Mag-log in“ยังไงก็ได้” เขากระซิบเสียงแหบพร่าตอบกลับมา ก่อนที่จะดีดขี้บุหรี่ที่ปลายมวนทิ้ง “กูก็ชอบเหมือนกัน”
ชะ... ชอบเหมือนกัน?
หมายความว่ายังไงคะ
“อืม” สมิงตอบรับสั้นๆ เขาใช้นิ้วก้อยขยี้หูอย่างรำคาญ ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นแล้วโน้มหน้าผ่านโต๊ะกระจกใสมาตรงหน้าหนูที่เหงื่อซ่กเต็มกรอบหน้า เขาคว้าปลายคางหนูด้วยมือใหญ่ๆ สากๆ นั่น แล้วแลบลิ้นออกมา
“อะ... แลบลิ้นทำไมคะ?”
“ถ้าอยากให้พี่ยอมแพ้” เขากรีดยิ้มตอนที่พูดคำต่อไป “ก็แสดงให้เห็นว่าแลกลิ้นเป็นก่อนดิ”
“...”
“ละถ้าพี่แลกลิ้นกับหนูแล้วหนูไม่เคลิ้ม พี่จะยอมปล่อยหนูไปก็ได้”
อะ... อะไรนะ
“มึงนี่แม่งเหี้ยจริงๆ น่าขนลุก” พี่หยาดโพล่งขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าขยะแขยง หนูเองก็ทำหน้าตื่นเหมือนกัน พอเงยหน้าขึ้นสบตาใบหน้าของผู้ชายตรงหน้า ก็เห็นเป็นผู้ชายที่ไว้ผมระใบหน้า คิ้วทั้งสองข้างมีรอยแหว่งเหมือนเป็นแฟชั่นการแต่งกาย และรอยยิ้มเห็นเขี้ยวสุดพราวเสน่ห์
สมิงน่ะขึ้นชื่อเรื่องความหน้าตาดีและทักษะการต่อสู้ก็แพรวพราวระยิบระยับ มีพรสวรรค์ด้านการต่อยตีมาก ผู้หญิงเข้าหามากมาย อีกอย่างยังเป็นคนที่ชอบรังแกรีดไถเงินคนที่อ่อนแอกว่า แถมยังรวยมากๆ อีกด้วย (เพราะพ่อของเขาเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยชื่อดังที่หนูเรียน แถมยังเป็น สส.)
ถ้าขัดใจลูกชายผู้บริหารมหาวิทยาลัยดีๆ ที่ลงตัว ที่แม่อุตส่ากัดฟันชิงแชมป์เอาเงินมาจ่ายค่าเทอมล่ะก็ วันต่อมาอาจโดนไล่ออกจากมหาลัย แถมดีไม่ว่าดีอาจถูกฮุบกิจการก็ได้
จะคิดทางไหนก็คิดทางหนีไม่ออกเลยอ่ะ แง
แต่... ถ้าเกิดกลายเป็นผู้หญิงของสมิง ก็แปลว่าอคินที่หนูแอบชอบอยู่ จะไม่สามารถเข้าใกล้หนูได้
อีกอย่างจะให้อคินรู้ไม่ได้ด้วยว่าหนูเป็นมวย
“มะ... ไม่จูบไม่ได้เหรอคะ” หนูพยายามใช้คำให้ซอร์ฟลงจากคำว่า ‘แลกลิ้น’ พร้อมกับกระพริบตาปริบๆ เพราะรู้สึกอายที่จะพูด “พอดีนี่เป็นจูบแรกของน้องน่ะค่ะ”
“ดีเลยค่ะ” เขาฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “ยิ่งอยากแลกลิ้นด้วยเข้าไปใหญ่”
ทะ... ทำยังไงดีเนี่ย
หนูเหลือบไปมองผู้ชายข้างๆ สมิงที่จ้องหน้าหนูแน่วแน่ว่าจะจูบด้วยอย่างไม่วางตา สายตาหนูโฟกัสไปที่คนที่ชื่อว่าบุหรี่ เขาสบตาหนู ก่อนที่จะมองไม่ยอมละสายตาด้วยแววตาเหมือนกำลังหลงใหลในอะไรบางอย่าง
หนูจ้องตาเขากลับไป เขาอาจจะช่วยหนูได้ แม้ว่าเขาจะดูเข้าถึงยากกว่าพี่หยาดและสมิงก็ตาม แต่ดูแล้วเขาน่าจะเป็นผู้เป็นคนที่สุด
“ช่วย-หนู-ด้วย-ค่ะ”
หนูพูดไม่มีเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ บุหรี่เบิกตากว้าง ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้ม
“ไอ้สมิง” เขาเรียกชื่อเพื่อนของเขาที่กำลังจ้องหน้าหนูอย่างจริงจัง สมิงชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด ตวัดหางตาไปมองอย่างไม่สบอารมณ์
“ไร”
“ผู้หญิงเขาไม่ชอบให้จู่โจมเร็วหรอก” บุหรี่พูดออกมาเพียงแค่คำสั้นๆ แล้วสมิงก็เลิกคิ้วอย่างฉงน “ไว้จะสอนให้”
“ว่าไงนะ” ร่างสูงโปรงของสมิงหรี่ตาลง แต่บุหรี่ยังคงคีบบุหรี่ที่เหลือแค่ก้นสูบอย่างไม่ยี่หระ
“อย่าลืมว่ามึงควรสืบเรื่องเธอก่อน... ที่จะจู่โจม” บุหรี่พูดออกมาแค่นั้น หนูเองก็นั่งกำกระโปรงจนยับยู่ยี่ไปหมดแล้วเพราะไม่รู้ว่าการที่บุหรี่เหมือนจะช่วยนี่คือช่วยแบบไหน พอเงยหน้าไปสบตาพี่หยาด ก็เห็นว่าเขาเหลือบมามองแล้วแค่นหัวเราะเหมือนสองคนนี้กำลังพูดเรื่องที่บ้ามากๆ อยู่ “วันนี้กูจะไปส่งเธอที่มหาลัย... แล้วค่อยว่ากันใหม่”
“กูไปส่งเองไม่ดีกว่าเหรอไง” แต่พอบุหรี่พูดออกมาแบบนั้น เหมือนสมิงที่ดูจะบ้าคลั่งในตัวหนูจะสงบลงอย่างน่าประหลาด เขาเอนตัวไปพาดแขนไว้ที่ไหล่กำยำที่เต็มไปด้วยรอยสักของบุหรี่ แล้วใช้นิ้วดีดก้นบุหรี่ที่กำลังจะไหม้นิ้วของบุหรี่ที่คีบอยู่ออกไปไกลๆ “ยังไงยัยนี่ก็ต้องเป็นของกูอยู่แล้ว”
“วันนี้ขอไปส่ง” ร่างสูงที่มีสีหน้าตายสนิทเป็นอัตลักษณ์พูดเรียบๆ “โอเคใช่มั้ย”
“อืม” สมิงยอมอย่างง่ายๆ พร้อมกับตอบส่งๆ เขาแหงนหลังพิงกับพนักโซฟาอย่างเบื่อหน่าย “มึงนี่ชักจะเหมือนกูเกินไปแล้ว แม้แต่สเป็คผู้หญิง”
“เพราะว่า” บุหรี่กระตุกยิ้ม ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นยืน
“...”
“ชีวิตมึงตกอยู่ในกำมือกูน่ะสิ”
หลังจากพูดอะไรไม่รู้เรื่องกันจบแล้ว น่าจะประมาณชิงดีชิงเด่นกันมากกว่าน่ะค่ะ บุหรี่ก็จูงแขนหนูเดินลงไปที่ลานจอดรถของหอพักข้างล่าง
หนูเผลอกวาดสายตาไปรอบๆ ก็ว่าในห้องของเขาดูสวยแถมดูหรูหรามากๆ แล้ว ลงไปข้างล่างยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยมอีก แถมยามที่นี่ก็หน้าตาดี พนักงานประชาสัมพันธ์ข้างล่างที่ทักเขาแถมยังเรียกว่า ‘คุณบุหรี่’ ก็หน้าตาดี แถมประตูยังเป็นบานใสใหญ่ๆ แถมเปิดอัตโนมัติ แถมลานจอดรถยังกว้างสุดๆ
นะ นี่เป็นอิทธิพลของคนรวยสินะคะ... ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลย
ร่างสูงใหญ่ของบุหรี่จูงมือหนูมาจนถึงรถบิ๊กไบค์คันหนึ่ง หนูเหลียวมอง เป็นรถที่ท่าจะขึ้นนั่งยากสุดๆ เลย อาจจะเป็นเพราะหนูตัวเล็กมากด้วย
“อะ เอ่อ” หนูพยายามชวนคุย แต่เขาก็มัวแต่กวาดขาขึ้นคร่อมรถไม่ยอมมองหน้าหนูเลย “เอ่อ... คือ”
บรืน!
“ขึ้นสิ” เขาพูดออกมาสั้นๆ ตอนที่บิดรถเสียงดังบรืนจนหนูสะดุ้ง ก่อนที่จะอึกๆ อักๆ ตอนที่จะยกเท้าเล็กๆ เหยียบที่วางเท้าขึ้นไป แต่ขาหนูสั้นก็เลยกวาดขาขึ้นไม่ได้จนบุหรี่ต้องถอนหายใจ
“ขะ ขอโทษนะคะ พอดีว่าน้องตัวเตี้ยก็เลย... อะ!” แต่ยังไม่ทันได้พูดจนจบ บุหรี่ที่ยังคงนั่งอยู่บนรถบิ๊กไบค์คันโตก็ใช้มือทั้งสองข้างอุ้มหนูขึ้นไปนั่งบนรถได้ ก่อนที่หนูจะหน้าร้อนเห่อ เขาก็บิดคันเร่ง แล้วบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ชื่ออะไร?”
นานอยู่พอดูระหว่างที่ขับปาดคันนู้นคันนี้ไปเรื่อยจนหนูต้องใช้มืออันทรงพลังของตัวเองยึดฐานจับข้างหลังไว้แน่นเพราะกลัวตก (เพราะไม่อยากกอดผู้ชายที่ไม่ได้ชอบด้วย) บุหรี่ก็ถามขึ้นมาสั้นๆ
แบบสั้นมากจริงๆ ค่ะ
“ชะ... ชื่อปูน้อยค่ะ”
“อืม” เขาครางรับสั้นๆ ก่อนที่จะโพล่งคำต่อไป “ชอบ”
อะ... อะไรนะคะ!
“พะ พูดอีกทีได้มั้ยคะ คือน้องได้ยินที่บุหรี่พูดไม่ถนัด” ไม่ได้กวนประสาทนะคะ แต่ไม่เคยเจอผู้ชายที่เจอหน้ากันไม่ถึงครึ่งวันมาบอกว่าชอบ ขนาดอคินที่หนูอยู่มาด้วยตลอดตั้งแต่ ม.ปลาย ยังไม่เคยหลุดพูดคำนี้ออกมาเลย
“เรียกว่าพี่บุหรี่สิ” แต่เขากลับตอบไม่ตรงคำถาม
“คะ?”
“เรียกว่าพี่บุหรี่... จะชอบกว่านะ”
“เรียกว่าพี่บุหรี่... จะชอบมากกว่านะ”
“อ๋อ ค่ะ... พี่บุหรี่ แบบนี้เหรอคะ?” พอเรียกเขาไปซื่อๆ แบบนั้น พี่บุหรี่ก็หันเสี้ยวหน้ามาฉีกยิ้มกริ่มให้หนึ่งที
รถบิ๊กไบค์คันงามพุ่งตรงเข้ามหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว และเพราะพี่บุหรี่มีใบหน้าหล่อเหลา พร้อมกับรอยสักสวยๆ ที่เด่นสะดุดตาใครต่อใคร ก็เลยกลายเป็นว่าทุกคนต่างให้ความสนใจในตัวเขาอย่างมากมาย ผู้หญิงน่ารักๆ ในมหาลัยต่างหันมามองเขาที่มาส่งหนูเป็นตาเดียว
ระ... เริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่จะคืบคลานเข้ามาแล้วล่ะค่ะ
เพราะเวลาอยู่ที่นี่ ไม่รู้ทำไมจะชอบมีแต่ผู้ชายที่มีแฟนแล้วเข้ามาจีบ เลยกลายเป็นว่าหนูเข้าไปเป็นมือที่สามโดยไม่ได้ตั้งใจ และท้ายที่สุดถ้าทำตัวเด่นมากเกินไปอาจจะถูกหมั่นไส้เอาก็ได้
“ขะ... ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ชาย!” หนูจึงเลือกที่จะตะเบ็งเสียงออกไปพร้อมกับพนมมือไหว้ ให้ทุกคนเข้าใจว่าพี่บุหรี่เป็นพี่ชายของหนู
หนูฉลาดมั้ยล่ะ
แต่ดูเหมือนว่าพี่บุหรี่จะไม่ค่อยพอใจ เขาถอดหมวกกันน็อคออกมาแล้วตีหน้านิ่งที่ดูจะมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมา หนูสะอึกไปนิดหน่อย ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกที
หมับ
“จะมารับมาส่งทุกวัน” เขากระซิบชิดข้างหูหนูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ พอผละใบหน้าออกมาก็เห็นว่าเขากำลังจ้องหน้าหนูนิ่งแบบไม่วางตาเลย ท่ามกลางนักศึกษาที่ต่างให้ความสนใจมาที่เรา แต่นั่นก็เพราะพี่บุหรี่หน้าตาดีล่ะนะ
ละ... แล้ว นี่หน้าใกล้เกินไปแล้วนะคะ!
หนูหน้าแดงก่ำตอนที่สบสายตาสีดำที่ดูลึกลับของเขา แล้วก็เห็นว่าพี่บุหรี่กระตุกยิ้ม เขาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวปลดหนังยางมัดผมหนูลงโดยไม่รู้ตัว (เพราะหนูมัดผมหางม้าอยู่) จนมันระไปกับต้นคอ มารู้สึกตัวอีกทีเขาก็
หอมแก้มหนูหนักๆ หนึ่งฟอด
“...!!”
“ถ้าอยากให้เป็นพี่ชาย จะเป็นให้ก็ได้” เขากระซิบแบบที่ได้ยินกันแค่สองคน หนูได้ยินเสียงฮือฮาจากทุกคนรอบตัว ก่อนที่เขาจะผละออกไปแล้วสวมหมวกกันน็อคอย่างสมาร์ทสุดๆ “บาย ปูน้อย”
บรืน
แล้วบึ่งรถออกไปทันที ทิ้งหนูให้ยืนเอ๋ออยู่ตรงนั้น
หนูยังยืนอยู่ที่เดิม ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของนักศึกษา เอื้อมมือเล็กๆ มาแตะแก้มตัวเองอย่างเหม่อลอย
นะ... นี่มันจุ้บแรกของหนูเลยนะคะ
ตุบ!
“นั่นแหละปูน้อย ดีมาก!”
หมัดตรงของหนูถูกสวนตรงไปยังที่กันตัวที่แม่ถือบังหน้าท้องที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ เสียงของเด็กวัยรุ่นที่กำลังฝึกฝนทักษะมวยตอนนี้ดังเซ็งแซ่อยู่รอบตัว ส่วนหนูก็อยู่บนเวทีมวยแล้วฝึกแรงหมัดกับแม่
ปึก!!
“นั่นแหละลูกสาวคนแกร่งของแม่ ต้องหมัดหนักๆ แบบนี้!”
หนูตีสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อทันทีที่สวนไปทุกหมัด แม่จะเอ่ยปากชมอยู่ตลอด นั่นก็เพราะหนูเป็นลูกสาวคนเดียว และเป็นความหวังในการสืบทอดค่ายมวยหญิงนี่ล่ะนะคะ ก็เลยต้องเอาใจหนูมากๆ หน่อย
เอาใจจนบางทีเหล่าพี่ชายก็เริ่มพากันน้อยใจแล้ว
“แฮ่ก เหนื่อยจังเลย”
หนูล้มตัวลงนั่งบนเบาะที่ไว้ใช้สำหรับซิทอัพ ทุกวันหนูจะต้องออกกำลังกายแขนเพื่อให้ออกแรงได้ต่อเนื่อง รวมทั้งออกกำลังหน้าท้องให้มันแข็งและหนา แม่บอกว่าพอมีกล้ามเนื้อมากๆ เวลาต่อยมันจะไม่ค่อยเจ็บมาก แต่จะให้ดีเวลาโดนต่อยต้องเอาหัวรับจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะมันจะไม่เจ็บ
ส่วนเวลาชก ถ้าจะให้เจ็บต้องงอนิ้วกลางขึ้นมาหน่อย เพราะตรงนั้นคือกระดูกแข็งๆ
พอไปส่องกระจก ร่างกายของหนูน่ะดูผอมบางตัวเล็ก แต่จริงๆ พอเปิดหน้าท้องออกมา จะมีกล้ามหน้าท้องจนดูไม่สวยเลยล่ะ แบบนี้น่ะ ถ้าเกิดอคินมาเห็นเข้าล่ะก็อาจจะคิดว่าหนูไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิดไว้ก็ได้ แต่ถ้าไม่ซิทอัพก็จะโดนแม่ดุอยู่ดี
หนูเลือกอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย... ทั้งๆ ที่คนที่ชอบเค้าดันชอบคนอ่อนแอแท้ๆ
ครืด ครืด
แต่ระหว่างที่นั่งท้อใจกับความแข็งแกร่งของครอบครัวตัวเองอยู่นั้น โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวก็สั่นอย่างรุนแรง หนูรู้สึกแปลกใจก็เลยกดดูชื่อปลายสาย แล้วก็ต้องตกใจแทบทำโทรศัพท์หล่นเมื่อเห็นว่าเป็นอคิน
อะ... อคินโทรมา!
นี่หนูสวยรึยังนะ น่ารักแล้วใช่มั้ย แต่... โธ่ อคินเขาไม่ได้วีดีโอคอลมาสักหน่อย แล้วจะตื่นเต้นทำไมนะเรา
หนูเดินเป็นวิ่งออกไปให้ไกลจากเสียงฝึกภายในค่ายมวยมากที่สุด ถึงจะโดนแม่บ่นไล่หลังมาก็ไม่สน อคินอ่ะคือความรักเลยนะคะ
ติ๊ด
“ฮะ... ฮัลโหลคิน” จนวิ่งมาได้ไกลพอหนูก็กดรับสาย แล้วกรอกเสียงตัวเองลงไปแบบสั่นๆ เพราะตื่นเต้นบวกกับเหนื่อยนิดๆ
[ปูน้อย! เราได้ข่าวว่าเธอโดนรุ่นพี่ปี 4 รังแก เธอเป็นยังไงบ้าง]
หนูเผลอถอนหายใจ ที่แท้ก็เป็นห่วงหนูนี่เอง
“เราไม่เป็นไรจ้ะ เราโอเคมากๆ แต่ก็แอบแสบๆ หน้านิดหน่อย แหะๆ”
[ว่าไงนะ แปลว่าโดนตบมาด้วยเหรอ!]
“กะ... ก็เปล่า”
[บ้านเธออยู่ไหน เราจะเข้าไปดูเธอเดี๋ยวนี้เลย] หนูหน้าร้อนทันทีที่อคินพูดแบบนั้น นี่แปลว่าเขาห่วงหนูมากเลยนะเนี่ย แต่จะให้มาได้ยังไงล่ะ จะให้รู้ไม่ได้ว่าบ้านหนูเป็นค่ายมวยหญิง
“มะ ไม่เป็นไรๆๆ เราโอเคมากๆ แม่เราประคบยาให้แล้วล่ะ” หนูพูดไปแล้วก็แตะแก้มตัวเองที่แสบๆ นิดหน่อย ซะที่ไหนล่ะ มันก็แค่ปวดแสบนิดเดียวเองอ่ะ
[จริงๆ นะ ไม่เป็นไรจริงๆ ใช่มั้ย?]
“อื้อ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ปูน้อยโอเคมากๆ”
[เฮ้อ เธอนี่จริงๆ เลย ชอบให้เป็นห่วง] หนูใจเต้นใจจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว อคินนน พอแล้ว เราไม่อยากรับความเป็นห่วงของเธอไปมากกว่านี้แล้ว เราใจเต้นอ่ะ [เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะคอยอยู่ด้วยตลอดนะ เราจะปกป้องเธอเอง]
ตึกตัก
“อะ... อื้ม ขอบคุณนะ”
“คุยกับผัวอยู่เหรอ”
แต่ยังไม่ทันที่จะกดวางสายของอคิน เสียงทุ้มพราวเสน่ห์ของใครบางคนที่ดูคุ้นหูซะเหลือเกินก็ดังขึ้นที่ข้างใบหู
ซึ่งพอหันกลับไปดูแล้ว
“กะ กรี๊ด!” หนูเผลอร้องกรี๊ดออกมาเสียงดังลั่นตอนที่ฟาดโทรศัพท์เข้าหน้าของบุคคลๆ นั้นไปเต็มรัก
“ไอ้เหี้ย!”
ตุบ
[พาร์ท : บุหรี่]ผมเช็คทุกอย่างจากกล้องวงจรปิด ที่ไอ้เด็กหน้าตาละอ่อนที่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวโอนิซึกะติดไว้ในบ้านสมัยโบราณนั่น รวมทั้งคุณป้าใบ้ที่เป็นแม่บ้านของพ่อที่ปลอมมาเป็นชาวบ้านใช่ ก็แค่สถานการณ์ที่ถูกจัดให้ไอ้เวรสมิงรู้ตัวอย่างเงียบๆ ผมก็แค่อยากรู้ว่าถ้าคนอย่างมันจะมีความรักแบบจริงจัง จะแสดงออกมาแบบไหนไม่น่าเชื่อว่าจะคลั่งไคล้เด็กคนนี้ถึงขนาดนั้น ถึงขนาดยอมเอาตัวเข้าไปเป็นของเล่นทั้งๆ ที่ปกติมันเป็นคนที่มองคนอื่นเป็นของเล่นมาตลอดมึงจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดก็คราวนี้แหละไอ้สมิง ในเวลาที่กูกับอคินมีเซ็กซ์กับยัยเด็กคนนั้นโดยที่มึงก็รับรู้อยู่เต็มอกว่ายัยนั่นมันไม่ได้มีอะไรแค่กับมึงคนเดียวผมไม่ได้จงใจจะตัดขาดกับมัน แต่ก็พอรู้ว่าในตอนนี้มันต้องไม่สบอารมณ์ผม แล้วคงหาทางจะต่อยหน้าผมสักทาง ที่ผมเลือกพาอคินไปสวิงกิ้งกับยัยกระต่ายน้อยลับหลังก็แค่ทดสอบอะไรนิดหน่อย แต่แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นไปตามแผนเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ?ก็แค่... บังคับทางอ้อมให้ไอ้คินอยากเอาชนะผมเข้าเส้นจนต้องใช้ลูกอมกับเธอ ในขณะเดียวกันก็วางแผนให้เท็นเท็นวางยาในเหล้าที่ไอ้สมิงดื่ม คาดเดาอยู่แล้วว่าไอ้สมิงน่าจะต
หนูที่หมดเรี่ยวแรงจากศึกรักถูกยกตัวขึ้นอุ้มด้วยมือแกร่งของสมิง เขาพันผ้าเช็ดตัวปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของหนูไว้ แล้วพาฝ่าฝนขึ้นบันได้เดินผ่านสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ลูกกัน พวกเขามองสภาพเปียกปอนของเราทั้งคู่อย่างตกใจ คงคิดว่าพวกเราบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เข้าไปอาบน้ำด้วยกันกลางสายฝนแรงแบบนี้สมิงไม่ได้พูดขออนุญาตสักคำทั้งๆ ที่นี่ไม่น่าจะใช่บ้านของเขา ร่างสูงพาหนูเข้าไปในห้องห้องเดิมแล้วปิดประตูลงอย่างไร้มารยาท“วะ... วางลงด้วยนะคะ ขาน้องไม่มีแรง” หนูไม่ได้สลบเหมือนทุกครั้งที่น่าจะมีอะไรกับพวกเขา หากแต่ขอร้องเสียงผะแผ่ว สมิงหรี่ตาลงมองสภาพของหนูที่อิดโรย ก่อนที่เขาจะวางหนูให้นั่งลงบนฟูกตามที่หนูพูดนั่นทำให้หนูนึกแปลกใจในความว่าง่ายของเขานิดๆ“ไม่ได้ทำแรงขนาดนั้น” เขาพูดเสียงอ่อน แล้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของหนูออก หนูเลยเม้มริมฝีปากแน่น เพราะตอนที่เดินฝ่าฝนมา เขาพยายามใช้ตัวเองบังเพื่อไม่ให้ฝนโดนหนูด้วยนะทำไมสมิงที่มักจะเป็นตัวตั้งตัวตีที่คอยทำร้ายรังแกหนูในทุกๆ เรื่อง กลับอ่อนโยนต่อหนูได้ขนาดนี้กันนะ?เขาชอบหนูอย่างที่แสดงออกมาขนาดนั้นจริงๆ เหรอ หรือเขาแค่ชอบเพราะว่าหนูยินยอมให้เขาทำเรื่อ
[พาร์ท : สมิง]ผมนิ่งไปเมื่อเห็นว่าตัวของยัยนี่ร้อนผะผ่าว ยิ่งกอบกุมนมพอดีมือนั้นไว้ก็ยิ่งร้อน เหมือนเอานมไปลนไฟมาไม่มีผิดสบู่นกแก้วที่อยู่ใกล้มือที่สุดถูกผมคว้ามา ผมเริ่มถูตัวให้เธอแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ในขณะที่รั้งเอวเธอไว้แน่น จนร่างกายเล็กๆ ขาวๆ นั่นแนบกับกางเกงบ็อกเซอร์ที่พองโตของผมยัยตัวเล็กกัดไหล่ผมเบาๆ เธอในจังหวะนี้โคตรเร่าร้อน ผมถูสบู่ที่กลิ่นหอมติดค่อนข้างฉุนลงไปจนถึงบั้นท้ายงามงอน ขยำมันอย่างแรงจนเป็นรอยมือ พร้อมกับเอาขันตักน้ำในโอ่งมาราดตัวเธอจนเปียกปอนมือหนาของผมยังคงใช้สบู่ถูไปตามเรียวขาอ่อน เธอถูกผมดันจนชิดกับโอ่งมังกร พร้อมกับยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นในขณะที่ค้อมตัวลงนั่งประจันหน้ากับกลีบสวาทสีชมพูเข้มผมถูสบู่ลงไปที่ปลายเท้าเล็กทั้งสองข้าง ทั้งข้างที่ยืนพื้น กับข้างที่ยกขึ้นสูง เอาจริงๆ ปะ ผมไม่เคยถูสบู่ให้ใครตั้งแต่หัวจรดตีนมาก่อน นี่คือการแสดงออกว่ายัยปูน้อยเป็นคนที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับผมผมยอมรับในตอนนี้ก็ได้ ในจังหวะที่เรามาติดบ้านรูหนูนี่ด้วยกันผมชอบเธอน้ำเปล่าถูกราดตรงเรียวขาของเธอ ขายัยตัวเล็กสั่นพั่บๆ เพราะความเย็นของน้ำ ผมกระตุกยิ้มเมื่อรู้สึกว่าตัวเธอหอมขึ้
“เอาเลยค่ะพี่” หนูพูดแล้วฉีกยิ้มมุ่งมั่นออกมา “ทำให้มันจบเลย เพราะตอนนี้น้องหิวแถมง่วงแล้วด้วย”สมิงสบตาหนูกลับมา เขาดูมีแววตาแปลกๆ ที่แสดงออกได้ถึงความเห็นใจ แต่หนูไม่ต้องการมันหรอกนะ หนูแข็งแรงพอที่จะโดนย่ำยีไปเรื่อยๆ ได้โดยที่ยังคงความสดใสไว้อยู่เหมือนเดิม“อย่ามาทำตัวน่าสมเพชหน่อยเลย” เขาเงียบไปนานก่อนที่จะโพล่งคำพูดคำจาแดกดันแบบที่เป็นเขาในเวลาปกติขึ้นมา มือหนายังกอบกุมใบหน้าของหนูไว้ ก่อนที่ต่อมาเขาจะกัดฟันกรอด “จริงๆ เธอเองก็เจ็บเจียนจะตายอยู่แล้ว”“...”“คบกันเหอะ” แล้วอยู่ดีๆ สมิงที่แสนโหดร้ายคนนั้นก็พูดคำๆ นึงออกมา พูดมันออกมาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง “คบเป็นแฟนกับพี่ แล้วพี่จะรับผิดชอบหนูทุกอย่างเอง”“!!”“ทั้งร่องรอยที่ไอ้คินทำ ทั้งที่ไอ้บุหรี่ทำ แม้กระทั่งร่องรอยที่พี่สร้าง”หนูเบิกตากว้าง แล้วก็เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาที่พราวไปด้วยหยดน้ำฝนมีสีหน้าจริงจังในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใช่ค่ะ หนูเจ็บ หนูเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ที่ตัวเองถูกย่ำยีเหมือนไม่มีความเป็นคนจากผู้ชายทั้งสามคน แต่หนูแค่พยายามต่อสู้กับมันต่อ หนูไม่ได้คิดว่าหนึ่งในพวกเขาจะเข้ามาเห็นใจ เพราะยังไงความรู้สึกเรื่องเพศของหนูก็เป
“ตกใจหมดเลยค่ะ” หนูโพล่งออกมาพร้อมกับล้มตัวลงไปนั่งขัดสมาธิกับพื้นอย่างโล่งอก ถึงจะเป็นสมิง แต่ก็ดูจะไว้ใจได้อยู่นิดหน่อย อย่างน้อยก็เป็นคนที่พอรู้จักกัน ซึ่งไม่รู้ทำไมหนูถึงต้องรู้สึกไว้ใจเขาแบบนี้ด้วยเขาค่อยๆ เลื่อนประตูปิดอย่างช้าๆ หนูเห็นผ่านสายตาแวบๆ ว่ามีเด็กผู้ชายท่าทางหน่วยก้านดีอยู่ข้างนอก เขากำลังจ้องหน้าหนูตอนที่หั่นผัก หนูเลยจ้องสู้กลับไป ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลง“... ทำไมน้องถึงมาอยู่ที่นี่กับพี่ได้คะ ก็จำได้ว่าก่อนหน้านั้น” หนูเว้นคำไว้แล้วถามเขาอย่างนึกฉงน สมิงคว้าปมผ้าเช็ดตัว ก่อนที่เขาจะหันแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักและมัดกล้ามใส่แทนคำตอบ “ตอบสิคะ”“เรื่องมันยาว จะให้สาธยายเรื่องไหนก่อนดี” เขาคลายปมผ้าเช็ดตัวออกแบบโต้งๆ เลย แวบหนึ่งที่หนูแอบเห็นบั้นท้ายงามงอนของเขา หนูก็รีบชักมือขึ้นมาปิดตาไว้ “เรื่องที่เธอไปแอบแรดมีอะไรกับผู้ชายตั้งสองคน หรือเรื่องที่พี่ช่วยเธอออกมาจากดงโจร?”หนูขมวดคิ้วตอนที่คลายมือออกจากตา“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ใช่ เขาพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ อะไรคือมีอะไรกับผู้ชายตั้งสองคน เท่าที่จำได้ก็มีแค่อคินนี่นา และถึงจะมีสักกี่คนมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา“พ
“อื้ม” ผมใช้นิ้วคว้านวนรอบๆ ภายในตัวของเธอ น้ำหล่อลื่นทะลักออกมามากขึ้น ผมใช้ทั้งสองนิ้วชักเข้าชักออกภายในกลีบเนื้อเต่งตึงนั่น แล้วทำท่าจะปลดกางเกงตัวเองลงไปด้วยแต่แสงไฟที่ดูจะสว่างวาบมาจากข้างหลังทำให้ผมรีบดึงชายกางเกงในปิดร่องสวาทของเธอไว้เหมือนเดิม พร้อมกับเหลียวหลังหันกลับไปมองอย่างนึกฉงน“ผมได้ยินมาจากแถวๆ คลองนี้นะแม่” เป็นหนุ่มชาวบ้านที่รู้สึกว่าจะเดินมากับแม่ของมัน พร้อมกับส่องไฟฉายไปรอบๆ คลองที่น่าจะเป็นบ่อเลี้ยงปลาโล่งไป ดูท่าจะไม่ใช่พรรคพวกของไอ้โจรทรามพวกนั้นผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับช้อนตัวยัยเด็กน้อยขึ้นอุ้ม แล้วตะโกนเสียงดัง“อยู่นี่ครับ!” ต่อหน้าคนที่คิดว่าช่วยเราได้ผมก็ต้องสุภาพชนใส่เป็นธรรมดา อีกอย่างเพราะไม่มีโทรศัพท์ แถมที่ตรงนี้ก็น่าจะเลยจากบ้านผมไปเยอะด้วย แถบๆ ชานเมืองแบบนี้ไม่ค่อยเห็นผ่านตาเท่าไหร่ แถวบ้านผมมันมีแต่ตึก“นั่นไงแม่” เสียงไอ้หนุ่มคนนั้นดังขึ้นพร้อมกับวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ผมปรับอารมณ์ที่ค้างมาจากเมื่อกี้ ก่อนที่จะอุ้มยัยตัวเล็กเดินเข้าไปหามัน “คุณครับ! โดนอันธพาลชิงทรัพย์แถวนี้ไล่มาตรงนี้ใช่มั้ยครับ”ทันทีที่มาถึงตัวมันก็ถามตรงกับเรื่องที่เจอมาเหมือนรู้







