Share

บทที่ 3

Author: บัวลอยเศรษฐี
ทันใดนั้นทุกคนเงียบกริบ

หัวหน้าห้องเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง

“เสิ่นจืออี้ อย่าบอกนะว่านอกจากสวีจิ้งซี เธอยังเคยจูบผู้ชายคนอื่นด้วย”

“ไม่เคย!”

เสิ่นจืออี้หน้าแดงเถือก เธอปฏิเสธทันที

“ผู้ชายคนล่าสุดที่ฉันจูบก็ต้องเป็นสวีจิ้งซีอยู่แล้ว!”

“พอดีว่าฉันขี้อาย ก็เลยไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัวต่อหน้าทุกคน”

ผมรู้สึกผิดหวังเหลือเกิน

เสิ่นจืออี้โกหกอีกแล้ว

เราไม่เคยจูบกันด้วยซ้ำ

หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป จิตใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย

ในหัวคิดถึงแต่เรื่องราวในอดีต

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในอดีตที่ผมจงใจมองข้าม ตอนนี้มันกลับชัดเจนเหลือเกิน

ยกตัวอย่างเช่น เผยจิ่งเซินชอบเล่นบาส

ใต้โต๊ะเรียนของเสิ่นจืออี้จะมีพลาสเตอร์บรรเทาปวด ยาลดบวม และยาแก้ฟกช้ำเตรียมไว้ตลอด

ผมมีปมในใจกับกีฬาประเภทฟุตบอล บาสเกตบอล จึงไม่เคยเหยียบเข้าไปในสนามบอลหรือสนามบาสเลย

บนโต๊ะเรียนของผมกับเผยจิ่งเซินมีแก้วเก็บอุณหภูมิสองใบที่เหมือนกันเป๊ะ

น้ำในแก้วของผมเป็นน้ำจากตู้กดน้ำในโรงเรียน ส่วนของเผยจิ่งเซินเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่

รวมถึงเรื่องอาหารเช้า เธอจะเอาอาหารเช้ามาสองชุดทุกวัน

ของผมเป็นอาหารเช้าหน้าตาจืดชืด ส่วนหน้าตาอาหารของเผยจิ่งเซินไม่ซ้ำกันสักวัน

เมื่อก่อนผมไม่ได้สนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้

แถมยังโม้ว่าเสิ่นจืออี้ดีกับผมมาก

ดูแลแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของผมที่เธอไม่ชอบขี้หน้า

แต่เหมือนหัวใจของเสิ่นจืออี้เริ่มไปอยู่กับคนอื่น โดยที่ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

“จิ้งซี สีหน้านายดูไม่ดีเลย ไม่สบายหรือเปล่า?”

เสิ่นจืออี้ยื่นมือมาแตะหน้าผากผม

ผมรีบลุกขึ้นยืน เลี่ยงสัมผัสจากเธอ

“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ผมบังเอิญเจอเพื่อนผู้ชายคนที่ถามเสิ่นจืออี้เมื่อกี้นี้

“เมื่อกี้เสิ่นจืออี้โกหก”

“เมื่อวานฉันเห็นเธอกับเผยจิ่งเซินแอบจูบกันที่สนาม”

เขาก็เลยตั้งใจถามคำถามที่ทุกคนรู้คำตอบกันดีอยู่แล้วสินะ

แต่เขาไม่ได้บอกความจริงต่อหน้าทุกคน เพราะไม่อยากให้ผมเสียหน้า

แถมยังตั้งใจรอให้ผมออกมา เพราะกลัวผมโดนเธอหลอก

ผมชะงักปลายเท้า พูดขอบคุณด้วยเสียงแผ่วเบา

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ผมไม่ได้กลับเข้าไปในห้องอาหาร

ผมส่งข้อความบอกหัวหน้าห้องว่าขอตัวกลับก่อน แล้วก็เรียกแท็กซี่กลับบ้าน

ระหว่างนั้นเสิ่นจืออี้ส่งข้อความหาผมเยอะมาก

แต่ผมไม่ได้ตอบกลับสักข้อความ

เวลาห้าทุ่ม จู่ๆ มีเสียงดังขึ้นที่หน้าต่างในห้องนอน

เมื่อผมเปิดหน้าต่างดู

ตะกร้าใบเล็กๆ ที่มีถุงวางอยู่ข้างในถูกหย่อนลงมาจากข้างบน

ห้องของเสิ่นจืออี้อยู่ด้านบนห้องของผม

เราใช้วิธีนี้แอบพ่อแม่ส่งของหากันตั้งแต่เด็กๆ

ตอนประถมเวลาโดนครูทำโทษให้คัดลายมือ ผมจะแอบส่งขึ้นไปให้เสิ่นจืออี้

เช้าวันต่อมา การบ้านคัดลายมืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยก็จะอยู่ในตะกร้า

ตอนเด็กๆ ช่วงที่ฟันน้ำนมเริ่มหลุด พ่อแม่ไม่ให้ผมกินลูกอม

ผมก็จะใช้วิธีนี้ แอบส่งลูกอมขึ้นไปให้เสิ่นจืออี้ช่วยเก็บไว้ โดยที่พ่อกับแม่ไม่รู้เลย

นี่คือความลับที่เรารู้กันแค่สองคน

ผมหยิบกระดาษโน้ตในตะกร้าขึ้นมาดู

[วันนี้ฉันเห็นนายไม่ค่อยได้กินอะไร ถึงนายจะโกรธฉัน แต่ยังไงก็ต้องกินให้อิ่มก่อนเข้านอนนะ]

ท้ายข้อความมีรูปหน้ายิ้มด้วย

ผมเปิดถุงกระดาษ ในถุงมีไก่อบหนึ่งตัว

ยังร้อนๆ อยู่เลย

เป็นร้านที่ผมเจอในโซเชียลแล้วแท็กเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน

ตอนแรกเรานัดกันแล้วว่าจะไปกินด้วยกันหลังสอบเสร็จ

ผมนิ่งอยู่นาน เอามือลูบท้องแบนราบ สุดท้ายผมก็กินมันเข้าไป

เห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก

ผมจะหาโอกาสคุยกับเธออย่างตรงไปตรงมา

แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน

เสิ่นจืออี้หิ้วกระเป๋าเดินทางมาที่บ้านผม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 10

    ความโชคดีคือเสิ่นจืออี้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ความโชคร้ายคือในปีนั้นมหาวิทยาลัยชิงหัวมีการปรับเกณฑ์คะแนนให้สูงขึ้นสุดท้ายเธอพลาดโอกาสเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหัวไปเพียงสองคะแนนเธอตัดสินใจเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อยู่ทางภาคใต้ตอนปีสามผมพาแฟนกลับมาที่บ้าน เสิ่นจืออี้กำลังย้ายบ้านตอนสายตาเธอเลื่อนลงมาเห็นมือของผมกับเหลียงเยี่ยนที่กุมประสานกันไว้ เธอดูอึ้งเล็กน้อยเธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แฟนนายเหรอ?”ผมพยักหน้า ไม่อยากสนทนากับเธอมากนักผมพาแฟนเดินดูรูปบนกำแพงในห้องนอน มันเป็นรูปตั้งแต่เด็กจนโตของผมเองจู่ๆ เธอเห็นตะกร้าใบเล็กๆ ห้อยอยู่นอกหน้าต่าง“ปกติพวกนายคุยกันด้วยวิธีนี้เหรอ? น่าสนใจดีนะ”ผมเดินไปเปิดหน้าต่าง เพิ่งเห็นว่ามีรูปถ่าย 17 ใบอยู่ในตะกร้าเราอัดรูปเก็บไว้คนละชุด แต่ผมตัดมันทิ้งไปหมดแล้วรูปพวกนี้เป็นของเสิ่นจืออี้หลังจากผมเลิกกับเสิ่นจืออี้ตะกร้าใบนี้ก็ไม่ถูกหย่อนลงมาอีกเลยแต่จู่ๆ มันก็ถูกหย่อนลงมาในวันนี้ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าเสิ่นจืออี้จงใจทำแบบนี้“เด็กผู้หญิงในรูป คือผู้หญิงที่เราบังเอิญเจอตรงทางเดินวันนี้ใช่ไหม”“พวกนายรู้จักกัน

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 9

    ตอนปิดเทอมปีหนึ่ง ผมได้เจอเสิ่นจืออี้อีกครั้งผมถือแตงโมเดินขึ้นคอนโด เธอเดินลงมาทิ้งขยะพอดีตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอน่าจะติวอย่างหนักหน่วงทำให้เธอดูโทรมไม่น้อย แต่ดวงตากลับเป็นประกายจนผมอึ้งไปเลย“จิ้งซี......”ผมขมวดคิ้วแล้วพูดแทรกขึ้นมา“อย่าเรียกชื่อฉันเฉยๆ สิ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น เดี๋ยวคนอื่นได้ยินแล้วจะเข้าใจผิด”เธอเม้มปากแล้วพูดอีกรอบ“สวีจิ้งซี”“อาจารย์บอกว่าฉันมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยชิงหัวสูงมาก วันที่ไปรายงานตัว นายมารับฉันที่หน้ามหาวิทยาลัยได้ไหม?”“เพราะที่มหาวิทยาลัย ฉันรู้จักนายแค่คนเดียว”“อีกอย่าง ฉันอยากถ่ายรูปคู่กับนายเป็นครั้งสุดท้าย”ผมชะงักเล็กน้อยผมสนิทกับเธอตั้งแต่เด็ก แถมเธอยังอยู่คอนโดเดียวกับผมด้วยผมกับเสิ่นจืออี้ถ่ายรูปคู่กันทุกปีรูปทั้ง 17 ใบที่เคยถ่ายด้วยกันก่อนหน้านี้ เราถ่ายที่ใต้ต้นไทรด้านล่างคอนโดส่วนรูปใบที่ 18 เรานัดกันว่าจะถ่ายหน้ามหาวิทยาลัยชิงหัวแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายผมเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธออย่างจริงจัง“เวลาของฉันมีค่ามาก ไม่อยากเสียเวลาไปรับเธอหน้ามหาวิทยาลัย แล้วก็ไม่อยากถ่ายรูปคู่กับเธอด้วย”“ถ้าเธอสอบเข้ามหาวิ

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 8

    “จิ้งซี เพื่อนนายมาหาน่ะ”มหาวิทยาลัยชิงหัวเปิดเทอมช้าที่สุด นอกจากพวกเพื่อนๆ ไม่กี่คนที่ไปเข้าคอร์สติวเพื่อสอบใหม่ปีหน้าเพื่อนในห้องส่วนใหญ่ทยอยไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยกันหมดแล้วในตอนนี้จะมีใครมาหาผมอีกผมเปิดประตูด้วยความสงสัยสายตาของผมปะทะเข้ากับใบหน้าของเผยจิ่งเซินพอดีเขายื่นมือมาจับแขนเสื้อผม แล้วก็คุกเข่าตรงหน้าผม“จิ้งซี ช่วยฉันด้วย ขอร้องล่ะ!”“ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ พ่อแม่ไม่ให้ฉันเข้าคอร์สติวสอบแล้ว”“ฉันขอยืมเงินนายหน่อยได้ไหม นายรู้ดีว่าผลการเรียนของฉันเป็นยังไง!”“ถ้าให้ฉันสอบอีกรอบ ฉันต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน”ดูเหมือนเขายังไม่รู้ว่าปากกาที่ตัวเองใช้เป็นปากกาหมึกล่องหน เลยคิดว่าตัวเองสอบไม่ผ่านเพราะทำได้ไม่ดีพอผมถอยหลังเล็กน้อย สีหน้าเฉยเมย“ฉันยังเป็นนักเรียนอยู่ ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น ช่วยอะไรนายไม่ได้หรอก”“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ นายควรกลับไปปรึกษาพ่อแม่นายนะ”ป้าหลิวรีบพยักหน้าเธอหวังดีก็เลยพาเขาขึ้นมาข้างบนคิดไม่ถึงว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ผมขนาดนี้“ตอนนี้มีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเยอะแยะ นายไปกู้สิ ถ้าไม่ได้จริงๆ นายขอทุน

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 7

    เมื่อพ่อกับแม่ได้ยินเสียง พวกเขารีบเดินเข้ามาหาผม แล้วพาผมออกไปทันที“แม่ หลังจากนี้ไม่ต้องไปมาหาสู่กับครอบครัวเสิ่นจืออี้อีก”“เราจริงใจกับพวกเขามาก แต่ไม่รู้พวกเขาจะแว้งกัดเราตอนไหน”“แล้วก็เผยจิ่งเซินอดีตเพื่อนสนิทของผม ต่อไปถ้าแม่เห็นเขามาบ้านเรา เอาไม้กวาดไล่เขาไปเลย”แม่ผมรู้ว่าเรามีปัญหากันแม่ผมแจกการ์ดงานเลี้ยงฉลองที่ผมสอบติดมหาวิทยาลัยให้ทุกคน แม้แต่ลุงยามที่คอนโดก็ยังได้การ์ดเชิญแต่ไม่ได้เชิญเสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานรู้เรื่องที่เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินได้คะแนนสอบแค่ 27 คะแนนจึงไม่พูดถึงพวกเขาสองคนต่อหน้าผมเมื่อผมส่งแขกหลังจบงานเสร็จเรียบร้อยคนที่ควรอ่านหนังสือทบทวนเพื่อเตรียมสอบใหม่ปีหน้าอย่างเสิ่นจืออี้ดันโผล่มาในอ้อมแขนของเธอคือช่อดอกกุหลาบสีฟ้าอ่อนที่เรียกว่า Ice Blue Roseก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมเล่นมือถือแล้วบังเอิญเห็นกุหลาบสีนี้ผมรู้สึกว่าสีมันแปลกดี จึงเอาไปให้เสิ่นจืออี้ดูด้วยความตื่นเต้นเธอสัญญากับผมว่า“รอเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้ ฉันจะเอาช่อดอกกุหลาบสีนี้มาให้นายในงานเลี้ยงฉลองเป็นคนแรก”ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหั

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 6

    ได้ยินว่าเสิ่นจืออี้ไปเช็กข้อสอบที่ศูนย์สอบอีกรอบยืนยันว่าคะแนนไม่ผิดพลาด ไม่ได้โดนคนสลับข้อสอบด้วยเสิ่นจืออี้เตรียมสอบใหม่ปีหน้า เธอไม่ได้เลือกมหาวิทยาลัยอื่นด้วยซ้ำผมอยากทักทายป้าเสิ่นกับลุงเสิ่น แต่ก็กลัวพวกเขาคิดว่าผมจงใจโอ้อวดผมรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิมตอนเดินผ่านเสิ่นจืออี้จู่ๆ เธอยื่นมือมาคว้าข้อมือผม“สวีจิ้งซี ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนาย”ผมไม่ได้ปฏิเสธเธอ เพราะมีผู้ใหญ่สองครอบครัวอยู่ตรงนี้ด้วยเธอจูงมือผมมาใต้ต้นไทรที่อยู่ด้านล่างคอนโดพ่อแม่ผมยืนอยู่ไม่ไกล พวกเขาโบกมือให้ผม“จิ้งซี พ่อกับแม่รออยู่ตรงนี้นะ”เสิ่นจืออี้มองผมด้วยสีหน้าหลากหลายอารมณ์“เผยจิ่งเซินได้คะแนนสอบแค่ 27 คะแนน”“เหรอ คะแนนของพวกเธอสองคนดูเหมาะกันมากเลยนะ”“พวกเธอรอสอบใหม่ปีหน้า หรือไม่ก็สอบเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษา พอเรียนจบก็แต่งงานมีลูก คบกันตั้งแต่สมัยเรียนจนแต่งงานกัน เป็นความรักที่มั่นคงและยืนยาวมากเลยนะเนี่ย”“สวีจิ้งซี! ทำไมนายต้องโกรธฉันขนาดนี้ด้วย?”เสิ่นจืออี้พูดเสียงดังจนพ่อแม่ผมหันมามองเธอพยายามสงบสติอารมณ์ ข่มความโกรธภายในใจ“นายรู้นานแล้วใช่ไหมว

  • เถ้ารักที่มอดดับ   บทที่ 5

    “อะไรนะ?”เสิ่นจืออี้ตกใจจนเซไปด้านหลังเล็กน้อย“เป็นไปไม่ได้!”ผมแค่นหัวเราะ “อะไรทำให้เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้?”ตั้งแต่เข้าม.4 ผมก็ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนมาตลอดขนาดอาจารย์ยังบอกว่าขอแค่ผมทำตามมาตรฐานของตัวเอง ผมต้องเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้แน่นอน“หรือเธอผิดหวังที่เผยจิ่งเซินไม่ได้คะแนนสูงสุดของเมือง”เสิ่นจืออี้หน้าซีดเผือด รีบส่ายหน้าไปมา“จิ้งซี ไม่ใช่อย่างนั้น”“ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะคิดยังไง”“หลีกไป ฉันจะลงไปทิ้งขยะ”ผมสะบัดมือเธอออก แล้วก็เดินลงไปข้างล่างเสิ่นจืออี้น่าจะรีบกลับไปเช็กคะแนนเธอจึงไม่เซ้าซี้ผมอีกตอนกลางคืน กลุ่มแชตห้องเรียนคึกคักมาก เพื่อนๆ พิมพ์คุยกันไม่หยุด“สวีจิ้งซี ฉันเห็นนายในข่าวด้วย!”“ได้คะแนนสูงสุดของเมือง ยินดีด้วยนะ!”“ฉันเคยเป็นเพื่อนม.ปลายของคนที่สอบได้คะแนนสูงสุดนะโว้ย ไปพูดกับใครก็ภูมิใจสุดๆ!”เพื่อนหลายคนส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผมมีแค่เสิ่นจืออี้กับเผยจิ่งเซินที่ยังเงียบกริบ ไม่พิมพ์อะไรมาเลยหัวหน้าห้องสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วตอนเสิ่นจืออี้โพสต์รูปที่เธอไปเที่ยวกับเผยจิ่งเซินลงโซเชียลหัวหน้าห้องส่งข้อความส่วนตัวมาถามผมเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status