หลายปีต่อมา…
เจ้าของใบหน้าสวยหวานเหลือบมองออกไปยังนอกหน้าต่างเครื่องบิน พลางบิดตัวเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความขี้เกียจหลังจากหลับยาวมาหลายชั่วโมง ซึ่งอีกไม่นานเครื่องก็คงลงจอดยังจุดหมายปลายทางแล้ว
เกือบสิบปีที่นับเก้าไม่ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกเลย ตั้งแต่ถูกคนในครอบครัวผลักไสส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ
จากเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ไม่ค่อยประสีประสารู้จักกับโลกใบนี้สักเท่าไหร่ ต้องอดทนใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในต่างแดน
แม้จะอยู่อย่างสุขสบายมีเงินมีทองเหลือกินเหลือใช้ไม่ขัดสน แต่กลับไม่สามารถเติมเต็มความอ้างว้างที่เกิดขึ้นในหัวใจได้เลย
“หลับมาตั้งนาน ทำไมกูรู้สึกเหมือนยังไม่หายเหนื่อยเลยวะ หน้าก็โทรม”
เสียงงัวเงียจากคนข้างๆ ดึงสติของนับเก้ากลับมา ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มให้กับท่าทางส่องกระจกแล้วพร่ำบ่นของเพื่อนสนิทเล็กน้อยก่อนจะแขวะเสียงเบา
“กูว่าการนอนเยอะไม่ช่วยให้มึงสวยขึ้นหรอก อาจจะต้องเติมโบท็อกเพิ่ม”
กระทั่งได้รับสายตาค้อนขวับกลับมาให้พอชื่นใจ นับเก้าจึงหันกลับไปมองนอกหน้าต่างตามเดิม มวลเมฆจับตัวกันเป็นก้อนสีขาวไกลสุดลูกหูลูกตาสีทำให้หญิงสาวรู้สึกสบายใจ เพราะไม่รู้ว่าจากนี้ไปตนเองจะต้องรับมือกับอะไรบ้าง
แต่ไม่ว่าอะไรเธอก็คงรับมือไหวทั้งนั้น ผ่านมาตั้งเยอะแล้วนี่…หวังว่านะ
ความจริงนับเก้าเรียนจบได้หนึ่งปีแล้ว แต่ที่ยังไม่กลับเลยเพราะเธอไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมถึงสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งตามองค์กรต่างๆ ในหลายประเทศ
นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ ‘เทียร์ หรือทอรุ้ง’ ทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในเมืองไทย เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอบ่นว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ
อันที่จริงก็เพราะนับเก้าไม่อยากรีบกลับบ้านนี่แหละ จะรีบกลับทำไมในเมื่อไม่มีใครยินดีต้อนรับการกลับมาของเธอสักคน จริงไหม?
…เสียงเอะอะโวยวายของสิรินนภาหรือผู้เป็นแม่ดังไกลออกมาจากห้องอาหาร ทำเอาใบหน้าหลอเหลายุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม
ด้วยรู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้แม่หัวเสียได้ขนาดนั้นคือเขาเอง รพียืนทำใจอยู่หน้าประตูพักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป
เสียงในห้องอาหารพลันเงียบหายทันทีที่ลูกชายคนโตของตระกูลโชติธนกิจปรากฏตัว อีกทั้งยังเป็นดาวเด่นขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งฉบับเช้าวันนี้ด้วย
“มาแล้วเหรอไอ้ตัวดี”
หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวถูกโยนลงตรงหน้าคนตัวสูงโดยฝีมือคนเป็นพ่อ ‘ภาสกร’ จะไม่เดือดขนาดนี้เลย หากข่าวฉาวที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลต่อชื่อเสียงของกิจการในเครือโชติธนกิจ
รพีรู้ตัวได้ในทันทีว่าคราวนี้ตนเองคงโดนด่ายับหรือเผลอๆ อาจสิ้นชื่อเลยก็เป็นได้
“แต่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะครับ”
เขาไม่ได้แก้ตัวแต่อยากให้ทุกคนในครอบครัวรู้ไว้ว่าข่าวที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความจริง นี่ขนาดยังไม่โดนด่ารพียังสำนึกแทบไม่ทัน และที่สำคัญตอนนี้เขากับชุติภาเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น
“จะจริงหรือไม่ นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะลูกค้าเขาเชื่อในสิ่งที่เห็นไปแล้ว”
ลูกค้าที่ว่าคือแขกที่เข้าใช้บริการโรงแรมแล้วก็รีสอร์ทในเครือโชติธนกิจทว่าข่าวฉาวของผู้บริหารบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ส่งผลให้ลูกค้ายกเลิกเข้าพักไปเป็นร้อยราย และนี่ยังไม่รวมหุ้นในกิจการอื่นๆ
“ครับผมจะรีบหาทางแก้ไข”
จากนั้นรพีก็เหมือนคนหูดับ ทั้งพ่อและแม่ต่างสลับกันด่าเขาไม่หยุด รวมถึงน้องชายอีกสองคนที่เข้าคู่กันได้ดีเหลือเกิน
ได้ทีเอาใหญ่เชียวนะ ไอ้น้องเนรคุณ! กว่าทุกคนจะหยุดได้ชายหนุ่มแทบอยากจะถอดวิญญาณแล้วหนีออกมาจากตรงนั้นเสียเหลือเกิน
“แม่ได้ข่าวว่าหนูนับเก้าจะกลับจากอเมริกาแล้วนะ”
ชื่อของหญิงสาวที่ห่างหายไปนานรวมสิบปีดึงความสนใจจากรพีได้ มือแกร่งรวบช้อนวางลงเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ราวกับไม่อยากได้ยินสิ่งที่มารดาจะพูดต่อจากนี้
“ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน เขาไม่เคยลืมว่านับเก้าทำอะไรไว้บ้าง เหลืออีกสองปีเท่านั้นสัญญาการหมั้นหมายกำลังจะเวียนมาถึง รพีหวังว่าระหว่างนี้เขาจะหาทางจัดการกับมันได้
ไม่มีใครปรารถนาที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนโกหกหลอกลวงและเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างนับเก้า…
ทันทีที่สองเพื่อนซี้ก้าวขาออกจากสนามบินก็แน่ใจได้ในทันที ว่านี่แหละคือประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอน เพราะลมร้อนอบอ้าวที่พัดเข้าปะทะร่างจนแสบผิวไปหมด เป็นตัวการีนตี
“นี่ขนาดยังยืนอยู่ในร่มนะ กูซื้อตั๋วกลับอเมริกาทันไหม”
ระหว่างยืนรอรถของที่บ้านมารับทอรุ้งก็บ่นให้เพื่อนฟังไม่หยุด นับเก้าซึ่งเห็นด้วยได้แต่พยักหน้ารับ เนื่องจากสมาธิกำลังจดจ่ออยู่กับการมองหารถแท็กซี่เพื่อโดยสารกลับบ้าน
“เทียร์กูไปก่อนนะ”
เมื่อเจอเป้าหมายนับเก้าก็กล่าวลาเพื่อนแล้ววิ่งตัวปลิวไปที่รถโดยไม่คิดเหลียวหลัง
“แน่ใจนะว่าจะไม่กลับรถกูน่ะ”
ทอรุ้งซึ่งรอรถของที่บ้านมารับตะโกนถามอย่างเป็นห่วง ก็ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของคุณหนูนับเก้า พรสรวง มีแต่เสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพง มองผิวเผินยังดูรู้เลยว่าทั้งเนื้อทั้งตัวรวมๆ แล้วมีมูลค่าไม่ใช่น้อย
“ไม่เป็นไรกูโอเค! ถึงแล้วเดี๋ยวโทรหา มึงจะได้ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมาเสียเวลาเปล่า”
บ้านของนับเก้ากับทอรุ้งอยู่คนละฝั่งเธอไม่อยากให้เพื่อนเสียเวลา ป่านนี้คนในครอบครัวคงอยากเจอลูกสาวคนเดียวจะแย่แล้ว ซึ่งผิดกับชีวิตเธออย่างสิ้นเชิง
พอขึ้นรถได้หญิงสาวก็บอกจุดหมายแก่คนขับ ปลายทางที่ว่าคือคฤหาสน์พรสรวง บ้านที่เธอไม่อยากกลับไปเหยียบสักเท่าไหร่
นับเก้าล้วงสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกจากกระเป๋าขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา หลังเปลี่ยนซิมการ์ดที่สามารใช้ภายในประเทศได้แล้ว หวังจะอัพเดทข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบัน
ทว่าข่าวที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกกลับทำให้มือบางสั่นระริก เลือดลมสูบฉีดจนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง ทั้งๆ ที่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในรถทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
ข่าวบัดซบ!!!
“หลังจากมีข่าวแว่วๆ ออกมาให้ได้ยินว่าขาเตียงของดาราสาวอักษรย่อ ช. กับสามีไฮโซหนุ่มนักธุรกิจตระกูลดังหัก! ไปได้ไม่นาน แอบมากระซิบว่าเมื่อวานนี้ดันมีตาดีไปเห็นดาราสาวควงหนุ่มคนใหม่ออกมาเปิดตัวแล้วค่าาา ซึ่งคนนี้ดีกรีความหล่อและความรวยก็แซ่บไม่แพ้คนเก่าเชียวล่ะค่ะ อยากจะแหมไปถึงดาวอังคาร อิจฉาในความสวยเลือกได้ของชีเนอะ อิอิ”
“สวยเเลือกได้ห่าเหวอะไร! แดกไม่เลือกต่างหาก!”
นับเก้าสถบเสียงดัง หลังไล่อ่านเนื้อหาทุกตัวอักษรในข่าวบันเทิงจนจบด้วยหัวใจที่รวดร้าวระคนคั่งแค้น
แวบแรกที่เห็นภาพประกอบในข่าวหญิงสาวก็จำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร ชายหนุ่มผู้เป็นรักแรกและเป็นที่หนึ่งในใจของนับเก้าเสมอมา…
“หน้าด้าน! มีผัวใหม่แล้วจะกลับมาอีกทำไม ไหนว่าจะไปแล้วไปลับไง”
ร่างเล็กด่ากราดไม่สนว่าคนขับแท็กซี่จะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน ผ่านไปเป็นสิบปีหนามยอกอกของนับเก้าก็ยังคงเป็นชุติภาไม่เปลี่ยน
เธอพึ่งรู้ความจริงเมื่อไม่นานมานี้ จากคำบอกเล่าของผู้เป็นญาติว่าเหตุผลที่ดาราสาวต้องการจะสลัดรพีออกในตอนนั้นเป็นเพราะพบเป้าหมายใหม่ ไม่ใช่หมดรักดั่งที่เข้าใจในตอนแรก ชุติภาช่างเป็นคนน่าสมเพชที่สุด
“พี่คะเปลี่ยนไป…ที่นี่แทนค่ะ”
หญิงสาวเปลี่ยนจุดหมาย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วสักวันเราทั้งคู่ก็ต้องพบหน้ากันอยู่ดี ไหนๆ ก็มีหัวข้อให้สนทนาแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าข่าวพวกนี้มีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน
…มันเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแหละ นับเก้ารู้ดี ความจริงแล้วเธออยากเจอเขามากๆ ต่างหาก
ใช้เวลาไม่นานร่างบางก็มายืนอยู่หน้าห้องของผู้บริหารที่ชื่อว่านายรพี โชติธนกิจ
ส่วนขึ้นมาได้อย่างไรนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนับเก้า เพราะในมือเธอมีตั๋วผ่านที่ชื่อว่าคุณหญิงสิรินนภา บุพการีของผู้บริหารสูงสุด ขนาดเลขาหน้าห้องยังต้องทำหน้ากระอักกระอ่วนเมื่อนับเก้ายื่นใช้สิทธิ์
“คือว่า อย่าเข้าไปตอนนี้เลยนะคะ”
คนเป็นเลขาขอร้องอย่างไม่เต็มเสียงนัก สีหน้าก็ดูผิดสังเกตุอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเพิ่มความอยากรู้ให้นับเก้าเข้าไปอีก มาไกลถึงขนาดนี้ถ้าให้กลับเลยเธอคงเสียดายค่าแท็กซี่แย่
หญิงสาวจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปเดี๋ยวนั้น ซึ่งโชคดีที่มันไม่ได้ถูกล็อกจากข้างใน ภาพแรกที่นับเก้าเห็นคือเอกสารหลายฉบับและแฟ้มงานมากมาย ตกกระจัดกรกะจายอยู่เต็มพื้นไปหมด
คนทำก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนหันหลังให้เธออยู่นั่นเอง ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเขาคนนั้นกำลังหัวเสียเรื่องอะไร
ข่าวฉาวที่เกิดขึ้นคงส่งผลกระทบต่อธุระกิจอยู่ไม่น้อย
ถ้าไม่ติดว่ารักเขานับเก้าก็อยากจะตะโกนด่าว่าสมน้ำหน้าสักที! พี่รพีทำตัวเองแท้ๆ