Se connecterเสียงลมกลางคืนยังคงพัดเบา ๆแต่มินกลับแทบไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วสายตาของเธอมองเพียงผู้ชายตรงหน้าคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่เด็กฝึกงานกวน ๆแต่ตอนนี้—กลับกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเธอไปแล้วน้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาช้า ๆไนต์เห็นแบบนั้นก็เริ่มลนทันที“คุณมิน…”เขาหัวเราะแห้ง ๆ นิดหน่อย“หรือผมรีบเกินไป”มินรีบส่ายหน้าทันทีก่อนหลุดหัวเราะทั้งน้ำตาออกมาเบา ๆ“นายชอบทำให้ฉันร้องไห้ตลอดเลย”ไนต์ยิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธอเบา ๆสายตาของเขาอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งเหมือนวันที่เจอกันวันแรกไม่มีผิดมินมองหน้าเขานิ่ง ๆก่อนภาพความทรงจำมากมายจะไหลย้อนกลับเข้ามาวันที่เธอพยายามผลักเขาออกวันที่กลัวสายตาคนอื่นวันที่กลัวว่าความรักครั้งนี้จะไปไม่รอดแต่สุดท้าย—คนคนนี้ก็ยังจับมือเธอไว้แน่นมาตลอดไม่เคยปล่อยเลยจริง ๆมินค่อย ๆ ยื่นมือออกไปช้า ๆก่อนวางมือลงบนแก้มเขาเบา ๆ“นายรู้ไหม…”เสียงเธอสั่นนิด ๆ“ว่านายเปลี่ยนชีวิตฉันไปหมดแล้ว”ไนต์ยิ้มบาง ๆ ก่อนจับมือเธอเอาไว้“ชีวิตผมก็เหมือนกัน”ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบ ๆสายตาเต็มไปด้วยความรักที่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายก่อนที่มินจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพยั
หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วบริษัทของไนต์เติบโตเร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดไว้จากสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นบริษัทที่หลายองค์กรใหญ่เริ่มจับตามองรวมถึงบริษัทของภาคินเองวันเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ มีนักธุรกิจ นักข่าว และผู้บริหารเข้าร่วมงานจำนวนมากมินยืนอยู่ด้านล่างเวทีในชุดเดรสสีดำเรียบหรูสายตาของเธอจับจ้องเพียงคนเดียวบนเวทีไนต์ในวันนี้แตกต่างจากวันแรกที่เจอกันมากจากเด็กมหา’ลัยที่ชอบยิ้มกวน ๆ ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ชายที่ดูมั่นคงและน่าเชื่อถืออย่างไม่น่าเชื่อแต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน—คือสายตาที่เขามองเธอแม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมายแต่ทันทีที่ไนต์ลงจากเวที สายตาแรกที่เขามองหา ก็ยังเป็นเธอเสมอหัวใจของมินสั่นเบา ๆ ทุกครั้งที่เห็นแบบนั้นหลังงานจบ หลายคนเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับไนต์ไม่หยุดแต่พอเขาเห็นมินยืนอยู่ไกล ๆชายหนุ่มกลับเดินตรงมาหาเธอทันทีโดยไม่สนใจสายตาใครอีก“เหนื่อยไหมครับ”คำถามเดิมที่ถามเธอเสมอทั้งที่คนเหนื่อยที่สุดวันนี้ควรเป็นเขาแท้ ๆมินยิ้มบาง ๆ ก่อนส่ายหน้า“เก่งขึ้นเยอะเลยนะ”ไนต์หัวเราะเบา ๆ“ชมผมอีกแล้ว”“ก็น่าชม”เขาชะงักไปทันทีเพราะมินไม่ค่อยพูดอะไรแบบนี้ออก
หลังจากวันนั้น เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเด็กฝึกงานที่ใครหลายคนเคยมองข้าม ตอนนี้ไนต์เริ่มกลายเป็นคนที่ถูกพูดถึงในบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆโปรเจกต์ที่เขาทำกับเพื่อนมหาวิทยาลัยเริ่มมีนักลงทุนสนใจหลายบริษัทเริ่มติดต่อไปหาเขารวมถึงชื่อของเขาที่เริ่มปรากฏในข่าวธุรกิจรุ่นใหม่อยู่บ่อยครั้งแต่ถึงจะยุ่งมากแค่ไหน—เขาก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเวลาที่อยู่กับมินยังโทรปลุกตอนเช้ายังซื้อกาแฟแก้วเดิมให้ยังขับรถมารอรับเธอหลังเลิกงานเหมือนเดิมทุกวันราวกับต่อให้โลกข้างนอกเปลี่ยนไปยังไงเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ เขาก็ยังเป็น “ไนต์คนเดิม”คืนหนึ่ง มินกลับถึงคอนโดเกือบสี่ทุ่มทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นไฟในห้องเปิดอยู่ไนต์กำลังนั่งพิงโซฟาหลับคาโน้ตบุ๊กเสื้อเชิ้ตสีเข้มยับนิดหน่อยเหมือนเพิ่งกลับจากประชุมใต้ตาดูคล้ำกว่าเดิมชัดเจนหัวใจของมินอ่อนลงทันทีเธอเดินเข้าไปหาเงียบ ๆ ก่อนค่อย ๆ ดึงโน้ตบุ๊กออกจากตักเขาเบา ๆแต่ยังไม่ทันขยับ—มือใหญ่ก็จับข้อมือเธอไว้ทันทีดวงตาคมค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ“กลับมาแล้วเหรอครับ…”เสียงงัวเงียของเขาทำให้เธอเผลอยิ้มบาง ๆ“นายควรกลับไปนอนห้องตัวเองได้แล้ว”ไนต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนซบหน
หลังจากเรื่องทั้งหมด ไนต์เริ่มทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าเขาฝึกงานตอนกลางวันเรียนตอนเย็นและรับงานฟรีแลนซ์ตอนดึกจนบางครั้งแทบไม่ได้นอนมินเห็นทุกอย่างมาตลอดเห็นใต้ตาที่คล้ำขึ้นเห็นมือที่ล้าเห็นความพยายามทั้งหมดของเขาและยิ่งเห็น—เธอก็ยิ่งรักเขามากขึ้นทุกวันคืนหนึ่ง ขณะที่ไนต์กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะอาหาร มินเดินเข้าไปเงียบ ๆ ก่อนวางแก้วนมลงข้างเขา“พักบ้าง”ไนต์เงยหน้าขึ้นยิ้มทันที“อีกนิดเดียวครับ”มินมองหน้าจอเขานิ่ง ๆ ก่อนชะงักแผนธุรกิจโมเดลการลงทุนรวมถึงโปรเจกต์สตาร์ทอัพที่เขากำลังทำหัวใจเธอสั่นเบา ๆ“นายเอาจริงขนาดนี้เลยเหรอ”ไนต์หัวเราะเบา ๆ“ก็ผมอยากเก่งเร็ว ๆ”“รีบไปไหน”เขามองเธอนิ่ง ๆก่อนตอบช้า ๆ“รีบไปยืนข้างคุณไงครับ”คำตอบนั้นทำให้มินเงียบไปทันทีก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไปกอดเขาจากด้านหลังไนต์ชะงักแต่ไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“คุณมินครับ”“หืม”“ผมรักคุณนะ”มินหลับตาลงช้า ๆ ก่อนกระซิบตอบเบา ๆ“…ฉันก็รักนาย”และนั่นคือครั้งแรก—ที่เธอพูดมันออกมาอย่างชัดเจนไนต์นิ่งไปทั้งตัวหลังได้ยินคำตอบนั้นเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะมือที่กำลังจับเมาส์ค่อย ๆ คลายลง ก่อ
หลังเหตุการณ์ในห้องประชุม ข่าวเรื่องมินกับไนต์ก็แพร่ไปทั่วบริษัททันทีบางคนมองว่าไม่เหมาะสมบางคนซุบซิบบางคนดูถูกไนต์ว่า “เกาะลูกเจ้าของบริษัท”แต่สิ่งที่เจ็บที่สุด—คือมินเริ่มเห็นสายตาที่มองไนต์เปลี่ยนไปเธอเกลียดมันเกลียดที่คนอื่นมองเขาเหมือนไม่คู่ควรทั้งที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาพยายามมากแค่ไหนคืนนั้น มินนั่งเงียบอยู่ในคอนโดคนเดียวก่อนเสียงกดรหัสหน้าห้องจะดังขึ้นไนต์เดินเข้ามา พร้อมถุงอาหารเหมือนทุกครั้งแต่ทันทีที่เห็นหน้าเธอ—เขาก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดมาก“คุณร้องไห้เหรอ”มินรีบส่ายหน้าแต่ไนต์กลับเดินเข้ามากอดทันทีแน่นมากแน่นจนเหมือนกำลังบอกว่าไม่เป็นไรแล้วมินซบหน้าลงกับอกเขาช้า ๆ ก่อนพูดเสียงสั่น“ทุกคนกำลังว่าเรื่องนาย…”“ผมไม่สน”“แต่ฉันสน”เธอกำเสื้อเขาแน่นขึ้น“ฉันไม่ชอบให้ใครดูถูกนายเลย”ไนต์นิ่งไปทันทีก่อนหัวใจจะอ่อนลงอย่างรุนแรงเขาค่อย ๆ ประคองหน้าเธอขึ้นมามองดวงตาคมอ่อนโยนจนเธอแทบร้องไห้อีกครั้ง“งั้นคุณก็เชื่อผมสิ”“…”“สักวันผมจะทำให้ทุกคนยอมรับเราเอง”มินมองเขาเงียบ ๆก่อนสุดท้ายจะเป็นฝ่ายจูบเขาช้า ๆครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจนแทบอธิบายไม่ได้ทั้ง
หลังจากคืนนั้น ความสัมพันธ์ของมินกับไนต์ก็เหมือนเดินเข้าสู่จุดที่ไม่สามารถปิดบังได้อีกแล้วสายตาที่มองกันความใกล้ชิดรวมถึงความห่วงใยที่ชัดเจนเกินไปทุกอย่างเริ่มกลายเป็นที่พูดถึงในบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆและสุดท้าย—มันก็หลุดไปถึงหูคณะผู้บริหารเช้าวันจันทร์ บรรยากาศในบริษัทเงียบผิดปกติมินเดินผ่านพนักงานหลายคนที่รีบหลบสายตาทันทีเมื่อเธอมองไปหัวใจเธอเริ่มรู้สึกไม่ดีจนกระทั่งเลขาหน้าห้องรีบเดินเข้ามา“คุณมินคะ… ท่านประธานเรียกประชุมด่วนค่ะ”ทันทีที่เข้าไปในห้องประชุม มินก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะบนโต๊ะมีรูปถ่ายหลายใบวางอยู่ภาพตอนเธอกับไนต์อยู่ด้วยกันภาพที่เขากอดเธอหน้าคอนโดแม้แต่ภาพตอนจับมือกันในลานจอดรถหัวใจของมินเย็นวาบทันทีผู้บริหารบางคนเริ่มมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ“เรื่องนี้จริงไหม”เสียงหนึ่งถามขึ้นห้องทั้งห้องเงียบสนิทมินกำมือแน่นใต้โต๊ะก่อนตอบช้า ๆ“…ค่ะ”ทันทีที่คำตอบหลุดออกไป บรรยากาศก็ยิ่งตึงเครียด“คุณกำลังทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์”“เรื่องส่วนตัวไม่น่าจะ—”“ส่วนตัว?”ผู้บริหารอีกคนพูดแทรกทันที“คุณเป็นลูกสาวประธานนะคุณมิน ทุกอย่างที่คุณทำกระทบบริษัททั้งหมด”







