LOGINนางมารร้ายบริสุทธิ์... มองคนที่ผ่านมาแล้วหลายสมรภูมิตาเขียวปั้ด ส่วนคนจุดประเด็นหัวเราะขำ “ก็ตามนั้นแหละ” เหมือนพิมพ์พูดกลั้วหัวเราะ “เอาเป็นว่าเข้าใจกันแล้วนะ งั้นไปกินข้าวกันดีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งกินกันเองเลย” หลิ่วตามองหนุ่มสาวที่เกือบจะกินกันไปแล้วยิ้มๆ “ให้เวลาเคลียร์กันอีกสิบห้านาทีแล้วรีบตามมาล่ะ หิวมากเลยนี่ รีบขับรถมายังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยเพราะกลัวยัยเมรีขี้อ้อนเมาไปอ้อนผู้ชายไม่ดูตาม้าตาเรือเข้า” เหมือนพิมพ์สั่งจบก็เปิดประตูออกจากห้องไปก่อน พอถูกปล่อยให้อยู่ในห้องกันตามลำพังสองคนปุณยวีร์ก็ทำตัวไม่ถูกรีบลุกขึ้นจากเตียงจะเดินไปเปิดประตูออกไปบ้าง ชินพัตต์รีบเข้ามายึดข้อมือเล็กที่กำลังจะหมุนลูกบิดประตูไว้ในอุ้งมือใหญ่ “คุยกันก่อนสิครับ” เขาบอกชิดริมหู ปุณยวีร์พยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ทำไม่ได้อีก เพราะถูกชายหนุ่มกางแขนกั้นเอาไว้ “คุยอะไรล่ะ หิวข้าวแล้วนี่” ชินพัตต์จับเจ้าของบ่าบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ก็บอกไปแล้วว่าคุณพิ้งเป็นภรรยาของทาคาดะซังแล้วยังงอนผมเรื่องอะไรอีก” “แล้วทีคุณล่ะ ฉันทำอะไรใ
หากตอนนี้... คนที่เคยปรนนิบัติพัดวีดูแลคนเมากลับมึนเมาเสียเอง ด้วยรสสัมผัสวาบหวามจากคนใต้ร่าง อารมณ์พิศวาสลุกโชนจนยากที่จะดับ ริมฝีปากได้รูปวกกลับไปประทับจุมพิตปิดเสียงประท้วงจากริมฝีปากบาง ขณะสอดนิ้วร้อนผ่าวเข้าไปใต้ตะขอบรา หากยังไม่ทันได้ออกแรงสะกิด เสียงเคาะประตูถี่ๆ ก็ดังขึ้นทำเอาสะดุ้งจนต้องหยุดทุกการกระทำ! ปุณยวีร์ใช้จังหวะนั้นผลักร่างของชินพัตต์ออก ลุกขึ้นนั่งหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำ “ปุ่น! ปุ่น! ทำอะไรอยู่น่ะ นี่ฉันเอง พิมพ์!” เสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ดังขึ้นหลังเสียงเคาะประตูช่วยเรียกสติของสองหนุ่มสาวได้ชะงัด ชินพัตต์ลงไปยืนอยู่ข้างเตียง เขาเสยผมแรงๆ พลางสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้งก่อนจะหันไปถามคนที่นั่งอยู่บนเตียงเสียงเบาว่า “ปุ่น โอเคไหม” ปุณยวีร์ถลึงดวงตาคู่กลมโตกลับมาแทนคำตอบขณะที่สองมือก็จัดแจงเสื้อผ้าที่ถูกเลิกขึ้นไปถึงไหนๆ ให้กลับเข้าที่ ชินพัตต์กลอกตา ได้แต่คิดในใจว่า ‘ใครเริ่มก่อนล่ะ’ “ปุ่น! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เปิดประตู งั้นฉันเปิดเข้าไปเองนะ” เสียงคนข้างนอกบอกก่อนจะได้ยินเสียงไขก
“แบบนั้นแหละดีแล้ว” ฟารีดาตอบบ้าง “พี่เฟย์!” “แก้วไม่ต้องซีเรียส โตๆ กันแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” สุดท้ายกีรฎาจึงได้แต่ถอนหายใจเมื่อไม่มีใครเห็นดีด้วย หวังก็แต่ว่าเพื่อนของเธอจะเป็นสุภาพบุรุษพอไม่ฉวยโอกาสกับคนเมา ................ “ปุ่นปล่อยผมก่อน มาถึงห้องปุ่นแล้ว” ชินพัตต์บอกคนเมาที่เขาอุ้มอยู่ ซึ่งยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้จนแน่นแทบหายใจไม่ออก แต่ก็นั่นแหละ จะเอาอะไรกับคนเมา ลงท้ายเขาก็ต้องใช้ความพยายามแกะมือที่เหนียวหนึบอย่างกับมือตุ๊กแกออกเอง ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เมื่อสามารถส่งปุณยวีร์ลงไปนอนบนเตียงได้สำเร็จ เธอยังบ่นงึมงำเรื่องกอดลบรอยไม่เลิก เขาจึงถือวิสาสะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อหาผ้าขนหนูผืนเล็กเพื่อไปชุบน้ำมาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้อีกฝ่าย “อือ เย็น” ปุณยวีร์บ่นพลางหันหน้าหนี มือก็พยายามปัดผ้าออก “ปุ่น อยู่นิ่งๆ ก่อน” ชินพัตต์ดุพลางยึดมือเล็กเอาไว้ “เช็ดหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น” เขาอดคิดไม่ได้ว่าจะมีผู้ชายสักกี่คนกันนะที่ต้องมาดูแลผู้หญิงขี้เมา สำหรับเขาปุณยวีร์เป็น
“ก็...” ฟารีดายักไหล่ผายมือ “แล้วนึกยังไงถึงพากันมาเมาวะ” ก้องภพถามบ้าง “ก็ไม่ไงอะ ยัยปุ่นชวน ว่างพอดีก็เลยมา” “ไม่คิดจะห้ามปรามกันเลย” “ก็คนเขาอยากมา ไปขัดศรัทธามันบาปไหม” กีรฎาไม่ว่าอะไรนอกจากถอนหายใจแล้วมองคนเกรงกลัวต่อบาป... ตาเขียว ฟารีดาย่นคอ “น่ากลัวไม่ใช่เล่นนะน้องแก้วของแก ระวังตัวล่ะ” ก้องภพกลอกตา อยู่ดีไม่ว่าดีมาหาเรื่องให้เขาอีก “แล้วยัยปุ่นเป็นไร ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากกินเหล้า” “ไปเห็นภาพบาดตาทำหัวใจสลายมาน่ะสิ” ก้องภพหันไปสบตากับกีรฎาก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วถามสาวห้าว “แกหมายความว่าไง” “ก็เมื่อเย็นยัยปุ่นแวะเอาของฝากไปให้พวกเราที่บ้าน แต่ไม่มีใครอยู่เลยทิ้งของฝากไว้แล้วชวนฉันไปกินข้าว แต่พอไปถึงร้านข้าวดันเห็นชินกอดอยู่กับคุณพิ้งพอดี” “ฮะ!” / “หา!” ก้องภพกับกีรฎาอุทานขึ้นพร้อมกัน “คุณพิ้ง เพชรชมพูน่ะนะ” “อือ” “ก็แล้วทำไมแกไม่บอกยัยปุ่นไปล่ะว่า... “ “บอกทันที่ไหน เห็นแค่นั้นยัยนี่ก็เปิดแน่บขับรถออกไปแล้ว พอฉันโ
มาถึงตอนนี้ปุณยวีร์แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อชินพัตต์แล้ว ตอนแรกที่เธอปฏิเสธเขาอาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เธอเพิ่งเลิกราจากภควัตได้ไม่นาน จะให้รีบตอบรับรักผู้ชายคนใหม่เลยก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างไรบอกไม่ถูก หญิงสาวเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าที่เธอสามารถตัดใจจากวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ได้เร็ว เป็นเพราะความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามันยังไม่ลึกซึ้งมากพอ คงเป็นเพราะรูปลักษณ์และบุคลิกอบอุ่นใจดีของอีกฝ่ายที่ทำให้เธอรีบกระโจนเข้าหาจนลืมสำรวจหัวใจตัวเองให้ดีว่า แค่หลงปลื้มหรือรู้สึกลึกซึ้งกับเขาจริงๆ แต่กับชินพัตต์ แม้ตอนแรกจะมีเหตุให้รู้สึกไม่ถูกชะตากันบ้าง ครั้นพอได้เห็นแง่มุมต่างๆ ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด และในที่สุดก็มากจนเกินพอ… สิ่งที่ปุณยวีร์คาดหวังว่าจะได้เจอเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง คือรอยยิ้มยินดีจากคนมาดนิ่ง เธอคิดเอาเองว่าเขาคงจะคิดถึงเธอเช่นเดียวกับที่เธอคิดถึงเขา ล่ามสาวตั้งใจจะนัดวิศวกรหนุ่มไปเลี้ยงข้าวเพื่อปลอบขวัญเรื่องที่พี่ชายของเธอโผล่มาทำให้เขาช็อก จากนั้นเธอก็จะบอกกับเขาว่าหัวใจของเธอพร้อมแล้วที่จะรับเขาเข้
“โทษทีแก้ว” เหมือนพิมพ์บอกหลังจากหยุดหัวเราะได้แล้ว “ไหนแก้วลองเล่าให้ฟังหน่อยสิว่าผู้ชายคนนั้นเป็นยังไง” “ก็ตัวสูง ขาว หน้าตาจัดว่าดีเลยล่ะค่ะ สาวๆ เห็นแล้วกรี๊ดกันใหญ่” “หอบกล้วยไม้ช่อใหญ่ ขับมินิสีเหลืองด้วยใช่ไหม” เหมือนพิมพ์ช่วยเสริม “ใช่ค่ะ คุณพิมพ์รู้ได้ไง คุณปุ่นบอกเหรอคะ” เหมือนพิมพ์หัวเราะ “เปล่า พิมพ์จำได้เพราะพล็อตมันซ้ำ พี่เขาทำบ่อย” “คะ?” “แก้วไม่รู้สึกว่าผู้ชายตัวสูง ผิวขาว ปากแดงๆ คนนั้นดูคล้ายใครสักคนที่แก้วรู้จักเหรอ” “เอ๊ะ! หรือว่า?” “พี่เขาชื่อเป้ ปรีติ เป็นพี่ชายแท้ๆ ดีเอ็นเอตรงกับยัยปุ่นเลยจ้ะ” “โอ๊ย! แก้วไม่อยากจะเชื่อเลยคุณพิมพ์ ก็พี่เขา...” เหมือนพิมพ์หัวเราะอีกครั้ง “พี่เป้ขี้หวง เพราะแบบนี้แหละยัยปุ่นถึงไม่เคยมีแฟนเลย ก่อนจะไปทำงานที่ HANO เมื่อไหร่ที่ระแคะระคายว่ามีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะ พี่เป้ก็จะขับรถหรูพร้อมหอบช่อดอกไม้ไปให้ยัยปุ่น พอเห็นแบบนั้นผู้ชายก็เลยเปิดไปหมด เพราะเข้าใจว่ายัยปุ่นมีแฟนแล้วทั้งที่ความจริงโสดสนิท อ้อ แต่คราวนี้พี่เป้ไม่ยอมลงทุนขั







