Masuk
“หมอไม่รับรองนะว่าคนไข้จะหายมั้ย แต่จะดีขึ้นมาบ้างในระดับหนึ่ง หมออยากให้ญาติของคนไข้นั้นทำใจ อย่างที่รู้กัน บางทีถ้าคนไข้โชคดีอาจจะกลับมาวิ่งปร๋อก็ได้” คุณหมอที่ดูแลรักษาได้เดินจากไปแล้ว
หยาดฝนไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว ตรงหน้าห้องไอซียู เธอรู้เพียงแต่ว่า คนที่นอนอยู่ในนั้นจะต้องหาย เธอสามารถทำได้ทุกอย่าง ขอแค่คนในนั้นต้องหาย ไม่ว่าจะใช้เงินทองเท่าไร เธอก็จะหามาให้ได้ ไม่ว่าจะลำบากมากมาย เธอก็จะทำเพื่อน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ
“ฝนจ๊ะ เดี๋ยวมากวาดพื้นตรงนี้ด้วยนะ โกยเก็บเส้นผมลูกค้าคนเมื่อกี้ให้หมดเลย”
“จ้ะ ได้จ้ะ” เด็กสาวที่กำลังตากผ้าคลุมผมเป็นจำนวนมาก รีบทำงานตรงหน้า เพื่อมากวาดพื้นที่เต็มไปด้วยเศษผมของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านนี้มากมาย อาจจะเป็นเพราะเจ้าของทำโปรโมชันดักเอาไว้ทุกทาง เก็บเงินเป็นก้อน แล้วให้ลูกค้ามาทำเป็นคราว ๆ ไป
หยาดฝนถืออุปกรณ์เข้ามากวาดพื้นและทำงานไปอย่างเงียบ ๆ มีลูกค้าสาวสวยนางหนึ่งกำลังนั่งอบไอน้ำอยู่ ปากของนางก็พาทีปราศรัยสไตล์คนที่พูดคุยสนุก
“นี่พี่พร ถ้าฉันเล่าอะไรให้พี่ฟังสักเรื่องหนึ่ง พี่พรอย่าไปบอกใครนะ” วาว่าลูกค้าประจำร้านเสริมสวยขยับปากสีเข้มทำจีบคอ คุณอวยพรรีบชิดตัวเข้าไปใกล้ พร้อมกับเงี่ยหูฟัง
“ไม่บอกแน่นอน มีเรื่องอะไรที่แบบดี ๆ จะเมาท์ก็เมาท์ได้” พี่พรเจ้าของร้านขาเมาท์รับปาก ขยิบตาให้ยกใหญ่
“เหยียบไว้เลยนะ” วาว่าย้ำด้วยใบหน้าจริงจัง อวยพรทำท่าเหยียบเท้าพร้อมกับยกมือขึ้นมาทำท่ารูดซิปปาก
“อีทิชาท้อง” วาว่าพูดเสียงเบาให้ได้ยินแค่สองคน
“ฮะ! ท้อง” พี่พรตกใจ ทำตาโต ข่าวใหญ่อีกแล้วสิ
ทิชาสาวสวยแสนหยิ่ง ใคร ๆ ก็รู้ว่านางเป็นดาวอันดับหนึ่งของร้านอาหารเล็กแต่ชื่อดังในย่านนี้ แต่เบื้องหลังของร้านอาหารนั้น คือการค้าบริการ
“ใช่พี่”
“เด็กก็เลยขาด ช่วงนี้พวกฉันรับแขกกันแทบไม่หวั่นไม่ไหว” วาว่าทำบ่น แต่สีหน้าก็ยังระรื่น
“แต่มันก็ได้เงินไม่ใช่หรือ”
“ได้น่ะ มันก็ได้อยู่หรอก แต่ว่า จิ๋มไม่ว่างเลยนี่สิ หุบหีบกันไม่ลงทีเดียว”
“ฮ่า...” วาว่าแม่สาวขาฮาส่งมุก เจ๊อวยพรก็ขำยกใหญ่
“แล้วเจ๊น่ะ พอมีเด็กจะแนะนำสักคนสองคนมั้ย งานง่าย รายได้ดี แบบนี้หาไม่ได้แล้วนะ” เจ๊อวยพรทำท่าคิด
“คืนนึงรับแขกสามคนก็ได้เกือบหมื่นแล้ว” วาว่าพูด เจ๊อวยพรก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง
“งานอย่างว่า จะหาใคร”
ทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยว่ามีบุคคลหนึ่งกำลังฟังอย่างมีความหวัง
“พี่ๆ พี่จ๊ะ พี่จ๊ะ รูปร่างหน้าตาอย่างฉันเนี่ย ไปทำงานกับพี่จะได้มั้ย”
วาว่าตกใจมากที่เด็กสาวที่อยู่ในร้านเสริมสวยวิ่งตามเธอออกมา นางหยุดมองปลายฝนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เด็กสาวตรงหน้ารูปร่างหน้าตาดีทีเดียว แทบจะเรียกว่ามีเสน่ห์ แบบหาตัวจับยาก
หน้าอกตูมเกินวัย ผิวขาวใส ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางนั้น แทบไม่มีที่ติ จมูกที่พ่อแม่ให้มาปั้นเป็นรูปจนโด่ง รับกับริมฝีปากที่ไม่หนาไม่เล็ก ช่างน่ามอง
วาว่ารีบดึงมือของหยาดฝนให้เข้าตรงตรอกที่อยู่ใกล้
“จะทำเนี่ย รู้เหรอว่าเป็นงานอะไร” นางถามย้ำ เพราะว่าเกิดมายังไม่เคยหลอกใคร เพราะรู้ว่างานนี้มันน่าเกลียด หากเข้าไปอยู่ในวังวนก็เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น แม้จะเต็มใจ แต่เพราะทุกคนเลือกงานไม่ได้
“รู้จ้ะ” ปลายฝนตอบด้วยความมั่นใจ แววตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ จ้องตาไปถึงอีกฝั่งไม่ยอมหลบ
“เฮ้อ...” วาว่าถึงกับถอนลมหายใจ
“อยากทำละก็ พรุ่งนี้ให้ไปหาฉันที่ร้าน เดี๋ยวฉันจะบอกเจ๊เจ้าของร้านให้” วาว่าพูดจบก็เดินจากไปในทันที
หยาดฝนยืนกุมมือ ด้วยหัวใจที่เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เงินค่ารักษาน้องก็ยังไม่ได้จ่าย อย่างไรก็ตามหากหยาดฝนได้ทำงานนี้จริง ๆ มันจะทำให้เธอฝ่าวิกฤตเรื่องนี้ไปได้อย่างแน่นอน
เธอเดินกลับไปที่ร้านอย่างคอตก รู้สึกเจ็บปวดกับชะตาชีวิตของตัวเอง
หลังเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่พ่อเธอเป็นคนทำ ทำให้น้องสาวของเธอก็มีอาการเจ็บป่วย แรก ๆ รักษาก็หาย พอทุเลาไม่หนักหนานัก หลัง ๆ เริ่มเป็นหนัก พาไปหาหมอ กินหยูกกินยาก็ไม่ดีขึ้น
จนเมื่ออาทิตย์ก่อน น้องสาวของเธอช็อกหมดสติไปโดยไม่รู้สาเหตุ หยาดฝนก็คิดเหมือนกัน หรือหมอรู้ แต่ว่าไม่บอกเธอกันแน่ แค่คิดว่าน้องสาวจะตายจากไปน้ำตาของเธอก็ไหลริน
การมีชีวิตแบบตัวคนเดียวและโดดเดี่ยว มันก็เหมือนรอคอยวันตายกระมัง โลกใบนี้มันเลวร้ายสำหรับใครบางคนเสมอ แต่ไม่น่าจะเป็นเธอเลย
หยาดฝนได้แต่ระทดท้อในชีวิต เธอผลักประตูร้านเข้าไป
“ฝน อย่าลืมเอาข้าวไปกินด้วยน่ะ อยากกินอะไรก็ห่อไปกินที่บ้านด้วย กลางคืนอ่านหนังสือจะได้ไม่หิว รู้ไหม”
“จ้า... เจ๊พร”
“มันเป็นเสียงสะท้อนนะลูก เวลาที่เราตะโกน แล้วเสียงของเราเดินทางไปกระทบกับสิ่งที่ขวางกั้นอยู่ ทำให้มันสะท้อนกลับมาน่ะ”“จริงหรือครับ มันดีจัง พ่อลองตะโกนสิ”หลุยส์รีบทำตาม “ผมรักคุณเรนนี่ รักมาก ๆ รักมากถึงมากที่สุด อยากให้คุณได้ยินคำนี้มาตลอดเวลาที่ผมรอคอย ยกโทษให้ผมได้ไหมครับ อยู่กับผมได้ไหมครับ”ตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยความเว้าวอนมือน้อยของน้องอาเธอร์หันไปจับใบหน้าของแม่“แม่จ๋า แม่ตอบพ่อสิครับ ผมอยากอยู่กับพ่อ แล้วแม่อยากอยู่กับพ่อไหม” เด็กชายบอกความในใจของเขาไปกับแม่ สายตามองแม่ด้วยความหวังหยาดฝนถึงกับหลั่งน้ำตา ภาพพ่ออุ้มลูกชายตรงหน้ามันช่างประทับใจ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ๆ ขยับอ้าปาก ก่อนจะส่ายหน้าระรัวหลุยส์ดึงตัวของเธอเข้ามากอด แล้วเขาก็น้ำตาไหล“อย่าปฏิเสธเลยนะ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”หยาดฝนร้องไห้ฮือ ๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีเด็กชายอาเธอร์คอยลูบหลังคุณแม่ปลอบประโลม“แม่จ๋า แม่อย่าร้องเลยนะครับ เธอร์ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้เลย” เด็กน้อยทำเสียงสั่นผู้เป็นแม่สบตากับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลุยส์ทั้งม่านน้ำตา เขาจับปลายทางของเธอขึ้น
“เรนนี่ คุณช่วยหยิบจับอะไรออกมา แล้วช่วยเอาใส่เข้าไปในปากของคุณด้วย” เขาเล่นลิ้น พลางก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอด...ฟอด... จุ๊บแรกของพ่อ จุ๊บที่สองของลูก“อาเธอร์ไปกับพ่อ เราจะไปเอาม้ากัน”“เย่...” กระโดดแบบดีอกดีใจ“แล้วขี่ขึ้นมาหาแม่ใช่ไหมครับ”“ใช่ เรนนี่จ๋า รอเราสองคนอยู่ที่นี่นะครับ”“อือ...” คุณแม่พยักหน้า มองพ่อที่อุ้มลูกชายกลับไปที่รถ แล้วขับลงเนินไปยังคอกม้า ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เห็นหยาดฝนหยิบมือถือของหลุยส์ขึ้นมา เธอแปลกใจที่เขาไม่ได้ล็อกหน้าจอ เห็นหลุยส์ใช้รูปของอาเธอร์เป็นภาพพักหน้าจอแล้ว เธอเปิดเข้าไปด้านใน หยาดฝนได้เห็นรูปของตัวเองที่หลุยส์ได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอหลับ“อะไรของเขาเนี่ย” อดที่จะอมยิ้มไม่ได้หยาดฝนยกหน้าขึ้นมา เห็นหลุยส์กำลังควบม้าสีดำตัวทะมึน โดยมีอาเธอร์นั่งอยู่ด้านหน้า หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับเปิดกล้องถ่ายรูปสองพ่อลูกเอาไว้“แม่ครับ สนุกมากครับ”อาเธอร์ตะโกนออกมาตอนที่วิ่งผ่านตรงที่แม่ฝนนั่งอยู่ น้ำตาของแม่ค่อย ๆ ไหล นี่มันสวรรค์ชัด ๆ เป็นความโชคดีของเธอกับลูกใช่ไหมหลุยส์พาอาเธอร์ขี่ม้าวิ่งไปชมรอบ ๆ สวนองุ่นของเขา แล้วกลับมาทางที่หยาดฝนนั่งอยู่ เมื่อเห็
บ่ายคล้อยของวันนั้นจุ๊บ... หลุยส์จุมพิตลงไปที่กลางหน้าผากของหยาดฝน“ที่รัก” เขากระซิบบอกเธอเบา ๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นมามอง“จะบ่ายสามโมงแล้วนะ คุณหลับไปจนเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้วด้วย แล้วตอนนี้ ผมจะพาอาเธอร์ไปขี่ม้าเล่น และผมอยากจะให้คุณไปกับพวกเราด้วย”หยาดฝนคิดว่าเธอฝันไป ใบหน้าของหลุยส์อยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะ ก่อนจะพูด“คุณกลับมาแล้วหรือคะ คุณจะมาอยู่กับฝนกับลูกใช่ไหม” หยาดฝนคิดว่าตัวเองฝันไป“ใช่” หลุยส์ตอบพร้อมกับจับมือของเธอแนบไปที่แก้มของเขา ปลายคางสาก ๆ และหนวดเคราของหลุยส์ที่เริ่มยาวออกมาทิ่มลงไปบนหลังมือของเธอหยาดฝนจึงสะดุ้ง แล้วเธอก็จำได้ทุกอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง“คุณ”“ก็ใช่ไง ผมเอง” เขายิ้ม พร้อมกับใช้มือช้อนศีรษะของเธอขึ้น ปลุกเธอให้นั่ง“ไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมให้แต้วจัดปิกนิกให้ด้วย เราจะไปนั่งเล่นที่บนเขานู้นกัน” พูดพร้อมกับชี้ให้เธอดูออกไปที่นอกหน้าต่างหยาดฝนพ่นลมหายใจออกมา ขยับตัวเองอย่างช้า ๆ ร่องรอยที่หลุยส์ประทับความรักลงบนตัวเธอเมื่อเช้าสร้างความระบมให้กับเธอเช่นเดียวกัน“เป็นอะไร ขยับตัวช้าจัง”เธอมองค้อนเขา“อ๋อ... รู้แล้ว” ยิ้มมีเลศนัย“วันห
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”“คุณตั้งใจโกหก”“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชาย
“แต่ผมจะบอกคุณให้รู้นะ คุณตรงข้ามกับผมเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอคุณกับลูก” เขาหยอดคำหวาน และพยายามจะจับมือของเธอ หยาดฝนชักมือของเธอลงไปใต้โต๊ะ“คุณพ่อครับ คุณพ่อรักคุณแม่แล้วหรือครับ”คำถามของลูกชายทำให้ทั้งสองตกใจ หันมามองหน้ากัน แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้น“พ่อรักแม่ของลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อาเธอร์ต่างหากที่ต้องถามแม่ว่า แม่น่ะรักพ่อหรือเปล่า”น้องหันไปหาคุณแม่ในทันที“คุณแม่รักคุณพ่อหรือยังครับ”เด็กน้อยช่างไม่รู้อะไรเลย คนจะรักกันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร คนเป็นแม่ที่ได้ยินถึงกับหน้าออกสีแดง“กินข้าวไปเถอะเธอร์” คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกสั้น ๆเด็กชายก็หันมายิ้มกับพ่อ ยกมือขึ้นป้องปาก“แม่อารมณ์บ่จอยแล้วครับ”“จริงหรือ เธอร์รู้ได้ยังไง”“อ๋อ... เวลาแม่อารมณ์ดี แม่ก็จะเรียกว่า อาเธอร์ อาเธอร์ครับ แต่ถ้าแม่อารมณ์เสียนะครับ แม่ก็จะเรียก เธอร์สั้น ๆ แบบนี้” พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบเสียงของแม่หลุยส์หัวเราะออกมาเสียงดังแต่หยาดฝนทำเป็นไม่สนใจ เลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบเชียบแทน มื้อนี้เธอกินแทบจะไม่ลง มันตื้ออยู่ในลำคอ มันตื้นตันอยู่ในหัวใจอาเธอร์ยังคงส่งเสียงถามพ่อเจื้อยแจ้ว“คุณพ่อครับ เธอร์เห
อาเธอร์เดินไปหาคุณพ่อ“เธอร์มาหาแม่” หยาดฝนเรียกลูกเสียงดัง สะบัดมือของหลุยส์ที่ยังจับแน่น อาเธอร์ชะงักก่อนจะเดินเข้ามากอดแม่“อยากกลับบ้านหรือยัง” เธอก้มลงไปถามลูก“ไม่กลับ เธอร์จะอยู่บ้านคุณพ่อ”“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียง“เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราจะต้องกลับไปหาคุณตาคุณยายนะลูก คุณตาคุณยายรออยู่”“เธอร์อยากจะอยู่กับคุณพ่อครับ เธอร์โทร. ไปบอกคุณตาแล้ว คุณตาคุณยายอนุญาต คุณพ่อบอกคุณตาว่าจะกลับไปส่งพวกเราวันอาทิตย์ครับ”“นี่เธอร์ ทำไมดื้อ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” หยาดฝนทำเสียงดังเข้าใส่ลูก“เรนนี่ ให้ลูกอยู่ที่นี่เถอะ ผมอยากจะใช้เวลา และขอให้ผมมีความสุขกับลูกบ้าง” เขาจับเธอและลูกหมุนตัว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร“พี่แต้วตักข้าวได้เลยครับ” เขาสั่งแต้วรีบยกสำรับกับข้าวออกมา“วันนี้มีพะแนงเนื้อ ไก่ทอดและน้ำพริกปลาทู ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไร ก็เลยสั่งพี่แต้วมั่ว ๆ ลองชิมดูนะ” หลุยส์พูดเอาใจ“ข้







