Share

บทที่ 4

Author: บัวลอยเศรษฐี
เรานัดกันไว้นานแล้วว่าจะไปเที่ยวหลังเรียนจบ

เสิ่นจืออี้ชูคู่มือท่องเที่ยวในมือแล้วแกว่งไปมาเบาๆ

“ฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้นายหนักใจแม้แต่นิดเดียว”

ตอนแรกผมกะว่าจะคุยกับเธอหลังเที่ยวเสร็จ ถือว่าเป็นตอนจบของเราสองคน

แต่เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ ผมเห็นเผยจิ่งเซินหิ้วกระเป๋าเดินทางมาด้วย

“ฉันขอร่วมทริปเที่ยวด้วยนะ จิ้งซี นายไม่ถือสาใช่ไหม”

ผมไม่ได้พูดอะไร

เสิ่นจืออี้เหลือบมองสีหน้าของผม แอบแซะแบบติดตลกว่า

“นายนี่ตีเนียนเก่งนะ ฉันกับจิ้งซีไม่ต้อนรับก้างขวางคออย่างนาย”

“อีกอย่างฉันไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟให้นายด้วย”

ถึงปากเธอจะพูดแบบนี้

แต่พอเข้ามาในสถานีรถไฟความเร็วสูง

คนที่สแกนบัตรประชาชนไม่ผ่าน ไม่สามารถเข้าไปข้างในดันเป็นผมซะอย่างนั้น

เผยจิ่งเซินถลึงตาใส่เสิ่นจืออี้

“อะไรของเธอเนี่ย? เธอลืมซื้อตั๋วให้จิ้งซีได้ยังไง!”

เสิ่นจืออี้ช็อกเหมือนกัน

“ฉันนึกว่าจิ้งซีซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว”

“นึกว่าๆ อะไรของเธอ อีกสิบห้านาทีรถไฟก็จะมาแล้ว!”

ดูเหมือนเผยจิ่งเซินกำลังต่อว่าเธอ แต่ดันเหมือนคู่รักงอนกันมากกว่า

“เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ให้ ใจเย็นๆ นะจิ้งซี”

เสิ่นจืออี้รีบเอามือถือออกมาเปิดดูตั๋ว

ตั๋วรถไฟถูกจองเต็มไปจนถึงสัปดาห์หน้า

ผมมองเครื่องกั้นทางเดินที่ปิดอยู่ จู่ๆ ผมก็รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย

ผมรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว ดูกระอักกระอ่วนและเป็นส่วนเกินมาก

“เสิ่นจืออี้ เราเลิกกันเถอะ”

เสิ่นจืออี้เงยหน้าขึ้นทันที

“สวีจิ้งซี แค่ฉันลืมซื้อตั๋วรถไฟให้นาย นายถึงกับบอกเลิกฉันเลยเหรอ?”

“ใช่”

ผมลากกระเป๋าเดินทางออกจากสถานีรถไฟเพียงคนเดียว

ผมไม่ได้บอกเรื่องปากกาหมึกล่องหนให้พวกเขารู้ตอนนี้

รอให้ถึงวันประกาศคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ผมอยากรู้ว่าสีหน้าพวกเขาจะเป็นยังไง

เหมือนท่าทีนิ่งเฉยของผมทำให้เสิ่นจืออี้โมโห

เธอลากเผยจิ่งเซินไปที่จุดตรวจบัตรโดยสารทันที

การกระทำของเธอไม่สามารถทำอะไรผมได้ ผมซื้อตั๋วรถไฟไปมหาวิทยาลัยชิงหัวทันที

มันยิ่งทำให้ผมมีความมุ่งมั่นในการสมัครสอบมากกว่าเดิม

ตั้งแต่วันนั้นเสิ่นจืออี้ก็ไม่ส่งข้อความหาผมอีกเลย

แถมยังโพสต์รูปที่ออกไปเที่ยวกับเผยจิ่งเซินลงโซเชียลด้วย โพสต์ทุกวันไม่เคยขาด

แม่ผมก็เห็นเหมือนกัน แม่ถึงกับถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมกดบล็อกเสิ่นจืออี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ผมเลิกกับเธอแล้ว”

แม่ไม่ได้ถามสาเหตุ แถมยังปลอบผมด้วย

“ลูกทำใจได้ก็ดีแล้ว ลูกทำถูกแล้วที่ไม่จมปลักอยู่กับคนคนเดียว”

“รอลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจะหาแฟนไม่ได้”

วันประกาศผลสอบ เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินกลับจากเที่ยวพอดี

ตอนกลางคืนผมลงไปทิ้งขยะ

บังเอิญเจอเสิ่นจืออี้หิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นมาพอดี

จู่ๆ เธอพูดขึ้นมาว่า

“สิ่งที่นายพูดที่สถานีรถไฟวันนั้น ฉันรู้ว่านายพูดออกมาเพราะความโมโห”

จากนั้นเธอยื่นมือมาตบไหล่ปลอบใจผม

“คะแนนสอบนายออกมาไม่ดี ไม่เป็นไรนะ อย่างมากก็แค่สอบใหม่ปีหน้า เราแยกกันอยู่คนละที่แค่ปีเดียว”

“นายเก่งจะตาย รอสอบใหม่ปีหน้า นายต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้แน่นอน”

ผมปัดมือเธอออกด้วยความรังเกียจ

“เสิ่นจืออี้ เธอเพี้ยนหรือเปล่า!”

“ใครบอกเธอว่าฉันสอบได้คะแนนไม่ดี?”

“ปีนี้ฉันได้คะแนนสูงสุดของเมือง ตอนกลางวันมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ที่บ้านด้วย!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 10

    ความโชคดีคือเสิ่นจืออี้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ความโชคร้ายคือในปีนั้นมหาวิทยาลัยชิงหัวมีการปรับเกณฑ์คะแนนให้สูงขึ้นสุดท้ายเธอพลาดโอกาสเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหัวไปเพียงสองคะแนนเธอตัดสินใจเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อยู่ทางภาคใต้ตอนปีสามผมพาแฟนกลับมาที่บ้าน เสิ่นจืออี้กำลังย้ายบ้านตอนสายตาเธอเลื่อนลงมาเห็นมือของผมกับเหลียงเยี่ยนที่กุมประสานกันไว้ เธอดูอึ้งเล็กน้อยเธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แฟนนายเหรอ?”ผมพยักหน้า ไม่อยากสนทนากับเธอมากนักผมพาแฟนเดินดูรูปบนกำแพงในห้องนอน มันเป็นรูปตั้งแต่เด็กจนโตของผมเองจู่ๆ เธอเห็นตะกร้าใบเล็กๆ ห้อยอยู่นอกหน้าต่าง“ปกติพวกนายคุยกันด้วยวิธีนี้เหรอ? น่าสนใจดีนะ”ผมเดินไปเปิดหน้าต่าง เพิ่งเห็นว่ามีรูปถ่าย 17 ใบอยู่ในตะกร้าเราอัดรูปเก็บไว้คนละชุด แต่ผมตัดมันทิ้งไปหมดแล้วรูปพวกนี้เป็นของเสิ่นจืออี้หลังจากผมเลิกกับเสิ่นจืออี้ตะกร้าใบนี้ก็ไม่ถูกหย่อนลงมาอีกเลยแต่จู่ๆ มันก็ถูกหย่อนลงมาในวันนี้ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าเสิ่นจืออี้จงใจทำแบบนี้“เด็กผู้หญิงในรูป คือผู้หญิงที่เราบังเอิญเจอตรงทางเดินวันนี้ใช่ไหม”“พวกนายรู้จักกัน

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 9

    ตอนปิดเทอมปีหนึ่ง ผมได้เจอเสิ่นจืออี้อีกครั้งผมถือแตงโมเดินขึ้นคอนโด เธอเดินลงมาทิ้งขยะพอดีตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอน่าจะติวอย่างหนักหน่วงทำให้เธอดูโทรมไม่น้อย แต่ดวงตากลับเป็นประกายจนผมอึ้งไปเลย“จิ้งซี......”ผมขมวดคิ้วแล้วพูดแทรกขึ้นมา“อย่าเรียกชื่อฉันเฉยๆ สิ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น เดี๋ยวคนอื่นได้ยินแล้วจะเข้าใจผิด”เธอเม้มปากแล้วพูดอีกรอบ“สวีจิ้งซี”“อาจารย์บอกว่าฉันมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยชิงหัวสูงมาก วันที่ไปรายงานตัว นายมารับฉันที่หน้ามหาวิทยาลัยได้ไหม?”“เพราะที่มหาวิทยาลัย ฉันรู้จักนายแค่คนเดียว”“อีกอย่าง ฉันอยากถ่ายรูปคู่กับนายเป็นครั้งสุดท้าย”ผมชะงักเล็กน้อยผมสนิทกับเธอตั้งแต่เด็ก แถมเธอยังอยู่คอนโดเดียวกับผมด้วยผมกับเสิ่นจืออี้ถ่ายรูปคู่กันทุกปีรูปทั้ง 17 ใบที่เคยถ่ายด้วยกันก่อนหน้านี้ เราถ่ายที่ใต้ต้นไทรด้านล่างคอนโดส่วนรูปใบที่ 18 เรานัดกันว่าจะถ่ายหน้ามหาวิทยาลัยชิงหัวแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายผมเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธออย่างจริงจัง“เวลาของฉันมีค่ามาก ไม่อยากเสียเวลาไปรับเธอหน้ามหาวิทยาลัย แล้วก็ไม่อยากถ่ายรูปคู่กับเธอด้วย”“ถ้าเธอสอบเข้ามหาวิ

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 8

    “จิ้งซี เพื่อนนายมาหาน่ะ”มหาวิทยาลัยชิงหัวเปิดเทอมช้าที่สุด นอกจากพวกเพื่อนๆ ไม่กี่คนที่ไปเข้าคอร์สติวเพื่อสอบใหม่ปีหน้าเพื่อนในห้องส่วนใหญ่ทยอยไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยกันหมดแล้วในตอนนี้จะมีใครมาหาผมอีกผมเปิดประตูด้วยความสงสัยสายตาของผมปะทะเข้ากับใบหน้าของเผยจิ่งเซินพอดีเขายื่นมือมาจับแขนเสื้อผม แล้วก็คุกเข่าตรงหน้าผม“จิ้งซี ช่วยฉันด้วย ขอร้องล่ะ!”“ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ พ่อแม่ไม่ให้ฉันเข้าคอร์สติวสอบแล้ว”“ฉันขอยืมเงินนายหน่อยได้ไหม นายรู้ดีว่าผลการเรียนของฉันเป็นยังไง!”“ถ้าให้ฉันสอบอีกรอบ ฉันต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน”ดูเหมือนเขายังไม่รู้ว่าปากกาที่ตัวเองใช้เป็นปากกาหมึกล่องหน เลยคิดว่าตัวเองสอบไม่ผ่านเพราะทำได้ไม่ดีพอผมถอยหลังเล็กน้อย สีหน้าเฉยเมย“ฉันยังเป็นนักเรียนอยู่ ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น ช่วยอะไรนายไม่ได้หรอก”“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ นายควรกลับไปปรึกษาพ่อแม่นายนะ”ป้าหลิวรีบพยักหน้าเธอหวังดีก็เลยพาเขาขึ้นมาข้างบนคิดไม่ถึงว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ผมขนาดนี้“ตอนนี้มีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเยอะแยะ นายไปกู้สิ ถ้าไม่ได้จริงๆ นายขอทุน

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 7

    เมื่อพ่อกับแม่ได้ยินเสียง พวกเขารีบเดินเข้ามาหาผม แล้วพาผมออกไปทันที“แม่ หลังจากนี้ไม่ต้องไปมาหาสู่กับครอบครัวเสิ่นจืออี้อีก”“เราจริงใจกับพวกเขามาก แต่ไม่รู้พวกเขาจะแว้งกัดเราตอนไหน”“แล้วก็เผยจิ่งเซินอดีตเพื่อนสนิทของผม ต่อไปถ้าแม่เห็นเขามาบ้านเรา เอาไม้กวาดไล่เขาไปเลย”แม่ผมรู้ว่าเรามีปัญหากันแม่ผมแจกการ์ดงานเลี้ยงฉลองที่ผมสอบติดมหาวิทยาลัยให้ทุกคน แม้แต่ลุงยามที่คอนโดก็ยังได้การ์ดเชิญแต่ไม่ได้เชิญเสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานรู้เรื่องที่เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินได้คะแนนสอบแค่ 27 คะแนนจึงไม่พูดถึงพวกเขาสองคนต่อหน้าผมเมื่อผมส่งแขกหลังจบงานเสร็จเรียบร้อยคนที่ควรอ่านหนังสือทบทวนเพื่อเตรียมสอบใหม่ปีหน้าอย่างเสิ่นจืออี้ดันโผล่มาในอ้อมแขนของเธอคือช่อดอกกุหลาบสีฟ้าอ่อนที่เรียกว่า Ice Blue Roseก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมเล่นมือถือแล้วบังเอิญเห็นกุหลาบสีนี้ผมรู้สึกว่าสีมันแปลกดี จึงเอาไปให้เสิ่นจืออี้ดูด้วยความตื่นเต้นเธอสัญญากับผมว่า“รอเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้ ฉันจะเอาช่อดอกกุหลาบสีนี้มาให้นายในงานเลี้ยงฉลองเป็นคนแรก”ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหั

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 6

    ได้ยินว่าเสิ่นจืออี้ไปเช็กข้อสอบที่ศูนย์สอบอีกรอบยืนยันว่าคะแนนไม่ผิดพลาด ไม่ได้โดนคนสลับข้อสอบด้วยเสิ่นจืออี้เตรียมสอบใหม่ปีหน้า เธอไม่ได้เลือกมหาวิทยาลัยอื่นด้วยซ้ำผมอยากทักทายป้าเสิ่นกับลุงเสิ่น แต่ก็กลัวพวกเขาคิดว่าผมจงใจโอ้อวดผมรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิมตอนเดินผ่านเสิ่นจืออี้จู่ๆ เธอยื่นมือมาคว้าข้อมือผม“สวีจิ้งซี ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนาย”ผมไม่ได้ปฏิเสธเธอ เพราะมีผู้ใหญ่สองครอบครัวอยู่ตรงนี้ด้วยเธอจูงมือผมมาใต้ต้นไทรที่อยู่ด้านล่างคอนโดพ่อแม่ผมยืนอยู่ไม่ไกล พวกเขาโบกมือให้ผม“จิ้งซี พ่อกับแม่รออยู่ตรงนี้นะ”เสิ่นจืออี้มองผมด้วยสีหน้าหลากหลายอารมณ์“เผยจิ่งเซินได้คะแนนสอบแค่ 27 คะแนน”“เหรอ คะแนนของพวกเธอสองคนดูเหมาะกันมากเลยนะ”“พวกเธอรอสอบใหม่ปีหน้า หรือไม่ก็สอบเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษา พอเรียนจบก็แต่งงานมีลูก คบกันตั้งแต่สมัยเรียนจนแต่งงานกัน เป็นความรักที่มั่นคงและยืนยาวมากเลยนะเนี่ย”“สวีจิ้งซี! ทำไมนายต้องโกรธฉันขนาดนี้ด้วย?”เสิ่นจืออี้พูดเสียงดังจนพ่อแม่ผมหันมามองเธอพยายามสงบสติอารมณ์ ข่มความโกรธภายในใจ“นายรู้นานแล้วใช่ไหมว

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 5

    “อะไรนะ?”เสิ่นจืออี้ตกใจจนเซไปด้านหลังเล็กน้อย“เป็นไปไม่ได้!”ผมแค่นหัวเราะ “อะไรทำให้เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้?”ตั้งแต่เข้าม.4 ผมก็ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนมาตลอดขนาดอาจารย์ยังบอกว่าขอแค่ผมทำตามมาตรฐานของตัวเอง ผมต้องเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้แน่นอน“หรือเธอผิดหวังที่เผยจิ่งเซินไม่ได้คะแนนสูงสุดของเมือง”เสิ่นจืออี้หน้าซีดเผือด รีบส่ายหน้าไปมา“จิ้งซี ไม่ใช่อย่างนั้น”“ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะคิดยังไง”“หลีกไป ฉันจะลงไปทิ้งขยะ”ผมสะบัดมือเธอออก แล้วก็เดินลงไปข้างล่างเสิ่นจืออี้น่าจะรีบกลับไปเช็กคะแนนเธอจึงไม่เซ้าซี้ผมอีกตอนกลางคืน กลุ่มแชตห้องเรียนคึกคักมาก เพื่อนๆ พิมพ์คุยกันไม่หยุด“สวีจิ้งซี ฉันเห็นนายในข่าวด้วย!”“ได้คะแนนสูงสุดของเมือง ยินดีด้วยนะ!”“ฉันเคยเป็นเพื่อนม.ปลายของคนที่สอบได้คะแนนสูงสุดนะโว้ย ไปพูดกับใครก็ภูมิใจสุดๆ!”เพื่อนหลายคนส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผมมีแค่เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินที่ยังเงียบกริบ ไม่พิมพ์อะไรมาเลยหัวหน้าห้องสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วตอนเสิ่นจืออี้โพสต์รูปที่เธอไปเที่ยวกับเผยจิ่งเซินลงโซเชียลหัวหน้าห้องส่งข้อความส่วนตัวมาถามผมเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status