Se connecter“แบบนั้นแหละดีแล้ว” ฟารีดาตอบบ้าง “พี่เฟย์!” “แก้วไม่ต้องซีเรียส โตๆ กันแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” สุดท้ายกีรฎาจึงได้แต่ถอนหายใจเมื่อไม่มีใครเห็นดีด้วย หวังก็แต่ว่าเพื่อนของเธอจะเป็นสุภาพบุรุษพอไม่ฉวยโอกาสกับคนเมา ................ “ปุ่นปล่อยผมก่อน มาถึงห้องปุ่นแล้ว” ชินพัตต์บอกคนเมาที่เขาอุ้มอยู่ ซึ่งยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้จนแน่นแทบหายใจไม่ออก แต่ก็นั่นแหละ จะเอาอะไรกับคนเมา ลงท้ายเขาก็ต้องใช้ความพยายามแกะมือที่เหนียวหนึบอย่างกับมือตุ๊กแกออกเอง ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เมื่อสามารถส่งปุณยวีร์ลงไปนอนบนเตียงได้สำเร็จ เธอยังบ่นงึมงำเรื่องกอดลบรอยไม่เลิก เขาจึงถือวิสาสะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อหาผ้าขนหนูผืนเล็กเพื่อไปชุบน้ำมาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้อีกฝ่าย “อือ เย็น” ปุณยวีร์บ่นพลางหันหน้าหนี มือก็พยายามปัดผ้าออก “ปุ่น อยู่นิ่งๆ ก่อน” ชินพัตต์ดุพลางยึดมือเล็กเอาไว้ “เช็ดหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น” เขาอดคิดไม่ได้ว่าจะมีผู้ชายสักกี่คนกันนะที่ต้องมาดูแลผู้หญิงขี้เมา สำหรับเขาปุณยวีร์เป็น
“ก็...” ฟารีดายักไหล่ผายมือ “แล้วนึกยังไงถึงพากันมาเมาวะ” ก้องภพถามบ้าง “ก็ไม่ไงอะ ยัยปุ่นชวน ว่างพอดีก็เลยมา” “ไม่คิดจะห้ามปรามกันเลย” “ก็คนเขาอยากมา ไปขัดศรัทธามันบาปไหม” กีรฎาไม่ว่าอะไรนอกจากถอนหายใจแล้วมองคนเกรงกลัวต่อบาป... ตาเขียว ฟารีดาย่นคอ “น่ากลัวไม่ใช่เล่นนะน้องแก้วของแก ระวังตัวล่ะ” ก้องภพกลอกตา อยู่ดีไม่ว่าดีมาหาเรื่องให้เขาอีก “แล้วยัยปุ่นเป็นไร ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากกินเหล้า” “ไปเห็นภาพบาดตาทำหัวใจสลายมาน่ะสิ” ก้องภพหันไปสบตากับกีรฎาก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วถามสาวห้าว “แกหมายความว่าไง” “ก็เมื่อเย็นยัยปุ่นแวะเอาของฝากไปให้พวกเราที่บ้าน แต่ไม่มีใครอยู่เลยทิ้งของฝากไว้แล้วชวนฉันไปกินข้าว แต่พอไปถึงร้านข้าวดันเห็นชินกอดอยู่กับคุณพิ้งพอดี” “ฮะ!” / “หา!” ก้องภพกับกีรฎาอุทานขึ้นพร้อมกัน “คุณพิ้ง เพชรชมพูน่ะนะ” “อือ” “ก็แล้วทำไมแกไม่บอกยัยปุ่นไปล่ะว่า... “ “บอกทันที่ไหน เห็นแค่นั้นยัยนี่ก็เปิดแน่บขับรถออกไปแล้ว พอฉันโ
มาถึงตอนนี้ปุณยวีร์แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อชินพัตต์แล้ว ตอนแรกที่เธอปฏิเสธเขาอาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เธอเพิ่งเลิกราจากภควัตได้ไม่นาน จะให้รีบตอบรับรักผู้ชายคนใหม่เลยก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างไรบอกไม่ถูก หญิงสาวเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าที่เธอสามารถตัดใจจากวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ได้เร็ว เป็นเพราะความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามันยังไม่ลึกซึ้งมากพอ คงเป็นเพราะรูปลักษณ์และบุคลิกอบอุ่นใจดีของอีกฝ่ายที่ทำให้เธอรีบกระโจนเข้าหาจนลืมสำรวจหัวใจตัวเองให้ดีว่า แค่หลงปลื้มหรือรู้สึกลึกซึ้งกับเขาจริงๆ แต่กับชินพัตต์ แม้ตอนแรกจะมีเหตุให้รู้สึกไม่ถูกชะตากันบ้าง ครั้นพอได้เห็นแง่มุมต่างๆ ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด และในที่สุดก็มากจนเกินพอ… สิ่งที่ปุณยวีร์คาดหวังว่าจะได้เจอเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง คือรอยยิ้มยินดีจากคนมาดนิ่ง เธอคิดเอาเองว่าเขาคงจะคิดถึงเธอเช่นเดียวกับที่เธอคิดถึงเขา ล่ามสาวตั้งใจจะนัดวิศวกรหนุ่มไปเลี้ยงข้าวเพื่อปลอบขวัญเรื่องที่พี่ชายของเธอโผล่มาทำให้เขาช็อก จากนั้นเธอก็จะบอกกับเขาว่าหัวใจของเธอพร้อมแล้วที่จะรับเขาเข้
“โทษทีแก้ว” เหมือนพิมพ์บอกหลังจากหยุดหัวเราะได้แล้ว “ไหนแก้วลองเล่าให้ฟังหน่อยสิว่าผู้ชายคนนั้นเป็นยังไง” “ก็ตัวสูง ขาว หน้าตาจัดว่าดีเลยล่ะค่ะ สาวๆ เห็นแล้วกรี๊ดกันใหญ่” “หอบกล้วยไม้ช่อใหญ่ ขับมินิสีเหลืองด้วยใช่ไหม” เหมือนพิมพ์ช่วยเสริม “ใช่ค่ะ คุณพิมพ์รู้ได้ไง คุณปุ่นบอกเหรอคะ” เหมือนพิมพ์หัวเราะ “เปล่า พิมพ์จำได้เพราะพล็อตมันซ้ำ พี่เขาทำบ่อย” “คะ?” “แก้วไม่รู้สึกว่าผู้ชายตัวสูง ผิวขาว ปากแดงๆ คนนั้นดูคล้ายใครสักคนที่แก้วรู้จักเหรอ” “เอ๊ะ! หรือว่า?” “พี่เขาชื่อเป้ ปรีติ เป็นพี่ชายแท้ๆ ดีเอ็นเอตรงกับยัยปุ่นเลยจ้ะ” “โอ๊ย! แก้วไม่อยากจะเชื่อเลยคุณพิมพ์ ก็พี่เขา...” เหมือนพิมพ์หัวเราะอีกครั้ง “พี่เป้ขี้หวง เพราะแบบนี้แหละยัยปุ่นถึงไม่เคยมีแฟนเลย ก่อนจะไปทำงานที่ HANO เมื่อไหร่ที่ระแคะระคายว่ามีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะ พี่เป้ก็จะขับรถหรูพร้อมหอบช่อดอกไม้ไปให้ยัยปุ่น พอเห็นแบบนั้นผู้ชายก็เลยเปิดไปหมด เพราะเข้าใจว่ายัยปุ่นมีแฟนแล้วทั้งที่ความจริงโสดสนิท อ้อ แต่คราวนี้พี่เป้ไม่ยอมลงทุนขั
“อ้าว ชิน” มณฑกานต์เอ่ยปากทักวิศวกรหนุ่มรุ่นน้องที่เทียวขายขนมจีบให้ล่ามสาวน้องนุชสุดท้องมาพักใหญ่แล้ว ซึ่งเยี่ยมหน้าเข้ามาในห้องทำงานขณะที่เธอกับทอไหมกำลังจะเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้านเพราะได้เวลาเลิกงานแล้ว “ไม่ได้นัดกับปุ่นเหรอ” ทอไหมถามขึ้นบ้าง “เอ่อ ก็กะว่าถึงเวลาเลิกงานจะมารับไปกินข้าวครับ” “อ้าว! แล้วยัยปุ่นรีบร้อนออกไปหาใคร พี่คิดว่านัดกับชินไว้ซะอีก” “ออกไปนานแล้วเหรอครับ” “ยังไม่ถึงสิบนาทีเนอะพี่แป๋ม ชินรีบขับรถตามไปดูสิน่าจะยังอยู่แถวหน้าโรงงาน พวกเจ้าจิ๋ว เจ้าสุอาจจะเรียกให้ไปรับของขวัญวันเกิดก็ได้มั้ง เพราะเมื่อเที่ยงได้ยินวิดีโอคอลคุยกัน ใช่ไหมคะพี่แป๋ม” “อืม” “ขอบคุณครับ” ชินพัตต์บอกก่อนจะรีบเร่งไปที่ลานจอดรถเพื่อขับรถไปให้ทันปุณยวีร์ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดในวันนี้ โดยเขาตั้งใจจะใช้โอกาสพิเศษนี้พาเธอไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน จากนั้นก็จะขอเธอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการ หวังว่าครั้งนี้เขาจะไม่ผิดหวัง ปุณยวีร์กวาดสายตามองหาเจ้าของสายโทร.เข้าที่ทำให้เธอว้าวุ่นใจนั่งไม่ติดที่จนต้อ
“คุณอ้อนตัดสินใจนานไหมคะตอนที่พี่ปุ้นขอแต่งงาน” “ไม่ถึงห้านาทีค่ะ” อรพินท์ตอบด้วยรอยยิ้มหวานปนเขิน ได้ยินคำตอบของหญิงสาวที่มีบุคลิกนุ่มนวลเข้าไปบรรดาสมาชิกที่ล้อมวงกันอยู่ก็ถึงกับตบมือเกรียวกราว “ก็อย่างที่ปุ้นบอกนั่นแหละค่ะ เมื่อเราสองคนมั่นใจกันแล้วก็ไม่รู้จะรอทำไมอีก แต่งกันเลยดีกว่า” “พี่อ้อยล่ะคะ ทำไมถึงตกลงแต่งงานกับพี่ต้อ” กีรฎาหันไปถามสุพรรษาบ้าง “แต่คู่พี่นี่พี่ไม่ได้เป็นคนขอแต่งนะ พี่ถูกบังคับ” วัชระชิงตอบก่อนจึงได้รางวัลเป็นฝ่ามืออรหันต์จากภรรยา “พี่เสียดายเงินที่มันกินเหล้าหมดไปแต่ละวันเลยต้องรีบเข้าไปช่วยจัดการบัญชีรายรับรายจ่าย” “จัดการจนเหลือติดกระเป๋าแค่วันละร้อย ไม่น่าพลั้งรับปากแต่งเลยตู” วัชระโอดครวญเรียกเสียงฮาจากสมาชิกได้อีกครั้ง “แล้วคู่พี่หวานกับพี่ต้นล่ะคะ” กนิษฐา พนักงานใหม่จากแผนกประกันคุณภาพที่ตรัยพามาด้วยถามขึ้นบ้าง “พี่สามสิบแล้ว งานวิจัยบอกว่าช่วงอายุที่เหมาะสมในการมีลูกมากที่สุดก็คือช่วงนี้แหละ ลูกจะได้ฉลาด” “อ้าว! ไม่ใช่ว่าจะมาจัดการบัญชีรายรับร







