LOGINEP. 2
“หนูชอบสู้มือคนหล่อค่ะ”
“ถ้าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มือ น้องจะสู้เปล่า?” หนุ่มผมเทาเอ่ยถามด้วยความกรุ้มกริ่ม เพราะเริ่มสนุกกับความแพรวพราวของฝ่ายหญิง คนอย่างเขาถ้าถูกใจก็เอาหมด คุยรู้เรื่องก็ไปเลยไม่ต้องพูดเยอะ
“ต้องดูก่อนว่าเป็นอะไร”
“ไปดูในรถกับพี่ตอนนี้เลยไหมล่ะ” คนใจร้อนเสนอ
“แหม..พี่ก็” ฝ่ายหญิงเล่นหูเล่นตาไม่หยุด
“เอาแล้ว ๆ ลูกพี่เริ่มเครื่องติด”
ดินออกปากแซวด้วยความครื้นเครงพร้อมตั้งท่าเตรียมชงแบบเข้ม ๆ ลูกพี่ไม่เคยทำให้พวกเขาผิดหวังสักครั้ง เพราะถ้าเล็งใครไว้อัคคีมักเดินเกมเร็ว อยากได้ก็บอกตามตรงไม่เคยอ้อมค้อม
ที่สำคัญ..เงินหนาและเปย์หนัก
“พี่เอาเตี๋ยวเส้นไร หรือจะเอาต้มเล้งดีคะ” เมื่อเห็นเจ้าของร้านเหล่มองหญิงสาวจึงถามย้ำ ขณะเดียวกันลูกค้าก็เข้ามาใหม่อีกสองโต๊ะ
“เอาคนถาม” คนคิดเร็วทำเร็วตอบโซ๊ะตรงตัวไม่ล้อมโลกให้เสียเวลา ตามจริงอยากชวนเจ้าหล่อนไปทัวร์ม่านรูดเดี๋ยวนี้เลย
“หนูว่า..” น้ำเสียงจริงจังของชายหนุ่มเล่นเอาหญิงสาวพูดไม่ออก แต่ยังไม่ทันตอบโต้เสียงเจ้าของร้านก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
“นังจิ๋ว! แกจะรับออเดอร์โต๊ะนั้นถึงพรุ่งนี้เลยหรือไง เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้! เร็ว ๆ ลูกค้าโต๊ะอื่นรออยู่!”
“จ้า..หนูกำลังเร่งค่ะเฮีย” จิ๋วหันไปขานรับจากนั้นก็หันกลับมายิ้มจืดเจื่อน ก่อนเอ่ยถามหนุ่มผมเทาสุดหล่อด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ “ตกลงพี่เอาอะไร”
“เส้นเล็กน้ำใสพิเศษใส่น้องจิ๋วมาให้ด้วย พี่โคตรอยากกิน” เสือก็ยังเป็นเสือ คำตอบของอัคคีเลยพ่วงความเงี่ยนง่านของหัวส่วนล่างเข้าไปอย่างเปิดเผย
“ไว้คุยตอนปิดร้านได้ไหม หนูต้องรีบไปรับออเดอร์โต๊ะนู้น”
“โอเค..ตามนั้น” อัคคียิ้มมุมปากเมื่อสาวเจ้าวางกระดาษที่เขียนเบอร์โทรทิ้งไว้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินส่ายก้นไปยังโต๊ะลูกค้าใหม่ แต่ยังมิวายหันมาขยิบตายั่วยวน เล่นเอาหนุ่มเจ้าสำราญเดาะลิ้นคิดอย่างหมายมาดว่าคืนนี้คงเดือดแน่นอน
“ป้าด..ห้านาทีรู้เรื่องของจริง”
ภูมิหยิบกระดาษมาดู จากนั้นก็ล้วงโทรศัพท์มาโทรเช็กว่าเบอร์จริงหรือเปล่า กดโทรออกแล้วหันมองหญิงสาว เห็นเธอยกโทรศัพท์โชว์ เป็นอันรู้ว่าไม่โดนต้ม จากนั้นจึงยื่นกระดาษให้ลูกพี่สุดหล่อต่อ
“เบอร์จริงครับพี่”
“หึ อยู่เป็นนะมึง” มือหนาคว้ากระดาษมาบันทึกเบอร์เก็บไว้ มีลูกสมุนก็สบายแบบนี้ พวกมันจะคอยเช็กเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เสมอ โดยที่เขาไม่ต้องทำเอง
ระหว่างรอหนุ่ม ๆ ก็นั่งคุยเรื่อยเปื่อย จนผ่านไปสิบนาทีชามก๋วยเตี๋ยวก็ถูกยกมาเสิร์ฟ หวังให้เป็นน้องจิ๋วแต่ผิดคาด คนเสิร์ฟกลายเป็นหญิงสาวสภาพไม่ค่อยน่ามอง ผมยาวถูกมัดแบบยุ่ง ๆ ไว้กลางหัว เธอใส่เสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงยีนขายาว แถมใส่ผ้าปิดปากมิดชิด ทุกคนในโต๊ะเลยโห่เสียงอย่างผิดหวัง
“น้องจิ๋วหายไปไหนแล้ววะ” เซฟชะเง้อคอมองหา เห็นเจ้าหล่อนกำลังเก็บชามอยู่อีกด้านก็นึกเสียดาย นั่งกินแบบไม่มีอาหารตาใจก็ห่อเหี่ยว
“หมดอารมณ์แดกเลยกู”
ภูมิเป็นอีกคนที่บ่นด้วยความเซ็ง แต่ถึงกระนั้นก็ดึงชามก๋วยเตี๋ยวมาปรุง คนอื่น ๆ ก็อาการไม่ต่างกัน ยกเว้นลูกพี่ของพวกเขาที่กำลังมองตามหลังเด็กเสิร์ฟ ซึ่งเดินไปหยิบแก้วพลาสติกเตรียมเอามาเสิร์ฟอีกรอบ
“ใครวะ? ทำไมคุ้น” หัวคิ้วของอัคคีขมวดยุ่งพลางพึมพำจนริคสังเกตเห็นจึงเอ่ยถาม
"อะไรพี่"
“เหมือนจะคุ้น ๆ”
“คุ้นใคร?”
“คนเมื่อกี้ไง”
“ปิดหน้าขนาดนั้นพี่ยังคุ้นอีกเหรอครับ” ริคมองตามลูกพี่แล้วหันกลับมาตีสีหน้างงงวย
“กูจำตาได้ แต่นึกไม่ออกว่าใคร”
อัคคียังคงจ้องเด็กเสิร์ฟที่กำลังตักน้ำแข็งใส่แก้ว คิ้วเข้มยังขมวดยุ่งอย่างใช้ความคิด แววตาแบบนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“โคตรสุดยอด เห็นแค่ตายังจำได้” ภูมิยกนิ้วซูฮก นับถือความเจ้าชู้ระดับตำนานของลูกพี่ เล็งสาวคนไหนไม่เคยพลาด ทรงนี้อาจเคยหลับนอนด้วยกันเลยคุ้น
"อาจจำผิด ช่างมัน ๆ"
"สาวในโซเชียลเปล่าพี่"
"กูจำเฉพาะคนเคยเอาเท่านั้นเว้ย สาวในโซเชียลมีเป็นล้านใครจะจำได้ มึงก็พูดไป"
“งั้นคนนี้พี่เคยเอาอะดิเลยคุ้น”
"ไม่รู้ แดก ๆ ไป ไม่ต้องถามมาก" อัคคีโบกไม้โบกมือแสดงออกว่าไม่ติดใจอีก
"ผมว่าเคยเอาชัวร์"
“ไอ้เหี้ยดิน! หยุดพูดเลยมึง!”
เซฟห้ามปรามเมื่อสาวคนดังกล่าวเอาแก้วใส่น้ำแข็งมาเสิร์ฟ ซึ่งบนโต๊ะมีขวดน้ำเปล่าตั้งอยู่ พวกเขาจึงไม่สั่งน้ำอย่างอื่นเพิ่ม
“น้องชื่ออะไร พี่สุดหล่อผมเทาอยากรู้จัก”
“ไอ้ริค!!” อัคคีอยากยกตีนถีบปากหลานรหัสฉิบหาย อยู่ดี ๆ ก็สร้างเรื่องให้เฉยเลย อยากรู้จักห่าอะไร เขาแค่บอกว่าคุ้นแค่นั้นเอง
“ว่าไงครับน้อง คนนี้ใจดีสายเปย์ด้วยนะ”
“พูดมากแล้วนะมึงไอ้ริค ก๋วยเตี๋ยวน่ะแดกเข้าไปก่อนจะไม่ได้แดก” ลูกพี่ชี้หน้าสั่งให้หยุด คืนนี้เขามีน้องจิ๋วมันยังจะหางานให้อีกทำไม แต่เหมือนไอ้หลานรหัสตัวดีก็ไม่นำพา มันยังถามต่อไม่มีทีท่าจะเกรงกลัวสักนิด
"รู้ชื่อไว้ก็ไม่เสียหายนะพี่..ตกลงจะบอกไหมครับ"
“.........” หญิงสาวปรายตามองคนถามเล็กน้อยก่อนเคลื่อนไปมองหนุ่มผมเทาแต่ไม่ยอมตอบ มือยังคงหยิบแก้วออกจากถาดไปวางบนโต๊ะด้วยท่าทีเรียบนิ่ง
“หยิ่งชะมัด” ดินพูดเปรยให้เจ้าหล่อนได้ยินแต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง มีแค่เสียงเข้มดุดันของอัคคีลอยมาเข้าหูแทน
“ไอ้ดินหุบปาก! เดี๋ยวได้แดกตีนกูแทนแดกเตี๋ยว”
“ครับ ๆ กลัวแล้วครับท่านอัค”
“เงียบ!” คนเป็นลูกพี่สั่งย้ำก่อนตักน้ำก๋วยเตี๋ยวมาซด รสชาติถือว่าใช้ได้ แต่เขาอยากเติมพริกป่นกับน้ำส้มอีกสักหน่อย เดิมทีไม่ค่อยหิว พอได้ชิมน้ำซุปพยาธิในท้องก็เริ่มทำงาน ใครชื่ออะไรก็ช่างแม่งเถอะ นาทีนี้ขอกินก่อนแล้วกัน
ทว่าจังหวะเงยหน้ามองหาเครื่องปรุง หญิงสาวที่กำลังหมุนตัวเดินออกไปก็สะดุดขาเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ เหตุการณ์ชุลมุนจึงบังเกิด
“โอ๊ะ!” เธออุทานด้วยความตกใจ
“เฮ้ย!” คนนั่งเก้าอี้ก็หน้าเหวอเมื่อถาดในมือของสาวเจ้ากำลังจะพุ่งเข้าหน้า ดีที่ยกมือปัดออกทันไม่งั้นหน้าแหก
พรึบ!
ในจังหวะที่ถาดตกบนพื้น ร่างบอบบางก็ซวนเซทำท่าจะล้มใส่ ด้วยสัญชาตญาณอัคคีจึงยกมือขึ้นป้อง และนั่นก็ทำให้หน้าอกของฝ่ายหญิงกระแทกเข้ากับฝ่ามือของเขาเข้าอย่างจัง
หมับ!!
วินาทีนั้นทุกคนได้แต่อึ้งแดกกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น กระทั่งหญิงสาวเองก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก เธอล้มฟุบอยู่บนตัวหนุ่มผมเทาอยู่ชั่วอึดใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงตีเข้าจมูกเลยเผลอสูดดมโดยไม่รู้ตัว จนรู้สึกว่ามีอะไรยุ่มย่ามอยู่แถวหน้าอกจึงรีบดีดตัวลุกยืนอย่างรวดเร็ว พอรู้ว่าถูกบีบหน้าอกดวงตากลมมนก็ตวัดมองชายหนุ่มด้วยความตกใจแกมโมโห
“มันโดนมือเอง ไม่ได้ตั้งใจจับนะคร๊าบ” อัคคียกมือสองข้างขึ้นพร้อมเอ่ยออกตัวด้วยความบริสุทธิ์ใจ
สาบานให้ตายห่า เขาไม่เคยแต๊ะอั๋งใครมั่วซั่ว ก็เล่นทะเล่อทะล่าล้มเอง แล้วจังหวะดันให้ลุกก็เหมือนกับว่าเขากำลังบีบนมของเธอ แต่มันคือเหตุสุดวิสัยใครห้ามได้กันล่ะ
ว่าก็ว่าเถอะ..นมใหญ่เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ไม่น่าใช่ฟองน้ำด้วย จากประสบการณ์ขอฟันธงว่านมแท้แม่ให้มา แต่ก่อนความคิดจะเตลิดไปไกล อัคคีก็รู้สึกชาแก้มด้านซ้าย เหมือนหูจะได้ยินเสียงอะไรสักอย่างดัง..
เพียะ!!!
“คนฉวยโอกาส!!”
หญิงสาวด่าด้วยน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมสะบัดมือฟาดแก้มหนุ่มผมเทาสุดแรง หน้าหล่อ ๆ หันไปตามแรงตบ ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบงัน ลูกสมุนสี่ตัวอ้าปากค้าง เพราะอึ้งกับการกระทำของเด็กร้านก๋วยเตี๋ยว
ท่านอัคผู้สูงส่งถูกตบ!
ขนาดอาจารย์ในมหา’ ลัยบางคนยังเกรงใจ แล้วผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงถึงตบลูกพี่ของพวกเขา
"ใครอยากจับนมเธอวะ! ล้มเองแต่โทษคนอื่นเฉยเลย!" ฝ่ายชายพูดจาโต้ตอบ อยากลุกใส่เดี่ยวเหมือนกัน แต่ติดที่เธอเป็นเพศแม่นี่แหละ เขาจึงได้แต่สบถด่าอยู่ในใจ
"แต่นายก็ไม่ควรบีบไหม"
"ก็ไม่ได้ตั้งใจไง เล่นล้มมาท่านั้นถ้าไม่ใช้มือดันจะให้ใช้ตีนดันเหรอครับคุณผู้หญิง!"
"ฉวยโอกาสแล้วยังจะพูดจาทุเรศอีก!"
"สภาพเธอน่าพิศวาสตายห่า!!" อัคคีโมโหจนไม่ทันจับสังเกตว่าน้ำเสียงคุ้นหูหรือเปล่า
“นายก็หน้าตาอุบาทว์แถมยังปากหมา!” ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมง่าย ๆ น้ำเสียงแปร่งขึ้นจมูกคล้ายคนเป็นหวัดจึงด่าสวนทันที
“อยากถูกคนปากหมาเลียทั้งตัวไหมล่ะ ปากเก่งแบบนี้พี่ชอบ จะเลียให้ครางไม่หยุดเลยแม่คุณ”
คนถูกด่าสวนกลับทันควัน เรื่องอะไรเขาจะยอม แม่งโคตรเสียหน้า ไม่ใช่แค่ลูกสมุนที่เห็นเหตุการณ์ แต่ลูกค้าในร้านเห็นหมด เชื่อว่ามีนักศึกษามหา’ ลัยเดียวกันอยู่ที่นี่ด้วย เขาเลยทั้งโกรธทั้งอาย ถ้าเป็นเพศเดียวกันแม่นี่ยับไม่เหลือซากไปนานแล้ว
"ไอ้คนเฮงซวย ไอ้ปากไม่หูรูด"
"แต่ลิ้นเลียดีนะครับ จะลองสักยกก็ได้นะ" คนยียวนแลบลิ้นออกมาเลียปากอย่างท้าทายอารมณ์
ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมาก็เหมือนจะหูดับอีกรอบ เมื่อฝ่ามือของฝ่ายหญิงกระทบเข้ากับผิวแก้มสากดังสนั่น ไม่พอเธอยังตะโกนด่าซ้ำมาอีก
เพียะ!!!
“ไอ้เหี้ย ไอ้ปากจัญไร!!”
"เฮ้ย!!"
สี่หนุ่มลูกสมุนอุทานพร้อมกันอย่างตื่นตกใจ จนไม่มีใครคิดจะตามหญิงสาวที่วิ่งหายออกไปจากร้าน เสมือนเจ้าหล่อนจะรู้ตัวว่าถูกเล่นงานแน่หากยังอยู่ และก็เป็นโชคดีที่ทุกคนยังอึ้งแดก ไม่มีใครกระดิกตัวแม้แต่คนถูกตบก็นั่งแข็งเป็นหิน จนเสียงเซฟเอ่ยปากทุกคนถึงสามารถเรียกสติกลับคืนกันได้
“ท่านอัคครับ!”
สถานการณ์กะทันหันต่างคนจึงต่างมองหน้ากันเหลอหลา เป็นครั้งแรกที่ลูกพี่ถูกลูบคมแบบซึ่งหน้าโดยไร้ทางสู้
“เป็นไงบ้างพี่” ภูมิกุลีกุจอถามพลางลุกยืน หันซ้ายหันขวาคิดไม่ตกว่าจะตามไปดีไหม
“ฮึ่ม” คนถูกตบได้แต่คำรามในลำคอ โกรธจนร่างสั่นไปทั้งตัว เสียงหอบหายใจหนักบ่งบอกว่าโมโหขั้นสุด สายตาคมกริบค่อย ๆ เคลื่อนไปมองงความมืดที่เธอคนนั้นวิ่งหายไป ยิ่งคิดก็ยิ่งเดือด แม่งเอ๊ย!
ตบครั้งแรกยังพอทน ตบครั้งสองนี่พอเลย!
ได้เจอกูเอาคืนแน่!
“คือพวกผม..” ดินอึกอักไปต่อไม่เป็นเมื่อเห็นแววตาคมที่ตวัดกลับมามองพวกเขา
“เจ็บมากไหมพี่”
“ไม่ต้องพูด!!” อัคคีหลับตาพร้อมสูดหายใจเข้าลึก ๆ กำหมัดจนเส้นเลือดปูดตามแขน ด้วยเป็นคนไม่ยอมใคร ไม่เคยปล่อยให้ใครหน้าไหนมาลูบคม เหตุนี้คำสั่งที่มีแรงโทสะมหาศาลจึงเปล่งดังไปทั่วบริเวณ
“พวกมึงตามไปลากคอมันมาให้กูเดี๋ยวนี้!!!”
.
.
.
....................................................................................
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเซต..วิศวะ I need you
1. เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้
2. เธอคนนี้ที่อัคคีอยากได้
3. พี่สาวคนนี้ที่อาทิตย์อยากได้ (เร็ว ๆ นี้)
4. น้องคนนี้ที่แดนไทอยากได้ (เร็ว ๆ นี้)
บทที่ 37 บทส่งท้าย ผ่านมากว่าหกเดือนที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน.. แผนการทำคุกกี้ของทรายแก้วไปได้สวย เพราะเป็นดั่งที่คุณย่าพูดไว้ สาวออฟฟิศชอบคุกกี้ธัญพืชของเธอมาก ทำไปเท่าไรก็ขายเกลี้ยงภายในหนึ่งวัน ขายดิบขายดีจนทำไม่ทัน ซึ่งทรายแก้วก็ทำแค่ไหว ไม่ได้หักโหมจนเกิดปัญหาสุขภาพ โดยอัคคีจะคอยเตือนเรื่องนี้อยู่ตลอด ถือว่าเธอกับเขาปรับตัวกันได้ดี เวลาคิดไม่ตรงกันก็จะพยายามพูดคุย หรือถ้าโกรธก็จะไม่โกรธข้ามวัน ต้องเคลียร์ใจก่อนเข้านอนทุกครั้ง ด้านนิสัยของอัคคีก็เริ่มดีขึ้น ถึงยังไม่มากเท่าที่ควรแต่อย่างน้อยเขาก็ยอมปรับปรุง อาจมีบางครั้งที่โมโหหรืออารมณ์ขึ้น ทรายแก้วก็จะทำหน้าที่เป็นปุ่มช่วยบรรเทา หรือถ้าขึ้นมาก ๆ เธอจะด่าสวนทันที ซึ่งวิธีนี้ได้ผลชะงัดนัก ด้านความสัมพันธ์กับคุณย่าก็ดีวันดีคืน มีนัดกินข้าวด้วยกันเดือนละครั้ง มีแชตคุยเรื่องสัพเพเหระ บางครั้งเธอก็ส่งยอดขายคุกกี้ไปอวด คุณย่าก็ชมไม่ขาดปาก ถึงกับเสนอตัวจะเปิดโรงงานให้เธอเลยทีเดียว “เมื่อไรจะออกไปเล่นน้ำคะ” หลังจากขับรถมาถึงที่พักริมทะเลเขาก็พาเธอจมอยู่บนเตียงมากว่าสองชั
“ยังไงนะ! คุณย่ามาที่ห้อง” อัคคีค่อนข้างตกใจกับคำที่ได้ยิน หลังจากเลิกเรียนเขาก็ขับรถมายังร้านอาหารที่ทรายแก้วส่งโลเคชันให้ เธอขอเลี้ยงข้าวซึ่งก็ไม่รู้เลี้ยงในโอกาสอะไร แต่คงไม่ใช่การเลี้ยงส่งท้ายหรอกมั้ง.. “พี่ดูตกใจนะ” ทรายแก้วพูดพลางใช้มีดหั่นอกไก่เป็นชิ้นพอดีคำก่อนจะตักใส่จานให้เขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอทำอยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าดูแลดียันไข่กันเลยทีเดียว “ใครจะไม่ตกใจ..แล้วยังไง คุณย่าพูดอะไรบ้าง” “...........” คนถูกถามส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วก็จิ้มอกไก่เข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ มื้อเย็นอัคคีจะเลี่ยงอาหารประเภทของทอด เขาจะกินอาหารที่มีโปรตีนสูงและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทน เธอเลยพลอยกินตามไปด้วย แรก ๆ ก็ไม่ค่อยชิน แต่หลัง ๆ ก็เริ่มปรับตัวได้ ตอนนี้เลยกินได้สบายมาก “พูดมาอย่าลีลา” “คุณย่าบอกว่าทรายหน้าเหมือนแม่พี่” “อาฮะ” ได้ยินเท่านี้อัคคีก็โล่งใจจึงจิ้มอกไก่เข้าปากบ้าง เมื่อกี้เกือบแดกไม่ลงแล้วกู ดีที่ทรายแก้วไม่แกล้งปั่นหัวแล้วค่อยมาเฉลยทีหลัง “ท่านให้ทรายอยู่กับพี่ไปนาน ๆ”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา.. วันนี้อัคคีมีเรียนแปดโมงทรายแก้วจึงตื่นเร็วเพื่อทำอาหารเช้าให้เขา แต่กว่าพ่อคุณทูนหัวจะออกจากห้องก็ขอจูบลาอยู่หลายรอบ จูบจนปากเปื่อยก็ไม่ยอมไป ไล่แล้วไล่อีกก็ยังหน้าด้าน จนต้องขู่ว่าจะงอนเขาถึงยอมออกจากห้อง ที่ทรายแก้วไม่ได้ไปด้วยเพราะตั้งใจจะเก็บกวาดห้อง ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วหนึ่งชั่วโมงแต่ก็ยังทำไม่เสร็จ เพราะมีหลายจุดที่ต้องทำ โดยเฉพาะห้องครัวที่ช่วงนี้ถูกใช้งานอย่างหนัก ร่างในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เช็ดกระจก ตาก็มองวิวด้านนอกไปด้วย ห้องนี้ทำเลดีมาก สามารถมองเห็นแม่น้ำและตัวเมืองชัดเจน คนรวยทำได้ทุกอย่าง คนรวยมีสิทธิ์เลือกที่พักอาศัย คนรวยสามารถใช้เงินซื้อความสุขได้ คำพูดเหล่านี้ไม่เกินจริง ซึ่งเธอก็สัมผัสได้จากการอยู่ร่วมกันกับอัคคี ติ๊ด.. แกร๊ก.. ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ คิดว่าเป็นอัคคีเธอจึงรีบวิ่งไปดูโดยไม่สนสภาพหน้ามันแผล็บของตัวเอง แต่พอเห็นบุคคลที่ยืนอยู่กลางห้องก็แทบเข่าทรุด คุณอัมพร มหาชนาพัทธ์!
กว่าชาวแก๊งจะกลับก็เกือบห้าโมงเย็น ส่วนแดนไทโผล่หัวมาตอนบ่ายโมงกว่า ซึ่งคงไม่เป็นปัญหาถ้ามันไม่พกใครมาด้วย และก็คงไม่แตกตื่นมากนักถ้าคนนั้นไม่ใช่น้องสาวพี่เจ๋ง! ช่างเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่าขนลุกสัด ๆ ก่อนหน้านี้มันบอกไม่คิดอะไร แต่กลับหอบหิ้วพามาหาเพื่อนเฉยเลย อยู่ดีไม่ว่าดี เสือกหาเรื่องตายไอ้เพื่อนเวร.. “น้องเป็นแฟนพี่แดนเหรอคะ” ทรายแก้วเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ “พี่ไม่รู้” คนกลัวหัวขาดตอบอย่างขยาด ไอ้ห่าแดนคงอยากสร้างตำนานมั้งนะ ชีวิตแม่งคงสงบสุขเกินไปเลยต้องหาความตื่นเต้นมาเติม เล่นกับใครไม่เล่น แต่ไปเล่นกับระบบพี่เจ๋ง เผลอ ๆ อาจตายยกแก๊งก็เป็นได้ “มีอะไรที่ทรายยังไม่รู้หรือเปล่า” เธอพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเขา มองอย่าจับผิดเพื่อหาความกระจ่าง ตอนแดนไทพาเจียร์น่ามาถึง สามหนุ่มชาวแก๊งก็ถึงกับหน้าจืดเจื่อนไปตาม ๆ กัน หนักไปกว่านั้นคือทุกคนหยิบโทรศัพท์มาเช็กบ่อยมาก เหมือนกำลังหวาดวิตกกับอะไรสักอย่าง “เธอไม่ต้องรู้” “แบบนี้ก็มีด้วย” “เอาเป็นว
ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ชาวแก๊งก็นัดกันอ่านหนังสือเพื่อนเตรียมสอบ แดนไทกับอาทิตย์ไม่ได้ซ้อมบาสเกตบอลจึงมีเวลามากขึ้น วันนี้ชาวแก๊งนัดเจอที่ห้องของอัคคี ซึ่งเจ้าของห้องก็เตรียมต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี โดยมีหญิงสาวเตรียมผลไม้และทำของกินเล่นไว้รอ อาทิตย์กับจอมทัพมาถึงก่อน ส่วนแดนไทจะตามมาทีหลัง “เป็นไง..พวกมึงว่าโอเคไหม” อัคคีถามเมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังเคี้ยวคุกกี้หน้าธัญพืชที่ทรายแก้วเป็นคนทำ “อันนี้ดีจริง” จอมทัพเอ่ยชม ส่วนอาทิตย์ก็ยกนิ้วโป้ง “ไม่หวานมากและก็หอมด้วย..คือดีสุด” “กูเห็นด้วย” คนถามอย่างอัคคียืดอกยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจ พอได้อยู่ด้วยกันเขาถึงรู้ว่าทรายแก้วมีความสามารถหลายอย่าง ทำอาหารได้ ทำขนมได้ ทำงานบ้านเก่ง เธอโคตรจะถึกและทน แถมยังชอบเต้นอีกต่างหาก “คิดว่าพวกพี่น่าจะไม่ชอบกินหวานเลยลดน้ำตาลลง แล้วก็ใช้เนยสดรสเค็มทำน่ะค่ะ” เธอเคยเป็นลูกจ้างในร้านเบเกอรี่ เลยจำวิธีทำขนมมาใช้ โชคดีที่มีเตาอบเลยสะดวกสบาย เอาจริงครัวที่นี่ใหญ่โตมาก มีอุปกรณ์ทำครัวเกือบทุกอย่างเลยก็ว่าได้ เพี
ล่วงเลยมากว่าหนึ่งเดือนที่ตกลงอยู่ด้วยกัน ทรายแก้วมามหา’ ลัยกับอัคคีเป็นบางวัน สองสามวันแรกก็ประหม่า แต่พอมาบ่อยเข้าก็เริ่มชิน แม้คนบางกลุ่มจะมองด้วยความไม่เป็นมิตร แต่เธอสามารถปล่อยผ่านได้ ไม่เก็บมาใส่ใจเพราะไม่มีผลต่อชีวิต “ทำไมถึงหน้าใสแบบนี้นะ หน้าสดยังสวยมาก ไม่จมไม่หายเลยอะ” นาเดียร์เอ่ยชมขณะนั่งพินิจพิเคราะห์สภาพผิวของสาวรุ่นน้อง วันนี้เลิกเรียนเร็วเธอเลยมีหน้าที่มาอยู่เป็นเพื่อนทรายแก้วระหว่างรอหนุ่ม ๆ เรียนคาบสุดท้าย “พี่อัคไม่ชอบให้แต่งหน้า ทรายเลยต้องหน้าสดทุกวัน” “ไม่แต่งก็สวย หน้าใส ผิวดีที่หนึ่ง” “พี่เดียร์ก็หน้าใสเหมือนกันค่ะ” คนถูกชมยิ้มเขิน เจอกันทีไรนาเดียร์มักชมเธอทุกครั้ง “งั้นพวกเราก็สวยทั้งคู่เนอะ คริ คริ” คนเป็นพี่หัวเราะคิกคักพอใจกับบทสรุปของตัวเอง “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” ความสดใสของสาวรุ่นพี่พลอยทำให้ทรายแก้วอารมณ์ดีไปด้วย ไม่แปลกใจที่จอมทัพรักแฟนมาก เพราะตั้งแต่ได้คุยได้รู้จักอีกฝ่าย เธอได้รับแต่พลังบวก พี่เดียร์น่ารักปุ๊กปิ๊กที่สุด “ขอบคุณนะคะที่มานั่งคุยเป็นเพื่อน”







