Short
เถ้ารักที่มอดดับ

เถ้ารักที่มอดดับ

By:  บัวลอยเศรษฐีCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยหนึ่งวัน ผมอัดคลิปบอกตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้า คิดไม่ถึงว่าผมจะได้คุยกับตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้า “ฉันได้เรียนหลักสูตรปริญญาตรีควบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยชิงหัวหรือเปล่า? เผยจิ่งเซินยังสนิทกับฉันเหมือนเดิมหรือเปล่า? เขานิสัยแย่ขนาดนั้น ไม่มีใครจริงใจกับเขาเหมือนฉันหรอก” “ถ้าทุกอย่างราบรื่น ฉันน่าจะเรียนจบปริญญาโท แล้วก็แต่งงานกับคนที่คบหาดูใจกันมานานอย่างเสิ่นจืออี้ใช่ไหม?” “เราอาจจะมีลูกหน้าตาน่ารักน่าชังสักคนแล้วก็ได้ ฉันคิดชื่อเล่นของลูกไว้เรียบร้อยแล้ว” ผมจินตนาการถึงอนาคตแบบที่วาดฝันไว้ ตัวผมในอีกสิบปีข้างหน้าได้ยินชื่อเสิ่นจืออี้แล้วโมโหสุดขีด “เสิ่นจืออี้อยากให้เผยจิ่งเซินสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของเมือง สิ่งที่เธอเตรียมให้นายคือปากกาหมึกล่องหน!” “นายสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวไม่ได้ ทำได้แค่รอสอบใหม่ปีหน้า” “เสิ่นจืออี้ดูเสียใจมาก แม้ต้องไปอยู่ต่างเมือง แต่เธอยืนยันว่าจะคบกับนายเหมือนเดิม” “แต่ตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เธอดันคบกับเผยจิ่งเซินอย่างเปิดเผย เป็นคู่รักที่เหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก เป็นคู่รักที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา” “สวีจิ้งซี นายมันโง่มาก! โดนแฟนนอกใจไม่พอ ยังอุตส่าห์ไปขอบคุณเผยจิ่งเซินที่ช่วยดูแลแฟนนายอีก!”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

จู่ๆ คลิปก็หยุดกะทันหัน

ผมมองตัวเองที่อยู่ในหน้าจออย่างตกตะลึง

จู่ๆ ผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เป็นเพราะผมหลอนไปเองหรือเปล่า

เพราะผมกับเสิ่นจืออี้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ

เราคุยกันไว้ตั้งแต่เด็กๆ ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวด้วยกัน

ขณะที่ผมกำลังเหม่อ

จู่ๆ เสิ่นจืออี้โผล่มาด้านหลัง เธอยื่นมือมาตบไหล่ผมเบาๆ

“สวีจิ้งซี พรุ่งนี้ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมไม่ไปทบทวนเนื้อหาล่ะ มาแอบเหม่ออะไรอยู่คนเดียว?”

“ถึงเวลาถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวไม่ได้ อย่าแอบมุดผ้าห่มร้องไห้ตอนกลางคืนแล้วกัน”

“ร้องอะไรกันล่ะ!”

ผมเถียงเสียงแข็ง

ผมไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงใสซื่อและจิตใจดีที่อยู่ตรงหน้า จะเป็นคนที่ตัวผมในอีกสิบปีข้างหน้าบอกว่าเธอจะนอกใจไปคบกับเพื่อนสนิทของผม

ผมอดหัวเราะเยาะตัวเองในใจไม่ได้

ยังไม่ทันได้เข้าไปในสนามสอบ ผมก็กดดันจนคิดฟุ้งซ่านไปหมดแล้ว

ทว่าตอนที่กลับเข้ามานั่งในห้องเรียน

จู่ๆ เสิ่นจืออี้เอากระเป๋าดินสอวางบนโต๊ะของผม

“นายเป็นคนไม่รอบคอบ ฉันเดาว่านายต้องไม่ได้เตรียมไว้แน่ๆ ฉันก็เลยเตรียมให้นาย”

“นายเอาบัตรเข้าสอบใส่ไว้ในนี้ พรุ่งนี้นายก็แค่เอามันเข้าไปในสนามสอบด้วย”

“ครั้งนี้ฉันเตรียมไว้ให้เผยจิ่งเซินด้วย อย่าเอาของที่ฉันเตรียมไว้ให้นายไปให้เขาอีก!”

เธอเอากระเป๋าดินสอที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะใส่เข้าไปใต้โต๊ะเรียนที่อยู่ข้างๆ

จู่ๆ รอยยิ้มบนหน้าเธอนิ่งค้าง เสิ่นจืออี้มองผมอย่างสงสัย

“สวีจิ้งซี เป็นอะไรของนาย? ทำไมมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น”

ผมส่ายหน้าไปมา พยายามสงบสติอารมณ์สุดชีวิต

เมื่อเธอเดินออกไป ผมรีบหยิบปากกาจากกระเป๋าดินสอมาลองเขียนดู

หลังผ่านไปสองชั่วโมง ตัวหนังสือเลือนหายไปจนหมด

ผมลองเอาปากกาอีกด้ามมาลองเขียนดู ผลก็เป็นเหมือนเดิม

ผมไม่อยากเชื่อเลย

เสิ่นจืออี้เอาปากกาหมึกล่องหนให้ผมจริงๆ

อย่าบอกนะว่าสิ่งที่ตัวผมในอีกสิบปีข้างหน้าพูดเป็นความจริงทั้งหมด

ผมหันไปมองที่นั่งของพวกเขาสองคน

ผมรีบสลับปากกาหมึกล่องหนของตัวเองกับปากกาในกระเป๋าดินสอของพวกเขา

เป็นไปตามคาด ปากกาที่เสิ่นจืออี้เตรียมไว้ให้ตัวเองกับเผยจิ่งเซินเป็นปากกาปกติ

ผมโมโหจนตัวสั่น

อยากเอาปากกาปาใส่หน้าเธอแล้วถามว่าทำไมถึงทำร้ายผมแบบนี้

ผมพยายามสุดชีวิต กว่าจะระงับความโกรธภายในใจได้

วันต่อมา ก่อนเข้าสนามสอบ

เสิ่นจืออี้เช็กกระเป๋าดินสอในมือผมอีกรอบ

“เราสองคนใช้ปากกายี่ห้อเดียวกัน ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้แน่นอน!”

ผมยิ้มเล็กน้อย แต่รอยยิ้มดันไปไม่ถึงดวงตา ย้อนถามเธอกลับไปว่า

“ปากกาที่เธอให้เผยจิ่งเซินก็ยี่ห้อเดียวกับของเรา เธออยากให้เขาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเราใช่ไหม?”

เสิ่นจืออี้ชะงักเล็กน้อย เธอยื่นมือมาตีผมเบาๆ

“เพราะนายนั่นแหละ ไม่ว่าฉันจะเอาอะไรให้นาย นายก็เอาไปแบ่งกับเขาตลอด”

เผยจิ่งเซินคิดว่าเสิ่นจืออี้ไม่คู่ควรกับผม ส่วนเสิ่นจืออี้คิดว่าเผยจิ่งเซินจะพาผมเสียคน

ทั้งสองคนไม่ชอบหน้ากันมาตลอด

แค่อยู่ด้วยกันก็เถียงกันไม่หยุด ผมต้องเป็นคนไกล่เกลี่ยตลอด

ผมก็เลยไม่เคยตั้งคำถามกับความจริงใจที่พวกเขามีให้ผม

แต่สุดท้ายสองคนที่ผมไว้ใจที่สุด

กลับหักหลังผมทั้งคู่

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
จู่ๆ คลิปก็หยุดกะทันหันผมมองตัวเองที่อยู่ในหน้าจออย่างตกตะลึงจู่ๆ ผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เป็นเพราะผมหลอนไปเองหรือเปล่าเพราะผมกับเสิ่นจืออี้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆเราคุยกันไว้ตั้งแต่เด็กๆ ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวด้วยกันขณะที่ผมกำลังเหม่อจู่ๆ เสิ่นจืออี้โผล่มาด้านหลัง เธอยื่นมือมาตบไหล่ผมเบาๆ“สวีจิ้งซี พรุ่งนี้ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมไม่ไปทบทวนเนื้อหาล่ะ มาแอบเหม่ออะไรอยู่คนเดียว?”“ถึงเวลาถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวไม่ได้ อย่าแอบมุดผ้าห่มร้องไห้ตอนกลางคืนแล้วกัน”“ร้องอะไรกันล่ะ!”ผมเถียงเสียงแข็งผมไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงใสซื่อและจิตใจดีที่อยู่ตรงหน้า จะเป็นคนที่ตัวผมในอีกสิบปีข้างหน้าบอกว่าเธอจะนอกใจไปคบกับเพื่อนสนิทของผมผมอดหัวเราะเยาะตัวเองในใจไม่ได้ยังไม่ทันได้เข้าไปในสนามสอบ ผมก็กดดันจนคิดฟุ้งซ่านไปหมดแล้วทว่าตอนที่กลับเข้ามานั่งในห้องเรียนจู่ๆ เสิ่นจืออี้เอากระเป๋าดินสอวางบนโต๊ะของผม“นายเป็นคนไม่รอบคอบ ฉันเดาว่านายต้องไม่ได้เตรียมไว้แน่ๆ ฉันก็เลยเตรียมให้นาย”“นายเอาบัตรเข้าสอบใส่ไว้ในนี้ พรุ่งนี้นายก็แค่เอามันเข้
Read more
บทที่ 2
เมื่อเผยจิ่งเซินได้ยินประโยคนี้ เขายักคิ้วกวนประสาทใส่เสิ่นจืออี้“ฉันกับสวีจิ้งซีสนิทกันมาก เหมือนพี่น้องคลานตามกันมา อย่างเธอจะทำอะไรฉันได้?”ทั้งสองคนพร้อมระเบิดอารมณ์ตลอดเวลา ขณะที่พวกเขากำลังจะทะเลาะกันผมไม่ได้ห้ามพวกเขาเหมือนที่ผ่านมา แต่ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา“ถึงเวลาแล้ว ฉันเข้าห้องสอบก่อนนะ”เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินมองหน้ากัน พวกเขาไม่เถียงกันต่อแล้วจริงๆ ผมไม่ต้องทำอะไร พวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขได้การสอบสามวันสิ้นสุดลงแล้ว ผมถอนหายใจยาวหลังจากเครียดและกดดันมาหลายวัน ในที่สุดก็รู้สึกโล่งสักที หัวหน้าห้องเสนอในกลุ่มแชตห้องเรียน ชวนทุกคนออกไปกินข้าวและสังสรรค์กันเพราะหลังเรียนจบทุกคนก็ต้องแยกย้าย ต่อไปคงนัดเจอกันยากมากระหว่างที่กำลังกินข้าวกันจู่ๆ เพื่อนผู้ชายในห้องที่เป็นสายปาร์ตี้สั่งเหล้ามาสิบสองขวด“เราบรรลุนิติภาวะแล้ว สั่งเหล้ามาดื่มระหว่างกินข้าวเพิ่มสีสัน คงไม่เป็นไรใช่ไหม”เผยจิ่งเซินที่นั่งอยู่ข้างผมตาเป็นประกายทันที“จิ้งซี เราลองดื่มสักหน่อยดีกว่า! เราบรรลุนิติภาวะแล้ว ยังไงก็ต้องหัดดื่มไว้”เสิ่นจืออี้หัวเราะพรืด เอาตะเกียบกดมือที่กำลัง
Read more
บทที่ 3
ทันใดนั้นทุกคนเงียบกริบหัวหน้าห้องเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง“เสิ่นจืออี้ อย่าบอกนะว่านอกจากสวีจิ้งซี เธอยังเคยจูบผู้ชายคนอื่นด้วย”“ไม่เคย!”เสิ่นจืออี้หน้าแดงเถือก เธอปฏิเสธทันที“ผู้ชายคนล่าสุดที่ฉันจูบก็ต้องเป็นสวีจิ้งซีอยู่แล้ว!”“พอดีว่าฉันขี้อาย ก็เลยไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัวต่อหน้าทุกคน”ผมรู้สึกผิดหวังเหลือเกินเสิ่นจืออี้โกหกอีกแล้วเราไม่เคยจูบกันด้วยซ้ำหลังจากเรื่องนี้ผ่านไป จิตใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยในหัวคิดถึงแต่เรื่องราวในอดีตเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในอดีตที่ผมจงใจมองข้าม ตอนนี้มันกลับชัดเจนเหลือเกินยกตัวอย่างเช่น เผยจิ่งเซินชอบเล่นบาสใต้โต๊ะเรียนของเสิ่นจืออี้จะมีพลาสเตอร์บรรเทาปวด ยาลดบวม และยาแก้ฟกช้ำเตรียมไว้ตลอดผมมีปมในใจกับกีฬาประเภทฟุตบอล บาสเกตบอล จึงไม่เคยเหยียบเข้าไปในสนามบอลหรือสนามบาสเลยบนโต๊ะเรียนของผมกับเผยจิ่งเซินมีแก้วเก็บอุณหภูมิสองใบที่เหมือนกันเป๊ะน้ำในแก้วของผมเป็นน้ำจากตู้กดน้ำในโรงเรียน ส่วนของเผยจิ่งเซินเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่รวมถึงเรื่องอาหารเช้า เธอจะเอาอาหารเช้ามาสองชุดทุกวันของผมเป็นอาหารเช้าหน้าตาจืดชืด ส่วนหน้าตาอาหารข
Read more
บทที่ 4
เรานัดกันไว้นานแล้วว่าจะไปเที่ยวหลังเรียนจบเสิ่นจืออี้ชูคู่มือท่องเที่ยวในมือแล้วแกว่งไปมาเบาๆ“ฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้นายหนักใจแม้แต่นิดเดียว”ตอนแรกผมกะว่าจะคุยกับเธอหลังเที่ยวเสร็จ ถือว่าเป็นตอนจบของเราสองคนแต่เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ ผมเห็นเผยจิ่งเซินหิ้วกระเป๋าเดินทางมาด้วย“ฉันขอร่วมทริปเที่ยวด้วยนะ จิ้งซี นายไม่ถือสาใช่ไหม”ผมไม่ได้พูดอะไรเสิ่นจืออี้เหลือบมองสีหน้าของผม แอบแซะแบบติดตลกว่า“นายนี่ตีเนียนเก่งนะ ฉันกับจิ้งซีไม่ต้อนรับก้างขวางคออย่างนาย”“อีกอย่างฉันไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟให้นายด้วย”ถึงปากเธอจะพูดแบบนี้แต่พอเข้ามาในสถานีรถไฟความเร็วสูงคนที่สแกนบัตรประชาชนไม่ผ่าน ไม่สามารถเข้าไปข้างในดันเป็นผมซะอย่างนั้นเผยจิ่งเซินถลึงตาใส่เสิ่นจืออี้“อะไรของเธอเนี่ย? เธอลืมซื้อตั๋วให้จิ้งซีได้ยังไง!”เสิ่นจืออี้ช็อกเหมือนกัน“ฉันนึกว่าจิ้งซีซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว”“นึกว่าๆ อะไรของเธอ อีกสิบห้านาทีรถไฟก็จะมาแล้ว!”ดูเหมือนเผยจิ่งเซินกำลังต่อว่าเธอ แต่ดันเหมือนคู่รักงอนกันมากกว่า“เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ให้ ใจเย็นๆ นะจิ้งซี”เสิ่นจืออี้รีบเอามือถือออกมาเปิดดูตั๋วตั๋วรถไฟถู
Read more
บทที่ 5
“อะไรนะ?”เสิ่นจืออี้ตกใจจนเซไปด้านหลังเล็กน้อย“เป็นไปไม่ได้!”ผมแค่นหัวเราะ “อะไรทำให้เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้?”ตั้งแต่เข้าม.4 ผมก็ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนมาตลอดขนาดอาจารย์ยังบอกว่าขอแค่ผมทำตามมาตรฐานของตัวเอง ผมต้องเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้แน่นอน“หรือเธอผิดหวังที่เผยจิ่งเซินไม่ได้คะแนนสูงสุดของเมือง”เสิ่นจืออี้หน้าซีดเผือด รีบส่ายหน้าไปมา“จิ้งซี ไม่ใช่อย่างนั้น”“ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะคิดยังไง”“หลีกไป ฉันจะลงไปทิ้งขยะ”ผมสะบัดมือเธอออก แล้วก็เดินลงไปข้างล่างเสิ่นจืออี้น่าจะรีบกลับไปเช็กคะแนนเธอจึงไม่เซ้าซี้ผมอีกตอนกลางคืน กลุ่มแชตห้องเรียนคึกคักมาก เพื่อนๆ พิมพ์คุยกันไม่หยุด“สวีจิ้งซี ฉันเห็นนายในข่าวด้วย!”“ได้คะแนนสูงสุดของเมือง ยินดีด้วยนะ!”“ฉันเคยเป็นเพื่อนม.ปลายของคนที่สอบได้คะแนนสูงสุดนะโว้ย ไปพูดกับใครก็ภูมิใจสุดๆ!”เพื่อนหลายคนส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผมมีแค่เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินที่ยังเงียบกริบ ไม่พิมพ์อะไรมาเลยหัวหน้าห้องสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วตอนเสิ่นจืออี้โพสต์รูปที่เธอไปเที่ยวกับเผยจิ่งเซินลงโซเชียลหัวหน้าห้องส่งข้อความส่วนตัวมาถามผมเ
Read more
บทที่ 6
ได้ยินว่าเสิ่นจืออี้ไปเช็กข้อสอบที่ศูนย์สอบอีกรอบยืนยันว่าคะแนนไม่ผิดพลาด ไม่ได้โดนคนสลับข้อสอบด้วยเสิ่นจืออี้เตรียมสอบใหม่ปีหน้า เธอไม่ได้เลือกมหาวิทยาลัยอื่นด้วยซ้ำผมอยากทักทายป้าเสิ่นกับลุงเสิ่น แต่ก็กลัวพวกเขาคิดว่าผมจงใจโอ้อวดผมรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิมตอนเดินผ่านเสิ่นจืออี้จู่ๆ เธอยื่นมือมาคว้าข้อมือผม“สวีจิ้งซี ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนาย”ผมไม่ได้ปฏิเสธเธอ เพราะมีผู้ใหญ่สองครอบครัวอยู่ตรงนี้ด้วยเธอจูงมือผมมาใต้ต้นไทรที่อยู่ด้านล่างคอนโดพ่อแม่ผมยืนอยู่ไม่ไกล พวกเขาโบกมือให้ผม“จิ้งซี พ่อกับแม่รออยู่ตรงนี้นะ”เสิ่นจืออี้มองผมด้วยสีหน้าหลากหลายอารมณ์“เผยจิ่งเซินได้คะแนนสอบแค่ 27 คะแนน”“เหรอ คะแนนของพวกเธอสองคนดูเหมาะกันมากเลยนะ”“พวกเธอรอสอบใหม่ปีหน้า หรือไม่ก็สอบเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษา พอเรียนจบก็แต่งงานมีลูก คบกันตั้งแต่สมัยเรียนจนแต่งงานกัน เป็นความรักที่มั่นคงและยืนยาวมากเลยนะเนี่ย”“สวีจิ้งซี! ทำไมนายต้องโกรธฉันขนาดนี้ด้วย?”เสิ่นจืออี้พูดเสียงดังจนพ่อแม่ผมหันมามองเธอพยายามสงบสติอารมณ์ ข่มความโกรธภายในใจ“นายรู้นานแล้วใช่ไหมว
Read more
บทที่ 7
เมื่อพ่อกับแม่ได้ยินเสียง พวกเขารีบเดินเข้ามาหาผม แล้วพาผมออกไปทันที“แม่ หลังจากนี้ไม่ต้องไปมาหาสู่กับครอบครัวเสิ่นจืออี้อีก”“เราจริงใจกับพวกเขามาก แต่ไม่รู้พวกเขาจะแว้งกัดเราตอนไหน”“แล้วก็เผยจิ่งเซินอดีตเพื่อนสนิทของผม ต่อไปถ้าแม่เห็นเขามาบ้านเรา เอาไม้กวาดไล่เขาไปเลย”แม่ผมรู้ว่าเรามีปัญหากันแม่ผมแจกการ์ดงานเลี้ยงฉลองที่ผมสอบติดมหาวิทยาลัยให้ทุกคน แม้แต่ลุงยามที่คอนโดก็ยังได้การ์ดเชิญแต่ไม่ได้เชิญเสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานรู้เรื่องที่เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินได้คะแนนสอบแค่ 27 คะแนนจึงไม่พูดถึงพวกเขาสองคนต่อหน้าผมเมื่อผมส่งแขกหลังจบงานเสร็จเรียบร้อยคนที่ควรอ่านหนังสือทบทวนเพื่อเตรียมสอบใหม่ปีหน้าอย่างเสิ่นจืออี้ดันโผล่มาในอ้อมแขนของเธอคือช่อดอกกุหลาบสีฟ้าอ่อนที่เรียกว่า Ice Blue Roseก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมเล่นมือถือแล้วบังเอิญเห็นกุหลาบสีนี้ผมรู้สึกว่าสีมันแปลกดี จึงเอาไปให้เสิ่นจืออี้ดูด้วยความตื่นเต้นเธอสัญญากับผมว่า“รอเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้ ฉันจะเอาช่อดอกกุหลาบสีนี้มาให้นายในงานเลี้ยงฉลองเป็นคนแรก”ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหั
Read more
บทที่ 8
“จิ้งซี เพื่อนนายมาหาน่ะ”มหาวิทยาลัยชิงหัวเปิดเทอมช้าที่สุด นอกจากพวกเพื่อนๆ ไม่กี่คนที่ไปเข้าคอร์สติวเพื่อสอบใหม่ปีหน้าเพื่อนในห้องส่วนใหญ่ทยอยไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยกันหมดแล้วในตอนนี้จะมีใครมาหาผมอีกผมเปิดประตูด้วยความสงสัยสายตาของผมปะทะเข้ากับใบหน้าของเผยจิ่งเซินพอดีเขายื่นมือมาจับแขนเสื้อผม แล้วก็คุกเข่าตรงหน้าผม“จิ้งซี ช่วยฉันด้วย ขอร้องล่ะ!”“ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ พ่อแม่ไม่ให้ฉันเข้าคอร์สติวสอบแล้ว”“ฉันขอยืมเงินนายหน่อยได้ไหม นายรู้ดีว่าผลการเรียนของฉันเป็นยังไง!”“ถ้าให้ฉันสอบอีกรอบ ฉันต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน”ดูเหมือนเขายังไม่รู้ว่าปากกาที่ตัวเองใช้เป็นปากกาหมึกล่องหน เลยคิดว่าตัวเองสอบไม่ผ่านเพราะทำได้ไม่ดีพอผมถอยหลังเล็กน้อย สีหน้าเฉยเมย“ฉันยังเป็นนักเรียนอยู่ ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น ช่วยอะไรนายไม่ได้หรอก”“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ นายควรกลับไปปรึกษาพ่อแม่นายนะ”ป้าหลิวรีบพยักหน้าเธอหวังดีก็เลยพาเขาขึ้นมาข้างบนคิดไม่ถึงว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ผมขนาดนี้“ตอนนี้มีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเยอะแยะ นายไปกู้สิ ถ้าไม่ได้จริงๆ นายขอทุน
Read more
บทที่ 9
ตอนปิดเทอมปีหนึ่ง ผมได้เจอเสิ่นจืออี้อีกครั้งผมถือแตงโมเดินขึ้นคอนโด เธอเดินลงมาทิ้งขยะพอดีตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอน่าจะติวอย่างหนักหน่วงทำให้เธอดูโทรมไม่น้อย แต่ดวงตากลับเป็นประกายจนผมอึ้งไปเลย“จิ้งซี......”ผมขมวดคิ้วแล้วพูดแทรกขึ้นมา“อย่าเรียกชื่อฉันเฉยๆ สิ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น เดี๋ยวคนอื่นได้ยินแล้วจะเข้าใจผิด”เธอเม้มปากแล้วพูดอีกรอบ“สวีจิ้งซี”“อาจารย์บอกว่าฉันมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยชิงหัวสูงมาก วันที่ไปรายงานตัว นายมารับฉันที่หน้ามหาวิทยาลัยได้ไหม?”“เพราะที่มหาวิทยาลัย ฉันรู้จักนายแค่คนเดียว”“อีกอย่าง ฉันอยากถ่ายรูปคู่กับนายเป็นครั้งสุดท้าย”ผมชะงักเล็กน้อยผมสนิทกับเธอตั้งแต่เด็ก แถมเธอยังอยู่คอนโดเดียวกับผมด้วยผมกับเสิ่นจืออี้ถ่ายรูปคู่กันทุกปีรูปทั้ง 17 ใบที่เคยถ่ายด้วยกันก่อนหน้านี้ เราถ่ายที่ใต้ต้นไทรด้านล่างคอนโดส่วนรูปใบที่ 18 เรานัดกันว่าจะถ่ายหน้ามหาวิทยาลัยชิงหัวแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายผมเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธออย่างจริงจัง“เวลาของฉันมีค่ามาก ไม่อยากเสียเวลาไปรับเธอหน้ามหาวิทยาลัย แล้วก็ไม่อยากถ่ายรูปคู่กับเธอด้วย”“ถ้าเธอสอบเข้ามหาวิ
Read more
บทที่ 10
ความโชคดีคือเสิ่นจืออี้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ความโชคร้ายคือในปีนั้นมหาวิทยาลัยชิงหัวมีการปรับเกณฑ์คะแนนให้สูงขึ้นสุดท้ายเธอพลาดโอกาสเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหัวไปเพียงสองคะแนนเธอตัดสินใจเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อยู่ทางภาคใต้ตอนปีสามผมพาแฟนกลับมาที่บ้าน เสิ่นจืออี้กำลังย้ายบ้านตอนสายตาเธอเลื่อนลงมาเห็นมือของผมกับเหลียงเยี่ยนที่กุมประสานกันไว้ เธอดูอึ้งเล็กน้อยเธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แฟนนายเหรอ?”ผมพยักหน้า ไม่อยากสนทนากับเธอมากนักผมพาแฟนเดินดูรูปบนกำแพงในห้องนอน มันเป็นรูปตั้งแต่เด็กจนโตของผมเองจู่ๆ เธอเห็นตะกร้าใบเล็กๆ ห้อยอยู่นอกหน้าต่าง“ปกติพวกนายคุยกันด้วยวิธีนี้เหรอ? น่าสนใจดีนะ”ผมเดินไปเปิดหน้าต่าง เพิ่งเห็นว่ามีรูปถ่าย 17 ใบอยู่ในตะกร้าเราอัดรูปเก็บไว้คนละชุด แต่ผมตัดมันทิ้งไปหมดแล้วรูปพวกนี้เป็นของเสิ่นจืออี้หลังจากผมเลิกกับเสิ่นจืออี้ตะกร้าใบนี้ก็ไม่ถูกหย่อนลงมาอีกเลยแต่จู่ๆ มันก็ถูกหย่อนลงมาในวันนี้ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าเสิ่นจืออี้จงใจทำแบบนี้“เด็กผู้หญิงในรูป คือผู้หญิงที่เราบังเอิญเจอตรงทางเดินวันนี้ใช่ไหม”“พวกนายรู้จักกัน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status