LOGINเขาคือคุณชายตัวร้าย…เจ้าของมหาวิทยาลัย หัวหน้าแก๊ง และเพลย์บอยตัวแสบที่ใคร ๆ ต่างก็เกรงกลัว ส่วนเธอคือยัยเด็กทุน…ผู้หญิงฐานะยากจนที่ต้องทำงานพิเศษหาเงินช่วยครอบครัว และเป็นคนเดียวที่ไม่เคยกลัวเขาเลยสักนิด เมื่อ เตชินท์ ตั้งใจแกล้ง พาขวัญ เพราะเห็นว่าเธอเป็นเพียงเด็กทุนที่หลงเข้ามาอยู่ในโลกของคนรวย… เขากลับไม่รู้เลยว่า ยัยเด็กทุนคนนี้จะกลายเป็นคนที่ทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวายที่สุด จากคนที่เคยแกล้งเธอ… กลับกลายเป็นคนที่คอยหาเรื่องเข้าใกล้ จากคนที่ไม่เคยสนใจใคร… กลับกลายเป็นคนขี้หึงที่ไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอ และจากคุณชายที่ไม่เคยยอมใคร… กลับต้องยอมแพ้ให้กับผู้หญิงที่กล้าพูดกับเขาว่า “ถ้าคุณยังไม่หยุดแกล้งฉัน ฉันจะฟ้องพี่สาวคุณ!” “เธอกล้าขู่ฉันเหรอ ยัยเด็กทุน?” “ไม่ได้ขู่ค่ะ แค่แจ้งให้ทราบ” เมื่อคุณชายตัวร้ายต้องมาเจอกับยัยเด็กทุนตัวแสบ… งานนี้ใครจะเป็นฝ่ายตกหลุมรักใครก่อนกัน?
View Moreเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม ก่อนที่มือเล็กจะยื่นออกมาจากผ้าห่มแล้วควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง
“อื้อ…” พาขวัญลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นเวลาบนหน้าจอ06.20 น. “สายแล้ว!” หญิงสาวรีบลุกจากที่นอนแทบจะทันที วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกของเธอในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ใคร ๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากเข้ามาเรียน มหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยลูกหลานนักธุรกิจ นักการเมือง และคนมีชื่อเสียง ส่วนเธอ… เด็กสาวจากครอบครัวธรรมดาที่สอบชิงทุนเข้ามาได้ พาขวัญรีบคว้าชุดนักศึกษาที่รีดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความเร่งรีบ “ขวัญ กินข้าวก่อนลูก!” เสียงของแม่ดังขึ้นจากชั้นล่าง “หนูไม่ทันแล้วค่ะแม่!” “อย่างน้อยเอาขนมปังไปกิน!” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูต้องรีบไปแล้ว!” พาขวัญคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงบันได ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นแม่ยืนถือขนมปังอยู่ตรงประตู “เอาไปกินระหว่างทาง” หญิงสาวรับมันมา ก่อนจะยิ้มให้แม่ “ขอบคุณค่ะแม่” “วันนี้วันแรก อย่าเครียดนะลูก” พาขวัญพยักหน้า แม้ในใจจะรู้ดีว่าเธอคงไม่สามารถไม่เครียดได้ เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่เหมือนโรงเรียนเก่าของเธอ ทุกคนที่นี่ดูเหมือนจะมีชีวิตที่แตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง โทรศัพท์ของเธอเป็นรุ่นเก่าที่ใช้มาหลายปี เสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ซื้อจากร้านราคาถูก ส่วนกระเป๋านักศึกษาที่ใช้ก็ผ่านการซ่อมมาแล้วหลายครั้ง แต่เธอไม่มีเวลามานั่งสนใจเรื่องพวกนั้น เพราะหลังเลิกเรียนวันนี้ เธอยังต้องไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารอีก พาขวัญจึงรีบออกจากบ้านและขึ้นรถโดยสารไปมหาวิทยาลัย ทันทีที่ก้าวผ่านประตูมหาวิทยาลัย พาขวัญก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่หันมามอง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก อาคารเรียนสูงใหญ่ สนามหญ้าถูกดูแลอย่างดี รถหรูหลายคันจอดเรียงกันอยู่บริเวณลานจอดรถ พาขวัญก้มมองรองเท้าของตัวเอง เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่เป็นไร… เธอไม่ได้เข้ามาที่นี่เพราะเงิน เธอเข้ามาเพราะความสามารถของตัวเอง “ขวัญ!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังพาขวัญหันกลับไป ก่อนจะเห็นหญิงสาวผมยาววิ่งเข้ามาหา
“แพร” แพรไหมยิ้มกว้างแล้วกอดแขนเพื่อนสนิททันที “ฉันตามหาเธอตั้งนาน นึกว่าจะหลงทางไปแล้ว” “ฉันเกือบหลงจริง ๆ” “มหาลัยใหญ่ขนาดนี้ ใครจะไม่หลงล่ะ” ทั้งสองเดินเข้าอาคารเรียนไปด้วยกัน แพรไหมเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่พาขวัญมีในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และเป็นคนที่รู้เรื่องชีวิตของเธอมากที่สุด “วันนี้หลังเลิกเรียนเธอต้องไปทำงานใช่ไหม?” “อืม” “ไม่เหนื่อยเหรอขวัญ?” พาขวัญยิ้มบาง ๆ “เหนื่อยสิ แต่ก็ต้องทำ” เธอไม่ได้พูดต่อว่า เงินที่เธอหาได้ทุกบาทมีความหมายกับครอบครัวมากแค่ไหน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเทอมของน้อง และค่ารักษาพยาบาลของพ่อ ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น ดังนั้นเธอไม่มีสิทธิ์เหนื่อยจนหยุด อีกด้านหนึ่งของมหาวิทยาลัย รถสปอร์ตสีดำคันหรูเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าตึกคณะบริหาร ทันทีที่ประตูรถเปิดออก นักศึกษาหลายคนก็หันไปมอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงเดินลงจากรถด้วยท่าทีไม่รีบร้อน เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมไว้สองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อคมเต็มไปด้วยความไม่สนใจโลก เขาคือ เตชินท์ วัฒนกุล คุณชายทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และเป็นคนที่ไม่มีใครกล้าหาเรื่อง“วันนี้มึงเข้าเรียนจริงเหรอวะ?”
ภูผาถามขณะเดินตามลงมา
เตชินท์เหลือบมองเพื่อน “กูมาแล้วนี่ไง” “แต่มึงมาสายไปเกือบชั่วโมง” “ก็ยังมา” วายุที่เดินตามมาด้วยส่ายหน้าเบา ๆ“กูว่ามึงไม่ควรภูมิใจกับเรื่องนี้นะ”
เตชินท์ไม่ตอบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ ก่อนจะเห็นข้อความจากพี่สาวส่งมาอลินา: วันนี้เข้าเรียนด้วย ห้ามโดด ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที “แม่ง…” ภูผาหัวเราะ “พี่อลินส่งมาเหรอ?” “เออ” “กลัวพี่สาวตัวเองก็พูดมาเถอะ” เตชินท์หันไปมองเพื่อนด้วยสายตาเย็นชา “มึงอยากมีชีวิตอยู่ถึงเย็นไหม?” ภูผารีบยกมือยอมแพ้ “โอเคครับคุณชาย ไม่แซวแล้วครับ” เตชินท์กำลังจะเดินเข้าอาคารเรียน แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านไป เธอไม่ได้แต่งตัวโดดเด่น ไม่ได้ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม ไม่ได้มีผู้ชายหรือเพื่อนฝูงมากมายรายล้อม แต่กลับดูแตกต่างจากคนอื่นอย่างประหลาด พาขวัญกำลังเดินถือหนังสืออยู่ในมือ ขณะที่แพรไหมพูดอะไรบางอย่างอยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ นักศึกษากลุ่มหนึ่งก็เดินสวนมา หนึ่งในนั้นมองพาขวัญตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “นี่มหาวิทยาลัยดังนะ ไม่ใช่ตลาดนัด” พาขวัญหยุดเดิน แพรไหมหันไปมองทันที “พูดอะไรของเธอ?” หญิงสาวคนนั้นยิ้ม “ก็แค่บอกว่าบางคนแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากไหนก็ไม่รู้” พาขวัญมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนจะตอบกลับอย่างใจเย็น “ถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ต้องมองค่ะ” คนพูดชะงัก “เธอว่าอะไรนะ?” “ฉันบอกว่า ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมอง ไม่เห็นจะยากเลย” แพรไหมถึงกับยิ้มออกมา ส่วนเตชินท์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้… ไม่เหมือนเด็กทุนที่เขาเคยเห็น “น่าสนใจดีนี่หว่า” ภูผาพูดขึ้นข้าง ๆ เตชินท์หันไปมอง “อะไร?” “ผู้หญิงคนนั้น” “แล้ว?” “ไม่รู้สิ ดูไม่กลัวคนเลย” เตชินท์มองพาขวัญอีกครั้ง ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง หญิงสาวหันกลับมา สายตาของทั้งสองสบกันเป็นครั้งแรก พาขวัญมองชายหนุ่มตรงหน้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะเลื่อนสายตาผ่านเขาไปเหมือนเขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง เตชินท์นิ่งไป เขาไม่ชินกับการถูกเมิน โดยเฉพาะจากผู้หญิง “เมื่อกี้เธอเมินมึงเหรอ?” ภูผาถามอย่างไม่อยากเชื่อ เตชินท์มองตามแผ่นหลังของพาขวัญที่กำลังเดินออกไป มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้น “ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น” “แล้วมึงจะทำอะไร?” เตชินท์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน “ก็แค่…” เขามองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในโลกของเขาเป็นวันแรก “หาอะไรสนุก ๆ ทำ” และในวันนั้น… พาขวัญยังไม่รู้เลยว่า การสบตากับคุณชายตัวร้ายเพียงครั้งเดียว จะทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเธอไม่สงบสุขอีกต่อไปเพราะคนที่เธอเพิ่งเมินไปเมื่อครู่…คือคนที่ทั้งมหาวิทยาลัยไม่มีใครกล้าเมินยกเว้นเธอคนเดียว 💗เช้าวันต่อมา พาขวัญเดินเข้ามหาวิทยาลัยตามปกติเธอเดินผ่านประตูคณะพร้อมกับแพรไหม แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงอาคารเรียน เสียงฮือฮาจากบริเวณด้านหน้าก็ดังขึ้น“นั่นไง!”“วันนี้มาเรียนด้วยเหรอ?”“เตชินท์มาแล้ว!”พาขวัญชะงักไปเล็กน้อยเธอหันไปมองตามเสียง ก่อนจะเห็นรถสปอร์ตสีดำคันเดิมจอดอยู่ด้านหน้าอาคารประตูรถเปิดออกชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวก้าวลงมาเตชินท์เขาแต่งตัวดูดีเหมือนทุกวัน เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก กางเกงสีเข้ม และใบหน้าหล่อที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนแอบมองแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคือ…วันนี้เขามาเรียนตั้งแต่เช้า“ขวัญ”แพรไหมสะกิดแขนเพื่อน“อะไร?”“เขามองเธออยู่”พาขวัญหันไปมองและพบว่าเตชินท์กำลังมองมาทางเธอจริง ๆชายหนุ่มยกมือขึ้นเล็กน้อย“ยัยเด็กทุน”พาขวัญถอนหายใจ“เรียกดี ๆ ไม่เป็นเหรอคะ?”“ก็เธอเป็นเด็กทุนจริง ๆ”“แล้วคุณเป็นอะไรคะ?”เตชินท์ยิ้ม“เจ้าของมหาวิทยาลัย”พาขวัญมองเขานิ่ง ๆ“น่าภูมิใจมากเลยนะคะ”“แน่นอน”“ถ้าอย่างนั้นช่วยไปเรียนด้วยค่ะ”เตชินท์ชะงักภูผาที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับหัวเราะ“กูชอบว่ะ”“ชอบอะไร?”“มีคนกล้าพูดกับมึงแบบนี้”เตชินท์หันไปมองเพื่อน
หลังจากจบเกมการแข่งขันระหว่างพาขวัญกับเตชินท์ บรรยากาศภายในห้องเล่นเกมก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยจากเดิมที่เตชินท์เอาแต่เล่นเกมอย่างไม่สนใจใคร ตอนนี้เขากลับนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะ พร้อมหนังสือเรียนที่เปิดค้างอยู่แม้สีหน้าจะไม่ได้เต็มใจมากนักก็ตามพาขวัญเปิดหนังสือของตัวเอง ก่อนจะเลื่อนมันไปตรงหน้าเขา“วันนี้เราจะเริ่มจากบทที่อาจารย์สอนเมื่อวานนะคะ”เตชินท์เท้าคาง“ทำไมต้องเริ่มจากเมื่อวาน?”“เพราะคุณไม่ได้เข้าเรียนค่ะ”“ใครบอก?”“อาจารย์ค่ะ”เตชินท์เงียบไปภูผาที่นั่งอยู่ด้านข้างหลุดหัวเราะออกมา“มึงโดนจับได้แล้วไง”“หุบปากไปเลย”พาขวัญมองทั้งสองคนสลับกัน“ถ้าคุณไม่ตั้งใจเรียน ฉันก็กลับนะคะ”เตชินท์หันกลับมามองเธอทันที“ใครบอกว่าฉันไม่ตั้งใจ?”“คุณยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยค่ะ”“ฉันกำลังตั้งใจอยู่”“ตั้งใจเท้าคางเหรอคะ?”ภูผาหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิมเตชินท์หันไปมองเพื่อนด้วยสายตาเย็นชา“มึงจะหัวเราะอีกนานไหม?”“กูขอโทษครับคุณชาย”พาขวัญพยายามกลั้นยิ้มแต่สุดท้ายก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเตชินท์เห็นเข้าพอดีเขานิ่งไปชั่วขณะรอยยิ้มของเธอ…ทำไมถึงทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ?“ยิ้มอะไร?”พาขวัญรีบหุบยิ้ม“เปล่า
เช้าวันต่อมา พาขวัญเดินเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกับแพรไหมเหมือนทุกวันแต่ทันทีที่ก้าวผ่านประตูคณะ เธอก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติสายตาหลายคู่กำลังมองมาที่เธอ“ขวัญ…”แพรไหมกระซิบ“อะไรเหรอ?”“เธอรู้สึกไหมว่าคนมองเราแปลก ๆ”พาขวัญกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจ“คงไม่ได้มองฉันหรอก”“แต่ฉันว่ามองเธอ”“ถ้ามองก็ปล่อยให้มองไปสิ”พาขวัญไม่ได้สนใจ เธอเดินต่อไปอย่างไม่รีบร้อนแต่ไม่กี่ก้าวต่อมา เสียงหัวเราะของกลุ่มนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้น“นั่นไง คนที่ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ”“จริงเหรอ? เมื่อวานฉันเห็นรูปในกลุ่มแล้ว”“เรียนมหาวิทยาลัยดังแต่ต้องทำงานหาเงินเอง น่าสงสารจัง”แพรไหมหยุดเดินทันที“พูดอะไรของพวกเธอ?”หญิงสาวคนหนึ่งหันมายิ้ม“ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?”พาขวัญดึงแขนแพรไหมเอาไว้“แพร ไปเถอะ”“แต่พวกนั้น”“ไม่เป็นไร”พาขวัญเดินผ่านไปโดยไม่สนใจเธอเคยชินกับสายตาแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่เด็ก เธอก็รู้ว่าฐานะของตัวเองแตกต่างจากคนอื่นแต่เธอไม่เคยอายที่ต้องทำงานเพราะเงินทุกบาทที่เธอหามาได้ คือเงินที่เธอหาได้ด้วยตัวเองอีกด้านหนึ่งของอาคารเตชินท์กำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องเล่นเกมของเขาห้อง
หลังจากเหตุการณ์ที่หน้าตึกเรียน พาขวัญก็ไม่ได้สนใจชายหนุ่มคนนั้นอีกสำหรับเธอแล้ว เขาก็เป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีคนรู้จักเยอะเป็นพิเศษเท่านั้น“ขวัญ เธอรู้ไหมว่าเมื่อกี้เธอเดินผ่านใครมา?”แพรไหมถามขึ้นทันทีที่ทั้งสองเดินเข้าห้องเรียนพาขวัญวางหนังสือลงบนโต๊ะ“ใครเหรอ?”แพรไหมมองหน้าเพื่อนอย่างไม่อยากเชื่อ“เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”“ไม่รู้”“นั่นคือเตชินท์ วัฒนกุล”พาขวัญขมวดคิ้ว“แล้วเขาเป็นใคร?”แพรไหมทำหน้าเหมือนกำลังจะเป็นลม“เธอถามจริง?”“อืม”“เขาเป็นลูกชายของเจ้าของมหาวิทยาลัยนี้”พาขวัญชะงักไปเล็กน้อย“เจ้าของมหาวิทยาลัย?”“ใช่ แล้วก็เป็นหัวหน้าแก๊งที่ดังมากในมหาลัยด้วย”“หัวหน้าแก๊ง?”“ใช่ คนที่เดินอยู่กับเขาเมื่อกี้คือภูผากับวายุ เพื่อนสนิทของเขา”แพรไหมลดเสียงลงเล็กน้อย“ฉันได้ยินมาว่าไม่มีใครกล้ายุ่งกับพวกเขาเลยนะ”พาขวัญฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ“แต่เขาก็เป็นนักศึกษาเหมือนเรา”“ขวัญ เธออย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นนะ”“ทำไม?”“เพราะเธออาจโดนหาเรื่อง”พาขวัญถอนหายใจ“ฉันไม่ได้ไปหาเรื่องใครสักหน่อย”เธอพูดจบก็เปิดหนังสือเตรียมเรียนแต่ไม่รู้เลยว่า คนที่กำลัง