Share

ออกตัวพุ่งชน

last update Tanggal publikasi: 2026-08-27 10:03:53

           ‘เอาน่า แค่กินกันตาย ถ้ามีเวลาค่อยหาอะไรอร่อยๆ กินใหม่ก็แล้วกัน’

           ปุณยวีร์ปลอบใจตัวเอง ตั้งแต่เริ่มทำงานที่บริษัท HANO ล่ามรุ่นพี่ทั้งสองคนก็มักจะขับรถพาเธอไปรับประทานอาหารเที่ยงตามร้านอาหารข้างนอกยังไม่เคยมีโอกาสได้ฝากท้องที่โรงอาหารของบริษัทเลยสักครั้ง และเมื่อสองสาวรุ่นพี่ต้องตามนายญี่ปุ่นไปพบลูกค้าไกลถึงนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดซึ่งอยู่ที่จังหวัดระยองกลับมาไม่ทันพักเที่ยง ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ล่ามน้องใหม่ได้มาใช้บริการโรงอาหารของบริษัท ซึ่งบรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจมากทีเดียว ด้วยพนักงานส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพนักงานในไลน์ผลิตจะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นี่

           “คุณปุ่น มาคนเดียวเหรอคะ มานั่งด้วยกันสิคะ” เสียงหวานดังทักขึ้นมา ปุณยวีร์หันไปก็พบว่าเป็นกีรฎานั่นเอง หญิงสาวกับเพื่อนร่วมแผนกของเธอหลายคนนั่งอยู่รอบโต๊ะตัวยาวตัวหนึ่งใกล้ๆ กับทางเข้าออกของโรงอาหาร

            ล่ามสาวยิ้มกว้างและเพราะกำลังมองหาที่นั่งอยู่พอดีเธอจึงไม่รอช้ารีบก้าวเท้าตรงเข้าไปหาคนชวน “ขอนั่งด้วยคนนะคะ” บอกก่อนจะทรุดนั่งลงบนม้านั่งข้างๆ วิศวกรสาวที่ยิ้มรับ

           “ด้วยความยินดีครับ” ตรัยบอกพร้อมรอยยิ้ม “ทำไมวันนี้ถึงฉายเดี่ยวล่ะครับ” เขาถามต่อ

           “วันนี้พี่แป๋มกับพี่ไหมออกไปพบลูกค้ากับนายที่อีสเทิร์นซีบอร์ดน่ะ”

           “ถึงว่าสิ เมื่อกี้ยัยไหมเพิ่งอัพรูปกุ้งเผาตัวเบ้อเร่อลงเฟซบุ๊กยั่วน้ำลาย ที่แท้ก็ได้ไปกินถึงถิ่นนี่เอง ลาภปากชะมัด เฮ้อ… คิดๆ ดูแล้วก็สงสารตัวเองต้องวิ่งวุ่นตั้งแต่เช้ายันบ่าย ไม่รู้งานมันจะ NG อะไรนักหนาจนต้องนัดมีตติ้งด่วน เสร็จแล้วก็ต้องมาแยกงาน NG ทำ  รีพอร์ตส่งนายอีก นึกอยากจะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำตั้งแต่เช้า สุดท้ายก็ต้องมาพึ่งข้าวราดแกงโรงอาหาร อาภัพจริงๆ เลยกระเพาะตู” ฟารีดา ซึ่งเป็นสตาฟฟ์จากฝ่ายผลิตคนเดียวในหมู่วิศวกรบ่น     ยืดยาว

           “จะบ่นอะไรนักหนาฮะคุณเฟรี่ คนอื่นเขาก็ยุ่งพอๆ กันกับคุณนั่นแหละ” ก้องภพอดว่าไม่ได้

           “ก็ฉันอยากบ่น นายมีปัญหารึไง” ฟารีดาถามเสียงแข็ง

           “กระผมมิกล้าหรอกครับ”

           “เหอะ มิกล้า แต่หาเรื่องแขวะชาวบ้านได้ตลอด” วิศวกรหนุ่มและ สตาฟฟ์สาวจากฝ่ายผลิตโต้ตอบกันไม่มีลดละ

           “เลยเวลาพักเที่ยงสักพักแล้วทำไมแก้วเพิ่งเห็นคุณปุ่นมาทานข้าวล่ะคะ” กีรฎาถามสมาชิกร่วมโต๊ะคนใหม่

           “ปุ่นเพิ่งทำงานเสร็จน่ะ ซาโต้ซังให้คีย์ข้อมูลส่งบริษัทแม่ แฟ้มงี้อย่างหนาทำซะตาแฉะเลย”

           “แล้วข้าวราดผัดคะน้าปลากระป๋องนี่จะทานได้เหรอคะ ทำไมไม่สั่งข้าวไข่เจียวล่ะ”

           “ก็อยากอยู่เหมือนกัน แต่แก้วดูแถวสิยาวเกือบถึงสุไหงโกลกแล้วมั้งนั่น ปุ่นมีเวลาแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นเองอีกเดี๋ยวก็ต้องตามซาโต้ซังไปพบลูกค้าที่      วังน้อยแล้ว”

           “ปุ่นถือหรือเปล่าถ้าพี่จะขอแลกข้าวไข่เจียวกับข้าวราดผัดคะน้า    ปลากระป๋องของปุ่น” ภควัตหนึ่งในสมาชิกที่นั่งร่วมโต๊ะพูดขัดขึ้นมา

           “เรื่องถือน่ะปุ่นไม่ถือหรอกค่ะ แต่เกรงใจนี่สิคะ” ปุณยวีร์บอกพร้อมรอยยิ้ม ถึงจะเลือกกินไปหน่อยแต่ถ้าถึงคราวจำเป็นจริงๆ เธอก็กินเพื่ออยู่ได้

           ภควัตยิ้ม “พี่ถามแค่เรื่องถือไม่ถือ ไม่ได้ถามเรื่องอื่น เอ้าแลกกัน” เขายกจานข้าวโปะด้วยไข่เจียวสีเหลืองทองแลดูน่ากินมาตรงหน้า

           ล่ามสาวส่ายศีรษะ “ไม่เอาหรอกค่ะ พี่ปุ้นกินไปเถอะ ปุ่นกินอันนี้ได้หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ตอนนั่งรถไปพบลูกค้าปุ่นค่อยเข้าเซเว่นตอนที่คนขับรถแวะปั๊มก็ได้”

           “เถอะน่าปุ่น ไอ้พี่ปุ้นมันลิ้นจระเข้อะไรที่เป็นของกินมันกินได้ทั้งนั้นแหละ”      ก้องภพแทรกขึ้นมา

           ภควัตถลึงตาใส่คลื่นแทรกสถานีเดิมก่อนจะดึงจานข้าวราดผัดคะน้าปลากระป๋องเข้าหาตัวแล้ววางจานข้าวไข่เจียวลงแทนที่ “ไม่ต้องเกรงใจ แล้วก็ไม่ต้องสนใจคำพูดไอ้พี่ปืน เหลือเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีกินได้แล้วครับจะได้ไม่ต้องรบกวนให้ลุงคนขับรถแวะเข้าปั๊มด้วย”

           “ขอบคุณมากค่ะพี่ปุ้น” ถ้าทำได้… ปุณยวีร์นึกอยากยกเอาคำขอบคุณทุกภาษาทั่วโลกมาบอกกับวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ให้สมกับความใจดีที่เขามีให้ แต่เพราะมันอาจจะดูบ้าบอจนเกินไปเธอเลยบอกขอบคุณเขาแค่ภาษาแม่แล้วก็ส่งยิ้มกว้างก่อนจะตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติเพราะเวลาที่กระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ

           “สวัสดีครับ คุณปุ่นล่ามคนใหม่ใช่ไหมครับ”

           เสียงหนึ่งดังทักขึ้นมา ทั้งยังระบุชื่อและตำแหน่งงานเฉพาะเจาะจง เจ้าของชื่อซึ่งเพิ่งจัดการอาหารในจานหมดเรียบร้อยและกำลังดื่มน้ำจึงจำต้องหันไปมอง คนทักเป็นชายหนุ่มผิวสองสีรูปร่างสันทัดนั้นอยู่ในแบบฟอร์มพนักงาน บอกให้รู้ว่าเขาก็เป็นพนักงานคนหนึ่งของบริษัท HANO แต่เขาชื่ออะไรและทำงานอยู่แผนกไหนนี่สิที่เธอไม่รู้ ครั้นหวังจะพึ่งเพื่อนร่วมโต๊ะแต่ละคนก็ทำท่าคล้ายไม่อยากจะเสวนากับคนมาใหม่อีก เอ … มันหมายความว่ายังไง?

           คิ้วได้รูปสวยขมวดมุ่นอย่างมีคำถามขณะส่งเสียงทักกลับตามมารยาทว่า “สวัสดีค่ะ คุณ…”

           ชายหนุ่มผู้มาใหม่ยิ้มกว้าง “ตั้มครับ ตั้ม บรรจบ จากแผนกซ่อมบำรุง”

           ปุณยวีร์พยักหน้า “อ้อ คุณตั้ม ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

           “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกันครับ ทราบว่าคุณปุ่นเข้าทำงานเกือบเดือนแล้วแต่ไม่มีโอกาสพบกันเลย โชคดีจริงๆ ที่ผมตัดสินใจมาทานข้าวที่โรงอาหารวันนี้ บรรยากาศการทำงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง คุณปุ่นชอบไหมครับ ถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาผมได้นะครับ ผมทำงานที่นี่มานานแล้วไม่มีอะไรใน HANO ที่ผมไม่รู้ และก็ไม่ใช่แค่เรื่องงานเท่านั้นนะครับ คุณปุ่นเพิ่งมาใหม่อาจจะยังไม่ชินกับอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะถนนหนทาง ที่กิน ที่เที่ยว ผมเป็นที่ปรึกษาให้ได้ทุกเรื่องเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

           ...TBC...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แกรนด์โอเพนนิ่ง

    “กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้าปีกหัก

    ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้า VS จอมมาร

    “คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟ

    “จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แอ๊บแล้วยังดูออก

    “อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เจ้าถิ่นทัก

    “ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status