LOGIN3
แขกคนสำคัญ
วันนี้คนก็ยังคงมาที่หอสดับธาราเยอะเช่นเคย...
ถังเหวยซือลงจากม้าแล้วฝากไว้ที่คนงานด้านหน้า ก่อนจะเดินตามผู้ดูแลเข้ามายังส่วนในของหอสดับธารา ที่นี่คือเหลาอาหารที่มีอาหารเลิศรสและสุราเลื่องชื่อมากมาย อีกทั้งยังเป็นเหลาอาหารที่มีชื่อเสียงติดหนึ่งในห้าของแคว้นเมิ่ง
ตามประวัติของที่นี่ได้กล่าวกันว่า ว่านซีเมิ่ง ผู้ที่ก่อตั้งที่นี่คืออดีต
ขุนนาง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าโรงครัวหลวง อาหารที่เขาทำล้วนแล้วแต่เป็นที่ถูกใจของเหล่าเชื้อพระวงศ์ จนได้รับบำเหน็จรางวัลมากมาย เมื่อครั้งยังรับราชการอยู่ทว่าเมื่อถึงช่วงวัยที่อายุมากขึ้น ว่านซีเมิ่งก็ขอลาออกจากราชการ นำเงินที่เก็บออมมานานมาสร้างหอสดับธาราแห่งนี้ เพื่อยึดเป็นอาชีพในช่วงบั้นปลายของตน โดยทายาทของเขาในรุ่นต่อมาก็เลือกที่จะสืบทอดกิจการนี้แทนการเข้าวังไปรับราชการ จวบจนตอนนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่สามแล้ว โดยคนที่เป็นเจ้าของที่นี่อยู่ในเวลานี้ก็คือว่านซีหยวนนั่นเอง
ว่านซีหยวนกำลังต้อนรับลูกค้าอยู่ที่โถงหน้าของหอสดับธาราอย่างขะมักเขม้น เนื่องจากช่วงนี้มีลูกค้ามาที่ร้านของเขาเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่าเขาจะขยายพื้นที่ในแถบนี้ให้กว้างออกไปอีกหลายหมู่แต่ก็เหมือนจะยังไม่เพียงพอที่จะรองรับลูกค้าได้อย่างที่ใจต้องการ
ชายหนุ่มมีสีหน้าเบิกบานแจ่มใสขึ้นมาทันที เมื่อคนมาแจ้งเขาว่าคนที่เขาคิดถึงมากที่สุดมาที่ร้าน และแน่นอนว่านซีหยวนทิ้งงานทุกอย่างตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจ เพื่อจะไปต้อนรับแขกพิเศษของเขา
ชายหนุ่มที่แทบจะกระโจนลงจากบันไดสองขั้นในแต่ละก้าวเดินถึงกับยืนนิ่งค้าง เมื่อสายตาของเขาสบเข้ากับร่างหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในครรลองสายตาของตน
ร่างบางเดินข้ามสะพานไม้ที่ทอดมาตามเส้นทางระหว่างฝั่งหนึ่งมายังอาคารทรงแปดเหลี่ยมที่รายล้อมด้วยธารน้ำตก เสียงสายน้ำที่ไหลรินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายยิ่งนัก
บรรยากาศโดยรอบหรือก็เปี่ยมไปด้วยความร่มรื่น เพราะมีแมกไม้จำนวนมากแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา จนมีแดดส่องมาตามเส้นทางที่เดินไปยังตัวอาคารแค่เพียงรำไรเท่านั้น
“วันนี้เจ้ามาเยือนถึงหอสดับธาราได้ วันนี้ร้านข้าจะต้องขายดีกว่าเดิมเป็นแน่” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาทักทายหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง ซึ่งถังเหวยซือก็เพียงแค่ยิ้มรับ ก่อนจะกล่าวเรียบๆ ว่า
“พี่ซีหยวน ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ข้ามิใช่ตัวนำโชคของร้านท่าน
สักหน่อย”“ใช่หรือไม่เป็นข้าตัดสินเอง อีกอย่างสำหรับข้าแล้ว เจ้าสำคัญกว่าตัวนำโชคเสียอีก”
“ท่านช่างขี้เล่นยิ่งนัก วันนี้ลูกค้าที่ร้านคงเยอะน่าดูเลยสินะ ท่านจึงได้อารมณ์ดีอย่างนี้”
ถังเหวยซือเอ่ยกระเซ้า นางกับว่านซีหยวนรู้จักกันมานานแล้ว อีกทั้งเขายังเคยนำของไปฝากขายที่ร้านของนางก็หลายครั้ง อีกทั้งยังมีธุรกิจบางอย่างที่เขากับนางต้องทำร่วมกัน ทำให้ความสนิทสนมของคนทั้งสองมากกว่าคนรู้จักทั่วไป
“ข้าอารมณ์ดีเพราะเจ้ามาต่างหาก”
“หยุดพูดอะไรหวานหู ก่อนที่ข้าจะลอยออกไปจากร้านของท่านเถอะ” หญิงสาวหัวเราะออกมา เหมือนเห็นคำหวานที่อีกฝ่ายพูดเป็นเรื่องตลกมากกว่า
ทางด้านว่านซีหยวนก็ทำได้เพียงแค่ถอนใจเบาๆ ที่สตรีนางนี้ช่างไม่รู้ตัวเลยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาใช้ความพยายามมากมายเพียงใดที่จะเกี้ยวพานาง หากแต่สิ่งที่ได้คืนกลับมาก็เป็นเพียงมิตรไมตรีจากสหายที่มีต่อกันเท่านั้น และถึงจะเป็นอย่างนั้น ว่านซีหยวนก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ เขาเชื่อว่าหากใช้ความจริงใจเข้าแลก สักวันถังเหวยซือก็จะเห็นในความจริงใจของเขาที่มีต่อนาง
“งั้นก็มาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปที่ห้องพิเศษ วันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะ ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องไปนั่งปะปนกับคนอื่น” ว่านซีหยวนกล่าวอย่างเอาใจ สำหรับชายหนุ่มแล้ว ถังเหวยซือคือคนสำคัญ เขาย่อมต้องดูแลนางอย่างดี
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณและทำท่าจะเดินตามไป แต่แล้วในระหว่างที่ทั้งสองเดินขึ้นบันไดไปได้แค่สองขั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะบางอย่างดังมาจากด้านหลัง
ถังเหวยซือหันกลับไปมองเพราะจำได้ว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร แล้วก็จริงดั่งที่นางคิดไว้ ตอนนี้คนที่กำลังมีปัญหาอยู่กับคนของหอสดับธาราก็คือฉีต้าเฉินนั่นเอง
หญิงสาวรีบเดินย้อนลงไปตรงจุดนั้น โดยมีเจ้าของหอสดับธาราอย่างว่านซีหยวนตามมาติดๆ
“เกิดอะไรขึ้นหรือ” ถังเหวยซือเอ่ยถามกับคนงาน
“คุณชายท่านนี้จะตามคุณหนูขึ้นไปขอรับ แต่ข้าห้ามไว้เพราะพื้นที่ตรงนั้นจะต้องมีนายท่านซีหยวนของเราพาขึ้นไปเท่านั้นจึงจะขึ้นไปได้”
“หากคุณชายอยากมากินอาหารและดื่มสุรา ข้าจะให้คนพาไปส่งที่ลานด้านโน้นนะขอรับ ตรงนั้นมีลานการแสดงด้วย รับรองว่าคุณชายจะต้องถูกใจ”
“ขอบคุณนายท่านซีหยวนที่ห่วงใย แต่ข้าไม่ได้มาดูการแสดง หากแต่ติดตามใครบางคนมาต่างหาก”
“ติดตามใครบางคน?” ว่านซีหยวนทวนคำพลางมองตามสายตาของคุณชายคนนั้นไป ซึ่งสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ถังเหวยซือที่กำลังยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ
“ใช่ ข้าตามซือเอ๋อร์มา แต่นางไม่พอใจที่ข้าเดินมาช้าก็เลยรีบเข้ามาก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเข้าไปกระแซะที่ข้างกายของหญิงสาว
“ซือเอ๋อร์คนดี อย่างอนข้าเลยนะ เอาไว้คืนนี้ข้าจะนวดเท้าให้เจ้าเป็นการขอโทษ...ดีหรือไม่”
“คุณชายฉี ท่านจะบ้าหรือ!” นางเผลอตวาดใส่เขาเสียงดัง ก่อนจะลดเสียงลงเมื่อมีคนหลายคนกำลังมองมาทางนางด้วยสายตาเลิ่กลั่กและอยากรู้อยากเห็น
“ท่านหยุดพูดจามั่วซั่วได้แล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะเลอะฟันท่านทิ้งซะ”
“หากไม่อยากให้ข้าพูด เจ้าก็รีบหาของกินอร่อยๆ มาปิดปากข้าสิ ตอนนี้ข้าหิวจนไส้จะขาดแล้วนะ” ฉีต้าเฉินเอนหน้ามากระซิบ ราวกับจงใจที่จะเข้าไปใกล้หญิงสาว
ถังเหวยซือผละหนี แล้วหันไปบอกกับสหายของนางด้วยเสียงนุ่มนวล
“พี่ซีหยวน คุณชายเฉินเป็นสหายของข้า วันนี้เขาติดตามข้ามาด้วย ท่านให้เขาขึ้นไปที่ห้องรับรองของท่านด้วยได้หรือไม่ หากไม่สะดวก ข้าพาเขาไปนั่งที่ลานการแสดงก็ได้”
“ไม่ต้องๆ ในเมื่อมากับเจ้าก็คือว่าเป็นแขกพิเศษเช่นกัน คุณชายฉี ท่านเชิญตามข้ามาได้เลย”
“ขอบคุณนายท่านซีหยวนมากๆ ข้าขอไม่เกรงใจแล้ว”
ชายหนุ่มประสานมือเป็นเชิงคารวะ ก่อนจะเดินตามถังเหวยซือไปด้วยความพอใจ ทว่าชั่วครู่หนึ่งเขากลับมองไปที่ว่านซีหยวนอย่างไม่วางตา พลางคิดไปถึงช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่เขาแอบยืนฟังอยู่ จนได้ยินว่าบุรุษผู้นี้เอ่ยวาจาเกี้ยวพาซือซือของเขาอย่างไรบ้าง
‘หึ! คิดจะเกี้ยวพาซือซือของข้าอย่างนั้นหรือ...รอชาติหน้าเถอะ’
ฉีต้าเฉินคิดในใจอย่างประชดประชัน เรื่องความงามของถังเหวยซือ เขารู้อยู่แล้วว่านางจะต้องเป็นที่สนอกสนใจของชายอื่น แต่ยามได้ยินกับหูเห็นกับตาก็ทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนตกไหน้ำส้ม[1]ก็ไม่ปาน
แขกพิเศษทั้งสองถูกเชิญไปที่ห้องรับรอง ซึ่งอยู่บนชั้นสามของอาคาร พื้นที่ในบริเวณนี้จะแบ่งกั้นเป็นหลายห้องในแต่ละชั้น มีความกว้างขวางและการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งห้องที่ถังเหวยซือกับฉีต้าเฉินได้เข้าไปนั่งเป็นห้องขนาดกว้าง ที่มีการตกแต่งด้วยภาพของลำธารและภูเขา อีกทั้งระเบียงของห้องยังมองไปเห็นทิวทัศน์ของธารน้ำตกที่อยู่ใกล้ๆ ได้พอดี
“บรรยากาศดีจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยท่าทีผ่อนคลาย นานแล้วที่นางไม่ได้ออกมาพักผ่อน วันๆ เอาแต่ทำงานหนักจนละเลยตนเอง วันนี้ได้อู้สักวันและได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเช่นนี้ก็ให้สดชื่นยิ่งนัก และมันจะดีกว่านี้มากถ้านางไม่ได้มากับ...
หญิงสาวหยุดคิดหาความรื่นรมย์ เมื่อสายตาของนางหันมาเห็น
ฉีต้าเฉินนั่งอยู่ตรงหน้า“เดิมทีห้องนี้นายท่านไม่ค่อยเปิดให้ใครเข้ามาใช้เจ้าค่ะ”
สาวใช้ที่ทำหน้าที่ดูแลห้องนี้เอ่ยขึ้นมา แต่เมื่อถูกสายตาของนายท่านปรามไว้ นางก็รีบหยุดคำทันที
“นายท่านซีหยวนคงมีลูกค้าให้ต้องต้อนรับอีกมาก ท่านไปทำอะไรก็ไปเถอะ ส่วนซือซือ ข้าจะช่วยดูแลนางเอง”
คำพูดนี้ว่าไปแล้วไม่ไล่ก็เหมือนไล่ แล้วอย่างนี้ว่านซีหยวนจะกล้าอยู่ต่อตามที่ใจปรารถนาได้อย่างไร ชายหนุ่มทำได้แค่เพียงยิ้มให้ แล้วหันมามองถังเหวยซืออย่างอาวรณ์คราหนึ่ง
“ถ้าเช่นนั้นพวกท่านตามสบาย” ว่านซีหยวนเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอนกายเข้าไปหาหญิงสาวแล้วกระซิบ “เขาไม่ได้ตามรังควานเจ้าใช่หรือไม่”
“เอ่อ...ก็ไม่เชิงหรอก แต่เขาไม่มีพิษภัยใดกับข้า ท่านวางใจเถอะ ข้าจัดการเขาได้แน่นอน”
“ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะออกไปก่อน หากต้องการอะไรก็บอกสาวใช้ หรือให้สาวใช้ไปตามข้าก็ได้นะ”
“เจ้าค่ะ ขอบคุณพี่ซีหยวนยิ่งนัก ข้าไม่เป็นไรหรอก”
หญิงสาวตบลงบนหลังมือของว่านซีหยวนเบาๆ พลางยิ้มให้เป็นเชิงยืนยันว่านางอยู่ได้สบายมาก แต่บุรุษอีกผู้หนึ่งที่มองเห็นภาพนั้นลมแทบจะออกหูไปแล้วด้วยความหึงหวง
คอยดูเถอะ...หากเขาทำให้นางอยู่ในโอวาทได้เมื่อใดจะตีให้ก้นลายเชียว มีอย่างที่ไหนไปแตะเนื้อต้องตัวบุรุษอื่นด้วยสีหน้าระรื่นชื่นบาน
ขนาดนั้น ถ้าคนที่นางมาแตะต้องเป็นเขาล่ะก็...จะไม่ว่าเลยสักคำ[1] หึงหวง
5ลงทัณฑ์ด้วยจุมพิตเมื่อเวลาผ่านไปจนครบหนึ่งชั่วยาม ถังเหวยซือที่บอกว่าตนเองไม่มีทางเมามายก็ถึงกับคอพับคออ่อนฟุบหน้าลงบนโต๊ะหมดสภาพไปเสียแล้ว ในขณะที่ฉีต้าเฉินมีเพียงอาการมึนๆ และใบหน้าที่แดงขึ้นกว่าปกติเท่านั้น“ซือซือของข้า เจ้าเมาแล้ว พอเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงห่วงใย พลางดึงไหสุราออกจากมือของหญิงสาว แต่นางกลับไม่ยินยอมและยื้อยุดเอาไว้“ข้าไม่ได้เมาสักหน่อย เอามาอีก ข้าจะดื่มต่อ”นางควานหาไหสุราอย่างสะเปะสะปะ แต่กลับไม่อาจหาไหสุราพบแม้แต่น้อย เนื่องจากทุกคราวที่นางจะไปจับไหนั้นไว้ได้ ฉีต้าเฉินก็เคลื่อนย้ายหนีมือของนางทุกที“หายไปไหนของมันนะ” หญิงสาวบ่นงุบงิบ พลางปรือตาขึ้นมองหาสิ่งของที่ต้องการ แต่สิ่งที่นางเห็นและมันเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ กลับเป็นใบหน้าของคนผู้หนึ่ง“ต้าเฉิน เมื่อไรจะเลิกตอแยข้าสักที” นางกล่าวออกมาแล้วใช้มือผลักใบหน้าของเขาออกไปด้วยความหงุดหงิด แต่ชายหนุ่มไม่เพียงไม่เกิดโทสะ ซ้ำยังหัวเราะอย่างรื่นรมย์“มาเถอะ ข้าจะพาเจ้ากลับไปพัก เมาแล้วอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์” ชายหนุ่มลุกขึ้นพลางช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม แต่ถังเหวยซือยังคงดื้อรั้นดิ้นหนีอยู่ตลอด จนนางถูกปล่
4.2 ความใส่ใจเพียงเล็กน้อยหลังจากที่สาวใช้จัดจานชาม และอุปกรณ์ในการรับประทานอาหารให้เสร็จแล้ว นางก็ได้รับรายการอาหารจากเซียนเซียนเพื่อเตรียมสั่งอาหาร“รายการอาหารและรายการอาหารพิเศษสำหรับช่วงเดือนนี้เจ้าค่ะ”“เอาของมีชื่อของหอสดับธารามาสักสี่ห้าอย่างแล้วกัน แล้วก็ขอสุราเหยพันลี้สองไหด้วย”“ได้เจ้าค่ะ” เซียนเซียนขานรับแล้วทำท่าจะผละไป แต่ถังเหวยซือกลับรั้งตัวไว้พร้อมกับกล่าวว่า“เดี๋ยวก่อนเซียนเซียน”“เจ้าค่ะคุณหนู”“อาหารที่จะเอามาให้ข้าวันนี้ ขอเป็นอาหารที่ย่อยง่ายๆ จำพวกปลาแล้วกัน ไม่ต้องเอาพวกเนื้อสัตว์อย่างเนื้อวัวหรือเนื้อหมูมาให้ข้านะ”พอได้ยินสิ่งที่นางเอ่ยกับคนรับใช้ ฉีต้าเฉินก็รู้สึกเอะใจบางอย่างขึ้นมา ทางด้านถังเหวยซือเมื่อหันมาเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามจากเขาก็เผลอหลุดปากออกมา“ท่านมีปัญหาเรื่องกินเนื้อสัตว์แล้วย่อยยากไม่ใช่หรือ จะไปกินพวกเนื้อสัตว์มากๆ ได้อย่างไร กินปลาไปเยอะๆ นั่นแหละดีแล้ว อีกอย่างปลาก็จะช่วยให้ท่านสมองดีขึ้นด้วย”ในท้ายประโยคของนางก็ยังไม่วายประชดกัน แต่ฉีต้าเฉินกลับ ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แม้จะถูกนางพูดแบบนั้นใส่ก็ตาม“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะสนใจเรื่
4.1ความใส่ใจเพียงเล็กน้อยดอกกุ้ยที่นอกหน้าต่างห้องกำลังผลิบาน ออกดอกเป็นช่อมองคล้ายทองล้ำค่าที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้แมกไม้ ช่างเป็นธรรมชาติที่งดงามเสียจน ถังเหวยซือมองเพลิน จนลืมสนใจบุรุษที่แอบติดตามนางมาไปเสียสิ้นทว่าคนอย่างฉีต้าเฉินไม่ต้องการถูกละเลย ชายหนุ่มจึงขยับกายเข้าไปหา พลางยื่นหน้าของเขาแทรกเข้าไปตรงบริเวณที่นางกำลังมองอยู่ ทำให้ใบหน้าของเขาถูกแทนที่ภาพธรรมชาติอันงดงาม ทำให้หญิงสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ พลางยกมือตบหน้าของอีกฝ่ายเข้าไปเต็มแรงเพี้ยะ!เสียงตบที่ดังกังวาน ทำให้ถังเหวยซือสะดุ้ง เพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่านางได้ตบหน้าฉีต้าเฉินไปอย่างไม่ได้ตั้งใจไปเสียแล้ว“คุณชายฉี ท่านเจ็บหรือไม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ถังเหวยซือไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นางจึงได้ยกปลายนิ้วสัมผัสลงไปบนแก้มของเขาเล็กน้อย“แค่เจ้ามีท่าทีห่วงใย ข้าก็หายเจ็บทันที”ฉีต้าเฉินยิ้มกริ่ม พลางดึงมือนุ่มมาจับไว้แน่น หญิงสาวพยายามอย่างมากที่จะดึงมือออก แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยินยอมยังคงยื้อยุดเอาไว้ มิหนำซ้ำยังจุมพิตเบาๆ ลงบนหลังมือบางอย่างถือวิสาสะ“คุณชาย โปรดสำรวมด้วย” ถังเหวยซือต่อว่าเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ ยามดึงมือของตนออกจากมือ
3แขกคนสำคัญ วันนี้คนก็ยังคงมาที่หอสดับธาราเยอะเช่นเคย... ถังเหวยซือลงจากม้าแล้วฝากไว้ที่คนงานด้านหน้า ก่อนจะเดินตามผู้ดูแลเข้ามายังส่วนในของหอสดับธารา ที่นี่คือเหลาอาหารที่มีอาหารเลิศรสและสุราเลื่องชื่อมากมาย อีกทั้งยังเป็นเหลาอาหารที่มีชื่อเสียงติดหนึ่งในห้าของแคว้นเมิ่ง ตามประวัติของที่นี่ได้กล่าวกันว่า ว่านซีเมิ่ง ผู้ที่ก่อตั้งที่นี่คืออดีต ขุนนาง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าโรงครัวหลวง อาหารที่เขาทำล้วนแล้วแต่เป็นที่ถูกใจของเหล่าเชื้อพระวงศ์ จนได้รับบำเหน็จรางวัลมากมาย เมื่อครั้งยังรับราชการอยู่ ทว่าเมื่อถึงช่วงวัยที่อายุมากขึ้น ว่านซีเมิ่งก็ขอลาออกจากราชการ นำเงินที่เก็บออมมานานมาสร้างหอสดับธาราแห่งนี้ เพื่อยึดเป็นอาชีพในช่วงบั้นปลายของตน โดยทายาทของเขาในรุ่นต่อมาก็เลือกที่จะสืบทอดกิจการนี้แทนการเข้าวังไปรับราชการ จวบจนตอนนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่สามแล้ว โดยคนที่เป็นเจ้าของที่นี่อยู่ในเวลานี้ก็คือว่านซีหยวนนั่นเอง ว่านซีหยวนกำลังต้อนรับลูกค้าอยู่ที่โถงหน้าของหอสดับธาราอย่างขะมักเขม้น เนื่องจากช่วงนี้มีลูกค้ามาที่ร้านของเ
2 ตามรังควาน ฤดูใบไม้ร่วงของแคว้นเมิ่งในช่วงนี้มีลมกระโชกรุนแรง ทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มไวกว่าปกติ ทั้งที่ตอนนี้ยังเป็นเพียงยามบ่าย แต่สำหรับถังเหวยซือเถ้าแก่เนี้ยคนงามแล้ว นางกำลังสนใจอยู่แต่กับการตรวจสอบรายการสินค้าที่มีการส่งเข้ามาฝากขายอย่างตั้งใจอยู่ในห้องทำงาน ในขณะที่คนงานกว่าสิบชีวิตในร้านกำลังเดินขวักไขว่ยุ่งกับการทำหน้าที่ของตนอย่างตั้งอกตั้งใจ “เฮ้อ...วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยดีกว่า” หญิงสาวเอ่ยอย่างเกียจคร้าน หลายวันมานี้มีสินค้าเข้าออกยังโรงรับจำนำของนางเป็นจำนวนมาก ทำให้ถังเหวยซือต้องทำงานหนักจนไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ตอนนี้ลูกค้าน้อยลงมากแล้ว คนในร้านคงพอจะจัดการกันได้ นางจึงอยากจะขออู้ออกไปดื่มสุราหย่อนใจสักหน่อย หญิงสาวคิดแล้วก็วางมือจากงานที่ตรวจเสร็จแล้วทันที นางลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วเดินไปหยิบร่มที่อยู่ในตู้ข้างผนังออกมาติดตัวไปด้วยคันหนึ่ง เพราะลมแรงและฟ้ามืดมัวขนาดนี้ ใครจะไปรู้ว่าฝนอาจจะตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ได้ ถังเหวยซือยังไม่ทันจะก้าวข้ามธรณีประตู เสียงทุ้มนุ่มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น “แม่นางถังจะไปไห
อย่าลืมกดเข้าชั้นนะคะทุกคน เลิฟๆๆ1ทุกสิ่งในใต้หล้านี้...ไม่มีสิ่งใดขายไม่ออกในใต้หล้านี้ขอเพียงเป็นสิ่งของที่ใช้การได้...ถังเหวยซือล้วนขายได้ทุกสิ่ง หญิงสาวเจ้าของนามถังเหวยซือผู้นี้เป็นหนึ่งในสามสตรีสกุลถังที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงที่สุดในตำบลเจิ้งโหรว แห่งแคว้นเมิ่งสกุลถังนั้นแต่เดิมเป็นตระกูลที่ทำการค้าทั้งทางบกและทางทะเล หากแต่ทายาทของสกุลถังในรุ่นปัจจุบันนั้นมีแต่สตรี ทำให้สามพี่น้องสกุลถังต่างก็ต้องดูแลตนเอง โดยถังเหวยซือ ผู้เป็นพี่สาวของครอบครัว ทำหน้าที่เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการยึดอาชีพค้าขายตามแบบบรรพชนด้วยความที่ตำบลเจิ้งโหรวเป็นตำบลขนาดใหญ่ มีบ้านเรือนอยู่หลายพันหลังคาเรือน ถังเหวยซือจึงสามารถหาช่องทางทำเงินให้แก่สกุลถังได้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการเป็นนายหน้าค้าที่ดิน ร้านรับส่งของไปยังต่างแดน หรือแม้กระทั่งโรงรับจำนำ กิจการของสกุลถังก็ล้วนมีรองรับในทุกความต้องการของผู้คนว่ากันว่านอกจากความงดงาม ที่ไม่อาจหาใครเทียบได้แล้ว ถังเหวย-ซือยังมีความสามารถด้านการเจรจาต่อรองและการค้าขายอันเป็นเอกไม่ว่าสิ่งของจะด้อยค่า ไร้ราคาเพียงไร เมื่อมาถึงมือของเถ้าแก่เนี้ยมื







