LOGIN2 ตามรังควาน
ฤดูใบไม้ร่วงของแคว้นเมิ่งในช่วงนี้มีลมกระโชกรุนแรง ทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มไวกว่าปกติ ทั้งที่ตอนนี้ยังเป็นเพียงยามบ่าย แต่สำหรับถังเหวยซือเถ้าแก่เนี้ยคนงามแล้ว นางกำลังสนใจอยู่แต่กับการตรวจสอบรายการสินค้าที่มีการส่งเข้ามาฝากขายอย่างตั้งใจอยู่ในห้องทำงาน ในขณะที่คนงานกว่าสิบชีวิตในร้านกำลังเดินขวักไขว่ยุ่งกับการทำหน้าที่ของตนอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เฮ้อ...วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยดีกว่า” หญิงสาวเอ่ยอย่างเกียจคร้าน หลายวันมานี้มีสินค้าเข้าออกยังโรงรับจำนำของนางเป็นจำนวนมาก ทำให้ถังเหวยซือต้องทำงานหนักจนไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ตอนนี้ลูกค้าน้อยลงมากแล้ว คนในร้านคงพอจะจัดการกันได้ นางจึงอยากจะขออู้ออกไปดื่มสุราหย่อนใจสักหน่อย
หญิงสาวคิดแล้วก็วางมือจากงานที่ตรวจเสร็จแล้วทันที นางลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วเดินไปหยิบร่มที่อยู่ในตู้ข้างผนังออกมาติดตัวไปด้วยคันหนึ่ง เพราะลมแรงและฟ้ามืดมัวขนาดนี้ ใครจะไปรู้ว่าฝนอาจจะตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ได้
ถังเหวยซือยังไม่ทันจะก้าวข้ามธรณีประตู เสียงทุ้มนุ่มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“แม่นางถังจะไปไหนหรือ”
ด้วยความที่นางไม่ได้มองตรงไปข้างหน้าจึงสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกเรียก เท่านั้นยังไม่พอนางยังสะดุดกรอบประตูด้วยความซุ่มซ่ามเข้าเสียอีก
ว้าย!
นางร้องออกมาแค่นั้นก็เงียบเสียงลงไป เนื่องจากมีอ้อมแขนแข็งแรงมาคว้าตัวเอาไว้อย่างทันท่วงที
ในยามที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่ง หญิงสาวคล้ายได้กลิ่นของใบไผ่อ่อนๆ จากกายเขา มันทำให้นางรู้สึกสงบและนิ่งไปได้อย่างประหลาด ดวงตาสองคู่สบประสานกันภายใต้ความเงียบนั้น นานเท่าใดนางไม่รู้หรอก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดนางจึงได้ชื่นชอบแววตาที่แสนยากหยั่งของเขานักก็ไม่รู้
เดี๋ยวก่อนสิ...มันใช่เวลามาชื่นชมดวงตาของบุรุษหรืออย่างไร
หญิงสาวรีบด่าตนเองในใจ พลางชักสีหน้าให้เหมือนไม่พึงพอใจ ทั้งที่เมื่อครู่นางยังเผลออมยิ้มด้วยความปลาบปลื้มแบบไม่รู้ตัว เมื่อได้ยลใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิดอยู่แท้ๆ
“ยิ้มของแม่นางงดงามยิ่งนัก ข้าโชคดีเหลือเกินที่ได้เห็น”
ฉีต้าเฉินเอ่ยวาจาเกี้ยวพาเรื่อยเจื้อย แต่ถังเหวยซือไม่คิดสนใจอีกแล้ว นางผลักเขาออกห่าง พร้อมกับพยายามทรงตัวยืนด้วยตนเอง
“คุณชายฉี เหตุใดท่านจึงยังอยู่ที่นี่ เรื่องสัญญาฝากขายเรียบร้อยแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”
“ข้ากลับไม่ได้” ชายหนุ่มตอบเสียงซื่อ พลางฉายรอยยิ้มละมุนละไมมาให้
“ท่านนี่...” รอยยิ้มนั้นของเขาพาให้นางใจแกว่งไปได้อย่างง่ายดาย แต่เรื่องอะไรถังเหวยซือจะแสดงออกให้เขาได้รู้ นางทำทีเป็นทอดถอนใจพลางยกมือขึ้นกอดอก แสดงท่าทีราวกับกำลังเหนื่อยหน่ายใจอย่างที่สุด
“แม่นางถังทำเหมือนกำลังเบื่อขี้หน้าข้าอย่างไรอย่างนั้น”
“เฮ้อ...ท่านก็รู้ตัวนี่นะ เหตุใดจึงยังอยู่ที่นี่ เรื่องการค้าระหว่างเราข้าก็จัดการให้ท่านแล้วมิใช่หรือ”
“ไม่กลับ ข้าจะไปได้อย่างไรกัน ตอนนี้ข้ากลายเป็นสินค้าของแม่นางแล้ว ย่อมต้องอยู่ติดตามแม่นางถัง เหมือนกับที่ท่านนำสินค้าอื่นๆ มาไว้ที่นี่เพื่อรอขายออก...ไม่ถูกหรือ” ชายหนุ่มตอบหน้าตาย พลางสะบัดพัดในมือให้คลี่ออกพร้อมกับพัดเบาๆ บริเวณกลางอก
ท่วงท่าที่เขาทำอยู่นี้ ถังเหวยซือยอมรับว่ามันดูมีเสน่ห์และงดงามราวกับภาพวาด ไม่ว่าจะเป็นการยืนในลักษณะใด เขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่น่ามองกว่าบุรุษทั่วไป
นี่ยังไม่นับรวมใบหน้าขาวกระจ่างกับเครื่องหน้าได้รูปของเขา
นั่นด้วย ซึ่งมันยิ่งเสริมส่งความมีเสน่ห์ให้เกิดขึ้นในตัวเขาอย่างง่ายดาย ราวกับว่าเพียงแค่เขายืนอยู่นิ่งๆ ก็พร้อมจะเรียกทุกสายตาให้มาจ้องมองเขาได้แล้วในใต้หล้านี้ หากจะกล่าวว่าเขาคือความสมบูรณ์แบบที่ทวยเทพประทานลงมายังโลกมนุษย์ก็คงไม่ผิดนัก ทว่าสำหรับถังเหวยซืออาหารตาอย่างฉีต้าเฉินมิได้ทำให้นางอิ่มท้อง และสิ่งที่นางรักที่สุดก็มีแต่เรื่องเงินเท่านั้น
“ท่านมาตามติดข้าก็ไม่มีประโยชน์ สินค้าชิ้นหนึ่งใช่ว่าจะใช้เวลาวันสองวันก็จะขายออก หากท่านยึดติดเรื่องที่กล่าวมา หากท่านขายไม่ออกตลอดไป ท่านไม่ต้องมาติดอยู่กับข้าไปตลอดชีวิตหรอกหรือ”
“ข้าดูเป็นคนไม่มีราคาขนาดนั้นเชียว” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามา
มันใกล้มาก...ใกล้เสียจนนางได้สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดบนใบหน้าของตน และนั่นทำให้นางต้องขยับถอยหลังไปอีก แต่ด้านหลังคือกรอบประตูที่เปิดค้างไว้ และแน่นอนนางไม่มีที่จะให้ยืนพิง ดังนั้นถังเหวยซือจึงถูกช่วยไว้อีกครั้ง และคราวนี้ดูเหมือนสุภาพบุรุษที่ช่วยนางไว้ถึงสองครั้งอย่างฉีต้าเฉินไม่ยินยอมที่จะปล่อยให้นางได้เป็นอิสระเป็นครั้งที่สอง
“คุณชายฉี ท่านสำรวมด้วยเถอะ เอามือออกไปจากเอวข้าเดี๋ยวนี้”
“แม่นางกำลังจะเสียหลัก หากสุภาพชนเช่นข้าไม่ช่วยเหลือก็จะกลายเป็นคนไร้มโนธรรมไปน่ะสิ”
“ท่านเลิกกล่าววาจาไร้สาระเสียที ข้าเริ่มจะโมโหจริงๆ แล้วนะ”
ถังเหวยซือฮึดฮัดขัดใจอย่างที่สุด บุรุษผู้นี้หน้าหนาหน้าทน มากเล่ห์เพทุบายเหลือเกิน นางอยากจะบ้าตายแล้ว
“อ้าว...มิใช่ว่าเจ้าโมโหข้ามาตั้งนานแล้วหรือนี่”
“โอ๊ย! หยุดรังควานข้าได้แล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะให้คนงานไล่ท่านไป”
“หากเจ้าไล่ข้าไป มันไม่เท่ากับว่าเจ้ากำลังทำให้สินค้าของเจ้ามีปัญหาหรือ ข้าน่ะเป็นสินค้าที่เจ้าต้องหาทางขายออกไปให้พ้นๆ นะ”
“เรื่องนั้นข้ารู้แล้วน่า แต่ท่านมาตามตอแยข้าแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก” หญิงสาวพยายามหว่านล้อมเขาอย่างใจเย็น หากสนทนากับคนหน้าด้าน นางต้องหน้าด้านกว่าเขา แล้วก็จะต้องหาวิธีหลบเลี่ยงความน่ารำคาญด้วย
“ข้าไม่ได้ตอแยสักหน่อย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
“เอาล่ะ...ข้าเบื่อจะต่อล้อต่อเถียงกับท่านแล้ว หากอยากจะอยู่ที่นี่เหมือนสินค้าชิ้นอื่นๆ ของข้าก็อยู่ไป แต่วันนี้ข้าจะเลิกงานก่อนเวลา ขอตัวก่อน”
ถังเหวยซือชิงเดินตัวปลิวหนีไปแล้ว โดยมีฉีต้าเฉินมองตามนางไปด้วยรอยยิ้ม เขาหัวเราะเบาๆ ออกมาเล็กน้อย พร้อมกับส่ายศีรษะไปมา
“คิดหรือว่าเจ้าจะหนีข้าพ้น ซือซือของข้า”
ถังเหวยซือเดินออกมาจากร้านตามลำพัง หญิงสาวไม่ชอบให้มีสาวใช้ติดตาม เพราะนางชอบไปไหนมาไหนคนเดียว รู้สึกว่ามันคล่องแคล่ว
กว่ามากหากต้องมีสาวใช้กับคนคุ้มกันล้อมหน้าล้อมหลัง นางยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจะตกอยู่ในอันตรายได้ง่าย เพราะต้องกลายเป็นจุดเด่นของที่นี่
เดิมทีตำบลจิ้งโหรวแห่งนี้เป็นพื้นที่อันสุขสงบ ไม่ค่อยมีเรื่องราวอันตรายใดอยู่แล้ว ถังเหวยซือจึงไปไหนมาไหนด้วยตัวเองจนชิน
อีกทั้งนางก็มิได้ขึ้นเกี้ยว หรือนั่งรถม้าเหมือนสตรีคนอื่นๆ หากแต่นางเลือกที่จะใช้ม้าในการเดินทางแทน เนื่องจากไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็ว เฉกเช่นเดียวกับพื้นนิสัยของนางที่เป็นคนกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว
ถังเหวยซือตวัดกายขึ้นม้าที่ผูกไว้ตรงคอกด้านหน้าร้านโรงรับจำนำแล้วห้อตะบึงออกไปอย่างรวดเร็วชนิดไม่เห็นฝุ่น แต่ก็ยังมีสายตาของใครคนหนึ่งคอยมองตามไปจนร่างบางลับสายตา
13ความมุ่งหมายที่แท้จริงหลังจากแม่สื่อมาส่งเทียบสู่ขอได้ครึ่งเดือน รถม้าจากสกุลฉีก็มารอรับนางอยู่ที่หน้าโรงรับจำนำ วันนี้นางมีสหายผู้พี่อย่างว่านซีหยวนมาส่งด้วย เพราะเขาอยากให้นางวางใจว่าจะช่วยดูแลกิจการครั้งนี้แทนนางเป็นอย่างดี“งานแต่งของเจ้า ข้าคงไม่สะดวกไปร่วมงาน ขออวยพรเจ้าตรงนี้...ที่นี่แทนนะ”“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ พี่ซีหยวนมีงานรัดตัวไม่จำเป็นต้องไปหรอก ท่านช่วยเหลือข้าดูแลกิจการเอาไว้ก็นับว่าต้องลำบากท่านแล้ว”“อย่าได้เกรงใจ ตอนนี้เราร่วมธุรกิจกันแล้ว กิจการของเจ้าก็เป็นของข้าด้วยครึ่งหนึ่ง”“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ ว่านซีหยวนเป็นที่พึ่งของนางได้จริงๆ และนางก็มั่นใจว่ากิจการของสกุลถังจะต้องไปได้ดีแน่ เมื่ออยู่ในการดูแลของเขา“เอาไว้ข้าจะส่งรายงานไปให้เจ้าตรวจสอบทุกเดือน เจ้าจะได้มั่นใจว่าทางนี้ดูแลทุกอย่างได้เป็นอย่างดีเหมือนตอนที่เจ้าอยู่”“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ หากมีเวลาข้าจะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนพี่ซีหยวนอย่างแน่นอน”หลังบอกลากันเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ก้าวขึ้นรถม้า นางเลือกที่จะนั่งชิดริมหน้าต่าง เพื่อทอดมองทิวทัศน์ที่คุ้นเคย ราวกับต้องการจดจำภาพนี้ไว้ในใจ
12แค่คิดถึงหลังจากถังเหวยซือตกลงที่จะแต่งงานกับฉีต้าเฉิน ชายหนุ่มก็กลับไปเตรียมการไม่นานก็ส่งแม่สื่อมาพร้อมกับของหมั้นหมายและ เทียบสู่ขอ โดยกำหนดการแต่งงานที่จะถูกจัดขึ้นที่เมืองหลวงจะมีขึ้นใน อีกสองเดือนนับจากนี้“เหตุใดจึงรวดเร็วเช่นนี้เล่าแม่สื่อ ท่านมิได้ระบุวันผิดใช่หรือไม่”“โธ่...เรื่องเช่นนี้แม่สื่ออย่างข้าล้วนต้องรอบคอบเจ้าค่ะ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน วันที่เก้าในอีกสองเดือนนับจากนี้จะเป็นวันมงคลของท่านกับคุณชายฉีเจ้าค่ะ”พอแม่สื่อกล่าวแบบนั้นแล้ว คำพูดอื่นๆ ของหญิงสูงวัยก็คล้ายว่าจะไม่เข้าหูของถังเหวยซืออีกต่อไป นางมัวแต่ครุ่นคิดว่าจะวางแผนจัดการเรื่องการค้าของตนเองอย่างไรมากกว่า เมื่อยามที่แม่สื่อสอบถามเรื่องการตัดเย็บชุดเจ้าสาวที่จะใช้สำหรับวันแต่งงาน นางจึงไม่สนใจที่จะตอบคำถามนั้นนัก จนแม่สื่อต้องขึ้นเสียงเล็กน้อย“คุณหนูใหญ่ ท่านยังฟังข้าอยู่หรือไม่”“ฟังสิฟัง”นางตอบไปแบบส่งๆ จากนั้นก็หันไปสั่งการม่อชิวให้นำเอกสารรายรับรายจ่ายของทุกกิจการที่นางทำอยู่มาเตรียมไว้ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนในรอบสุดท้าย ก่อนจะทำการส่งมอบให้แก่ว่านซีหยวนดูแลแทนนางต่อไปในอนาคต“คุณหนู เรื
11มิตรภาพไม่มีวันเลือนว่านซีหยวนแปลกใจยิ่งนักที่วันนี้คนสำคัญของเขามาหาถึงที่คฤหาสน์ แทนที่จะเดินทางไปพบเจอเขาที่หอสดับธาราดังเช่นทุกครั้ง แต่ไม่ว่าถังเหวยซือจะมาพบเขาที่ไหน ว่านซีหยวนก็พร้อมที่จะต้อนรับนางทั้งนั้นหญิงสาวนั่งรออยู่ที่ห้องโถงรับรองได้ไม่นาน นายท่านซีหยวนก็ออกมาพบ เขายิ้มและส่งเสียงเรียกนางอย่างสดใส ก่อนที่ตัวของเขาจะเดินมาถึงเสียอีกหญิงสาวที่มาเยือนโดยมิได้ส่งเทียบขอเข้าพบล่วงหน้ารีบลุกขึ้นพร้อมกับย่อตัวให้เขาด้วยความสำรวม“ขออภัยพี่ซีหยวนด้วยเจ้าค่ะที่ข้ามาพบโดยมิได้ส่งเทียบมาแจ้งล่วงหน้าว่าจะมาพบท่านที่นี่”“เหวยซือไม่ต้องมากพิธี” ว่านซีหยวนรีบใช้มือทั้งสองข้างจับที่แขนของนาง เมื่อหญิงสาวยืดตัวขึ้นยืนแล้ว เขาก็เชิญให้นางนั่งลง พร้อมกับสั่งการให้สาวใช้นำชาชั้นดีมาต้อนรับ“เจ้ามาพบข้าได้ทุกเมื่อ ข้ายินดีต้อนรับ”“ขอบคุณพี่ซีหยวนมากเจ้าค่ะ ท่านดีต่อข้ามาก”“อย่าได้มองเราสองเป็นคนอื่นไกล ในสายตาของข้าเจ้าเป็นคนสำคัญที่สุด”“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าได้เป็นน้องสาวที่ท่านให้ความสำคัญ ข้ารู้สึกยินดีมาก”หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มละมุน เล่นเอาว่านซีหยวนเผลอมองจนเพลิน ชายหนุ่มเกือบจะ
10ข้อตกลงที่เจ็บปวดถังเหวยซือไม่ได้พบหน้าฉีต้าเฉินมาสิบวันแล้ว เขาคงลืมเรื่องที่บอกกับนางไว้แล้วกระมังหญิงสาวยังคงทำงานตามปกติทุกวันเหมือนปกติ แต่แล้วยังไม่ทันจะทำอะไรมากไปกว่าการยืนควบคุมคนงานจัดเรียงข้าวของ นางก็เห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งจากทางหางตา ก่อนที่เขาจะเร้นกายไปทางเรือนพักของนางไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเหมือนกันนางจึงคิดถึงฉีต้าเฉินขึ้นมา หญิงสาวจึงรีบวิ่งตามไปพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเขา ทว่าสักพักยังไม่ทันจะเดินพ้นกลุ่มพุ่มไม้สูงตามรายทาง นางก็ถูกอ้อมแขนของใครคนหนึ่งเอื้อมมารั้งไปกอด“คิดถึง...” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความลุ่มหลง พลางหอมแก้มของหญิงสาวซ้ำไปซ้ำมาให้สมกับสิบวันที่ไม่ได้พานพบนางถังเหวยซือคิดไปว่าแก้มของนางคงจะช้ำไปแล้วเป็นแน่ ถ้ายังปล่อยให้เขาหอมแก้มนางไม่หยุดแบบนี้ นางจึงพยายามขืนกายออกจากร่างแกร่ง พร้อมกับยันอกกว้างของชายหนุ่มไว้ด้วยสองมือน้อยๆ ของตน“พอ...พอแล้ว ข้าตัวช้ำหมดแล้วนะ”“ก็คนมันคิดถึงนี่นา รู้หรือไม่ว่าสิบวันที่ไม่ได้มาหา ใจข้าก็มีแค่เจ้าเท่านั้น”“ไร้สาระน่า ที่ผ่านมาท่านก็อยู่ได้โดยไม่มีข้า เหตุใดตอนนี้จึงมาทำตัวเหมือนคนคลั่งรักไปได้เล่า”“เมื่อก่
9ข้อตกลงที่ไม่อาจละเลยถังเหวยซือย่องออกจากห้องของนางในช่วงสาย หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดหมดจด ที่นางออกมาจากเรือนพักช้าขนาดนี้ก็เพราะต้องเสียเวลาใช้ผงแป้งปกปิดรอยลามกที่ฉีต้าเฉินทิ้งไว้ตามซอกคอและเรือนร่างของนาง โชคดีที่นางชอบสวมอาภรณ์ยาวกรุยกรายอยู่แล้วจึงไม่ได้สิ้นเปลืองเครื่องประทินโฉมมากนัก เพราะนางเลือกที่จะใช้มันปกปิดในจุดที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้เท่านั้นทว่าให้อย่างไร นางก็ยังรู้สึกอับอายเกินกว่าจะออกไปเผชิญหน้าบรรดาคนงาน รวมถึงบ่าวไพร่ในเรือนอยู่ดี เนื่องจากเรื่องราวล่อแหลมเมื่อคืนนี้น่าจะรู้กันไปทั่วแล้ว‘สงบใจไว้เหวยซือ มันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิดก็ได้’หญิงสาวพยายามกล่อมตัวเองให้สงบใจ พลางยืดตัวขึ้นเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทีสุขุมเหมือนทุกวัน ใบหน้าขาวกระจ่างที่ตกแต่งด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างงดงามเหมือนทุกวัน ยังคงเสริมส่งให้นางเป็นนายหญิงที่น่าเคารพของคนในเรือนทว่าเมื่อนางก้าวเข้าสู่บริเวณส่วนหน้าของร้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานของบรรดาคนงานที่กำลังจัดระเบียบสินค้าที่ถูกนำมาส่ง หรือบางส่วนก็เตรียมส่งออกขาย นางก็ถึงกับหน้าซีดเพราะมันมีบทสนทนาบางอย่าง ดังเข้ามาให้ได้ย
8.2 พรหมจรรย์มีค่าหมื่นตำลึงแต่เอาเถอะแค่รอยเดียวคงพอใช้เครื่องประทินโฉมปกปิดได้อยู่หรอก ขอเพียงนางไม่ทำให้เขาโมโหจนบ้าบิ่นสร้างรอยลามกนั่นขึ้นมาเพิ่มอีกก็พอ“จะว่าข้าอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรม เพราะเมื่อคืนเจ้าก็ฝากรอยรักไว้บนกายข้าไม่น้อยนะ อยากดูหรือไม่” ชายหนุ่มทำท่าจะถอดเสื้อให้ดู แต่ถังเหวยซือรีบยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วปฏิเสธทันที“ไม่! ไม่เอา ข้าไม่อยากเห็น ไม่ต้องมาให้ข้าดูเลยนะ”หลังจากเอ่ยออกมาแล้ว หญิงสาวก็ค่อยๆ เลื่อนมือลงจากส่วนบนของใบหน้า พอแน่ใจว่าฉีต้าเฉินไม่ได้พยายามถอดเสื้อของตนเองออกแล้ว“เจ้าดูกลัวข้ามาก ข้าไม่ใช่ปีศาจหรือมารที่ไหนหรอกนะ”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาด้วยดวงตาแพรวพราว พลางใช้ฝ่ามือช้อนที่แก้มข้างหนึ่งของนางเอาไว้อย่างถนอม ราวกับผิวกายของนางคือเครื่องแก้วหลิวหลีที่เปราะบางและแตกสลายได้ง่าย“ข้าไม่ได้กลัว แต่แค่ไม่ชอบ” หญิงสาวตอบอ้อมแอ้ม พลางปัดมือของเขาออก และพยายามจะลุกขึ้นจากตักแกร่ง แต่ชายหนุ่มไม่ยินยอม ซ้ำยังยื้อเอวของนางไว้ความแข็งแรงราวคีมเหล็กของอ้อมแขนนี้ ทำให้หญิงสาวรู้สึกป่วยการที่จะขยับ นางจึงได้แต่ถอนใจออกมาแรงๆ แล้วถามเขาออกมาด้วยเสียงเรียบๆ ทั้งที่ค







