน ผมว่าเขาวางแผนมาก่อนหน้านี้ไว้แล้ว”
“ส่วนของนายเป็นของคุณพัฒน์ แต่ถ้าคุณดากับชัชชาติรวมหุ้นเข้าด้วยกันก็จะเป็นหุ้นใหญ่ย่อมมีสิทธิ์ในการบริหารมากกว่าคุณพัฒน์”
ทนายเกษมร่ายยาว
“และตอนนี้คุณดาและชัชชาติกำลังเดินสายหาแนวร่วม เข้าพบคู่ค้าที่สนับสนุนโรงแรม และกำลังจะเปลี่ยน สปอนด์เซอร์หลักที่ทำธุรกิจร่วมกับนายมาหลายสิบปี เขาคงคิดจะทำอะไรอยู่แน่ ๆ ตอนนี้ผมให้คนตามอยู่ครับ”
พิพัฒน์ฟังทนายแจ้งรายละเอียด และเปิดดูข้อมูลรูปถ่ายและเอกสารตรงหน้าไปพร้อมกันอย่างตั้งใจ
“ส่วนคอนโดศิรินรัตน์ที่กรุงเทพฯ หลังจากที่นายรู้เรื่องการแอบคบหาระหว่างคุณวรรณกับคุณชัยวัฒน์ เธอก็เริ่มยักยอกเงินของโรงแรม อาศัยช่วงที่นายไม่สบาย ซื้อคอนโดศิรินรัตน์เก็บไว้ให้คุณรินเพราะรู้ว่านายไม่ให้อยู่แล้ว แต่เธอมีประวัติไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่เลยจำเป็นต้องเอาชื่อนายจดทะเบียนเป็นเจ้าของกิจการ”
หุ้นในส่วนของเธอนั้นทำเป็นหุ้นลมและถ่ายเทในตอนหลัง เธอได้ทำพินัยกรรมโอนให้รินลดาก่อนตายไว้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนคดีไฟไหม้บ้านพักคนงานบ่อกุ้งเป็นการวางเพลิงเพื่อรับเงินประกัน ผู้รับผลประโยชน์เป็นชื่อของศิริวรรณ ตำรวจผู้ทำคดีในตอนนั้นได้เงินก้อนโตทั้งชุดทำให้ปิดคดีไปแบบง่ายๆ
ทนายเกษมแจ้งรายละเอียดแก่พิพัฒน์และก้องเกียรติ ทั้งสามหารือกันจนดึกดื่น พิพัฒน์มอบหมายให้ทนายและทีมงานของเขารวบรวมข้อมูลและยื่นข้อเสนอให้ชัชชาติ ให้ดูท่าทีของเขาและดาวิกาเสียก่อนว่าจะออกมาในทิศทางใด
“มีอะไรต้องการเพิ่มเติมก็บอกผู้กองได้เลยนะครับคุณเกษม ผมอาจจะยุ่งหน่อยช่วงนี้”
“ได้ครับคุณพัฒน์”
หลังจากเดินทางลงมาถึงกรุงเทพ ตารางงานในแต่ละวันก็ไม่มีช่องว่างให้หยุดพัก พิพัฒน์ใช้เวลาขลุกอยู่กับเอกสารในการทำคดีและวางแผนงาน เดินทางลงภูเก็ตตรวจงานที่โรงแรมอย่างเงียบ ๆ แต่กระนั้นใบหน้าหญิงสาวคนที่อยู่ห่างไกลก็ยังลอยวนเวียนมากวนใจอยู่เสมอ
“ไอ้พัฒน์” เสียงตะคอกของก้องเกียรติทำให้พิพัฒน์ถึงกับสะดุ้ง หลังจากเรียกเพื่อนรักอยู่นานสองนานแต่เจ้าตัวก็ยังเหม่ออยู่ เหมือนคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“แล้วแกจะแหกปากทำไมวะ” หันหน้ามามองก้องเกียรติหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน
“ใจลอยไปไหน?” พูดพลางจับผิด
“เปล่า”
“เปล่าอะไร...กูเรียกตั้งหลายรอบ”
“อาการแบบนี้...กำลังอินเลิฟหรือเปล่า...กูสังเกตมาหลายวันแล้ว” ก้องเกียรติจ้องหน้าจริงจัง
พิพัฒน์ส่ายหน้าเหมือนเรื่องที่เพื่อนรักพูดเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขา ลุกเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเครื่องดื่มออกมาสำหรับตัวเองและก้องเกียรติ
“แสดงว่ามี”
“ใครวะ...บอกมาเดี๋ยวนี้เลย”
“เซ้าซี้...ปิดปากไว้ซะจะได้ไม่พูดมาก” พิพัฒน์โยนกระป๋องเครื่องดื่มให้เพื่อน
“ทำเป็นมีความลับ กูสืบเองแป๊บเดียวเดี๋ยวก็รู้ นี่ตำรวจสายสืบนะมึง”
พิพัฒน์ยักไหล่ ท่าทีไม่ใส่ใจในสิ่งที่ก้องเกียรติกำลังพูด
“นี่แกจะไม่บอกจริง ๆ เหรอ?”
“ฉันง่วงแล้วแกกลับไปนอนได้แล้ว ล็อกประตูให้ด้วย” ก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องนอนไป
สายลมเอื่อย ๆ พัดปะทะยอดไผ่พลิ้วไหวเล่นลมอยู่เป็นระยะ พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าแล้ว แสงสีส้มอ่อนที่สะท้อนออกมาจากก้อนเมฆที่บดบังอยู่ครึ่งดวง ให้ความรู้สึกเหงาแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของกิ่งกานดาแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน หญิงสาวนั่งมองเจ้าขนุนที่วิ่งเล่นไล่จับแมลงในทุ่งหญ้า รวมอยู่กับฝูงวัวพร้อมกับถอนหายใจทิ้งอย่างเหงา ๆ
ผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากพิพัฒน์กลับไปกรุงเทพและไม่ส่งข่าวมาอีกเลย แม้ข้อความก็ไม่ส่งหา หญิงสาวเฝ้ามองแต่โทรศัพท์และสายเรียกเข้า แต่ก็ไร้วี่แวว นาวินและลุงแจ่มก็ถามข่าวเขาจากเธออยู่ทุกวี่ทุกวัน จนนึกหมั่นไส้ เขาจะปลอดภัยดีหรือเปล่านะ หรือยุ่งมากจนไม่มีเวลาโทรมาขนาดนั้นเลยหรือยังไง
ช่างเถอะ เขายังไม่คิดจะโทรมา แล้วเธอจะเป็นห่วงเขาทำไมกัน บอกตัวเองในใจ พร้อมกับเผลอหน้างออย่างลืมตัว
พิพัฒน์วางปากกาในมือลง พร้อมกับปิดแฟ้มงานเล่มสุดท้ายที่เพิ่งเคลียร์จบ ปิดเปลือกตาลงผ่อนคลาย เอนหลังพิงพนักโซฟาพร้อมถอนหายใจทิ้ง
หลังจากสะสางงานเสร็จในแต่ละวันก็ดึกดื่น เลยเลือกที่จะไม่โทรหากิ่งกานดาเพราะกลัวไปรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ และปฏิเสธที่จะส่งข้อความหาเพราะอยากคุยกับเธอเพื่อฟังเสียงมากกว่า เหลือบมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกา วันนี้ก็ดึกอีกเช่นเคย เธอคงเข้านอนแล้วกระมังชายหนุ่มบอกตัวเอง สุดท้ายก็แพ้เสียงในหัว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสายโทรออก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึก กิ่งกานดาหลับไปแล้ว หญิงสาวงัวเงียตื่น มือควานหาโทรศัพท์ที่หัวเตียง หรี่ตาดูหน้าจอ
“พัฒน์” เธอลุกขึ้นนั่งทันที เป็นอะไรหรือเปล่าโทรมาดึกดื่นขนาดนี้
(“ฮัลโหล”) กรอกเสียงไปตามสายพร้อมกับภาวนาอย่าให้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเขาเลย
(“คุณอยู่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมโทรมาดึกจัง?”) หญิงสาวถามรัวพร้อมนิ่งรอฟังคำตอบจากปลายสาย พิพัฒน์ยิ้มมุมปากพร้อมเอนตัวลงนอนที่โซฟา
“ผมเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ ลืมดูเวลาขอโทษที คุณนอนแล้วเหรอ?”
เสียงนุ่มทุ้มหูที่คุ้นเคย ที่เธอรอฟังมาตลอดหลายวัน พร้อมกับความโล่งอกที่รู้ว่าเขาปลอดภัย
(“อือ...เข้านอนแล้ว”)
(“คุณเป็นไงบ้างมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”)
“โอเคทุกอย่างแค่เหนื่อยไปหน่อย...ไอ้ก้องใช้งานหนักเกินไป” เสียงพูดทีเล่นทีจริงปนเสียงหัวเราะบาง ๆ บ่งบอกอารมณ์ของคนพูด
“คุณเป็นยังไงบ้าง?” ชายหนุ่มถามเสียงนุ่ม
(“ก็เรื่อย ๆ วุ่นวายทั้งวัน”) แค่อยากบอกเขาเป็นนัย ๆ ว่าเธอไม่ได้รอเขาสักหน่อย
“ลุงแจ่มเป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง?”
(“อือ...พ่อดีขึ้นมากแล้ว”)
สองหนุ่มสาวพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันไปมาอยู่สักพัก
(“คุณ…อยู่กับใคร?”) เธอชั่งใจอยู่นานกว่าจะถามคำถามนี้ออกไป
“ผมอยู่คนเดียวที่คอนโด” ตอบและอมยิ้ม
(“แล้ว...”)
“ผมอยู่คนเดียวมานานแล้ว”
(“ฉันหมายถึงคุณก้องไม่ได้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณเหรอ?”)
“เปล่า...ไอ้ก้องก็อยู่ห้องข้าง ๆ นี่แหละ มันมีสาวมาเฝ้าไม่สนใจผมหรอก”
(“อีกสองวันจะมีงานประจำปีที่ตำบล ไอ้โหน่งกับพ่อถามถึงคุณทุกวัน”) อ้างชื่อคนอื่น
(“คุณ...จะมาไหม?”) ถามและลุ้นคำตอบ
“รอดูผู้กองกับคุณเกษมจะมีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีอะไรผมจะรีบกลับ”
เหมือนภรรยาที่รอการกลับบ้านของสามีเสียอย่างนั้น เมื่อนึกในใจก็รู้สึกเขินตัวเองอยู่ไม่น้อย
(“แล้วเรื่องคดีเป็นยังไงบ้าง?”) หญิงสาวถามต่อ
“กลับไปแล้วผมจะเล่าให้ฟัง วันนี้ดึกแล้วคุณนอนเถอะ”
“....”
โทรมาปลุกเพื่อที่จะบอกให้นอนต่อเนี่ยนะ หญิงสาวคิดในใจ
(“อือ…คุณก็พักผ่อนเถอะ...ไว้ค่อยคุยกัน”)
“ครับ ไว้เจอกัน” และวางสายไป
หญิงสาวล้มตัวลงนอน หลับตาพร้อมกับรอยยิ้ม พิพัฒน์ก็เช่นเดียวกัน
แซนเดอเลียร์คริสตัลสาดแสงระยิบระยับอยู่เหนือศีรษะ ในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวของโรงแรมหรูทรัพย์เทวากุล เสียงดนตรีแจ๊ซเปิดคลอเบา ๆ ในอากาศ บวกกับเสียงแก้วไวน์กระทบกันอย่างสุภาพ โต๊ะยาวถูกปูด้วยผ้าขาวสะอาด รายล้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและสุภาพสตรีในชุดหรูหราราคาแพง พร้อมกับเสียงสนทนาหัวเราะประสานกันอยู่เป็นระยะพิพัฒน์ยืนอยู่ด้านหน้าในลุคสุดสมาร์ต ใบหน้าสุขุมแต่แววตาคมนิ่ง ฉายความมั่นคงในแบบนักธุรกิจที่หลายคนให้การยอมรับ เขาเอ่ยคำทักทายสั้น ๆ แนะนำโครงการที่จะร่วมลงทุนกับคู่ค้าธุรกิจรายใหม่ในปีนี้ ให้แขกที่มาร่วมงานได้รับทราบ และจบลงด้วยการดื่มฉลองต้อนรับความสำเร็จที่กำลังจะมาถึง“ขอให้ทุกท่านสนุกให้เต็มที่กับงานเลี้ยงในคืนนี้นะครับ”บทสนทนาของธุรกิจที่ฟังดูราบรื่นไปหมด แต่อีกหนึ่งสิ่งที่แขกในงานต่างจับตามองไม่แพ้กัน คือหญิงสาวข้างกายพิพัฒน์นั่นเอง เขาโอบรอบเอวกิ่งกานดาไว้หลวม ๆ เป็นสัมผัสที่ไม่ต้องประกาศในความสัมพันธ์แต่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ว่าเธอคนนี้คือคนที่เขาเลือกแล้ว เมื่อเดินทักทายพูดคุยกับแขกในงานด้วยรอยยิ้ม“พัฒน์” เสียงเรียกจากด้านหลัง ชายหนุ่มหันกลับไปมองตามเสียงนั้นวราลี แม่ห
รถตู้หรูวิ่งมาจอดที่หน้าบ้านสวน สองหนุ่มสาวพิพัฒน์และกิ่งกานดา ลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากรถ และกดกริ่งที่หน้าบ้าน เสียงเห่าเจ้าขนุนดังลั่นบ้าน เมื่อเห็นหน้าเจ้านายของมัน ครางอิ๋ง ๆ แกว่งหางดิก วิ่งไปมาอย่างตื่นเต้น สลับกับกระโดดเกาะรั้วเมื่อเห็นหน้าหญิงสาว“ว่าไงขนุน” เสียงที่ทักมาทำให้เจ้าขนุนส่งเสียงตอบ แม้จะพูดไม่เข้าใจนาวินเดินออกมาจากในครัวและเปิดประตูรั้วให้ ยกมือไหว้พิพัฒน์ และอดไม่ได้ที่จะประชดประชันผู้เป็นพี่ทันทีที่เห็นหน้า“กะว่าจะส่งนักสืบออกตามหาอยู่เลย นึกว่าจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้ว” ปากพูดไปมือก็รับกระเป๋าจากหญิงสาวลากเข้าไปด้านใน“ปากดี” กิ่งกานดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นที่เป็นการฉลองเล็ก ๆ ต้อนรับการกลับบ้านของกิ่งกานดา โดยมีเชอรี่มาร่วมวงดินเนอร์ด้วยในวันนี้นาวินที่ดูเหมือนจะสดใสเป็นพิเศษกับการกลับมาบ้านของผู้เป็นพี่ กระเซ้าเย้าแหย่คนนั้นคนนี้อย่างอารมณ์ดี นี่แหละคือนาวินคนเดิมที่เธอคุ้นเคย กิ่งกานดามองหน้าน้องชายพร้อมเรื่องราวมากมายที่ผุดขึ้นในหัว ตอนนี้ไม่มีพ่ออยู่ข้างกายเขาและเธอแล้ว นาวินเองก็โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คบหากับเชอรี่ก็นานพอสมควร เธอเองต้องไป
ชัชชาติเฝ้าครุ่นคิดจนไม่เป็นอันหลับอันนอน กับข้อเสนอที่ทนายเกษมส่งให้ก่อนหน้า และสุดท้ายเขาก็ปฏิเสธที่จะเซ็นถอนหุ้น อีกทั้งดาวิกาก็เช่นเดียวกัน เธอปฏิเสธที่จะเซ็นใบหย่าตามคำแนะนำของชัชชาติ เพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์โดยอ้างถึงสินสมรสส่วนมาตรการตอบโต้พิพัฒน์นั้นคือการใช้ช่องทางโชเชียลมีเดียเป็นตัวช่วย โดยจะดึงกิ่งกานดาเข้ามาร่วมเอี่ยวด้วย จากภาพถ่ายที่นักสืบได้ส่งให้ และหากพิพัฒน์จะทำให้ตัวเองใสบริสุทธิ์ไร้มลทินนั้น เขาสาบานได้เลยว่าอย่าได้หวัง“คุณอยู่คนเดียวได้นะ” พิพัฒน์เอ่ยถามกิ่งกานดา หลังจากชวนให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านจะได้มีแม่บ้านคอยดูแล แต่หญิงสาวปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เขาต้องกังวล เพราะดาวิกาเองก็ยังไม่เซ็นใบหย่าให้ เดี๋ยวจะไปสร้างประเด็นให้เขาต้องยุ่งยากเสียเปล่า“ไม่ต้องเป็นห่วงกิ่งหรอกค่ะ คุณไปทำงานเถอะ”“อยากได้อะไรก็โทรบอกผมเดี๋ยวให้คนจัดการให้”“ค่ะ”เดินมาส่งเขาที่หน้าประตู เธอเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าขึ้นจูบปลายคางสากพร้อมรอยยิ้ม“แล้วผมจะรีบกลับ” พิพัฒน์ก้มลงจุ๊บที่ข้างแก้ม ที่เจ้าของแก้มเอียงรออยู่“ขับรถดี ๆ นะคะ” ส่งยิ้มให้เขาก่อนจะปิดประตูลงทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากคอน
แสงอรุณยามเช้าที่แทรกผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีทึบ ทาบทอลงมาเป็นริ้วอ่อนบนผ้าปูเตียงสีขาว ห้องทั้งห้องเงียบสงบ แต่บรรยากาศสีชมพูยังกระจายอยู่ทั่วบริเวณ กิ่งกานดาลืมตาขึ้นช้า ๆ แย้มริมฝีปากยิ้มบาง ๆ ต้อนรับเช้าวันใหม่ หันไปมองที่นอนข้าง ๆ ที่ว่างเปล่า มีเพียงรอยยับยู่ยี่ของผ้าปูที่นอนและความวาบหวามสีชมพูเท่านั้นที่ยังไม่จางหายไป วันนี้ไม่ใช่วันทำงาน แต่ทำไมเขารีบตื่นจังเสียงผิวปากเป็นจังหวะเพลงคุ้นหูที่ดังออกมาจากโซนในครัว พร้อมกับกลิ่นหอมของขนมปังปิ้ง บวกกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกจากที่นอนเดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย ก่อนจะเดินออกมาด้านนอก“วันหยุดทำไมตื่นเช้าจังคะ?” เดินมายืนข้างเขาเกาะแขนชายหนุ่มไว้ แนบหน้าลงที่ต้นแขนแข็งแรง ชะโงกหน้ามองขนมปังปิ้งที่อยู่บนเตาอบเล็ก ๆ ตรงหน้า กลิ่นขนมปังและเนยสดหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา“ตื่นมาทำอาหารเช้าให้คุณนายไงครับ” ตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมจูบลงที่หน้าผาก กิ่งกานดาหลับตาพริ้มรับจูบด้วยรอยยิ้ม“มีอะไรให้กิ่งช่วยไหมคะ?”“ไม่เป็นไรผมจัดการเอง” ดึงเอวบางเข้ามากอด โน้มหน้าลงไปจุ๊บหนัก ๆ ที่ริมฝีปาก“คุณเก็บแรงไว้ทำงานตอนเ
“คุณเดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปพักผ่อนก่อนดีกว่านี่ก็ดึกมากแล้ว”กิ่งกานดาเอ่ยปากบอกชายหนุ่ม มากมายเรื่องราวที่เขานำมาเป็นหัวข้อสนทนา เพียงเพราะอยากให้เธอสลัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ออกจากหัวไป พิพัฒน์ยกข้อมือขึ้นดูเวลาที่หน้าปัดนาฬิกา พยักหน้าและลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเดินทางมาถือไว้ ยื่นมือให้หญิงสาว กิ่งกานดายื่นมือไปสัมผัสมือเขาและลุกขึ้นยืน“ผมมีบางอย่างจะให้คุณดู”“อะไรเหรอคะ?” ถามและยิ้มน้อย ๆ เมื่อคลายความตื่นตระหนกลงแล้ว“ไปส่งก่อนแล้วจะบอก” พร้อมกับจูงมือเธอเดินมาด้วยกันพิพัฒน์วางกระเป๋าลงบนเตียงนอนและเปิดออก หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เธอ กิ่งกานดารับกล่องจากมือเขามาถือไว้ ขมวดคิ้วแทนคำถาม“เปิดดูสิ” พูดเสียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มเธอเปิดกล่องในมือ สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในคือกล่องกำมะหยี่สีหวาน และทันทีที่เปิดฝาออก แสงไฟอ่อน ๆ ก็สะท้อนกับผิวเพชรเม็ดงาม เปล่งประกายระยิบระยับเล่นแสง อวดความหรูหราและทรงคุณค่าของตัวมันเอง แม้ไม่ใช่ไฮโซไฮซ้อมีระดับ แต่เธอก็พอจะรู้ว่าแหวนวงนี้ราคาคงไม่ใช่เล่น กิ่งกานดาเงยหน้าขึ้นมองเขา พิพัฒน์เดินมานั่งข้างเธอ“คุณชอบไหม?” ไม่มีเวลาให้คิดหรือตั้ง
ซุ้มดอกไม้และพวงหรีดของผู้คนที่มาร่วมไว้อาลัยการจากไปของลุงแจ่ม วางเรียงรอบโลงศพที่ตั้งอยู่บนศาลา รูปถ่ายของชายชราที่อยู่ในกรอบตั้งอยู่ข้างกระถางธูป กิ่งกานดาอยู่ในชุดไว้ทุกข์สีดำยืนต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมอาลัยในงาน ก่อนพิธีสวดอภิธรรมจะเริ่มขึ้น พิพัฒน์นั่งเก้าอี้ข้างเธอไม่ยอมห่างดวงตาของหญิงสาวแดงก่ำและช้ำบวม ใบหน้าของเธอปราศจากเครื่องสำอางใด ๆ แต่งแต้ม มีเพียงลิปกลอสสีชมพูอ่อนๆ ที่ทาทับบนปากเพียงเท่านั้น แต่ก็ไม่ทำให้ความเศร้าหายไปจากใบหน้าสวยเลย เสร็จสิ้นพิธีสวดอภิธรรม หญิงสาวยืนส่งแขกผู้ใหญ่ที่ทยอยกลับ ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหลายรายยังคงอยู่ในงานต่อเป็นเพื่อนเจ้าภาพ ต่างเคยสนิทสนมกับนายแจ่มสมัยยังมีชีวิตอยู่“เสียใจด้วยนะกิ่ง” เอกภพเอ่ยขึ้น หญิงสาวพยักหน้า“ส่งสการวันไหนเหรอ?” เขาถามต่อ“มะรืน”เธอตอบสั้น ๆ ด้วยใบหน้าที่ยังไม่คลายความเศร้า เขาอยากจะโอบกอดปลอบใจเธอเป็นที่สุด บวกกับความคิดถึงเต็มหัวใจ แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น“กิ่ง” เธอหันไปตามเสียงเรียก พิพัฒน์กำลังเดินตรงมาหาและหยุดยืนอยู่ข้างเธอ พร้อมกับตวัดสายตามองเอกภพที่ยืนอยู่ถัดไป เอื้อมไปดึงมือหญิงสาวมากุมไว้“แขกถามหาค
หญิงสาวตื่นขึ้นมาในตอนสาย ด้วยฤทธิ์ยาทำให้เธอหลับสนิทตลอดทั้งคืน ก่อนจะเดินออกมาด้านนอกยืดเส้นยืดสาย และสูดอากาศบริสุทธิ์ แม้จะเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย แต่ยังรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแจ่มใสในหัวใจของตัวเองที่ก่อตัวขึ้น เช่นเดียวกับท้องฟ้าโปร่งสดใสในวันนี้ แม้แสงแดดอ่อน ๆ ที่ระบายอยู่บนยอดอ้อยก็ยังดูสวยงามเ
ตัวแทนเกษตรการเลี้ยงไข่ไก่ในตำบลที่ลุงแจ่มเป็นสมาชิกอยู่ ได้กำหนดวาระการประชุมไว้ในวันนี้ และกิ่งกานดาต้องเข้าไปประชุมแทนผู้เป็นพ่อ ด้วยเพราะอาการป่วยของลุงแจ่มนั้นยังไม่ค่อยสู้ดีนักส่วนพิพัฒน์ใช้ช่วงเวลาว่างในตอนกลางวันตรวจรายละเอียดของรูปคดี หารือกับผู้กองและทนายเกษมเมื่อต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ขอ
ถนนเส้นเดิมที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นมาอีกครั้งกับงานประจำปีในตำบล แสงไฟเป็นลำแท่งจากวงดนตรีในงานที่สาดส่องขึ้นบนท้องฟ้ากวัดแกว่งไปมาอยู่เป็นระยะ บวกกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มในงานแว่วมาตามลมให้ความรู้สึกคึกคักตื่นเต้น แตกต่างกับกิ่งกานดาที่กำลังรอใครบางคนด้วยหัวใจที่เหี่ยวแห้ง เมื่อไ
จากเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้กิ่งกานดาตั้งใจหลบหน้าเขา เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปฟาร์มไก่ทันทีโดยไม่รอใคร นาวินบ่นพึมพำคนเดียวเมื่อไม่เข้าใจผู้เป็นพี่ว่าทำไมไม่รอออกไปพร้อมกัน จะให้ขับตามไปทำไมหลายคันให้เปลืองน้ำมัน พิพัฒน์นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อรู้ทันการกระทำของเธอ และวันนี้เขาจะรออยู่ที่บ้านไม่ออกไป







