LOGINเห็นท่าทางออกตัวพุ่งเข้าชนของบรรจบแล้วปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกจนนึกอยากจะใส่เกียร์ถอยออกไปไกลๆ แต่เพราะคำว่ามารยาทที่ค้ำคออยู่เธอจึงจำต้องยิ้มนิดๆ แล้วตอบกลับว่า
“อ้อ ขอบคุณค่ะ แต่คงต้องขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” ก่อนจะหันไปหาเพื่อนร่วมโต๊ะ “ปุ่นขอตัวก่อนนะคะ ได้เวลาที่ซาโต้ซังนัดไว้แล้ว ขอบคุณมากนะคะพี่ปุ้นสำหรับข้าวไข่เจียว”
จบประโยคหญิงสาวก็รีบลุกจากม้านั่งผละออกไปทันทีเกรงว่าถ้าอยู่นานกว่านี้คงไม่จบแค่อาการขนลุกขนพอง แต่อีกฝ่ายอาจจะพูดหรือทำอะไรให้รู้สึกสะอิดสะเอียนอีกก็เป็นได้ ซึ่งไม่ดีแน่ๆ เธอเพิ่งส่งข้าวไข่เจียวบรรณาการจากพี่ปุ้นลงกระเพาะไปเมื่อกี้นี้เอง
นับตั้งแต่วันที่ได้ทำความรู้จักกันที่โรงอาหารบรรจบก็ทำตัวราวกับว่าเป็นคนสนิทสนมคุ้นเคยกับปุณยวีร์มายาวนาน เขามักจะเสนอตัวมาให้เธอเห็นในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส ทั้งในและนอกบริษัท HANO ล่ามสาวรู้สึกเหนื่อยหน่ายเหลือจะกล่าว คนอะไรหน้าด้านหน้าทนทั้งยังช่างตื๊อขนาดหนัก ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องรักษาภาพพจน์เพราะเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้จักสนิทสนมกับใครล่ะก็ นายคนหน้าม่อนั่นไม่ได้ยิ้มระรื่นเจ๊าะแจ๊ะอยู่อย่างนี้หรอก รับรองว่าเขาต้องถูกนางมารร้ายแผลงฤทธิ์ใส่จนเจ้าชู้ไม่ออกเลยทีเดียว
“วันนี้ต้องตามนายออกไปพบลูกค้าอีกแล้วเหรอครับน้องปุ่น” น้ำเสียงระรื่นนั้นดังขึ้นถามก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึงเสียอีก ปุณยวีร์ถอนหายใจอดบ่นกับตัวเองไม่ได้ว่า ‘ใครเป็นน้องแกไม่ทราบยะ’ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบแบบเสียไม่ได้ว่า “ค่ะ” แล้วก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในสมาร์ตโฟนต่อ
“เมื่อวานก็ออกไป วันนี้ก็ต้องออกไปอีกแล้ว ไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ” บรรจบถามก่อนจะทรุดลงนั่งบนม้าหินอ่อนตัวเดียวกับที่ล่ามสาวนั่งอยู่ ปล่อยให้ม้านั่งหินอ่อนอีกตัวที่วางอยู่ข้างๆ กันว่างโดยไม่มีใครหรือสิ่งใดวางอยู่บนนั้น
‘อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม ได้ เดี๋ยวจัดให้!’ ปุณยวีร์คำรามฮึ่มฮั่มในใจขณะขยับกายออกห่างจากผู้ชายจอมฉวยโอกาสแล้วตอบกลับเสียงเรียบว่า “ไม่นี่คะ”
ชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงยิ้มกรุ้มกริ่ม “หน้าก็ใสๆ ตัวก็เล็กแค่นี้เอง ดูเอวซิบางนิดเดียว ทำไมเก่งจังเลยครับ” ไม่ได้เอ่ยชมแค่ปาก หากมือหยาบใหญ่ของเขายังเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่เอวของเธอทั้งยังลูบไล้อีกด้วย
‘ฮึ่ม!ไอ้เวร!’ ปุณยวีร์สบถด่าในใจขณะหันศอกกระทุ้งแรงๆ ไปที่สีข้างของบรรจบจนคนที่เคยสวมวิญญาณปลาหมึกมือไม้ยุ่บยั่บลูบจับไปทั่วตัวงอเป็นกุ้ง แต่ยัง... แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจนางมารร้ายหรอก หน้าด้านหน้าทนเป็นตอม่อแถมยังช่างตื๊ออย่างนายคนนี้ต้องถูกส่งท้ายด้วยการตบเข้าไปที่ต้นขาแข็งๆ ที่พยายามเบียดชิดเข้ามานั่นอีกที ‘นี่แน่ะ! อยากนั่งใกล้ฉันนักใช่ไหม!’
“โอ๊ยยย!” ลูกครึ่งคนครึ่งปลาหมึกคงเจ็บจนสุดทนเลยหลุดเสียงร้องขึ้นมาทั้งยังสะดุ้งตัวลุกออกจากม้านั่ง
ปุณยวีร์ก้มหน้ายิ้มสาแก่ใจกับสมาร์ตโฟนก่อนจะเงยหน้าขึ้นยกมือทาบอก “อุ๊ย… คุณตั้มล่ะก็ เล่นอะไรก็ไม่รู้ ฉันบ้าจี้ มีอะไรมาแตะหน่อยก็เส้นกระตุก แล้วเป็นอะไรมากไหมคะนั่น” พูดเสียงซื่อ
บรรจบหัวเราะแหะๆ มือข้างหนึ่งลูบอยู่ที่สีข้างส่วนอีกข้างก็ลูบไปมาที่ต้นขา เขาส่ายหน้าพลางตอบกลับมาว่า “ไม่เป็นไรครับ น้องปุ่นบ้าจี้ได้น่ารักดี พี่ชอบ”
คนบ้าจี้เพียงยิ้มปากไม่ได้ตอบอะไรกลับไป หากในใจกลับสบถว่า ‘เหอะไอ้เวร! ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่สำนึกอีก อย่าให้มีคราวหน้านะ รับรองว่าฉันจะบ้าจี้จนนายได้ไปสู่ที่ชอบๆ จริงๆ’
“พี่ขอให้น้องปุ่นเดินทางและทำงานด้วยความราบรื่นนะครับ แล้วเจอกันตอนเย็น” คนไม่สำนึกบอกส่งท้ายทั้งยังไม่ลืมส่งสายตาให้ก่อนจะผละจากไป
ปุณยวีร์ระบายลมหายใจหน่ายๆ พลางบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ‘สาธุ ขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย ไม่ว่าจะเย็นนี้หรือว่าเย็นไหน’
“ทำปากขมุบขมิบแบบนั้น กำลังร่ายคาถาสาปแช่งใครอยู่หรือเปล่าครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มกลั้วหัวเราะดังถามขึ้นมา
“พี่ปุ้น…” คนทำปากขมุบขมิบเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด
ภควัตหัวเราะ “ออกไซต์งานอีกแล้วเหรอครับวันนี้” ถามพลางนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนอีกตัวที่วางอยู่ใกล้ๆ กัน
“ค่ะ วันนี้ซาโต้ซังมีนัดออดิทโพรเซสของ M&R SPRING” ปุณยวีร์ตอบกลับ
ตลอดเดือนที่ผ่านมามีชิ้นส่วนซึ่งเป็นสปริงที่บริษัท HANO รับมาจาก M&R SPRING ถูกตรวจพบว่าเป็น NG หรืองานเสีย ตั้งแต่ขั้นตอนการประกันคุณภาพชิ้นส่วน (Parts Quality Assurance) เลยไปจนถึงกระบวนการผลิต เป็นผลให้ M&R SPRING ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตมีคะแนนคุณภาพอยู่ในระดับ E ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในการจัดลำดับคุณภาพของเวนเดอร์แต่ละรายที่บริษัท HANO ติดต่อซื้อขายด้วย และตามข้อตกลงที่มีต่อกัน
เวนเดอร์ที่มีคะแนนคุณภาพอยู่ที่ระดับ E จะต้องถูกตรวจสอบ โดยบริษัท HANO จะทำการออดิทโพรเซสของเวนเดอร์รายนั้นจนกว่าคะแนนคุณภาพที่ได้จะสูงกว่าระดับ E ซึ่งการออดิทโพรเซสในแต่ละครั้งนอกจากนายญี่ปุ่นแล้วยังมีวิศวกร สตาฟฟ์จากฝ่ายผลิต จัดซื้อ และประกันคุณภาพเข้าร่วมด้วย เมื่อได้พบกับชายหนุ่มรุ่นพี่พร้อมแฟ้มงานเล่มหนาที่จุดจอดรถตู้ของบริษัทล่ามสาวจึงอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า วิศวกรที่เธอกำลังจะได้ร่วมทางไปออดิทโพรเซสไกลถึงนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดระยองต้องเป็นเขา
“พี่ปุ้นก็จะไปออดิทโพรเซสของ M&R SPRING เหมือนกันใช่ไหมคะ ปุ่นได้ยินพี่แป๋มกับพี่ไหมพูดกันว่าถ้ามีออดิทโพรเซสของเวนเดอร์วิศวกรที่ไปถ้าไม่เป็นพี่ปืนก็จะเป็นพี่ปุ้น” ปุณยวีร์ถามอย่างมีความหวัง ดวงตาคู่กลมโตทอประกายระยับ
ภควัตยิ้ม “พี่ก็ต้องไปออดิทโพรเซสเหมือนกัน แต่เป็นที่ KITAHARA กับทีมของทาคะดะซัง ไม่ใช่ซาโต้ซังครับ ส่วนวิศวกรที่ต้องไปออดิทที่ M&R SPRING เหมือนกันกับ ปุ่นน่ะออกมานานแล้วนะ ปุ่นยังไม่เห็นเหรอ”
ปุณยวีร์ส่ายศีรษะ จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ถ้าไม่ใช่พี่ปุ้นเธอก็ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นทั้งนั้นแหละสงสัยจะเป็นไอ้พี่ดำปืนปากมากจอมกวนนั่นล่ะมั้ง เฮ้อ… เซ็ง!
...TBC...
“กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ
ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”
“คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ
“จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น
“อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่
“ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



